HOME Search

ผลการค้นหาพบ – 120 รายการเกี่ยวกับ โตเกียว

โตเกียวก็มีนะ! โรงแรม Hello Kitty จัดให้แฟนๆ ได้อิ่มเอมใจกับห้องพักจัดเต็มโดย Keio Plaza Hotel

ใครว่าห้องพัก Hello Kitty มีแต่ที่โอซาก้าเท่านั้น!!

เพราะที่โรงแรม Keio Plaza Hotel Tokyo ย่านชินจูกุได้ทำห้องพักเอาใจคนรัก Hello Kitty โดยจะแบ่งห้องเป็น 2 แบบ Princess Kitty และ Kitty Town ซึ่ง 2 ห้องพักนี้ เป็นห้องที่โดดเด่นกว่าห้องพักอื่นๆ ตั้งแต่ประตูห้อง เพราะมีสัญลักษณ์ที่่บ่งบอกว่าห้องนี้ไม่ธรรมดา ประตูตกแต่งด้วยโบว์ของ Hello Kitty เชิญชวนให้แฟน ๆ ที่มาพักอยากจะเปิดเข้าไป และไม่เสียใจแน่นอน

Princess Kitty Room

ในห้องนั้นอัดแน่นไปด้วยคิตตี้ ตั้งแต่เฟอร์นิเจอร์ยันของใช้จุกจิกหรือขวดน้ำ ไม่เพียงแค่นั้น เพราะในห้อง ยังมีของที่ limited อย่างตุ๊กตาที่ใส่ชุดของทางโรงแรม เห็นแล้วอาจจะอยากได้กลับไปไว้ที่บ้านแน่ๆ !

Kitty Town Room

อิ่มเอมใจไปกับความน่ารักของห้องพักกันแล้ว มาอิ่มท้องกันบ้าง ที่ตั้งโรงแรมนั้นใกล้กับสถานี Shinjuku ในยามราตรีสามารถชมแสงไฟของเมืองโตเกียวได้ที่ Aurora Sky Lounge มีโต๊ะที่ถูกจัดไว้หันหน้าออกทางกระจกหน้าต่างอย่างสวยงาม แต่ยังไม่หลุดธีม เพราะทางโรงแรมมี เครื่องดื่ม cocktails และขนมตกแต่งหน้าตา Kitty เอาไว้ เฉพาะผู้พักในห้องธีม Kitty เท่านั้น อาจจะน่ารักจนไม่กล้าทานเลยทีเดียว รวมถึงอาหารเช้า ขอบอกเลยว่าไม่ได้ดูดีน่ารักอย่างเดียว เพราะอร่อยด้วย สำหรับเฟน ๆ Hello Kitty ต้องลองไปพักสักครั้งนึงแล้วจะปลื้มจนลืมไม่ลง



แปลกแต่พบได้ในญี่ปุ่นทีเดียวเท่านั้น เมื่อสมาคมนุ่งผ้าเตี่ยวพร้อมใจกันเก็บขยะให้โตเกียวเป็นเมืองที่สะอาด (มีคลิป)

อ๊ะๆ อย่าเพิ่งเอามือปิดตา !!   เราจะมาพูดถึงผ้าเตี่ยวที่คนญี่ปุ่นเรียกว่า ฟุนโดชิ ซึ่งมันก็คือชุดชั้นในแบบดั้งเดิม คงไม่แปลกอะไรถ้าเราจะเจอหนุ่มญี่ปุ่นสวมใส่ตามงานเทศกาล แต่ครั้งนี้เจอใจกลางเมืองอย่างชิบุยะ มหานครแห่งแฟชั่นอันดับต้นๆ ของโลกเลยทีเดียว  ขอย้อนกลับไปก่อนว่าการนุ่งผ้าเตี่ยวที่เป็นวัฒนธรรมดั้งเดิมของญี่ปุ่นนั้น ไม่ได้เป็นที่แพร่หลายในปัจจุบัน คงฟีลเดียวกับที่เราเอาจงกระเบนมาใส่นั่นแหละ

 ดังนั้นสมาคมฟุนโดชิแห่งประเทศญี่ปุ่นที่หลงใหลในเสน่ห์ของผ้าเตี่ยวจึงพยายามผลักดันและจัดกิจกรรมให้การใส่ผ้าเตี่ยวกลับมาเป็นที่สนใจอีกครั้ง ทากาชิ โนดะ  ประธานสมาคมฟุนโดชิแห่งประเทศญี่ปุ่นบอกว่าถ้าเราจะทำเพื่อดึงดูดความสนใจต้องไม่ใช่เพื่อตัวพวกเรา แต่ทำความดีเพื่อสังคมต้องพร้อมลุย  ขอปรบมือให้.....มาดแมนสมเป็นสายเลือดบูชิโดอย่างแท้จริง!!  

คนที่ใส่ผ้าเตี่ยวออกเก็บขยะนอกจากกลุ่มอนุรักษ์ผ้าเตี่ยวแล้วยังมีสมาชิกของ ฮัชชะได ซึ่งเป็นองค์กรที่ช่วยหางาน ให้คำปรึกษา และหาที่พัก ให้พวกแยงกี้ หรือกลุ่มวัยรุ่นและคนที่สังคมมองว่าเกเรเหลวไหลอีกด้วยนะ  อีกอย่างผ้าเตี่ยวเดี๋ยวนี้ไม่ได้มีแต่สีขาวธรรมดาแล้วนะ แต่ปรับไปตามยุคสมัยที่เปลี่ยนไปโดยผู้หญิงก็ใส่ได้ แถมอินเทรนด์ด้วย



โตเกียวดิสนีย์แลนด์ฉลองรับปีใหม่ 2018 “Anna & Elsa’s Frozen Fantasy” และออกไอเท็มพิเศษมากมาย

Tokyo Disneyland ได้จัดอีเว้นต์ประจำปีในชื่อว่า “Anna & Elsa’s Frozen Fantasy” ประจำปี 2018 ซึ่งได้จัดติดต่อกันมาเป็นปีที่ 4 แล้ว (เริ่มจัดครั้งแรกในปี 2015) โดยเนรมิตบรรยากาศและตกแต่งด้วยพร็อพสวยๆ มากมายจากตัวละครในเรื่อง  ปีนี้จัดตั้งแต่วันที่ 11 ม.ค. 2018 -19 มี.ค. 2018

ในส่วนของการแสดงและโชว์พิเศษนั้นเริ่มจาก Frozen Fantasy Parade

ขบวนพาเหรดสุดพิเศษที่สามารถพบกับตัวละครในเรื่องเช่น เอลซ่า แอนนา และโอลาฟ  จากตอน “ผจญภัยแดนคำสาปราชินีหิมะ” จากภาพยนตร์อนิเมชั่นเรื่อง Frozen  ออกมาทักทายพบปะผู้ชม เชิญคุณหนูให้มาร่วมสนุกกับบทเพลง ระหว่างขบวนพาเหรดผ่านก็จะมีการโปรยหิมะ โดยจะมีการเปิดเพลงประกอบภาพยนตร์ในระหว่างโชว์ด้วย เช่น Let it go ช่วงฟินาเล่  แสดงวันล่ะ 1-2 รอบ ใช้เวลาประมาณ 45 นาที

