HOME Search

ผลการค้นหาพบ – 30 รายการเกี่ยวกับ เที่ยวญี่ปุ่น

ไปเที่ยวญี่ปุ่นต้องไม่พลาด “น้ำดื่มมหัศจรรย์” ดื่มแล้วหลับสบาย

ครบรอบ 1 ปีแล้วนะ ที่บริษัทโคคาโคล่าของประเทศญี่ปุ่น ได้ประกาศเปิดตัว Glaceau Sleep Water อย่างเป็นทางการกับสินค้าน้ำดื่มตัวใหม่ เจ้าน้ำแร่ในขวดสีน้ำเงินนี้เป็นสุดยอดน้ำดื่มที่ทางผู้ผลิตเคลมว่า ถ้าได้ดื่มก่อนนอนแล้วจะทำให้หลับสบาย คลายกังวล ตื่นมาสดชื่นแจ่มใสอีกครั้ง

สาเหตุหนึ่งที่ทำให้ผู้ผลิตโค้กต้องผลิตน้ำดื่มหลับสบายตัวนี้ขึ้นมา ก็เป็นเพราะว่าไลฟ์สไตล์ของคนญี่ปุ่นนั้น จะเน้นหนักไปที่การทำงาน บางคนทำงานมากกว่า 12 ชั่วโมงต่อวัน และมีภาวะความเครียดสูงมาก จึงประสบกับภาวะหลับยาก เพื่อเป็นการตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า ทางโคคาโคล่าเลยคิดค้นสูตรผสมที่ทำให้เราหลับสบายมากยิ่งขึ้น ก็มาจากการผสมสารอาหารสำคัญที่เรียกว่า L-Theanine และ กรดอะมิโน ซึ่งเชื่อว่าสามารถช่วยลดภาวะความเครียด และคลายกังวลได้ อีกทั้งยังช่วยให้เราดูสดชื่นแจ่มใสมากขึ้น ในเช้าวันถัดไปขึ้นมานั่นเอง

ต่อไป ถ้าเกิดอาการเจ็ทแลคตอนบินไปญี่ปุ่นแล้วนอนไม่หลับ ก็อย่าลืมไปแวะหา Glaceau Sleep Water ตามร้านค้าสะดวกซื้อมาดื่มกันสักขวดก่อนนอนดูล่ะ รับรองว่าหลับเต็มตื่น มีแรงเที่ยววันต่อไปอย่างแน่นอน

 

แหล่งที่มาและภาพประกอบ: http://www.odditycentral.com/funny/coca-cola-japan-launches-sleep-water-it-claims-could-help-you-sleep-better.html



F.I.T Fair งานเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง 2017

“งานเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง 2017” Visit Japan F.I.T. Travel Fair 2017

จัดโดย   องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งประเทศญี่ปุ่น (JNTO) 

ในวันที่ 22 – 24 กันยายน 2560

ณ รอยัล พารากอน ฮอลล์ 3 ศูนย์การค้าสยามพารากอน ชั้น 5

ตั้งแต่เวลา 10.00-20.00 น.

อย่ารอช้า!! ภายในงานพบกับกิจกรรมมากมายสำหรับผู้ที่สนใจเดินทางไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่น ได้แก่...

・การจำหน่ายแพ็คเกจเที่ยวอิสระ ตั๋วเครื่องบิน ที่พัก บัตรรถไฟแบบเหมาจ่ายใบเดียว บัตรเข้าสวนสนุก และบัตรสุดคุ้มอื่นๆ ในราคาพิเศษ เป็นต้น รวมทั้งจำหน่ายสินค้าทัวร์ไปญี่ปุ่นอีกด้วย ทั้งนี้เป็นการออกบูธโดยผู้ประกอบการท่องเที่ยวทั้งจากญี่ปุ่นและจากไทย เช่น บริษัททัวร์ชั้นนำ โรงแรม และสายการบิน รวมทั้งสิ้นมากกว่า  100 บูธ

・การแจกเอกสารและการให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่นที่บูธของ JNTO และที่บูธจากจังหวัดต่างๆ ในประเทศญี่ปุ่นที่มาเข้าร่วมงาน

・ชมมินิคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดังแสดง และ ร่วมพูดคุยถึงประสบการณ์ในการเดินทางท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่น บนเวที

นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมายที่คุณสามารถร่วมสนุกเพื่อลุ้นรับของที่ระลึกกลับบ้านอีกด้วย

Comments Off on F.I.T Fair งานเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง 2017


บินเดี่ยว เที่ยวญี่ปุ่น – ไป “โอซาก้า” คนเดียว ไม่ง้อทัวร์

อยากไปญี่ปุ่น แต่ไม่มีคนไปด้วย เอาไงดี? หลายคนคงมีคำถามนี้บ่อยๆ โสดไม่รู้จะไปยังไง เพื่อนก็เทเราหมด นกในนก

แต่ ฮัลโหล... สมัยนี้ สายสตรองคือผู้อยู่รอดเท่านั้นค่ะ  ญี่ปุ่นน่ะเป็นประเทศที่ลุยเดี่ยวเที่ยวเอง สบายใจ ปลอดภัยหายห่วง ยิ่งไปคนเดียวก็ยิ่งชิลล์ จะขยับตัวไปไหนก็คล่อง อยากกินอะไรก็ไม่ต้องมีคนขัด แถมการเดินทางก็ง่าย จะถ่ายรูปนานแค่ไหนก็ไม่มีใครบ่น อีกทั้งสถานที่น่าสนใจมีให้เลือกเที่ยวเป็นจำนวนมาก จะไปแถบคันโต คันไซ หรือคิวชู ที่ไหนก็ดี้ดี

ซึ่งครั้งนี้ wom japan ขออาสาพาเพื่อนๆ ไปเที่ยวโอซาก้าแบบฉบับไปเที่ยวคนเดียว ให้โลกรู้กันเลยว่า แล้วไงใครแคร์

 

