HOME Search

ผลการค้นหาพบ – 4 รายการเกี่ยวกับ หนังรักโรแมนติก

10 หนังรักโรแมนติกของญี่ปุ่น ที่เหมาะชวนแฟนหรือคนที่แอบชอบดูในช่วงวันวาเลนไทน์

ในช่วงเทศกาลวันวาเลนไทน์แบบนี้ เหมาะกับการชวนแฟนหรือคนที่เราแอบชอบมาดูหนังรักดีๆ ให้ชุ่มชื่นหัวใจ และอาจจะช่วยสานสัมพันธ์รักอีกทางหนึ่งด้วย วันนี้จึงขอแนะนำ 10 สุดยอดภาพยนตร์รักโรแมนติกจากญี่ปุ่น ที่รับรองว่าดูแล้วซาบซึ้งกินใจ และอาจต้องพึ่งมีการใช้ผ้าเช็ดหน้าหรือกระดาษทิชชู่ซับนํ้าตากันเลยทีเดียว

 

1. Love letter – 1995


Love letter เป็นภาพยนตร์รักโรแมนติกอันดับ 1 ในใจใครหลายคน แม้จะออกฉายตั้งแต่ปี 1995 แต่ยังคงได้รับความนิยมมาจนถึงทุกวันนี้ ตามร้านขายซีดี-ดีวีดี ในไทยเองยังคงมีแผ่นเรื่องนี้ขาย เพราะ Love letter คือหนังรักในตำนานสุดคลาสสิกของประเทศญี่ปุ่น ผลงานของยอดผู้กำกับ ชุนจิ อิวาอิ โดยหนังเรื่องสร้างปรากฏการณ์ได้รับทั้งคำชมจากนักวิจารณ์ รายได้หลายล้านเยน และรางวัลในเวทีต่างๆ พร้อมทั้งแจ้งเกิดให้ ชุนจิ อิวาอิ กลายเป็นเจ้าพ่อหนังรักเหงาๆแห่งเอเชีย

Love letter มีชื่อไทยว่า ถามรักจากสายลม เล่าถึงเรื่องราวของ ฮิโรโกะ หญิงสาวที่เพิ่งสูญเสียคู่หมั้นไป ด้วยความคิดถึง เธอจึงลองเขียนจดหมายไปถึงคู่หมั้นที่ตายไปเล่นๆ แต่ปรากฏว่า มีจดหมายตอบกลับมาเป็น ชื่อเดียวกันกับคู่หมั้นของเธอ ทำให้เธออยากรู้ความจริงว่า จดหมายฉบับนี้มาได้อย่างไร เธอจึงออกไปตามหาคนที่เขียนจดหมายฉบับนี้ และพบกับเรื่องราวในอดีตของคนที่เธอรัก รวมถึงได้ทำให้ผู้หญิงอีกคนได้รู้ความรู้สึกที่ผ่านมาเนิ่นนาน

นักแสดง : Miho Nakayama, Etsushi Toyokawa, Bunjaku Han

ผู้กำกับ : Shunji Iwai

ตัวอย่างหนัง


 

2. Be with you – 2004


Be with you มีชื่อไทยว่า ปาฏิหาริย์ 6 สัปดาห์ เปลี่ยนฉันให้รักเธอ เป็นผลงานชิ้นโบว์แดงของ โนบุฮิโร่ โดอิ เพราะหลังจากกำกับซีรีส์มาหลายเรื่อง ภาพยนตร์เรื่องแรกในชีวิตของเขาอย่าง Be with you กลับประสบความสำเร็จ อย่างล้นหลาม สร้างความประทับใจให้กับคอหนังทั่วทวีปเอเชีย เป็นหนังรักที่คนดูแทบทุกคนต้องเสียนํ้าตา และที่สำคัญคู่พระนางในหนังอย่าง ยูโกะ ทาเคอุจิ กับ ชิโดะ นากามูระ ก็พบรักกันในกองถ่ายภาพยนตร์เรื่องนี้ และตกลงแต่งงานกันในที่สุด


Be with you ดัดแปลงมาจากนิยายชื่อเดียวกันของ ทาคุจิ อิชิคาวะ เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับ คำสัญญา ที่มิโอะ หญิงสาวที่เพิ่งเสียชีวิตไป โดยเธอบอกกับ ทาคุมิ สามี และยูจิ ลูกชายว่า ถ้าฉันตายไป ปีหน้าในวันที่ฝนตก เราจะได้พบกันอีก และเมื่อวันนั้นมาถึง ทาคุมิ กับ ยูจิ ก็ได้พบกับหญิงสาวคนหนึ่งที่หน้าตาเหมือน มิโอะ ในป่า แต่เธอกลับจำอะไรไม่ได้เลย พวกเขาพาเธอกลับบ้าน และเริ่มกลับมาใช้ชีวิตร่วมกันอีกครั้ง และเมื่อเวลาผ่านไป ทุกๆ อย่างก็ดูเหมือนจะเป็นไปด้วยดีถ้าเพียงว่าฤดูฝนนั้นจะยืนยาวเหมือนที่พวกเขาหวัง