อีกไฮไลท์หนึ่งคือ “Frozen Forever”

ที่ถือว่าเป็นไฮไลท์ของใหม่ประจำอีเวนท์ Frozen Fantasy  เป็นการฉายภาพยนตร์จากโปรเจคเตอร์ไปบนปราสาทประกอบแสงสีเสียง สุดอลังการ  ซึ่งชมได้ทั้ง 2 โชว์ที่เวทีด้านหน้าปราสาทซินเดอเรล่า โดยเน้นไปที่ฉากในเรื่อง Frozen จะแสดงรอบล่ะประมาณ 15 นาที เพลงก็มาแบบจัดเต็มทั้ง LET IT GO, Love Is an Open Door, For the First Time in My Life ซึ่งปี 2018 นี้ก็มีอะไรใหม่ๆ เพิ่มขึ้นอย่างเช่น  โซนถ่ายรูปจำลองที่เหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในโลกของอนิเมชั่นเรื่อง Frozen ด้วย

จุดถ่ายรูปที่เซ็ตขึ้นมาเป็นระเบียงประสาทน้ำแข็ง

ในส่วนแฟนตาซีแลนด์ก็ยังมีสถานที่ถ่ายรูปเป็นฉากชิงช้าที่แอนนาร้องเพลง For the First Time in Forever

สำหรับสาว ๆ ที่รักการเซลฟี่แล้ว ทางดิสนี่ย์ก็ได้จัดสถานที่สำหรับถ่ายรูปกับ อันนา และ เอลซ่า ที่กำลังสนุกกับการเล่นไอซ์สเก็ต ที่บริเวณพลาซ่าด้านหน้าปราสาทซินเดอเรลล่า หรือจะเป็นบริเวณแฟนตาซีแลนด์ ที่สามารถถ่ายรูปคู่กับ สเวน บนรถลากเลื่อนของเขา เสมือนเป็นเจ้าหญิงหิมะ

แล้วก็ยังมีของลิมิเต็ดที่จะวางขายตั้งแต่วันที่ 9 มกราคม 2018

ตุ๊กตา (3,500 เยน ) สมุดโน้ต เซ็ตสติ๊กเกอร์ (1,000เยน), จี้ (1,800 เยน)

กระเป๋า 2,200 เยน , แก้ว 1,900 เยน สมุด 1,500 เยน

เซ็ตถุงผ้า 1,600 เยน

เมนูพิเศษ

แหล่งที่มาและภาพประกอบ : http://dtimes.jp/tokyo-disney-land-frozen-fantasy-2018/



หนาวนี้ไปแช๊ะ ไปชิล กับ 8 จุดประดับไฟในโตเกียว! 8 Winter Illumination Tokyo

เมื่อเข้าเดือน พ.ย. คนต่างชาติจะเฝ้ารอการมาของงาน Illumination หรืองานประดับไฟเพื่อเฉลิมฉลองการส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ และไม่เพียงแค่มีที่ในโตเกียวเท่านั้นนะคะ ที่ต่างจังหวัดก็มีเหมือนกัน แถมยังยิ่งใหญ่ไม่แพ้กันอีกด้วย ตามไปอ่านตอน 2 ได้ที่นี่เลยค่ะ หนาวนี้ไปแช๊ะ ไปชิล กับ 11 สถานที่งานเทศกาลประดับไฟทั่วญี่ปุ่นกันเถอะ! (Japan Winter Illumination 2017-2018)

 

Artelligent Christmas 2017 Roppongi Hills

แสงไฟที่สวยงามกับ Tokyo Tower เป็นฉากหลัง!

เป็นประจำทุกปีบนถนน Keyakizaka จะเต็มไปด้วยการประดับไฟ LED กว่า 1.2 ล้านดวง ที่จะส่องสว่างไปทั่วถนนกับ Tokyo Tower สีแดงส้มเป็นฉากหลัง ที่จะคอยเติมเต็มความสวยงามของพื้นที่โดยรอบได้อย่างลงตัว นอกจากนี้ยังมีการประดับไฟรอบบริเวณ Roppongi Hills ให้ไปถ่ายรูปเล่นอีกมากมาย หรือจะเดินไปดูไฟสวยๆ ต่อที่ Tokyo Midtown ก็ได้นะ

Artelligent Christmas 2017 Roppongi Hills  

สถานีที่จัดงาน: Roppongi Hills, Mori Tower สถานี Roppongi
วันจัดงาน: พฤศจิกายน - 25 ธันวาคม 2017

เวลา: 17:00 น. - 23:00 น.
https://www.mori.co.jp/company/press/release/2017/09/20170915130000003501.html

Midtown Christmas 2017

ตื่นตาตื่นใจไปกับ Midtown Christmas 2017 งานไฟประดับสุดอลังการที่รปปงหงิ

อีกงานประดับไฟในโตเกียวที่สามารถเข้าชมได้ฟรีคือ MIDTOWN CHRISTMAS 2017 ที่รปปงหงิ     มิดทาวน์ เป็นย่านที่ประกอบด้วยตึก ร้านค้า และสวนสาธารณะขนาดใหญ่ ชื่อว่า สวนฮิโนคิโช  ขนาด 2 พันตารางเมตร  โดยเขาจะเนรมิตสวนให้ส่องประกายระยิบระยับราวกับห้วงอวกาศด้วยหลอดไฟ LED กว่าแสนดวง มอบประสบการณ์การท่องดวงดาวในห้วงอวกาศที่มีดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ และดาวเคราะห์ต่างๆ โคจรอยู่โดยรอบ โดยที่แสงไฟจะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ราวกับกำลังดูทะเลดวงดาวอยู่เลยล่ะ  แต่ที่นี่อาจจะไม่โรแมนติกเหมาะกับคู่รักเท่าไหร่ เพราะคนเยอะมากกกก ลองไปกับครอบครัวและเพื่อนๆ ดีกว่านะ

MIDTOWN CHRISTMAS 2017
สถานที่จัดงาน: Tokyo Midtown สถานี Roppongi หรือสถานี Nogizaka
วันจัดงาน: 15 พฤศจิกายน - 25 ธันวาคม 2017
เวลา: 17:00 น. - 23:00 น.

https://www.fashion-press.net

Caretta Illumination 2017

งานประดับไฟสุดอลังการ Caretta Illumination กลับมาอีกครั้งในปี 2017 ในธีมของ Beauty and the Beast

กลับมาอีกครั้งสำหรับงานประดับไฟฤดูหนาวของห้างสรรพสินค้า Caretta Shiodome ภายใต้อีเว้นท์ที่มีชื่อว่า Caretta Illumination 2017