เริ่มกันด้วยการเดินทางจากกรุงเทพฯไปลงที่สนามบินคันไซ (KIX) ซึ่งมีหลากหลายสายการบินทั้ง Full Service และ Low Cost ที่บินจากกรุงเทพฯไปสนามบินคันไซ ให้เลือกบินกัน ซึ่งใช้เวลาเดินทางประมาณ 5 ชั่วโมงครึ่ง

วิธีซื้อตั๋วเครื่องบินที่ได้ราคาดีที่สุดแนะนำให้ซื้อผ่าน Traveloka เพราะนอกจากจะได้ตั๋วราคาดีแล้ว การใช้งานก็สะดวก เพราะเขาเปรียบเทียบราคาแต่ละสายการบินให้เห็นกันชัดๆ และยังสามารถซื้อตั๋วเครื่องบินไปญี่ปุ่นได้แม้ไม่มีบัตรเครดิต                                              

เอาหล่ะ พอเราถึงสนามบินคันไซ ก็มุ่งหน้าเข้าสู่ตัวเมืองโอซาก้าโดยรถไฟด่วนพิเศษ HARUKA เพียงแค่ 30 นาที หรือหากใครจะเลือกนั่งรถบัสที่มีบริการตลอดทั้งวันก็ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง

ใครที่ไปเที่ยวคนเดียวก็เหมาะมากที่จะพักโรงแรมแคปซูลหรือโฮสเทล มีให้เลือกหลากหลายสไตล์ในราคาย่อมเยา บางทีอาจได้เพื่อนใหม่หลากหลายชาติ หรือเพื่อนร่วมเดินทางด้วยก็ได้นะ

และโรงแรมที่เราไปพักในครั้งนี้คือ First Cabin Midousuji-Namba  ด้วยราคาที่สบายกระเป๋า สามารถเดินจากสถานีรถไฟฟ้านัมบะแค่ 5 นาที  แถมยังมีอ่างน้ำให้แช่กันสบายๆ อีกด้วย สามารถเลือกจองที่พักกับ Traveloka ได้ตรงนี้เลย

Dotonburi

เริ่มทริปด้วย ย่านโดทงโบริ แลนด์มาร์คของโอซาก้าที่ไม่ว่าจะมาเดินเล่น ชอปปิ้ง หาอะไรกิน จะมากลางวันหรือกลางคืนก็ไม่มีผิดหวังจริงๆ  (ขอบอกว่ากลางคืนจะคึกคักยึกยักกว่ามาก) และไม่ว่านักท่องเที่ยวชาวต่างชาติหรือคนญี่ปุ่นเองที่มาเยือนโอซาก้า ก็พลาดไม่ได้ที่จะมาทำท่าชูมือ กระโดดขาหย่องแชะภาพคู่กับคุณ Glico Man  หรือใครจะโรแมนติกเดินชมแสงสีเพลินๆ ไปจนถึงสะพานนิปปงบาชิได้เลยนะ จะไปก็รีบไปนะ เพราะร้านค้าจะเริ่มปิดกันตอนประมาณสี่ทุ่ม

Osaka Castle

ปราสาทโอซาก้า”  อีกหนึ่งสถานที่สำคัญของโอซาก้าที่ห้ามพลาด ยิ่งถ้าหากมาในช่วงเดือนเมษายนนั้น แถบปราสาทโอซาก้าจะมีต้นซากุระถึง 600 ต้น บานสะพรั่งกันงดงามเต็มไปหมด มาคนเดียวก็อาจเปลี่ยวเหงานิดหน่อย เพราะคนญี่ปุ่นมักจะมาเป็นคู่ นั่งเดทกันใต้ต้นซากุระ เห็นแล้วอาจจะเจ็บหัวใจ ดั่งไฟสุมทรวงก็ได้นะ

Kaiyukan Aquarium

 พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำไคยุคัง จะไม่เหมาะกับมาคนเดียวได้อย่างไร เพราะอยากจะหยุดยืนดูปลาฉลามวาฬไฮไลท์ของที่นี่ในแทงค์มหาสมุทรแปซิฟิค นานเท่าไหร่ก็ยืนดูได้แบบไม่ต้องรีบ จะคุยกับเจ้านาก เจ้าเพนกวินผ่านตู้กระจกด้วยเสียงสาม หรือถ่ายรูปจนฉ่ำยังไงก็ได้ เห็นไหมล่ะ บอกแล้วว่ามาคนเดียวดีกว่าเป็นไหนๆ ค่าเข้าก็ไม่แพงเมื่อเทียบกับสิ่งที่จะได้สัมผัสด้านในพิพิธภัณฑ์

Universal Studios Japan

USJ ไปคนเดียวก็มันส์ได้จริงๆ นะ (แค่อาจจะต้องมีสกิลความอโลนสูงหน่อย) แต่ขอบอกว่าไปคนเดียวยิ่งดี เพราะว่ามีแถว Single Rider อยู่ สามารถไปต่อแถวขึ้นเครื่องเล่นได้เร็วกว่าแถวปกติอยู่หลายเท่า และเครื่องเล่นที่เจ๋งจนต้องอ้าปากร้องหู้วว พลาดไม่ได้ ก็เห็นจะเป็นสไปเดอร์แมน และ The Wizarding World of Harry Potter™  ที่เหล่ามักเกิ้ลทั้งหลายจะได้ไปเดินเล่นในหมู่บ้านฮอกส์มี้ดและสัมผัสโลกเวทมนต์ในปราสาทฮอควอตส์

Nara Town

ลองออกมานอกโอซาก้าที่สามารถไปเช้า-เย็นกลับกันได้บ้าง ซึ่งใกล้ๆ โอซาก้านั้นจะมีสถานที่น่าสนใจอีกมากมาย ที่แรกที่อยากแนะนำคือ เมืองนารา โดยสามารถเดินทางได้ผ่าน JR Yamatoji Line ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง เมื่อเดินทางมาถึงก็สามารถไปชม วัดโทไดจิที่โด่งดังในนารา เพราะทั้งตัววัดเองและบริเวณสวนข้างๆ มีกวางให้ชมเต็มไปหมด ไปคนเดียวก็สามารถไปให้อาหารกวาง เซลฟี่คู่กวางกี่ล้านรอบก็ได้ไม่มีใครว่า มีเวลาเหลือก็ไปเดินเล่นที่ พระราชวังเฮโจ ซึ่งเป็นพระราชวังที่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก มาทีเดียวต้องเที่ยวให้คุ้ม