นักแสดง : Yuko Takeuchi, Shido Nakamura, Akashi Takei

ผู้กำกับ : Nobuhiro Doi

ตัวอย่างหนัง


 

3. Hana and Alice – 2004

Hana and Alice สองหัวใจหนึ่งความทรงจํา เป็นอีกหนึ่งผลงานที่น่าจดจำของ ชุนจิ อิวาอิ รวมถึงยังแจ้งเกิดให้กับ แอน ซึสึกิ และ ยู อาโออิ ให้กลายเป็นไอดอลสาวของประเทศญี่ปุ่นในยุคนั้น เพราะทั้งคู่ถ่ายทอดความน่ารักสดใสของตัวละครออกมาได้อย่างน่าสนใจ แม้ว่าพล็อตของหนังจะเป็นเรื่องราวรักสามเส้าของเพื่อนรักก็ตาม โดยล่าสุดใในปี 2015 ชุนจิ อิวาอิ ได้ตัดสินใจสร้างหนังอนิเมชั่น The Case of Hana & Alice บอกเล่าเรื่องราวก่อนหน้าภาพยนตร์ Hana and Alice และได้ แอน ซึสึกิ กับ ยู อาโออิ มาพากย์เสียงให้ตัวละครของพวกเธออีกครั้ง

Hana and Alice เป็นเรื่องราวของ ฮานะ กับ อลิส สองสาวเพื่อนรักวัยมัธยมที่สนิทกันมาก อยู่มาวันหนึ่ง ฮานะก็บอกกับอลิสว่า แอบไปหลงรักชายหนุ่มคนหนึ่ง และเธอก็ทำทุกอย่างเพื่อให้ได้อยู่ใกล้กับเขา แต่อยู่มาวันหนึ่งก็มีอุบัติเหตุ โดยที่ฮานะแอบมองอยู่ใกล้ๆ เธอจึงรีบไปหาเขา แต่เขายังคงมึนงงอยู่ ฮานะจึงโกหกไปว่าเป็นแฟนกับเขา และโกหกอีกว่าเขาความจำหายไป ต่อมาฮานะก็โกหกไปอีกว่า อลิสเป็นแฟนเก่ากับเขา

นักแสดง : Anne Suzuki, Yu Aoi, Tomohiro Kaku

ผู้กำกับ : Shunji Iwai

ตัวอย่างหนัง


 

4. Crying Out Love in the Center of the World – 2004

Crying Out Love in the Center of the World พร่ำหัวใจ เพรียกหารักที่กลางโลก เป็นเรื่องราวจากนิยายสุดฮิตอย่าง อยากกู่ร้องบอกรักให้ก้องโลก ของ เคียวอิจิ คาตายามะ ที่ถูกนำมาสร้างเป็นซีรีส์และภาพยนตร์หลายต่อหลายครั้ง แต่ครั้งที่สร้างความประทับใจให้กับคนดูมากที่สุดเป็นหนังเวอร์ชั่นปี 2004 ของผู้กำกับ อิซาโอะ ยูกิซาดะ ที่ได้ ทาคาโอะ โอซาวะ , โค ชิบาซากิ และ มาซามิ นางาซาวะ มาแสดงนำ

Crying Out Love in the Center of the World คือเรื่องราวของ ซากุทาโร่ที่กำลังจะเข้าพิธีแต่งงานในอีกไม่กี่วันกับ ริทซึโกะ แฟนสาวที่คบกันมาหลายปี แต่เธอกลับหายตัวไปทำให้เขาต้องตามหาเธอจนไปถึงเมืองชิโกกุ ในทันทีที่รู้ว่าเธออยู่ที่นั่นการกลับมายังชิโกกุคราวนี้ ทำให้หน้าต่างแห่งอดีตของเขาถูกเปิดออกอีกครั้ง เรื่องราวความรักในอดีตของเขากับ อากิ เพื่อนสาวร่วมชั้นเรียนที่ยากจะลืมเลือน ความสุขครั้งนั้นกลับกลายเป็นความเศร้า ที่เขาเองก็ไม่เคยนึกถึงมาก่อน ด้วยโรคร้ายที่เกิดขึ้นกับอากิ ทำให้ทั้งคู่ต้องจากกันตลอดกาล ซากุทาโร่กลับมา ณ ที่เดิมอีกครั้ง เขาพบว่าความทรงจำในอดีต มิเคยลบเลือนไปไหน และกำลังหมุนย้อนคืนกลับมาพร้อมกับสิ่งสำคัญที่สูญหายไป