และในปีนี้ก็เป็นการจัดงานครั้งที่ 12 แล้ว คอนเซปต์ของงานปีนี้คือ  Beauty and the Beast  กับธีม  A Story of Love   เนรมิตลานกว้างให้กลายเป็นฉากเต้นรำของเบลล์กับเจ้าชายอสูรด้วยหลอดไฟ LED   สีฟ้าและสีเหลืองกว่า 250,000 ดวง และระหว่างโชว์ก็มีการเปิดเพลง How Does a  Moment  Last Forever ของ Celine Dion

Caretta Illumination 2017

สถานที่จัดงาน: ห้าง Caretta สถานี Shinbashi หรือ Shiodome
วันจัดงาน: 16 พฤศจิกายน 2017 - 14 กุมภาพันธ์ 2018

(ยกเว้นวันที่ 1-2 มกราคม 2018)

เวลา: 17:00 น. - 23:00 น.

 http://www.caretta.jp/Illumination/

TOKYU CHRISTMAS WONDERLAND 2017 

Disney DREAM MOMENTS

ห้าง Shibuya Hikarie ShinQs จัดแสดงต้นคริสต์มาสพร้อมตกแต่งในธีม “Mickey Mouse & Minnie Mouse” สุดน่ารัก

ศูนย์การค้า Shibuya Hikarie (ชิบุย่า ฮิคาริเอะ) จับมือกับ Tokyu Group และ Disney จัดงาน “TOKYU CHRISTMAS WONDERLAND 2017 - Disney DREAM MOMENTS” โดยตกแต่งต้นคริสต์มาสประดับไฟโทนสีชมพูสูงกว่า 7 เมตรที่บริเวณหน้าห้าง พร้อมตกแต่งในธีม “Mickey Mouse & Minnie Mouse” สองตัวการ์ตูนดังจากค่าย Disney ให้ได้ถ่ายรูปกัน นอกจากนี้ ภายในบริเวณห้างยังตกแต่งจุดให้ถ่ายรูปประดับไฟสวยงามเป็นธีมตัวการ์ตูน Disney ต่างๆ ด้วย

 

TOKYU CHRISTMAS WONDERLAND 2017 - Disney DREAM MOMENTS

สถานที่จัดงาน: ห้าง Shibuya Hikarie ShinQs เดินจากสถานี Shibuya 5 นาที

วันจัดงาน: 9 พฤศจิกายน – 25 ธันวาคม 2017

เวลา: 18:00 น. - 24:00 น.

https://dreammoments.jp/

Tokyo Dome City Winter Light Garden

เทศกาลประดับไฟ Tokyo Dome City กลับมาอีกครั้ง หนาวนี้เจอกัน !

โตเกียวโดมซิตี้เป็นอีกหนึ่งสถานที่จัดงานประดับไฟที่มีกระแสการตอบรับล้นหลามมาอย่างต่อเนื่องทุกปี ในปีนี้ก็ยังคงความพิเศษไม่แพ้ปีก่อนๆ เพราะได้นักออกแบบฝีมือดีอย่างคุณฮาเซกาวะ คิมิ (Hasegawa Kimi) มาช่วยเนรมิตที่แห่งนี้ให้เป็นเมืองแห่งขนมหวานแสนน่ารักจนเกินห้ามใจ ในธีม “Tokyo Dome City Winter Light Garden”

สถานที่จัดงานจะแบ่งออกเป็น 4 โซนให้เพื่อนๆ ได้แชะรูปกับความน่ารักกันให้หนำใจ

La Qua Area ย้อนกลับสู่ความฝันในวัยเด็กด้วยบ้านขนมหวานประดับไฟสุดอลังการในยามค่ำคืนที่หาชมที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว

Crystal Avenue  ตื่นตาไปกับเหล่าขนมหวานเปล่งแสงหลากสีสันที่ลอยอยู่เหนือน้ำ เป็นจุดโฟโต้สป็อตที่ต้องมาแชะภาพความประทับใจให้ได้

Meets Port Area ฉากจำลองไอศกรีมประดับไฟขนาดยักษ์ให้เพื่อนๆ ได้เข้าไปซ่อนตัวอยู่ในถ้วยขนมพร้อมแชะภาพสุดคิ้วท์ลงโซเชียลจนคนอื่นต้องอิจฉา

Attractions Area ภายในโซนเครื่องเล่นเพื่อนๆ จะได้พบกับต้นคริสต์มาสประดับประดาไปด้วยไฟและขนมหวานหลากชนิด เป็นอีกหนึ่งจุดไฮไลท์ในครั้งนี้

 

Tokyo Dome City Winter Light Garden 2017

สถานที่จัดงาน : บริเวณ Tokyo Dome City
วันจัดงาน: 9 พฤศจิกายน 2017 - 18 กุมภาพันธ์ 2018

เวลา: 16:00 น. - 24:00 น.
https://www.tokyo-dome.co.jp/illumination/

YEBISU GARDEN PLACE CHRISTMAS ILLUMINATION

Yebisu Garden Place เตรียมนำโคมไฟแชนเดอเลียร์สุดอลังการของ Baccarat แบรนด์เครื่องแก้วเก่าแก่จากฝรั่งเศส และต้นคริสต์มาสขนาดยักษ์มาจัดแสดงอีกครั้ง เป็นการเปิดฉากงานYEBISU GARDEN PLACE CHRISTMAS ILLUMINATIONภายใต้ธีม Timeless

ไฮไลท์ของเทศกาลประดับไฟของเอบิสุ การ์เด้น เพลสในทุกๆ ปีนั้นเป็นอันรู้กันดีว่าเจ้าโคมไฟแชนเดอเลียร์

YEBISU GARDEN PLACE CHRISTMAS ILLUMINATION 2017

สถานที่จัดงาน: บริเวณ Yebisu Garden Place Tower สถานี Ebisu

วันจัดงาน: 3 พฤศจิกายน 2017 - 8 มกราคม 2018

เวลา: 17:00 น. - 24:00 น.

https://gardenplace.jp/event/detail.php?id=89

Blue Cave SHIBUYA

งานประดับไฟอิลลูมิเนชั่น “Blue Cave SHIBUYA” ได้ฤกษ์ออกกำหนดการแล้ว โดยจะมีการประดับไฟบนต้นไม้ระหว่างทางเดินตั้งแต่ Shibuya Koendori (Shibuya Park Street) ยาวไปจนถึง Yoyogi Park (สวนโยโยหงิ)

โดยคอนเซปต์ปีนี้คือ “Blue Cave” หรือการประดับไฟสีฟ้ากว่า 600,000 ดวงบนต้น Zelkova ที่อยู่ตามทางเดินความยาวกว่า 750 เมตร โดยให้ความรู้สึกโรแมนติกเหมือนเดินอยู่ภายในถ้ำสีฟ้า

Blue Cave SHIBUYA
สถานที่จัดงาน: ทางเดิน Shibuya Koendori (Shibuya Park Street) ยาวไปจนถึง Yoyogi Park (สวนโยโยหงิ)

วันที่จัดงาน: 22 พฤศจิกายน – 31 ธันวาคม 2017

เวลา: 17.00 – 22.00 น.

** เวลาเปิดปิดไฟอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม

https://www.fashion-press.net/news/34440  

Yomiuriland Jewellumination

Yomiuriland  สวนสนุกที่ใหญ่ที่สุดในโตเกียว  นอกจากจะมีเครื่องเล่นมากมาย แถมยังเป็นที่เดียวที่สามารถเล่นบันจี้จัมพ์ได้แล้ว ยังมีเทศกาลและการจัดงานที่น่าสนุกอีกหลายอย่าง แต่ที่เป็นไฮไลท์เด็ดช่วงฤดูหนาวคือ งานประดับไฟที่นำเอา LED หลายเฉดสีกว่า 5.5 ล้านดวงมาประดับประดาให้หรูหราเหมือนเพชรพลอย โดยปีนี้จะเปิดร้านคาเฟ่ขนมหวาน & เครป มีเมนูน่าหม่ำให้ลิ้มลองพร้อมชมไฟท่ามกลางบรรยากาศเย็นสบายอีกด้วย 

Yomiuriland Jewellumination

สถานที่จัดงาน: Yomiuri Land

วันจัดงาน : 12 ตุลาคม 2017 – 18 กุมภาพันธ์ 2018

เวลา:  16:00 น. – 20:30 น.

 http://www.yomiuriland.com.e.ym.hp.transer.com/jewellumination/info.html



Les Grands Arbres คาเฟ่บ้านต้นไม้กลางกรุงโตเกียวสุดเก๋ที่ต้องไปโดนสักครั้ง!

“เลอ แกรนด์ส อาร์เบรส” (Les Grands Arbres/レ・グラン・ザルブル) คาเฟ่ที่ซ่อนตัวอยู่บนต้นไม้ใจกลางกรุงโตเกียว ใกล้กับสถานีฮิโรโอะ (Hiroo/広尾) ชื่อของร้านมาจากภาษาฝรั่งเศสที่แปลว่า ต้นไม้ใหญ่ ตรงตามกับคอนเซ็ปของร้านที่ออกแบบมาให้เป็นคาเฟ่บ้านต้นไม้เล็กๆ ที่ซ่อนตัวราวกับเป็นที่แห่งความลับ เมื่อเดินมาถึงหน้าร้านจะได้พบกับต้นไม้ใหญ่แผ่กิ่งก้านปกคลุมตัวร้าน ด้านหน้าจะตกแต่งด้วยต้นไม้เล็กๆ นานาชนิดที่ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังจะเดินเข้าไปในดงต้นไม้อันเขียวขจี

ภายในร้านชั้นหนึ่ง และสองจะเป็นร้านขายดอกไม้ที่ชื่อว่า “Fleur Universelle” เหมาะสำหรับมาเลือกซื้อช่อดอกไม้สวยๆ ที่มีให้เลือกมากมายหลายชนิด ส่วนชั้นสาม และชั้นดาดฟ้าจะเป็นส่วนของคาเฟ่ที่ตกแต่งไว้อย่างน่ารัก คุมโทนด้วยไม้สีน้ำตาลอ่อน และสีขาวให้อารมณ์แสนโรแมนติก

อาหารและเครื่องดื่มก็มีเมนูให้เลือกหลากหลายในสไตล์ฝรั่งเศสที่ใช้วัตถุดิบสดใหม่ เน้นของดีต่อสุขภาพ ราคาก็ไม่แพงมากนัก จะมานั่งจิบกาแฟชมบรรยากาศ ก่อนกลับก็สามารถเลือกซื้อดอกไม้กลับไปเป็นที่ระลึกก็ดูจะเป็นวันดีๆ ได้อีกหนึ่งวัน

 

Les Grands Arbres (レ・グラン・ザルブル)

ที่อยู่: Tokyo-to,Minato-ku,Minamizabu 5-15-11

เวลา:【Mon-Sat】Lunch 11:00-15:30 Tea Time 15:30-18:00 Diner 18:00-22:00
【Sun】11:00-19:00(อาหารเสิร์ฟเฉพาะที่อยู่ในเมนูสำหรับช่วงกลางวัน)

※วันหยุดนักขัตฤกษ์ก่อนวันอาทิตย์จะเปิดตามเวลาทำการของวันจันทร์-เสาร์

การเดินทาง : นั่งรถไฟเมโทร Hibiya Line ลงที่สถานี Hiroo ออกทางออกที่ 1 เดินต่ออีก 1 นาที

เว็ปไซต์: http://fleur-universelle.com/cafe/index.html

โทรศัพท์: +813-5791-1212

 

แหล่งที่มาและภาพ: http://findmy.tokyo/challenge/41

http://fleur-universelle.com/cafe/index.html



โตเกียวสกายทรี จัดอีเวนต์เอาใจคุณหนูในธีม “Lisa to Gaspard to Sugosu France no Christmas in TOKYO SKYTREE”

โตเกียวสกายทรี โตเกียวทาวเวอร์น้องใหม่ที่ปัจจุบันครองแชมป์สูงสุดในญี่ปุ่น 634 เมตร ที่ถ้าใครมาโตเกียวแล้ว ควรแวะไปเที่ยวสักครั้ง  บริเวณรอบๆ นอกจากจะเป็นจุดชมวิวแล้ว ยังมีแหล่งช้อปปิ้งและอควาเรียมขนาดใหญ่ด้วย ที่น่าทึ่งอีกอย่างคือ  เห็นสูงขนาดนี้ แต่ก็สามารถขึ้นไปถึงชั้นที่มีความสูง 350 เมตร ได้ภายในเวลา 50 วินาทีเท่านั้น เพราะเป็นลิฟท์แบบ Tembo Shuttle ที่เร็วสุดในญี่ปุ่น ช่วงวันที่ 9 พ.ย. – 25 ธ.ค. ที่นี่จะมีจัดอีเว้นต์คริสมาสต์ในชื่อว่า A“TOKYO SKYTREE” × “Lisa and Gaspard” เอาใจคนรัก Lisa และ Gaspard สองคาแรกเตอร์คู่ซี้สุดน่ารักจากฝรั่งเศส  ที่ญี่ปุ่นดังอยู่ไม่เบาเพราะว่ามีธีมพาร์คอยู่ที่สวนสนุกฟูจิคิวไฮแลนด์ด้วย  แต่ครั้งนี้ยกขบวนกันมาจัดในที่โตเกียวสกายทรี  สัมผัสวิวและทิวทัศน์ในมุมสูงที่ให้บรรยากาศแตกต่างออกไปจากเดิม

เพลิดเพลินไปกับภาพวาดในโลกของ “Lisa and Gaspard” ในส่วน Tembo Galleria และเพลิดเพลินกับทิวทัศน์ยามค่ำคื่น

จุดพักชมวิว แชะภาพสวยๆ

ยังมีเมนูพิเศษสำหรับช่วงคริสมาสต์ด้วยนะ มีทั้งอาหารจานหลักอย่าง สเต็กและขนมหวาน, เครื่องดื่มแบบมีฟองกลิ่นเบอร์รี่

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่  http://www.tokyo-skytree.jp/

 

แหล่งที่มาและภาพ: http://www.moshimoshi-nippon.jp/68456



ล้มละลายก็คราวนี้! “Women Stationery Expo” งานรวมเครื่องเขียนญี่ปุ่นน่ารักกุ๊กกิ๊กที่จัดให้สาวๆ โดยเฉพาะ ยกขบวนกันมาให้ช้อปที่โตเกียว 15-17 ธ.ค. นี้!