ญี่ปุ่นนี้เรียกได้ว่าเป็นเมืองมินิมอล เรียบๆ ง่ายๆ ที่เหมาะสำหรับคนที่ต้องการจะหัดเที่ยวคนเดียวเป็นครั้งแรก เพราะคนญี่ปุ่นนั้นใจดี มีมารยาท และหากเราต้องการความช่วยเหลือถึงแม้เขาจะพูดภาษาอังกฤษไม่ค่อยได้ ก็จะพยายามอย่างมากในการช่วยเหลือเรา เรียกได้ว่าเป็นเมือง Tourist Friendly จริงๆ ใครจะไปก็อย่าลืมเข้าไปดูตั๋วเครื่องบินไปญี่ปุ่น และที่พักโอซาก้ากับ Traveloka หละ รับรองว่าราคาดีโดนใจไม่ผิดหวังแน่นอน



โซโล่ญี่ปุ่นครั้งแรก..เอาไงดี?! เทคนิคการเตรียมตัวสำหรับสาวๆมือใหม่ที่กำลังจะไปเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง

ญี่ปุ่นถือว่าเป็นอีกจุดหมายปลายทางหนึ่งที่หลายคนอยากไปเยือน และความใฝ่ฝันของผู้หญิงหลายคนอย่างหนึ่งคือการได้ออกไปเที่ยวคนเดียว ไหนๆก็มีโอกาสแล้ว อย่าปล่อยให้หลุดลอยไปค่ะ
ก่อนจะออกไปเที่ยวกันครั้งนี้เลยอยากจะแชร์เทคนิคไว้ให้สาวๆได้เตรียมตัวกันสักนิดเพื่อเป็นแนวทางกันสักหน่อยดีกว่า

เลือก Flight บินให้ถึงญี่ปุ่นตอนเช้า:

ใครที่เดินทางไปญี่ปุ่นเป็นครั้งแรก แม้ญี่ปุ่นจะเป็นประเทศที่ขึ้นชื่อในเรื่องของความปลอดภัยแต่ก็ประมาทไม่ได้ เวลาเลือกตั๋วเครื่องบิน แนะนำว่าให้เลือกเที่ยวบินที่เดินทางไปถึงญี่ปุ่นในเวลาเช้า เพราะนอกจากจะช่วยประหยัดเรื่องค่าที่พักไปหนึ่งคืนแล้ว ยังไม่ต้องกังวลกับการกลัวการตกรถที่จะนั่งเข้าเมืองไปหาที่พักในช่วงกลางคืนอีกด้วยนะ

ที่พักต้องไม่เปลี่ยว:

จริงๆเรื่องของที่พักนี่แล้วแต่คนชอบ บ้างคนชอบที่อยู่ใกล้แหล่งช้อปปิ้ง บางคนชอบแหล่งที่เดินทางสะดวก แต่ไม่ว่าจะเลือกพักที่หนึ่ง อันดับแรกสำหรับนักเดินทางที่เป็นผู้หญิงที่ควรจะให้ความสำคัญคือ "เข้าออกต้องไม่เปลี่ยว" เข้าออกในที่นี้หมายถึง แม้เราจะกลับเข้าที่พักในเวลาดึกแค่ไหน ต้องไม่มืดและดูน่ากลัวจนเกินไป อาจจะจริงที่ว่าที่พักที่อยู่ไกลจะสถานีอาจจะถูกกว่า แต่หากต้องเดินเท้าไกลๆ เข้าซอยเปลี่ยวเกินไปก็ไม่ควรเสี่ยง
เพิ่มเงินอีกสักนิดแลกกับความสบายใจและความปลอดภัยดีกว่านะ

ฝึกภาษาก่อนไป:

หัดภาษาไว้นิดหน่อยก็ยังดี โดยเฉพาะญี่ปุ่นที่คนส่วนใหญ่สื่อสารด้วยภาษาอังกฤษไม่ค่อยคล่อง คำที่ควรจดจำไว้บ้าง เช่น คำทักทาย ขอโทษ ขอบคุณ หรือประโยคสั้นๆอย่าง "ห้องน้ำไปทางไหน" ไว้ใช้ในยามขับขัน
แต่อยากให้ทำใจว่า หากเราถามเป็นภาษาญี่ปุ่นออกไปเพียงไม่กี่คำ คนญี่ปุ่นจะคิดว่าเราเข้าใจจากนั้นก็รัวภาษาญี่ปุ่นกลับมาชุดใหญ่ ถึงตอนนั้นคงต้องเอาตัวรอดด้วยภาษามือแล้วหล่ะ

อย่าพึ่งดวงมากเกินไป:

ก่อนเดินทางควรให้ความสำคัญกับการหาข้อมูลเล็กๆน้อยๆ เช่น พยากรณ์อากาศ วันและเวลาเปิดปิดของสถานที่เราจะเดินทางไป คงไม่ดีแน่หากเดินทางไปถึงแล้วเมฆครื้มพายุเข้า หรือร้านปิด โอกาสที่จะได้มาเยือนไม่ได้มีบ่อยครั้ง หากเกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้นมาอาจจะทำให้หมดสนุกได้ไปทั้งวัน ก่อนจะพึ่งเรื่องดวงควรพึงพาตัวเองด้วยการเตรียมข้อมูลเสียก่อน จะได้ไม่เสียใจภายหลังนะจ้ะ

พกเงินสดติดตัวไว้บ้าง:

การเตรียมเงินสดให้พร้อมก็เป็นเรื่องสำคัญ หากเกิดเหตุขับคันเมื่อเดินทางคนเดียวไม่สามารถพึ่งพาใครได้ เพราะไม่ใช่ทุกที่ในญี่ปุ่นทีพร้อมสำหรับบัตรเครดิต เตรียมเงินสดไปดีกว่า เหลือมาดีกว่าขาด
แต่ต้องไม่ลืมที่จะพกเงินติดไว้กับตัว กระเป๋าลับ หรือเก็บในที่ๆปลอดภัย หลีกเลี่ยงต่อการให้คนอื่นเห็นที่เก็บเงินของเราด้วยล่ะ

สุขภาพก็เป็นเรื่องสำคัญ:

การเจ็บป่วยในทริปจะทำให้ความสนุกในการทางเที่ยวลดลงไปทันที ก่อนเดินทางสาวๆควรฟิตซ้อมร่างกาย เตรียมยาติดตัวไปด้วย ทั้งยาประจำตัวและยาสามัญทั่วไปสำหรับความเจ็บป่วยขึ้นได้ระหว่างการเดินทาง เช่น ยาแก้ปวด ยาแก้ท้องเสีย ยานวดคลายปวดกล้ามเนื้อ เป็นต้น เพราะในบางประเทศการซื้อยาในร้านขายยาเป็นเรื่องยุ่งยาก ทั้งอุปสรรคด้านภาษา หรือในบางที่เภสัชก็ไม่จ่ายยาให้ถ้าไม่มีใบสั่งแพทย์
นอกจากนี้ทำประกันการเดินทางก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง หากเจ็บป่วยรุนแรงหรือฉุกเฉินขึ้นมาจะได้อุ่นใจ กันไว้ดีกว่าแก้เสมอ



Kocha Kaden Royal Milk Tea ชานมเจ้าดังของญี่ปุ่นออกรส “Strawberry Choco” แบบจำนวนจำกัด หวานรับฤดูหนาวนี้!

หากใครเคยมาเที่ยวญี่ปุ่น คงเคยได้ลองชิมชานม 紅茶花伝 Royal Milk Tea หรือ Kocha Kaden Royal Milk Tea กันแน่ๆ เพราะว่าหาดื่มได้ง่ายมาก เจอได้ทั้งตามตู้กดน้ำอัตโนมัติหรือตามร้านสะดวกซื้อทั่วไป พร้อมภาพจำขวดชาเย็นกับฉลากสีขาวน้ำเงิน แถมยังมีรสอร่อย หอมมันชานมแบบไม่หวานมาก

Kocha Kaden Royal Milk Tea

สำหรับฤดูหนาวปีนี้ ทางบริษัท Coca Cola Japan ผู้ผลิตชานม Kocha Kaden Royal Milk Tea ก็ได้ออกชานมรสชาติลิมิเต็ด Kocha Kaden Strawberry Chocola Royal Milk Tea เป็นชานมรอยัลมิลค์ทีสูตรหอมหวานรสสตรอเบอร์รี่ผสมความกลมกล่อมจากช็อกโกแลต (เรียกได้ว่าดื่มขวดเดียวก็ได้รสชาติแบบ 3 in 1) โดยจะเริ่มออกวางขายทั่วประเทศญี่ปุ่น ตั้งแต่วันที่ 20 พฤศจิกายน 2017 เป็นต้นไป จนกว่าของจะหมด (มีจำนวนจำกัด) ในราคาขวดละ 140 เยน แบบไม่รวมภาษี

Kocha Kaden Strawberry Chocola Royal Milk Tea

Kocha Kaden Strawberry Chocola Royal Milk Tea รสพิเศษนี้ผลิตจากใบชาซีลอนเก็บด้วยมือ 100% ผสมนมสดแท้ของญี่ปุ่น 100% และกลิ่นสตรอเบอร์รี่ผสมช็อกโกแลตเพิ่มความหรูหราและความหอมหวาน แพคเกจจิ้งที่ขวดก็มีสีหวาน ใช้รูปสตรอเบอร์รี่ผสมช็อกโกแลตลูกโต เห็นแล้วน่าลองมาก เชื่อว่าสาวๆ เห็นขวดชานมนี้แล้วต้องรีบหยิบมาจ่ายเงินกันแทบไม่ทันอย่างแน่นอน!

 

ฤดูหนาวนี้ หากใครได้ไปญี่ปุ่น อย่าลืมหยิบลองกันสักขวดนะคะ

 

แหล่งที่มาและภาพ : https://sgs109.com/n/5567/d/



นักท่องเที่ยวรู้หรือยัง? “แอพพลิเคชั่นใหม่” ที่ช่วยให้ท่านสามารถจองที่นั่งบนชินคันเซ็นได้จากต่างประเทศ

แต่ก่อนเป็นเรื่องที่ยุ่งยากมากสำหรับการท่องเที่ยวญี่ปุ่นหากต้องทำการโดยสารรถไฟความเร็วสูงข้ามเมือง เพราะต้องไปทำการจองที่สถานี หรือสามารถจองล่วงหน้าได้เพียงแค่ในระยะเวลาสั้นๆ เท่านั้น

แต่ในที่สุดบริษัท JR East ก็ได้เปิดตัวแอพพลิเคชั่นตัวใหม่เพื่อเอาใจนักท่องเที่ยวให้สามารถจองรถไฟและวางแผนการท่องเที่ยวของคุณได้ตั้งแต่ยังไม่ก้าวเท้าลงประเทศญี่ปุ่น ซึ่งแอพพลิเคชั่นตัวนี้สามารถรองรับภาษาอังกฤษและการจองรถไฟสำหรับสาย Tokaido Sanyo Shinkansen ซึ่งเชื่อมต่อโตเกียวไปยังทุกสถานีทางทิศใต้