นักแสดง : Takao Ohsawa, Ko Shibasaki, Masami Nagasawa

ผู้กำกับ : Isao Yukisada

ตัวอย่างหนัง


 

5. Midnight Sun – 2006


Midnight Sun มีชื่อไทยว่า 24 ชั่วโมงขอรักเธอทุกวัน เป็นผลงานการกำกับของ โนริฮิโระ โคอิซึมิ จาก Wrestling with a Memory และ Flowers โดยได้ ยุอิ โยชิโอกะ นักร้อง สาวสวยที่กำลังโด่งดังในญี่ปุ่นยุคนั้น มาแสดงนำร่วมกับ ทาคาชิ ซึคาโมโต้ ความโดดเด่นของหนังนอกจากเนื้อหาที่กินใจแล้ว เพลงประกอบภาพยนตร์ที่ร้องโดย ยุอิ นางเอก ต้องบอกว่าเพราะติดหูทุกเพลง โดยเฉพาะเพลง Goodbye Days ซึ่งล่าสุดฮอลลีวู้ดได้ซื้อลิขสิทธิ์หนังเรื่องนี้ไปรีเมค ใช้ชื่อเดียวกัน และมีคิวเข้าฉายในปีนี้


เรื่องย่อ Midnight Sun เล่าถึง คาโอรุ (ยูอิ) นักดนตรีสาวเปิดหมวกที่จะมาดีดกีตาร์ตามท้องถนนหลังจากพระอาทิตย์ตกดินไปแล้ว เธอเป็นโรคชนิดหนึ่งซึ่งทำให้ร่างกายของเธอโดนแสงอาทิตย์ไม่ได้ คาโอรุจึงออกจากบ้านได้เฉพาะตอนกลางคืนเท่านั้น ต่อมาเธอได้พบรักกับ โคจิ ชายหนุ่มที่ชอบเล่นกีฬากลางแสงแดด เขาพยายามที่จะคบกับเธอแบบหนุ่มสาวทั่วไป แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยเพราะอาการของ คาโอรุ กลับแย่ลงเรื่อยๆ

 

นักแสดง : Yui Yoshioka , Takashi Tsukamoto, Kuniko Asagi

ผู้กำกับ : Norihiro Koizumi

ตัวอย่างหนัง

 


 

6. 5 Centimeters Per Second – 2007


5 Centimeters Per Second ยามซากุระร่วงโรย คือภาพยนตร์อนิเมชั่นสุดโรแมนติกที่สร้างชื่อให้กับ มาโกะโตะ ชินไก โดยหนังเรื่องนี้สร้างกระแสให้กับวงการหนังอนิเมชั่นพอสมควร แม้จะไม่ได้ฮิตแบบถล่มทลาย แต่ก็เป็นหนัง รักที่ใครหลายคนชื่นชอบ เพราะนอกจากเนื้อหาที่เกี่ยวกับรักแรกที่ฝังอยู่ในความทรงจำแล้ว ภาพของหนังเรื่องนี้ต้องบอก ว่าสวยงามจับใจเหลือเกิน ไม่ว่าจะเป็น ฉากดอกซากุระร่วง ฉากท้องฟ้ากว้าง และฉากบนรถไฟ


เนื้อหาของ 5 Centimeters Per Second แบ่งออกเป็น 3 ตอนคือ เสี้ยวดอกซากุระ , นักท่องอวกาศ และห้าเซนติเมตรต่อวินาที เล่าถึง ความรักของเด็ก ทาคากิ โทโนะ และ อาการิ ชิโนฮาระ ที่เป็นเพื่อนสมัยเด็กกัน และต่างเป็นรักแรกของกันและกัน แต่เมื่อถึงเวลาขึ้นชั้นม.1 อาการิ กลับต้องย้ายโรงเรียน โทโนะที่ไม่ได้บอกความรู้สึกของตัวเองก่อนที่อาการิจะไป ทำให้โทโนะติดอยู่กับอดีต ไม่สามารถก้าวไปข้างหน้าได้ แม้จะเชื่อมั่นว่าวันนึงจะได้อยู่ด้วยกัน แต่ ระยะทางและเวลาก็เป็นอุปสรรคสำคัญของความสัมพันธ์ของทั้งสอง ที่ทำให้ทั้งสองเริ่มห่างกันเรื่อยๆ


นักแสดง : Kenji Mizuhashi, Yoshimi Kondou, Satomi Hanamura (พากย์เสียง)