ยอมรับมาเถอะว่านอกจากไอเท็มแฟชั่น ของกินอร่อยๆ ของเล่นน่ารัก ก็มีเครื่องเขียนนี่แหละที่สาวๆ ยอมเสียเงินช้อปกันบ่อยๆ ยิ่งถ้าเป็นเครื่องเขียนที่มีความน่ารักกุ๊กกิ๊ก หรือว่ามีฟังก์ชั่นการใช้งานแปลกๆ เด่นๆ แล้ว พอได้เห็นก็แทบจะควักกระเป๋าจ่ายเงินกันทันที ซึ่ง “เครื่องเขียนของญี่ปุ่น” ก็ถือว่าครอบคลุมแทบทุกอย่างที่กล่าวมาเลย โดยงานแฟร์งานนี้เกิดขึ้นจากความร่วมมือของบรรดาบริษัทผลิตและจำหน่ายเครื่องเขียนในญี่ปุ่นที่เล็งเห็นว่า “สำหรับสาวๆ แล้ว เครื่องเขียนไม่ได้เป็นเพียงแค่อุปกรณ์ในการทำงานเท่านั้น แต่ยังเป็น “คู่หู” ที่ช่วยทำให้สนุกกับการทำงานและการใช้ชีวิตมากขึ้น”

โดยในงานนี้ จะมีเครื่องเขียนน่ารักๆ จากบริษัทในญี่ปุ่นยกขบวนกันมาเป็นกองทัพให้สาวๆ ได้เดินเลือกช้อปกัน โดยจัดเป็นเวลา 3 วัน ตั้งแต่วันที่ 15 - 17 ธันวาคม 2017 ที่ Tokyo Ryutsu Center Inc. (TRC) Exhibition Hall No.2 - Hall F ลองดูตัวอย่างของเครื่องเขียนญี่ปุ่นแบรนด์ดังๆ ที่จะมาวางขายในงานนี้กันก่อนเลยค่ะ

เครื่องเขียนจาก EPOCH ที่เด่นมากในเรื่องพวกปากกาไฮไลท์ 2 หัวกลิ่นหอมๆ ชื่อ “Sweet Tapir”

Kanmido ผู้ผลิต “Pantone Sticky Note” ไอเท็มที่สาวๆ ชอบใช้กัน

KOKUYO บริษัทเครื่องเขียนชื่อดังของญี่ปุ่น

Masking Tape น่ารักๆ จาก ROUND+TOP

นอกจากนี้ยังมีแบรนด์เครื่องเขียนดังๆ ของญี่ปุ่นอย่างเช่น Sakura, Pentel และจากอีกกว่า 70 บริษัทให้ได้เดินเลือกซื้อกัน แถมยังมีเครื่องเขียนที่ทำแบบลิมิเต็ดที่จำหน่ายเฉพาะงานนี้อีกด้วย สาวๆ คนไหนสนใจลองไปงานนี้ได้นะคะ (ถึงชื่องานจะเป็นเฉพาะผู้หญิง แต่ผู้ชายก็สามารถเข้างานได้นะคะ พาแฟนไปซื้อกันเร็ว!)

WOMEN STATIONERY EXPO - 文具女子博

วันที่จัดงาน: 15 – 17 ธันวาคม 2017

เวลาจัดงาน: วันที่ 15 – 16 ธันวาคม 2017 เวลา 10.00 – 17.00 น. / วันที่ 17 ธันวาคม 2017 เวลา 10.00 – 16.00 น.

(อาจมีการเปลี่ยนแปลงเวลาได้ โปรดติดตามจากเว็บไซต์หลักของงาน)

สถานที่จัดงาน: Tokyo Ryutsu Center Inc. (TRC) Exhibition Hall No.2 - Hall F

6-1-1 Heiwajima, Ota-ku, Tokyo

(ถ้าเดินทางโดย Tokyo Monorail เดินจาก Ryutsu Center Station ประมาณ 5 นาที)

ค่าเข้าชมงาน: 500 เยน (รวมภาษีแล้ว) * นักเรียนชั้นประถมศึกษาเข้าฟรี

** ผู้ชายสามารถเข้าได้

 

แหล่งที่มาและภาพ: https://bungujoshi.com/



Escape │โอซาก้า to โตเกียว ไม่ใกล้ ไม่ไกล

บทนำ

            ว่าด้วย ประเทศญี่ปุ่น เมืองในฝันของใครหลายๆคน บางคนไปเพื่อเที่ยว บางคนไปเพื่อทำงาน และบางคนรวมถึงเราด้วยไปในฐานะเด็กนักเรียนแลกเปลี่ยน แต่ของเราอาจจะแปลกหน่อยเพราะเราไม่ได้ไปเพื่อเรียนรู้ภาษา หรือเรียนรู้วัฒนธรรม แต่เราไปแค่ระยะสั้นไม่กี่เดือนเพื่อ ทำธีสิสจบ เพราะฉะนั้นเรื่องราว และผู้คนที่เราพบเจออาจจะไม่ได้หาได้ตามท้องถนนทั่วไปในญี่ปุ่น และก็ไม่ใช่เรื่องราวที่จะรีวิวสถานที่เที่ยว ที่กิน หรือที่ช๊อปปิ้ง เพราะจุดมุ่งหมายของเราคือต้องทำธีสิสเพื่อเรียนให้จบ แต่ไม่อยากจะเชื่อว่าตั้งแต่วันนั้น กลับเปลี่ยนความคิดของเราหลายๆอย่าง โดยเฉพาะคำที่ว่า ระหว่างทางสำคัญกว่าจุดหมาย โคตรเข้าใจคำนี้

จากเด็กที่ไม่เคยออกไปเที่ยวนอกประเทศ และก็ไม่คิดว่าจะเก็บตังพอไปเที่ยวได้ กับภาษาอังกฤษเลเวลปานกลาง พ่วงกับภาษาญี่ปุ่นที่ไม่ได้เลย ทุกอย่างมันเหมือนถูกจัดเรียงให้เกิด ทั้งสุข เหงาเคล้าน้ำตา แม้ว่าจะเป็นเรื่องบังเอิญ หรือ ตั้งใจ แต่ด้วยองค์ประกอบเหล่านั้น มันทำให้ ญี่ปุ่น เป็นสถานที่ในความทรงจำที่ไม่มีวันลืม เหมือนประโยคที่ว่า A perfect story needs nice persons in the right place at the right time ฟังดูมีหลักการ แต่เราอยากให้ทุกคนลองเปิดอ่านมุมมองเรื่องราวของ ญี่ปุ่น ผ่านตัวหนังสือและภาพถ่ายของเรา รับรองว่าเรื่องราวเหล่านี้จะทำให้ทุกคนรู้สึกอินไปกับมัน เหมือนกับการนั่งฟังเรื่องราวผจญภัยของเพื่อนที่เพิ่งกลับมา แล้วเม้าไม่ยอมหยุด ขอให้สนุกกับเรื่องราวเหล่านี้นะ

