HOME COLUMN TRIP TOP TIP : รวมทุกข้อสงสัยกับ JR TOKYO Wide Pass

TRIP TOP TIP : รวมทุกข้อสงสัยกับ JR TOKYO Wide Pass

TRIP TOP TIPS ครั้งนี้ จะเป็นการตอบข้อสงสัยจากการสอบถามเกี่ยวกับ JR TOKYO Wide Pass (เจอาร์ โตเกียว ไวด์ พาส) มากมายที่ผู้เขียนได้พบเจอจากที่ต่างๆ เช่น ซื้อที่ไหน ใช้ได้กี่วันเป็นต้น ซึ่งบทความในครั้งนี้ก็ได้รวบรวมคำถามและคำตอบรวมถึงไกด์ต่างๆ สำหรับการใช้พาสยอดนิยมอย่าง JR TOKYO Wide Pass ไว้ที่นี่! เราไปดูกัน!

Part 1 ข้อมูลทั่วไปเกียวกับพาส

Q: JR TOKYO Wide Pass ซื้อได้ที่ไหน? ที่ไทยมีขายมั้ย?


A: JR TOKYO Wide Pass มีขายแค่ในประเทศญี่ปุ่นเท่านั้น ไม่สามารถซื้อนอกประเทศญี่ปุ่นได้ ซึ่งจะมีขายตาม JR EAST Travel Service ต่างๆ ทั้งในสนามบินและตามสถานีรถไฟหลักๆ ไม่ว่าจะเป็นสนามบินนาริตะ สนามบินฮาเนดะ สถานีโตเกียว สถานีอุเอโนะเป็นต้น

สถานที่ที่สามารถซื้อ JR TOKYO Wide Pass ได้:

http://www.jreast.co.jp/e/tokyowidepass/index.html?src=gnavi#sales


Q: Kanto Area Pass หายไปไหนแล้ว?

A: Kanto Area Pass ตอนนี้ได้เปลี่ยนเป็น JR TOKYO Wide Pass เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ดังนั้นให้ลืม Kanto Area Pass ไปได้เลย!


Q: ราคาเท่าไร? ใช้ได้กี่วัน?

A: ราคา 10,000 เยน ใช้ได้ 3 วันติดต่อกัน

 

Q: เรียน/ทำงานอยู่ที่ญี่ปุ่น สามารถใช้ JR TOKYO Wide Pass ได้มั้ย?

A: ได้สิ! พาสนี้ขอแค่ถือ Passport ที่ไม่ใช่ของประเทศญี่ปุ่นก็สามารถซื้อได้เลย!

 

Part 2 การเดินทางและการใช้งาน

Q: ใช้งานเวลาขึ้นรถไฟยังไง?

A: เวลาจะเข้าภายในสถานีรถไฟ ให้เดินไปที่จุดที่มีเจ้าหน้าที่เฝ้าอยู่ แสดงพาสให้เจ้าหน้าที่ดูแล้วก็เดินเข้าไปภายในสถานีได้เลย จะแสดงพาสแค่ด้านหลังอย่างเดียวก็ได้(ด้านที่มีข้อมูลวันของพาส) หรือจะแสดงพาสด้านหน้าแล้วพลิกแล้วเจ้าหน้าที่ดูก็ได้เช่นกัน แต่แนะนำให้แสดงด้านหน้าของพาสก่อน เพราะเจ้าหน้าที่จะได้เข้าใจว่าใช้พาสอะไร


Q: นั่งรถไฟอะไรได้บ้าง?

หากรถไฟนั้นเป็นของ JR ก็สามารถใช้ขึ้นได้หมดโดยที่ไม่ต้องจ่ายเงินเพิ่ม (เช่น Yamanote line) รวมถึงชินคันเซ็นด้วยเช่นกัน ยกเว้น Tokaido Shinkansen ที่ไม่สามารถใช้พาสนี้ได้ (รถที่วิ่งไปทาง Nagoya, Kyoto, Osaka) ส่วนรถไฟเอกชนสายอื่นๆ ไม่สามารถใช้ไดนะ พวกรถไฟใต้ดินในโตเกียวก็ไม่สามารถใช้ได้เช่นกัน

แต่ก็จะมีรถไฟเอกชนบางสายที่สามารถใช้พาสนี้เดินทางได้ ขอยกตัวอย่างสายหลักๆ ที่คนนิยมใช้กันก็จะมี

– Fujikyuko Line (Kawaguchiko)

– Tokyo Monorail (สนามบิน Haneda)

– Tobu-Nikko (จาก Shinjuku, Ikebukuno, Omiya ไป Nikko กับ Kinugawa Onsen)

– New Shuttle (แค่สถานี Tetsudo-Hakubutsukan ไป Railway Museum)

– Izu Kyuko Line (Kawazu, Izukyu-Shimoda)

 

Q: ไป Kawaguchi-ko ได้มั้ย?

A: ได้ สบายมากๆ JR TOKYO Wide Pass เป็นพาสเดียวของ JR ที่สามารถเดินทางไปที่ Kawaguchi-ko ได้โดยที่ไม่ต้องจ่ายเพิ่มตลอดเส้นทาง

ไป Kawaguchi-ko ได้
ไป Chureito Pagoda ได้
ไป Fuji Q Highland ได้

 

Q: แล้วนั่ง Retro Bus ใน Kawaguchi-ko ได้หรือเปล่า?

A: Retro Bus ต้องซื้อแยกจ้า


Q: ไป Nikko ยังไง?

A: สำหรับการไป Nikko นั้น มีตัวเลือก 2 แบบให้เลือกระหว่างนั่งยิงยาวถึงด้วยรถด่วน Nikko / SPACIA Nikko หรือนั่ง Shinkansen แล้วต่อรถไฟอีกทีนึง

Nikko / SPACIA Nikko ( ประมาณ 2 ชั่วโมง ) ออกจาก Shinjuku, Ikebukuro, Omiya นั่งรถไฟยิงยาวไปลงที่สถานี Tobu-Nikko ได้เลย

Shinkansen ขึ้น Shinkansen ลงสถานี Utsunomiya แล้วต่อ JR Nikko Line อีก 50 นาที

อะไรไว้หรือสะดวกกว่ากัน? อันนี้แล้วแต่ความสะดวกของแต่ละท่าน ถ้าอยากลองนั่ง Shinkansen ต่างๆ ของ JR EAST ก็มาเส้น Utsunomiya หรือถ้าใครเน้นยิงยาวไม่อยากต่อรถก็นั่งของ Tobu สถานีที่ลงจะไม่เหมือนกัน แต่ก็อยู่ใกล้ๆ กันนั่นแหละ

 

Q: ใช้นั่ง N’EX (Narita Express) ได้มั้ย?

A: ใช้ได้ แต่อย่าลืมจองก่อนขึ้นรถนะ เพราะเป็นรถแบบ All reserved seat

 

และนี่คือคำถามยอดนี่ยมที่ผู้เขียนพบเจออยู่บ่อยๆ เลยรวบรวมส่วนหนึ่งมาอธิบายให้เข้าใจกันเนอะ 

fukunoi

นักเดินทางสาย Hokuriku