ผู้กำกับ : Makoto Shinkai

ตัวอย่างหนัง


7. Sky Of Love – 2007


Sky Of Love รักเรานิรันดร เป็นภาพยนตร์ที่สร้างจากนิยายรักทางโทรศัพท์มือถือที่สร้างสถิติหนังรักเปิดตัวสูงสุด ในญี่ปุ่นและได้รับความนิยมมากจนได้นำมาตีพิมพ์เป็นหนังสือ ผลงานของ มิกะ ที่ได้แรงบันดาลใจในการเขียนเรื่องมาจากชีวิตจริงของเธอเอง ก่อนที่ต่อมาจะกลายมาเป็นภาพยนตร์เรียกนํ้าตาคนทั่วเอเชีย ที่กำกับโดย นัตซึกิ อิไม ผู้กำกับหญิงมากฝีมือในวงการทีวีญี่ปุ่น นำแสดงโดย ยูอิ อารางากิ หรือ งักกี้ นักแสดงสาวชื่อดัง กับ มิอุระ ฮารุมะ และ โคอิเดะ เคซึเกะ

เรื่องย่อ Sky Of Love เล่าเรื่องราวความรักของ มิกะ นักเรียนชั้นมัธยมปลายปีหนึ่งที่แอบหลงรักเพื่อนร่วมชั้นเรียน ฮิโรกิ จากเด็กสาวธรรมดาที่ไม่เคยมีความรักกลับกลายเป็นความรักที่สุดแสนจะลึกซึ้ง แต่แล้วฮิโรกิกลับทิ้งเธอไปอย่างไม่มีเหตุผล มิกะเสียใจมากและความรักครั้งนั้นกลายเป็นบาดแผลฝังลึกจนยากที่จะเปิดใจรับความรักครั้งใหม่ แต่เมื่อเธอได้เจอกับ ยู ชายหนุ่มที่เพียรทำทุกอย่างเพื่อที่จะได้เห็นเธอมีความสุข มิกะก็เริ่มใจอ่อนจนยอมคบกับเขา แต่แล้วในคืนวันคริสต์มาสอีฟแรกที่ทั้งคู่ได้อยู่ด้วยกัน มิกะก็ได้รู้ถึงเหตุผลที่ฮิโรกิ ต้องทิ้งเธอไป

นักแสดง : Yui Aragaki, Haruma Miura, Yuko Asano

ผู้กำกับ : Natsuki Imai

ตัวอย่างหนัง

 


 

8. I Give My First Love To You – 2009


I Give My First Love To You เพราะหัวใจบอกรักได้ครั้งเดียว คือภาพยนตร์รักที่ดัดแปลงมาจากการ์ตูนมังงะชื่อเดียวกันของ อ.โคโตมิ อาโอกิ กำกับโดย เจ้าของผลงาน Heavenly Forest นำแสดงโดย มาโอะ อิโนะอุเอะ และ มาซากิ โอคาดะ หนังสร้างปรากฏการณ์เรียกนํ้าตาชาวญี่ปุ่นทั่วประเทศ ครองแชมป์อันดับ 1 บนตารางบ็อกซ์ออฟฟิศหลายสัปดาห์ และกวาดรายได้ไปกว่า 281 ล้านเยน


I Give My First Love To You เรื่องราว ของมายุและทาคุมะ เริ่มต้นเมื่อทั้งสอง อายุเพียง 8 ปี คุณพ่อของมายุ เป็นนายแพทย์ ทำให้พบกับมายุในโรงพยาบาล มายุและทาคุมะเริ่มสนิทกัน แต่แล้ววันหนึ่งพวกเขาก็พบว่า ทาคุมะอาจมีชีวิตอยู่ได้ไม่ถึง 20ปี เนื่องจากหัวใจทำงานไม่ปกติ มาตั้งแต่เกิด ทำให้ทั้งสองตกลงสัญญากันว่า จะแต่งงานกันเมื่อโตขึ้น จากวันนั้นคำสัญญา กลายเป็นความผูกพัน ทำให้เขาอยู่เคียงข้างกัน แต่เพราะความรักที่ใกล้หมดอายุ ทาคุมะเริ่มคิดว่าหากอยู่ใกล้เขา มายุต้องร้องไห้ทุกวัน แล้วเมื่อถึงวันที่เขาไม่อยู่บนโลกนี้แล้ว เธอจะมีความสุขได้อย่างใร ในขณะเดียวกัน โค หนุ่มที่แอบรักมายุ เข้ามาพัวพันกับชีวิตของเขาทั้งสอง อีกทั้งทาคุมะยังได้รู่จักกับ เทรุ ผู้หญิงที่ป่วยเหมือนเค้า ความรู้สึกขอมายุ และทาคุมะ เริ่มสั่นคลอน ก่อให้เกิดคำถามคาใจที่ว่า แท้จริงแล้ว ความรักมีวันหมดอายุหรือไม่

นักแสดง : Mao Inoue, Masaki Okada, Natsuki Harada

ผู้กำกับ : Takehiko Shinjo

ตัวอย่างหนัง


 