Chapter I: จุดเริ่มต้น

About time ~ 6 เดือนชีวิตนักศึกษามหาวิทยาลัยโอซาก้า...ฉันต้องรอด
ว่าด้วยเรื่องเรื่องเวลา และจังหวะที่มาของเรื่อง และความวุ่นวายที่ตามมา

แตกต่าง เหมือนกัน Thai English vs Japanese English
ว่าด้วยเรื่องราวที่ทำให้รู้จัก และเปิดใจกับคนแปลกหน้าที่จะกลายมาเป็นองค์ประกอบสำคัญของเรื่องนี้

โอซาก้า มาแล้วนึกถึงอะไร?
การท่องเที่ยวที่แทบจะไม่มีความประทับใจอะไรเลยกับสถานที่ดังๆในรีวิว

Koya san │ ครั้งหนึ่งกับโฮสแฟมิลี่จะเป็นยังไงนะ
การพบกันโดยมิได้นัดหมาย เรื่องราวที่ทำให้เราแทบอึ้งกับการที่โฮสชวนเราไปไหว้บรรพบุรุษ

Escape │ โอซาก้า to โตเกียว ไม่ใกล้ไม่ไกล
หลบหนี จะว่าง่ายๆคือ หนีเซนเซออกเที่ยว โดยผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการคือ เด็กญี่ปุ่น Go Go !!

นั่งชินคันเซนไปโตเกียวกันป่ะ! ว่าแล้วทริปบ้านนอกเข้ากรุงจึงเกิดขึ้น  

 

   ปุ๊ปปั๊ปก็ผ่านมาสองเดือน 🙂 เค้าว่ากันว่าถ้าเรามีความสุขช่วงเวลานั้นจะผ่านไปเร็วมาก เป็นคำพูดที่จริงที่สุด ถามว่าทำงานเหนื่อยไหม ขอเก็บไปเล่ายาวๆ ในตอนถัดไป  --"  กลับมาพูดถึงทริปนี้เรื่องก็มีอยู่ว่า พี่คนไทยจะนั่งชินคันเซนไปเที่ยวโตเกียว แล้วแวะดูฟูจิซัง แค่ประโยคนี้ก็ทำให้การตัดสินใจที่ว่าง่ายอยู่แล้วง่ายไปอีก โก โก ! อืมมม..จะบอกเซนเซยังไงดีน้า...หันกลับมาข้างๆ กองหนุนญี่ปุ่นยิ้มให้ พร้อมบอกว่าไม่ต้องห่วง เดี๋ยวบอกเซนเซให้ว่ายูไปกับโฮสแฟมิลี่ โอ้วว...เริ่ดไปอีก ซึ้งใจมากนะยู อิอิ.. 

   ทริปนี้เริ่มต้นด้วยชินคันเซน ดีไปอี๊กกกก แต่ชีวิตนี้ครั้งแรก และครั้งเดียวพอเนอะ ดีงามมากโดยเฉพาะราคา   อดข้าวชดใช้กรรม...  

  มาวันแรก ใครจะคิดว่าซวยขนาดนี้..กรี๊ดดด  ตัดภาพมา ถึงแล้ววัดอาซากุซะ โคมไฟใหญ่ยักษ์ที่เป็นสัญลักษณ์ของที่นี่ถูกปลดไปซ่อมแซม แต่ด้วยไม่อยากให้นักท่องเที่ยวเสียใจจึงมีรูปมาแขวนไว้แทน ฮือๆ ควรจะดีใจหรือเสียใจดีทุกคนนน ดังนั้นขอเตือนว่า ใครจะไปเที่ยวที่ไหนเช็กให้ดีก่อนนะ เดี๋ยวเผื่อเค้าพักซ่อมแซมอาจจะช้ำแรงเหมือนเรา โอยยย..เพื่อนๆ พี่ๆ ที่ลปคงขำท้องแข็งแน่ ฮ่าๆ 🙂

   อีกสถานที่ที่เราไม่เคยลืมจากทริปนี้ พวกเรามุ่งหน้าไปแถว Kawaguchiko แต่ที่เลือกแวะที่แรกคือ Fuji Q highland ขอบอกว่า Disney land ชิดซ้าย Universal ชิดขวา 🙂 ต้องยอมหลีกทางให้กับที่นี่ เป็นประสบการณ์ที่สุดติ่งกระดิ่งแมวที่สุด เริ่มต้นด้วย Fuji yama ที่ต่อแถวรอสองชั่วโมง แต่เล่นเพียงสองนาที  ภาพยังจำติดตากับจุดสูงสุดที่เห็นภูเขาไฟฟูจิชัดเจน แต่หลังจากนั้นไม่กี่วินาที ทุกอย่างก็หายวับไปกับตา เราเลือกจะเล่นเครื่องเล่นนี้เพราะแทบไม่มีเสียงกรี๊ดเลย จึงคิดว่าน่าจะหวาดเสียวน้อยที่สุด แต่เอาเข้าจริง เรียกว่ากลัวจนกรี๊ดไม่ออกนั่นเอง บอกเลยว่าก่อนแก่ควรจะมาซักครั้ง!!  

   ถ้าถามว่ามาญี่ปุ่นอีกรอบอยากไปไหน เราบอกได้ทันทีเลยว่า “Kawaguchiko” นั่งบัสจากโตเกียว ง่ายนิดเดียว เป็นอีกสถานที่ที่เราว่าฟูจิไม่ใช่จุดสำคัญ แต่เป็นองค์ประกอบที่ครบถ้วนของสถานที่นี้ดีกว่า เพื่อนที่แลปบอกว่าช่วงซากุระบาน ที่นี่จะสวยมาก แต่สำหรับเราแค่ช่วงย่างเข้าฤดูใบไม้ร่วงก็สุดยอดแล้ว ทั้งสีเขียว เหลือง แดง คลุกเคล้ากันไปกับอากาศหนาวๆ ยังคงเป็นภาพที่ติดตา จำได้ว่าเป็นที่ที่เราวางมือถือ แล้วเลือกที่จะหันมามองรอบๆ มาคุยกับคนรอบข้างมากกว่า เพราะบรรยากาศมันพาไปจริงๆ ^^   

                               อย่างที่เคยพูดไว้ว่าสถานที่ไม่สำคัญเท่ากับระหว่างทาง ...ตัดภาพมาที่แลป ปั่นแลปรัวๆ ไฟท์ติ้งงงง ! 