วิธีใช้งาน

ผู้โดยสารเพียงดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นที่ชื่อว่า SmartEX ซึ่งเป็นแอพพลิเคชั่นฟรี และทำการลงทะเบียนข้อมูลบัตรเครดิตของท่าน จากนั้นก็สามารทำการจองหรือซื้อตั๋วชินคันเซ็นได้แล้วจากประเทศของท่านเอง จากนั้นเมื่อท่านเดินทางถึงประเทศญี่ปุ่นก็สามารถรับบัตรโดยสารได้ที่ตู้ขายตั๋วโดยการแตะบาร์โค้ดที่ทำการซื้อไว้

นอกจากนี้ เจ้าแอพพลิเคชั่นตัวนี้ยังสามารถทำการเปลี่ยนแปลง อัพเกรด หรือยกเลิกได้ตลอดเวลาแม้ว่าท่านจะยังไม่ได้เดินทางมาถึงประเทศญี่ปุ่นก็ตาม โดยแอพนี้จะเปิดให้ดาวน์โหลดอย่างเป็นทางการสิ้นเดือนตุลาคมนี้ และดูเหมือนว่ามันสามารถใช้ร่วมกับ Japan Rail Pass อีกด้วย

และในที่สุดการวางแผนเดินทางท่องเที่ยวในญี่ปุ่นก็เป็นเรื่องง่ายๆเพียงแค่ทำการจองผ่านแอพพลิเคชั่นตัวนี้!

แหล่งที่มาและภาพประกอบ : https://en.rocketnews24.com/2017/10/23/tourists-can-finally-make-shinkansen-reservations-from-overseas-with-new-app/



Anello ร่วมกับ Walt Disney Japan วางจำหน่ายกระเป๋าเป้คอลเล็คชั่นใหม่ในธีมดิสนีย์สุดน่ารัก!

ใครเป็นแฟนคลับตัวละครจาก Walt Disney และกระเป๋าเป้ Anello เร่เข้ามา~ เพราะหลังจากที่เปิดตัวสินค้าไปเมื่อต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา และปล่อยสินค้าล็อตแรกไปพอหอมปากหอมคอแล้ว วันนี้ Walt Disney Japan และ Anello ก็ควงคู่กันวางจำหน่ายกระเป๋าเป้คอลเล็คชั่นดิสนีย์ล็อตสอง ครบทุกแบบทุก 24 ดีไซน์แล้วจ้า

ขนขบวนมากันครบเลย ไม่ว่าจะเป็น Winnie the Pooh, Dumbo, Mickey-Minnie ตลอดจน Oswald the Lucky Rabbit ไปจนถึง Aladdin, Stitch, Chip and Dale (Chipmunks), Peter Pan และอื่นๆ อีกมากมาย

ลองมาดูกันว่าจะมีใบไหนโดนใจ น่าซื้อกลับไปสะพายคิ้วท์ๆ บ้าง

Backpack M size Aladdin / 6,500 เยน (ประมาณ 1,888 บาท)

Backpack M size Pooh / 6,500 เยน (ประมาณ 1,888 บาท)

Backpack M size Peter Pan / 6,500 เยน (ประมาณ 1,888 บาท)

Backpack M size Minnie, Mickey / 6,500 เยน (ประมาณ 1,888 บาท)

กระเป๋าสะพายข้างรุ่น 2way Shoulder ก็มีลายน่ารักๆ เยอะเหมือนกัน

2way Shoulder Ariel / 4,900 เยน (ประมาณ 1,423 บาท)

2way Shoulder Beauty and the Beast / 4,900 เยน (ประมาณ 1,423 บาท)

ราคาข้างต้นนี้เป็นราคาที่ยังไม่รวมภาษีนะคะ ใครไปเที่ยวญี่ปุ่น ถ้าสนใจก็ไปเยี่ยมๆ มองๆ กันได้ ซึ่งสินค้าทั้งหมดนี้มีวางจำหน่ายที่ Disney Japan Store ทุกสาขา และทางเว็บไซต์ https://store.disney.co.jp/special/anello.aspx

แหล่งข้อมูลและภาพประกอบ : https://sgs109.com/n/5313/d/

https://store.disney.co.jp/



เผยผลสำรวจ เที่ยวกับครอบครัวเป็นเป็นช่วงเวลาที่น่าจดจำที่สุด อีกทั้งประเทศที่เป็นจุดหมายในใจอันดับต้นๆ คือประเทศญี่ปุ่น

เอ็กซ์พีเดีย เว็บไซต์บริการด้านการท่องเที่ยวครบวงจรชั้นนำของโลกร่วมกับนอร์ธสตาร์ (NorthStar) บริษัทชั้นนำของโลกด้านการวิจัยและกลยุทธ์ทางการตลาด ได้ทำการสำรวจและศึกษาข้อมูลเรื่องความสำคัญของการท่องเที่ยวแบบครอบครัวในเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2560 ด้วยการตอบแบบสอบถามจากกลุ่มนักท่องเที่ยวกว่า 17,000 คน ใน 28 ประเทศทั่วโลก เกี่ยวกับความสุข และความเสี่ยงในการเดินทางท่องเที่ยวของครอบครัว โดยผลสำรวจของประเทศไทยได้จากการสุ่มตัวอย่างกลุ่มพ่อแม่จำนวน 300 คน วัยรุ่น 200 คน และกลุ่มที่ไม่ใช่พ่อแม่ 100 คน

พบว่า วัยรุ่นทั่วโลกส่วนใหญ่เดินทางไปท่องเที่ยวเพื่อพักผ่อนกับครอบครัวในวันหยุดค่อนข้างบ่อย โดยรายงานระบุว่าวัยรุ่นส่วนใหญ่ในประเทศแถบเอเชียหลายประเทศนิยมไปท่องเที่ยววันหยุดกับครอบครัวถึงปีละสองครั้ง หรือมากกว่านั้น

วัยรุ่นไทยและเกาหลีใต้ร้อยละ 74 เดินทางท่องเที่ยวกับครอบครัวมากกว่าปีละสองครั้งหรือมากกว่า ซึ่งมากกว่าประเทศอื่นๆ ที่ทำการสำรวจ

 