9. Your name – 2016


Your Name หลับตาฝัน ถึงชื่อเธอ คือภาพยนตร์ที่โด่งดังที่สุดในประเทศญี่ปุ่นเมื่อปี 2016 ที่ผ่านมา กับกระแสฮิตถล่มทลาย ครองแชมป์ Box Office ในบ้านเกิดได้ถึง 9 สัปดาห์ติดต่อกัน พร้อมปรากฏการณ์เก้าอี้เต็มทุกที่นั่งในเกือบทุกรอบของสัปดาห์แรกๆ ที่เข้าฉาย โกยรายได้ไปกว่า 1 หมื่นแปดพันล้านเยน จนขึ้นแท่นอันดับ 3 ภาพยนตร์อนิเมชั่นทำเงินสูงสุดตลอดกาลของประเทศญี่ปุ่น หนังกำกับโดย มาโกะโตะ ชินไก เจ้าของผลงาน Centimeters Per Second ซึ่งล่าสุดมีข่าวว่าค่ายหนังในฮอลลีวู้ดได้ซื้อลิขสิทธิ์ ไปทำเป็นภาพยนตร์ Live Action (คนแสดง) กำกับโดย เจ.เจ.อับรามส์ จาก Star Wars : The Force Awakens


Your Name มีเนื้อหาเกี่ยวกับตัวละครหลัก 2 ตัว คือ มิทสึฮะ เด็กสาวมัธยมในย่านชนบทอันห่างไกล ผู้ปรารถนาอยากใช้ชีวิตอันสวยงามในโตเกียว ส่วนตัวละครเอกอีกตัวอย่าง ทากิ คือเด็กหนุ่มที่อาศัยอยู่ใจกลางกรุงโตเกียว และมีความสนใจเกี่ยวสถาปัตยกรรม และงานศิลปะ แต่แล้ววันหนึ่ง มิทสึฮะ ฝันว่าตัวเองกลายเป็นเด็กหนุ่มที่ใช้ชีวิตอยู่ในโตเกียว เช่นเดียวกับ ทากิ ที่ฝันว่าตัวเองคือนักเรียนหญิงมัธยมในเมืองบนภูเขาแห่งหนึ่ง โดยแอนิเมชั่นเรื่องนี้จะพาคุณไปหาคำตอบว่า อะไรซ่อนอยู่ในความฝันของทั้งสองคน


นักแสดง : Ryunosuke Kamiki, Mone Kamishiraishi, Ryo Narita (พากย์เสียง)

ผู้กำกับ : Makoto Shinkai

ตัวอย่างหนัง


 

10. Tomorrow I Will Date With Yesterday’s You – 2016


Tomorrow I Will Date With Yesterday’s You สร้างจากนิยายดังของ นานัตสึกิ ทากาฟุมิ ที่ตีพิมพ์ในเดือนสิงหาคม ปี 2014 มียอดขายกว่า 1 ล้านเล่ม และยังมีฉบับการ์ตูน ( มังงะ ) โดยนักเขียนคนเดียวกัน หนังกำกับโดย ทาคาฮิโระ มิกิ นำแสดงโดย นานะ โคมัตสึ และ ฟุคุชิ โซตะ ซึ่งในฉบับภาพยนตร์ Live Action ได้มีการดัดแปลงอายุของตัวละครให้เหมาะสมมากขึ้นกว่าฉบับนิยาย ที่อยู่ในวัยมัธยมมาเป็นความรักของหนุ่มสาววัยมหาวิทยาลัยแทน

Tomorrow I Will Date With Yesterday’s You พรุ่งนี้ผมจะเดตกับเธอคนเมื่อวาน คือหนังแนวโรแมนติก ดราม่า ไซไฟ แฟนตาซี เรื่องราวของ ทาคาโตชิ (โซตะ ฟุคุชิ ) นักศึกษามหาวิทยาลัย ที่ตกหลุมรักสาวสวยลึกลับ บนรถไฟ เขาตามจีบเธอ จนรู้ว่าเธอชื่อ เอมิ ( นานะ โคมัตสึ ) พวกเขาตกลงจะเดทกัน 30 วัน และ ในวันสุดท้าย เมื่อ ทาคาโตชิ สารภาพรัก กับ เธอ เขาถึงรู้ว่า ความรักของพวกเขาไม่มีวันเป็นไปได้ เพราะ โลกของพวกเขาคือโลกคู่ขนานที่ทุก ๆ 5 ปี เวลาจะมาบรรจบ ทาคาโตชิ และ เอมิ จะได้เจอกันแค่ 1 ครั้ง ใน 5 ปี และทุกครั้งที่พวกเขาได้พบกัน เวลาของทาคาโตชิ จะเดินไปข้างหน้า แต่เวลาของเอมิกลับลดอายุเธอลง เรื่อยๆ แต่ถึงแบบนั้น พวกเขา ก็ตัดสินใจ จะกลับมาเจอกันอีกทุก ๆ 5 ปี