ดื่มด่ำความงดงามยามค่ำคืนของกรุงโตเกียวได้ในงาน TOKYO TOWER HALLOWEEN NIGHT FANTASIA 2017

ถ้าพูดถึงจุดชมวิวมุมสูงของมหานครโตเกียว หลายคนมักจะนึกถึง หอคอยสีแดงเก่าแก่อายุเกือบ 60 ปีอย่าง โตเกียวทาวเวอร์  แม้ปัจจุบันจะเสียแชมป์ตึกที่สูงที่สุดของ โตเกียว ให้กับโตเกียวสกายทรีไปแล้ว แต่ที่นี่ก็ยังเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์คจุดชมวิวที่นักท่องเที่ยวต้องแวะชมเสมอ

 

และจุดเด่นอีกอย่างก็คือการประดับไฟโดยเปลี่ยนไปตามเทศกาลและอีเวนต์ต่างๆ  ซึ่งโตเกียวทาวเวอร์กำลังจะจัดงานเทศกาลธีมฮาโลวีน ในชื่อว่า TOKYO TOWER HALLOWEEN NIGHT FANTASIA   

เริ่มตั้งแต่วันที่ 26 ก.ย. -12 ต.ค.ในเวลา 18.00-22.50 น.
และ 13- 31 ต.ค. เวลา 17.30-22.50 น.
ค่าเข้างานสำหรับผู้ใหญ่ 900 เยน,นักเรียนมัธยมต้น 500 เยน  และเด็กตั้งแต่ 4 ปีขึ้นไปราคา 400 เยน   

 

「HALLOWEEN AURORA WORLD」

โดยงานนี้เกิดจากฝีมือของ NAKED inc   ทีมงานมากประสบการณ์ที่ใช้เทคนิคอย่าง 3D Projection Mapping  จัดโชว์  Flowers by Naked, Sweets by Naked และ Fireworks Aquarium 

 

รวมทั้งเนรมิตบรรยากาศฉลองเทศกาลปล่อยผีในโซนทิศใต้กับตะวันออกด้วยแสงเลเซอร์สีม่วง สีส้มและสีฟ้าในธีม  HALLOWEEN AURORA WORLD  ส่วนโซนตะวันตกจะจัดในธีม  TRICK HALLOWEEN ROAD   ใครว่างก็ลองหาโอกาสแวะไปดูนะ  ลองเปลี่ยนบรรยากาศฉลองเทศกาลฮาโลวีนที่โตเกียว ทาวเวอร์บ้างก็ไม่เลวเลย

「TRICK HALLOWEEN ROAD」

แหล่งที่มา : https://www.fashion-press.net/news/33399



TRIP TOP TIP : TOKYO – OSAKA ระหว่างโตเกียวกับโอซาก้าไปยังไงดี?

TOKYO – OSAKA
ระหว่างโตเกียวกับโอซาก้าไปยังไงดี?

ขึ้นมาแบบนี้หลายคนอาจจะเข้าใจเลยว่าจะพูดเรื่องอะไร ใช่แล้วล่ะ! มันคือเรื่องการไปเที่ยว 2 เมืองนี้ในทริปเดียวกัน ซึ่งคนส่วนใหญ่จะถามว่าใช้พาสอะไรดีถึงจะคุ้มค่า? เดินทางยังไงถือจะประหยัด? เข้าใจว่าสองเมืองนี้เป็นเมืองที่ได้รับความนิยมอย่างสูงทั้งโตเกียว และโอซาก้า ไม่ใช่แค่คนไทย แต่ได้รับความนิยมอย่างมากจากนักท่องเที่ยวทั่วโลก ใครๆ ก็นิยมมาเที่ยวสองเมืองนี้ในทริปเดียวกันทั้งนั้นแหละ

 

การเดินทางระหว่างสองเมืองนี้มีอะไรบ้าง?

 

หากต้องการเดินทางระหว่างสองเมืองนี้ คำตอบแรกที่จะได้ยินคือการนั่งรถไฟความเร็วสูง(ชินคันเซ็น) ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง 33 นาที สำหรับขบวนที่ไวที่สุดอย่าง Nozomi แต่ถ้าหากพูดถึงความเร็วโดยเฉลี่ยแล้วให้ตีไปว่าเดินทางราวๆ 3 ชั่วโมงก็ได้ นอกจากชินคันเซ็นแล้วยังมีการนั่งเครื่องบินและรถไนท์บัสด้วย

แล้วราคาในแต่ละแบบล่ะ?

ราคาของการเดินทางนั้นมีหลายปัจจัยอย่างเช่น ช่วงวันที่เดินทาง หรือโปรโมชั่นเป็นต้น

ชินคันเซ็น (Shinkansen)  10,000 – 14,000เยน
เครื่องบิน  3,000 – 12,000เยน
ไนท์บัส  4,000 – 9,000เยน

*ราคาโดยประมาณ(รวมโปรโมชั่น)ของการเดินทางในแต่ละแบบ

 

ทำไมราคามันสวิงขนาดนี้นะ!? ที่มันสวิงแบบนี้เพราะว่าการเดินทางบางประเภทก็มีระดับของที่ท่ี่จองหรือเรทของแต่ละผู้ให้บริการไม่เท่ากันนั่นเอง และยังมีราคาโปรโมชั่นมาดึงราคาให้ต่ำลงอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีการใช้พาสต่างๆ อีก ทำให้เกิดความไม่แน่ใจว่าอะไรจะเหมาะกับเราที่สุด

 

เลือกยังไงดี?

 

เดี๋ยวจะขอสรุปเป็นการเดินทางหลักๆ ในแต่ละแบบให้ดู แล้วลองคิดดูว่าแบบไหนจะเหมาะกับเราที่สุดนะ

*เรตติ้งให้แบบภาพรวม ไม่ได้ให้เพราะความรู้สึกส่วนตัวนะ

Japan Rail Pass (ชินคันเซ็น) | แนะนำ ★★★★ |
(JR PASS 7, 14 หรือ 21 วัน)

ราคา ★★★
เวลา ★★★★★
ความสะดวกสบาย ★★★★

คนที่ใช้เดินทางแบบไปกลับเมืองเดิม(เช่น บินลงโตเกียว และบินกลับโตเกียว) หรือเที่ยวหลายๆ เมืองจะคุ้มมาก ใช้ง่ายและสะดวกรวดเร็ว แต่ราคาค่อนข้างสูง หากเดินทางแบบเที่ยวเดียว แนะนำให้ลองมองตัวเลือกอื่นมากกว่า หากคนที่บินเมืองหนึ่งและบินกลับไทยอีกเมืองหนึ่ง(เช่นบินลงโตเกียว บินกลับโอซาก้า) ตัวเลือกนี้อาจจะไม่คุ้มค่า 

ราคาเริ่มต้น 29,110เยน (สำหรับ 7วัน)


ข้อดี
• สะดวก แค่แสดงพาสให้เจ้าหน้าที่ดูอย่างเดียวก็ผ่านได้
• ขึ้นรถไฟได้ตลอดโดยที่ไม่ต้องคิดอะไรมาก ไม่ต้องกลัวผิดแผน
• ไม่ต้องเสียเวลาไปกดตั๋วในการเดินทางทุกครั้ง
• สะดวกสบายและไม่เสียเวลา