โดยวันหยุดพักผ่อนของครอบครัวถือเป็นแรงผลักดันที่จะนำพาญาติพี่น้องได้มาอยู่ร่วมกัน ซึ่งการสำรวจกลุ่มวัยรุ่นที่มีพี่น้องในทุกประเทศส่วนใหญ่มีความเห็นพ้องต้องกันว่าการท่องเที่ยวกับครอบครัวทำให้พวกเขาสนิทกันยิ่งขึ้น โดยวัยรุ่นชาวเอเชียส่วนใหญ่ใน 8 ประเทศใกล้เคียงต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า การท่องเที่ยวกับครอบครัวในวันหยุดทำให้พวกเขาใกล้ชิดกับพี่น้องมากยิ่งขึ้นมีจำนวนสูงถึงร้อยละ 90 โดย 4 ประเทศที่มีความเห็นเหมือนกันจนน่าทึ่งอย่าง เกาหลีใต้ ไต้หวัน ไทย และฮ่องกง มีจำนวนสูงถึงร้อยละ 98

 

โดยสรุปแล้ว

ทุกกลุ่มคนไทยที่ทำการสำรวจยอมรับว่า ความทรงจำที่พวกเขาโปรดปรานที่สุดเกิดขึ้นในช่วงวันหยุดพักผ่อนของครอบครัว โดยเฉพาะกลุ่มพ่อแม่ชาวไทยมีจำนวนสูงถึงร้อยละ 82 ขณะที่วัยรุ่นไทยจำนวนร้อยละ 79 ก็เชื่อเช่นนั้น ส่วนกลุ่มที่ไม่ใช่พ่อแม่ก็มีมุมมองที่คล้ายคลึงกับพ่อแม่ส่วนใหญ่

“เป็นเรื่องน่าสนใจที่นักท่องเที่ยวชาวไทยยังคงเห็นครอบครัวเป็นศูนย์กลางเมื่อถึงช่วงวันหยุดพักผ่อนของครอบครัว มันทำให้เห็นถึงความรู้สึกผูกพันของการอยู่ร่วมกันซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของคนไทย” มร. ซิมอน ฟีเก้ ผู้จัดการทั่วไปประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และประเทศอินเดียของเอ็กซ์พีเดียกล่าว

 

“การวางแผนช่วงวันหยุดของครอบครัวเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นแต่ก็เหนื่อยตอนที่ลูกยังเล็กๆ เพราะต้องคำนึงถึงสิ่งอำนวยความสะดวกหลายอย่าง ตั้งแต่เรื่องการหาสถานที่ที่สะดวกสบาย และเหมาะกับเด็ก รวมถึงเรื่องระยะทางและเที่ยวบิน ขณะเดียวกันก็จัดสมดุลกับตารางการทำงาน และไลฟ์สไตล์ของตัวเอง และที่สำคัญคือหน้าที่ของแม่ที่ดีซึ่งเป็นสิ่งที่ฉันรักที่สุด

ส่วนตัวแล้วฉันรู้ดีมากๆ กับเอ็กซ์พีเดีย ที่ช่วยให้ฉันจัดการกับทุกสิ่งได้อย่างง่ายดาย และทุกอย่างเป็นไปได้ด้วยตัวเลือกในการเดินทางที่มีให้ทุกคนเสมอ และที่สำคัญที่สุดคือการให้เวลากับครอบครัวซึ่งเป็นสิ่งที่ฉันยอมแลกกับสิ่งใดก็ในโลกทั้งสิ้น” ซินดี้ สิรินยา บิชอฟ นางแบบ และนักแสดงชื่อดังของไทย ได้ร่วมแบ่งปันประสบการณ์การเดินทางท่องเที่ยวกับครอบครัวให้ฟังในงานExpedia Family Travel survey – press briefing

 

ต่างประเทศที่คนไทยนิยมไปยังคงเป็นประเทศญี่ปุ่น

 

นอกจากนี้ มร. ซิมอน ฟีเก้ ยังให้สัมภาษณ์กับทาง วอม เจแปนเพิ่มเติมว่า “แน่นอนว่า ประเทศญี่ปุ่นเป็นจุดหมายลำดับต้นๆ ที่คนไทยนิยมไปเที่ยว และมันก็ได้รับความนิยมต่อเนื่องมานาน 5 ปีแล้ว โดยเอ็กซ์พีเดียเองก็มีสายการบินให้เลือกหลากหลาย ทั้ง Japan Airline การบินไทย และอื่นๆ

ผมว่ามันน่าสนใจตรงที่ คนไทยไปเที่ยวญี่ปุ่นมานานหลายปี จากปีแรกๆ ที่ไปเที่ยวแถบโตเกียว ตอนนี้ก็จะเห็นว่ามีคนเดินทางไปเที่ยวไกลๆ จากตัวเมืองเช่น โอซาก้า ฮอกไกโด หรือใต้สุดอย่างโอกินาว่า เพราะหลายคนก็ไปญี่ปุ่นมากกว่า 1 ครั้ง ผมคิดว่าเป็นเพราะคนไทยชอบอาหารญี่ปุ่น มันอร่อย และเมื่อเขากลับไปเที่ยวอีกก็ยังได้เจอทั้งวัฒนธรรม และแฟชั่นที่น่าสนใจในมุมมองใหม่ๆ ซึ่งเป็นเจแปนสไตล์เลยจริงๆ

โดยถ้าถามเป็นสัดส่วน ตอนนี้คนไปเที่ยวโตเกียวมากกว่า 40% เมื่อเปรียบเทียบกับจังหวัดอื่นๆ ไล่ลงมาคือ ฮอกไกโด โอซาก้า โอกินาว่า และเกียวโต

ตัวผมเองก็ไปญี่ปุ่นมาหลายครั้ง ทั้งไปทำงาน และไปเที่ยวกับครอบครัวหนึ่งครั้งนาน 2 สัปดาห์ เป็นช่วงเวลาที่สนุกมากครับ อย่างการแข่งขันซูโม่ที่จัดทุกๆ 4 ปีในเดือนกันยายน มันน่าสนใจมากๆ