นักแสดง : Sota Fukushi, Nana Komatsu, Masahiro Higashide

ผู้กำกับ : Takahiro Miki

ตัวอย่างหนัง

Comments Off on 10 หนังรักโรแมนติกของญี่ปุ่น ที่เหมาะชวนแฟนหรือคนที่แอบชอบดูในช่วงวันวาเลนไทน์


Movie Review รีวิวหนัง The 8-Year Engagement บันทึกน้ำตารัก 8 ปี

NokCyber

The 8 Year Engagement "8年越しの花嫁" หรือชื่อไทย บันทึกน้ำตารัก 8 ปี เป็นภาพยนตร์รักโรแมนติกที่สร้างมาจากเรื่องจริงของคู่รักชาวญี่ปุ่น คุณ ฮิซาชิ นากาฮาระ กับคุณ ไม นากาฮาระ ซึ่งเป็นกระแสในโซเชียลมีเดียเรียกนํ้าตากับคนญี่ปุ่นหลายล้านคน พอถูกนำมาสร้างเป็นหนังจึงทำสถิติขายตั๋วได้มากกว่า 2 ล้านใบ และทำรายได้ถึง 2.5 พันล้านเยน จากกระแสบอกต่อ แบบปากต่อปาก รวมถึงสามารถเข้าชิงรางวัลยอดเยี่ยมจาก Japan Academy Prize กว่า 4 สาขา

หนังกำกับโดย ทาคาฮิสะ เซเซะ เจ้าของผลงานซีรีส์ Korudo kesu: Shinjitsu no Tobira  และได้ โอคาดะ โยชิคาซึ ผู้เขียนบทหนังชื่อดังอย่าง Be with You และ If Cats Disappeared from the World มารับหน้าที่ดัดแปลงหนังสือที่ ฮาซาชิ เขียนร่วมกับ ไม มาเป็นบทภาพยนตร์ ส่วนนักแสดงนำได้ ทาเครุ ซาโต้ จาก If Cats Disappeared from the World มาประกบคู่กับ ทาโอะ ซึจิยะ จาก Orange โดยทั้งคู่เคยร่วมงานกันในแล้วหนังเรื่อง Rurouni Kenshin

 

The 8 Year Engagement บอกเล่าเรื่องราวความรักที่เปี่ยมด้วยความประทับใจยิ่งกว่านิยาย เรื่องราวเกิดขึ้นที่จังหวัดโอคายามะ ในปี 2006 ฮิซาชิ นากาฮาระ (ทาเครุ ซาโต) ช่างซ่อมรถ ขอ ไม นากาฮาระ เชฟสาว (ทาโอะ ซึจิยะ) แต่งงาน แต่สามเดือนก่อนงานแต่งกลับเกิดโศกนาฏกรรมกับพวกเขา เมื่อ ไม เกิดล้มหมดสติ และตรวจพบว่าเป็นโรค NMDA หรือ โรคสมองอักเสบ ซึ่งเกิดจากภูมิคุ้มกันตัวเองไปทำลายระบบประสาทจนทำให้เธอนั้นกลายเป็นเจ้าหญิงนิทรา แต่ ฮิซาชิ ก็ยังเชื่อมั่นในปาฏิหาริย์และรอคอยให้เธอฟื้นขึ้นมา

 

ถึงชื่อหนังภาษาไทยจะมีคำว่า บันทึกน้ำตา ที่ชวนให้นึกถึง บันทึกนํ้าตา 1 ลิตร อีกเรื่องราวจากชีวิตจริงของคู่รักชาวญี่ปุ่นที่ถูกนำมาสร้างเป็นซีรีส์และภาพยนตร์เช่นกัน แต่ The 8 Year Engagement ก็ไม่ได้หม่นเศร้าขนาดนั้น เราสามารถแบ่งหนังออกเป็นสามองค์ดังนี้

 

องค์แรกคือ หนังรักโรแมนติก ที่นำเสนอจุดเริ่มต้นความรักหวานๆของทั้งคู่ ตั้งแต่การพบกันครั้งแรก การออกเดท การขอแต่งงาน

องค์ที่สอง คือ หนังดราม่าโรคร้าย ที่ฝ่ายหญิงต้องต่อสู้กับโรคภัยไข้เจ็บนานหลายปี ขณะที่ฝ่ายชายก็พยายามต่อสู้เพื่อให้ได้เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตเธอต่อไป เพราะพ่อแม่ของฝ่ายหญิงกดดันให้เขาเลิกอยู่เคียงข้างลูกสาวของพวกเขาและไปมีชีวิตใหม่