ข้อเสีย
• 
ราคาสูง
• หากเดินทางน้อยก็จะใช้พาสไม่คุ้ม
• ใช้ได้ 7 วันติดต่อกัน ทำให้บางครั้งอาจจะคิดมากเรื่องการวางแผนการเดินทาง

ข้อมูลเพิ่มเติม : http://www.japanrailpass.net/th/

Platt Kodama (ชินคันเซ็น) | แนะนำ ★★★★ |
(โปรโมชั่น เที่ยวละ 10,500เยนในราคาเริ่มต้น)


ราคา ★★★★
เวลา ★★★
ความสะดวกสบาย ★★★

ใครที่ต้องการนั่งข้ามเมืองและไม่ย้อนกลับ หรือย้อนกลับก็ได้ แล้วไม่ได้นั่งรถไฟไปไหนไกลมากมาย ตัวเลือกนี้ก็น่าสนใจ แต่ต้องไปซื้อตั๋วที่ JR TOURS ก่อนออกเดินทางอย่างน้อย 1 วัน(ไม่สามารถซื้อแล้วใช้ในวันนั้นได้ทันที) และต้องนั่งชินคันเซ็นที่ชื่อว่า Kodama ซึ่งจะใช้เวลาเดินทางที่ค่อนข้างนานเกือบๆ 4 ชั่วโมงระหว่างโตเกียวถึงโอซาก้า

ราคาเริ่มต้น 10,500เยน

ข้อดี
• 
ประหยัดเงินได้เยอะกว่าการใช้ JR PASS และการเดินทางในราคาปกติต่อเที่ยว
• มีคูปองแลกเครื่องดื่มได้ฟรี

ข้อเสีย
• 
ต้องซื้อก่อนการเดินทางล่วงหน้าอย่างน้อย 1 วัน
• Kodama จอดถี่ที่สุดของรถไฟชินคันเซ็นสาย Tokaido ทำให้ต้องใช้เวลาเดินทางเกือบๆ 4 ชั่วโมง
• เที่ยวรถต่อวันมีไม่เยอะ

ข้อมูลเพิ่มเติม : http://www.jrtours.co.jp/kodama/en/

Overnight Bus (ไนท์บัส) | แนะนำ ★★★ |


ราคา ★★★★★
เวลา ★★
ความสะดวกสบาย ★★

ตัวเลือกนี้บางคนก็ชอบ บางคนก็ไม่ชอบ แต่โดยส่วนตัวแล้วผู้เขียนชอบนะ ใช้บริการบ่อยๆ เลือกรถและเบาะดีๆ มันก็นอนสบายไม่เหนื่อยล้าเลยสักนิดเดียว บางเจ้ามีเล้าจ์ให้ใช้ระหว่างรอขึ้นรถ ก็สะดวกมากๆ ประหยัดค่าที่พัก 1 คืน แล้วเมื่อเดินทางไปถึงก็ออกเที่ยวต่อได้เลยในตอนเช้าหรือจะไปฝากกระเป๋าที่โรงแรมที่จองไว้ก่อนก็ทำได้ รถบัสจะมีการแวะตามจุดจอด ไม่ต้องห่วงเรื่องห้องน้ำ จุดจอดต่างๆ ก็จะมีตู้กดน้ำและกดอาหารเช่นกัน และบางจุดก็เป็นร้านของฝากด้วย (นึกภาพแวะปั้มน้ำมันข้างทางเอาไว้นะ) ดังนั้นเรื่องห้องน้ำนี่หายห่วงได้เลย

ราคาเริ่มต้น 3,500เยน

 

ข้อดี
• 
ราคาถูก แต่ถ้าชนวันหยุดค่าเดินทางก็แพงขึ้นเกือบเท่าตัวเหมือนกัน
• ประหยัดค่าที่พัก 1 คืน
• ลงรถมาก็ออกเที่ยวตั้งแต่เช้าได้เลย (หรือถ้ามีกระเป๋าก็ลากไปฝากที่พักก่อนได้)

ข้อเสีย
• 
นอนสบายไม่เท่าเตียง (แล้วแต่ประเภทรถและที่นั่ง)
• รถอาจจะจอดเรื่อยๆ ทำให้รู้สึกเหมือนโดนปลุกตลอดเวลา
• บางเจ้าหรือบางจุดขึ้นรถไม่มีเล้าจ์ให้อาบน้ำ ล้างหน้า แปรงฟัน ทำให้ไม่สบายเนื้อสบายตัว
• เพราะเป็นรถ ความปลอดภัยก็น่าจะเรียกได้ว่าต่ำที่สุดในทุกการเดินทาง (แต่พนักงานขับรถดีมากนะ)

 

Airplane (เครื่องบิน) | แนะนำ ★★ |

ราคา ★★★
เวลา ★★★
ความสะดวกสบาย ★★★★

อีกหนึ่งตัวเลือกในการเดินทาง ส่วนมกาก็จะได้รับความนิยมจากคนที่อาศัยอยู่ในประเทศญี่ปุ่นมากกว่านักท่องเที่ยว ราคามีความหลากหลายมาก บางทีอาจจะถูกกว่าชินคันเซ็นเลยก็มีนะ แต่อย่าลืมบวกค่าเดินทางเข้าเมืองด้วยล่ะ ส่วนเวลาก็ไม่ได้ไวกว่าชินคันเซ็นนะ อย่าลืมว่าต้องมีเช็คอิน และการเดินทางเข้าออกสนามบินอีก 

ราคาเริ่มต้น 3,500เยน

ข้อดี
• 
ราคาค่อนข้างถูกสำหรับราคาตั๋วโลว์คอสหรือราคาโปรโมชั่น แต่ถ้าราคาปกติก็ถือว่าสูงใกล้เคียงกันกับชินคันเซ็น

ข้อเสีย
• 
เดินทางหลายต่อ บางคนอาจจะเหนื่อยและไม่สะดวกนัก

 

ทั้งนี้การเดินแทางแต่ละแบบก็แล้วแต่ความสะดวกและแพลนของแต่ละคน ซึ่งบางคนอาจจะพอใจที่จะใช้ JR PASS เป็นหลักเพราะง่ายและสะดวก (ซึ่งก็สะดวกจริงๆ) ดังนั้นข้อมูลนี้ก็จะเป็นการอ้างอิงจากคำถามที่พบบ่อยในเรื่องการเดินทางระหว่างสองเมืองนี้(ทั้งนี้ก็รวมเกียวโตด้วยเพราะอยู่ข้างกันกับโอซาก้า) ไนท์บัสนั้นสะดวกก็จริง แต่บางคนก็ไม่ชอบ หรือบางคนเน้นประหยัดงบก็อาจจะมองหาวิธีอื่นเป็นต้น ยังไงก็ขอให้สนุกกับการเที่ยวญี่ปุ่นนะ!

ตอนต่อไปจะเป็นเรื่องอะไรนั้น คอยติดตามอาทิตย์หน้ากับ TRIP TOP TIP ได้เลยจ้า!