ผมไปที่โตเกียว ฮาโกเน่ เกียวโต นารา และคานาซาว่า มาแล้ว ผมชอบนารามากครับ มีวัดขนาดใหญ่ และหลังจากนั้นก็เดินทางต่อไปเกียวโต มันมีสถานที่ให้ไปเยอะมากจนผมไม่รู้จะเริ่มที่ไหนดีเลยครับ

ถ้าเปรียบเทียบการเดินทางไปเที่ยวในเอเชียของคนไทย ญี่ปุ่นจะมีสัดส่วนที่มากพอๆ กับฮ่องกงและสิงคโปร์” มร. ซิมอน ฟีเก้ กล่าว

 

ข้อมูลเพิ่มเติม

ชาวไทยยังคงยกให้ประเทศญี่ปุ่น เป็นจุดหมายหลักในการหลีกหนีสภาพรถติดและอากาศร้อน เพราะจากสถิติของ องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งประเทศญี่ปุ่น เปิดเผยว่า ในปี 2559 ชาวไทยเดินทางไปญี่ปุ่นมากถึง 901,458 คน เพิ่มขึ้นจากปี 2558 ถึง 104,727 คน

 

Comments Off on เผยผลสำรวจ เที่ยวกับครอบครัวเป็นเป็นช่วงเวลาที่น่าจดจำที่สุด อีกทั้งประเทศที่เป็นจุดหมายในใจอันดับต้นๆ คือประเทศญี่ปุ่น


มิติใหม่แห่งการอาบน้ำ! ร้าน Village Vanguard วางขาย “ผงอาบน้ำกลิ่นอาหารสุดฮอตญี่ปุ่น” แบบลิมิเต็ด อาบเสร็จแล้วขอมื้อต่อไปเลยแล้วกัน!

ร้าน Village Vanguard ที่ขึ้นชื่อเรื่องของสินค้าขายไอเดียหรือของที่ชาวบ้านชาวช่องเห็นแล้วก็คิดในใจว่า “แบบนี้ก็มีด้วย!” เจ้าเก่า วางขาย “ผงอาบน้ำกลิ่นอาหารสุดฮอตญี่ปุ่น” หลายกลิ่น ที่พออาบแล้วจะรู้สึกผ่อนคลายพร้อมทั้งหอมกลิ่นอาหารไปด้วยในเวลาเดียวกันจนคิดว่าตัวเองไปอยู่ในเมนูอาหารจานนั้น! มาดูกันค่ะว่ามีแบบใดบ้าง

กลิ่น Chige nabe – กิมจิเต้าหู้หม้อไฟ

กลิ่น Gyodon – กิวด้ง หรือข้าวหน้าเนื้อ

กลิ่น Miso Shiru – ซุปมิโซะ

กลิ่น Curry – แกงกะหรี่

กลิ่น Pizza

กลิ่น Edamame – ถั่วแระญี่ปุ่น

กลิ่น Ramen

กลิ่น Oden

โดยผงอาบน้ำทั้งหมดนี้จะออกวางจำหน่ายแบบลิมิเต็ด ตั้งแต่วันที่ 17 ตุลาคม 2017 ในราคาห่อละ 324 เยน (รวมภาษีแล้ว) หากใครสนใจจะลองสัมผัสประสบการณ์การอาบน้ำแบบมีกลิ่นหอมเมนูอาหารเหล่านี้ต้องแวะไปซื้อที่ร้าน Village Vanguard ในญี่ปุ่นนะคะ หรือสามารถสั่งออนไลน์ได้ทาง https://vvstore.jp/feature/detail/10829 ค่ะ

หากที่บ้านมีอ่างอาบน้ำ หรือมาเที่ยวญี่ปุ่นแล้วอยากลองแช่ผงอาบน้ำแบบนี้ดูบ้าง อย่าลืมไปอุดหนุนกันนะคะ

คำเตือน: ใช้ผสมน้ำอาบอย่างเดียวเท่านั้น ห้ามรับประทานโดยเด็ดขาด!

 

แหล่งที่มาและภาพประกอบ : https://entabe.jp/20628/dashi-jiru-bath-powder



11 วัดและศาลเจ้าชื่อดังทั่วญี่ปุ่นที่ขอพรความรักแล้วสมหวังดั่งใจ พร้อมเสียงยืนยันจากประสบการณ์จริง

แน่นอนว่าใครที่วางแผนมาเที่ยวญี่ปุ่นจะต้องมีแพลนไปขอพรที่วัดกันบ้าง และคงมีไม่น้อยที่หอบความหวังมาขอพรที่ญี่ปุ่นเพื่อจะได้สมหวังในรัก เราเองก็เป็นหนึ่งในคนที่ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เป็นอย่างมาก จึงอยากจะมาแบ่งปันข้อมูลที่มีอยู่ให้ได้ทราบโดยทั่วถึงกันกับ 11 วันและศาลเจ้าสำหรับขอพรเรื่องความรัก

โตเกียว (Tokyo)

1.ศาลเจ้าโตเกียว (Tokyo Daijingu)

ศาลเจ้าเพื่อผูกดวงความรักที่มีผู้มาเยือนปีละหลายแสนคน แถมยังเป็นสถานที่จัดงานแต่งงานยอดนิยมอีกด้วย

ประสบการณ์จริง

“ลองไปด้วยความรู้สึกที่ว่า “ถ้าได้เจอคนดีๆ ก็คงจะดีนะ” หลังจากนั้นฉันกับเพื่อนก็มีแฟน และเพื่อนกำลังจะแต่งงานแล้วค่ะ”

“ไปศาลเจ้าโตเกียวกับเพื่อนสองคนค่ะ หลังจากนั้นก็ได้แฟนทั้งคู่และปีนี้ก็จะแต่งงานทั้งคู่เลยค่ะ”

 

2.ศาลเจ้าคันดะ (Kanda Myoujin)

 