องค์ที่สาม หนังโรแมนติกดราม่า เมื่อฝ่ายหญิงฟื้นจากการเป็นเจ้าหญิงนิทราขึ้นมาทำกายภาพบำบัด ระหว่างนั้นเองเธอก็พบว่าความทรงจำกลับมาไม่หมด และส่วนที่หายไปคือส่วนสำคัญอย่างความทรงจำเกี่ยวกับ ฮิซาชิ คู่หมั้นของเธอ ที่ตอนนี้กลายมาเป็นเพียงชายหนุ่มแปลกหน้า เนื่องจากเธอจำอะไรเกี่ยวกับเขาไม่ได้เลย

โครงเรื่องของหนังแข็งแรงเพราะสร้างมาจากเรื่องจริง จึงทำให้คนเชื่อได้ไม่ยาก ซึ่งการนำเสนอของผู้กำกับอย่างการถ่ายทอดสองมุมกล้องพร้อมกันในซีนเดียว เพื่อให้ทราบความรู้สึกของสองตัวละครที่แตกต่างกัน ในเวลาเดียวกัน ได้ทำให้ฉากนั้นน่าสนใจมากยิ่งขึ้น ด้านโลเคชันที่ใช้ถ่ายทำภาพยนตร์ก็สวยงามมาก ส่วนตัวชอบการที่นำงานของฝ่ายชายอย่างการซ่อมแซมรถยนต์ มาเปรียบเทียบเกี่ยวกับเรื่องของชีวิตและความรัก โดยในหนัง ไม เหมือนเกิดใหม่ เธอต้องผ่านการซ่อมแซมถึง 3 อย่างคือ ร่างกาย ความทรงจำ และหัวใจ แน่นอนว่าลำพังตัวคนเดียวไม่สามารถทำได้แน่ๆ

 

ตัวหนังตั้งใจที่จะชื่นชมการอดทนรอคอยและความเสียสละของ ฮิซาชิ ที่ไม่เคยหมดหวัง แม้เขาจะต้องแบกรับเรื่องราวอะไรไว้มากมาย จุดนี้ต้องชื่นชมการถ่ายทอดอารมณ์ของ ทาเครุ ซาโต้ ที่เล่นออกมาได้อย่างสมบทบาท เช่นเดียวกับ ทาโอะ ซึจิยะ ที่นอกจากจะเคมีเข้ากันแล้ว ในฉากที่ฝ่ายหญิงป่วย ทาโอะ ยังทุ่มเทแบบไม่ห่วงสวย การแสดงจึงออกมาสมจริงมากๆ ขณะที่เพลงประกอบหนังอย่าง เพลง Mabataki ของวง Back Number ก็ไพเราะสุดๆ การันตีด้วยการขึ้นอันดับ 1 ของชาร์ต Oricon Weekly Ranking ติดต่อถึง 4 สัปดาห์

The 8 Year Engagement คือรักโรแมนติกที่มีฉากทำให้คนดูน้ำตาไหลได้เกือบตลอดทั้งเรื่อง ขณะเดียวกันก็มีแง่มุมที่งดงามเกี่ยวกับรักแท้ให้อิ่มเอมใจ และช่วยสร้างกำลังใจได้อย่างดี สำหรับใครที่กำลังป่วย หรือมีคนที่ใกล้ชิดกำลังป่วย

The 8 Year Engagement บันทึกน้ำตารัก 8 ปี เข้าฉาย 14 มิถุนายน ในโรงภาพยนตร์

คลิปตัวอย่างภาพยนตร์

ผู้กำกับ : Takahisa Zeze

นักแสดง : Takeru Satoh, Tao Tsuchiya, Kanji Furutachi, Kenta Hamano, Keisuke Horibe

Wani91

The 8-Year Engagement หรือในชื่อไทย บันทึกน้ำตารัก 8 ปี สร้างมาจากอัตชีวประวัติของ คุณฮิซาชิ นากาฮาระ และคุณไม นากาฮาระ คู่รักปาฏิหาริย์ที่สร้างความประทับใจไปทั้งญี่ปุ่น บวกกับฝีมือการเขียนบทจากอาจารย์โอคาดะ โยชิคาซึ ที่มีผลงานจากภาพยนตร์ที่คนไทยน่าจะคุ้นชื่อ

อย่าง ปาฏิหาริย์รัก 6 สัปดาห์ เปลี่ยนฉันให้รักเธอ (Be With You : 2004) และ ถ้าโลกนี้ไม่มีแมว (If Cat Disappear From The World : 2016)