ศาลเจ้าที่ขึ้นชื่อเรื่องผูกดวงความรักผ่านรูปปั้นหินเทพเจ้าไดโคคุ อีกทั้งเครื่องรางความรักยังส่งผลทันใจอีกด้วย

ประสบการณ์จริง

“จากที่ฟังเพื่อนมา พอซื้อเครื่องรางจากที่นี่เพื่อนของเพื่อนได้แฟนภายใน 3 เดือนตั้งสองคนเลย”

 

คานากาวะ (Kanagawa)

3.ศาลเจ้าฮาโกเนะ (Hakone Shrine)

ศาลเจ้านี้ถูกสร้างขึ้นมาเนื่องจากการไปนมัสการที่ศาลเจ้าคุซุริวนั้นค่อนข้างลำบาก และยังมีชื่อเสียงด้านการผูกดวงความรักอีกด้วย

 

4.ศาลเจ้าคุซุริว (Kuzuryu Shrine Hongu)

ทุกวันที่ 13 จะมีการจัดเทศกาล บรรดาสาวๆ จำนวนมากจะเดินทางไปขอพรความรักในวันนั้น นอกจากวันที่ 13 จะไม่มีใครอยู่ที่ศาลเจ้าทำให้ไม่สามารถซื้อเครื่องรางได้

ประสบการณ์จริง

“ไปศาลเจ้าฮาโกเนะกับแฟน เดือนกุมภาพันธ์ปีหน้าจะแต่งงานกันแล้วค่ะ”

 

 

ไซตามะ (Saitama)

5.ศาลเจ้าคาวะโกเอะฮิคาวะ (Kawagoe Hikawa Shrine)

มีตำนานว่าหากเก็บหินก้อนเล็กๆ ในเขตวัดกลับไปจะสมหวังในรัก ที่นี่จึงขึ้นชื่อเรื่องเครื่องรางที่ทำจากหินก้อนเล็กๆ ห่อด้วยผ้าป่านที่เรียกว่า “หินผูกดวงความรัก”

ประสบการณ์จริง

“พอไปสักการะได้สองครั้งก็ได้แฟนเลยค่ะ แถมปีต่อมายังได้เจ้าตัวน้อยด้วย แนะนำเลยค่ะ”

 

 

เกียวโต (Kyoto)

6.วัดซุซุมุชิ (Suzumushi Temple)

ไม่ว่าจะขออะไรก็เป็นจริงได้ เพียงแต่ห้ามโลภ ขอได้แค่อย่างเดียวเท่านั้น

ประสบการณ์จริง

“หลังจากไปสักการะได้ภายในเดือนนั้นก็ได้คบกับคนที่ชอบและได้มาอยู่ด้วยกันด้วยค่ะ ขนลุกเลย”

“ไปสักการะมาตอนปี 2007 และภายในปีนั้นก็ได้เจอกับสามี ปีถัดมาได้แต่งงาน คราวนี้ก็ไปสักการะด้วยกันสองคนค่ะ”

 

 

อิชิคาวะ (Ishikawa)

7.ศาลเจ้าชิรายามะฮิเมะ (Shirayama Hime Shrine)

ที่นี่มีเทพเจ้าที่เป็นตัวแทนเรื่องการผูกดวงความรักของญี่ปุ่นสถิตอยู่ คนพื้นที่เรียกว่า “คุณชิรายามะ”

ประสบการณ์จริง

“ตอนที่ไปสักการะครั้งแรก คำขอของน้องชายเป็นจริงตามที่ขอเป๊ะเลย ตกใจมากเลย”

 

8. ศาลเจ้าเคะตะ (Keta Taisha)

ที่นี่มีเทพเจ้าที่ช่วยให้ความรักสมหวังและเป็นศาลเจ้าชื่อดังอันดับต้นๆ ของญี่ปุ่น

 

นารา (Nara)

9. ศาลเจ้าโอมิวะ (Omiwa Shrine)

ก้อนหินคู่สามีภรรยาที่ผู้คนนับถือเป็นเทพเจ้าสามีภรรยาช่วยให้คนที่มาขอพรสมหวังในความรัก

 

ชิมาเนะ (Shimane)

10.ศาลเจ้าอิซึโมะ (Izumo-Taisha หรือ Izumo Ooyashiro)

จากตำนานที่เหล่าเทพเจ้าได้ฝ่าฟันอุปสรรคจนได้แต่งงานกันทำให้ที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องการช่วยให้ความรักสมหวัง

ประสบการณ์จริง

“ไปขอพรที่ศาลเจ้าอิซึโมะ หลังจากนั้นก็ได้คบกับแฟนและใกล้จะแต่งงานกันแล้วค่ะ”

 

11.ศาลเจ้ายาเอะกาคิ (Yaegaki Shrine)

เป็นศาลเจ้าที่ขึ้นชื่อเรื่องผูกดวงความรักชื่อดังพอๆ กับศาลเจ้าอิซึโมะ

ประสบการณ์จริง

“ไปสักการะที่ศาลเจ้ายาเอะกาคิมาค่ะ ที่นี่มีชื่อเสียงเรื่องการทำนายดวงโดยการนำเหรียญสิบเยนวางบนกระดาษแล้วนำไปลอยในบ่อน้ำ จับเวลาว่าใช้เวลานานเท่าไหร่กว่าจะจมเพื่อดูว่าความรักจะเข้ามาเมื่อไหร่ ของฉันใช้เวลาประมาณ 10-15 นาทีจึงจม จากนั้นประมาณครึ่งปีก็ได้คบกับแฟนคนปัจจุบัน มีความสุขมากค่ะ”

 

แหล่งที่มา: https://matome.naver.jp/odai/2137769066523882301?&page=1

รูปภาพเพิ่มเติม: http://diversity-finder.net/tourism/tokyo-daijingu-shrine

https://www.ambassadors-japan.com/en/tokyodailylife/333/

http://www.hakone-ashinoko.net/special_page005.html

https://www.atpress.ne.jp/news/37777

http://omairibook.blogspot.jp/2012/11/blog-post_24.html