ตัวหนังไล่เรียงเหตุการณ์ตามไทม์ไลน์ ถ้าเปรียบกับการกินอาหาร ตัวหนังค่อย ๆ เริ่มจากอาหารรองท้อง อาหารจานหลัก และตบท้ายด้วยของหวานอย่างสมบูรณ์แบบ ให้คนดูค่อย ๆ ละเลียดอาหารทีละจาน เริ่มต้นจากความรักของ คุณฮิซาชิ และ คุณไม ความสัมพันธ์ระหว่างคนสองคนค่อย ๆ ก่อตัว จนลงเอยที่การตกลงแต่งงานแบบคู่รักคู่อื่น ๆ แต่ก่อนงานแต่งเพียงสองเดือนครึ่ง โชคชะตากลับเล่นตลกให้คุณไมต้องล้มป่วยเป็นเจ้าหญิงนิทราอย่างกะทันหันด้วยโรคที่ทราบภายหลัง คือ โรคสมองอักเสบ และมีเนื้องอกที่มดลูก ทำให้คุณฮิซาชิ และครอบครัวของคุณไมต้องคอยแวะเวียนมาดูแล ด้วยความหวังว่าคุณไมจะฟื้นขึ้นมา ถึงแม้ว่าความหวังนั้นจะริบหรี่ก็ตาม ในที่สุดปาฏิหาริย์แรกก็เกิดขึ้น เมื่อคุณไมลืมตาขึ้นมา แต่ก็พบว่าความทรงจำของเธอที่เกี่ยวกับตัวคนรักนั้นหายไปจนหมดสิ้น แล้วคุณฮิซาชิจะทำอย่างไรให้เกิดปาฏิหาริย์แห่งรักขึ้นมาอีกครั้ง

สำหรับนักแสดงหลัก เป็นการกลับมาโคจรอีกครั้งของ ทาเครุ ซาโต้ (Takeru Sato) จาก “ถ้าโลกนี้ไม่มีแมว” (If Cats Disappeared from the World : 2016) มาประกบคู่กับ ทาโอะ ซึจิยะ (Tao Tsuchiya) จาก Orange (2015) ที่ดูเคมีเข้ากั๊น เข้ากันจนทำให้ผู้เขียนเชื่อว่าเขาทั้งคู่นั้นเป็นคนรักกันจริง ๆ รวมไปถึงการแสดงของน้องทาโอะ ซึจิยะ ตั้งแต่ตอนที่ล้มป่วยจนหายดี ที่ทำให้คนดูนั้นลุ้นและเอาใจช่วยให้หายป่วยเร็ว ๆ จนลืมไปว่านั่นคือการแสดง เพลงประกอบภาพยนตร์ ได้วงป๊อปร็อก อย่างวง Back Number มาถ่ายทอดความรู้สึกความรักจากคน ๆ หนึ่งที่มีให้อีกคนหนึ่งอย่างเต็มเปี่ยม ด้วยเพลง “Mabataki” ที่ปล่อยในช่วง End Credit เพราะจนสะกดให้ต้องนั่งดูจนเครดิตสุดท้ายเลื่อนขึ้นจนหายไป

จากชื่อเรื่องภาษาไทย ทำให้ผู้เขียนต้องพกทิชชู่เข้าไปในโรงด้วย แต่กลับผิดคาดตัวหนังไม่ได้ทำให้ร้องไห้ฟูมฟายอย่างที่คิด ความรู้สึกอยากร้องไห้นั้นถูกกลบไปด้วยความรู้สึกของการเอาใจช่วยให้ปาฏิหาริย์เกิดขึ้น ในขณะที่น้ำตาของผู้เขียนนั้นก็ถูก “ความรักของคนเป็นพ่อเป็นแม่ที่มีต่อลูกสาว” และ “ความรักของผู้ชายคนนึงที่มีต่อผู้หญิงที่เขารัก” อุดไว้ไม่ให้ไหล แต่สุดท้ายทำนบก็แตก ด้วยความรู้สึกอิ่มเอมใจ เมื่อถึงตอนท้ายของภาพยนตร์

 

หลังจากตกตะกอนแล้ว ทำให้กลับมาคิดทบทวนว่า ถ้าเป็นตัวเองจะสามารถอดทนรอแบบนั้นได้ไหม แน่นอนว่าภาพยนตร์เรื่องนี้จบแบบแฮปปี้เอนดิ้งตามเหตุการณ์ปาฏิหาริย์ที่เกิดขึ้นจริง แต่ถ้าตกอยู่ในสถานการณ์นั้นจริง ๆ ที่ต้องอดทนรอคอยอย่างมีความหวังโดยไม่มีรู้จุดสิ้นสุด มันจะทรมานขนาดไหน

อย่างที่เกริ่นไปก่อนหน้านี้แล้วว่า เรื่องนี้อบอวลไปด้วยความรัก ความรักของคนในครอบครัว ท้ายที่สุด ไม่ว่าจะเจอเรื่องราวแย่ ๆ มากมายขนาดไหน ลองหันหลังกลับไปก็จะเจอคนในครอบครัวเรารอคอยอยู่ และเชื่อเหลือเกินว่า พวกเขาก็พร้อมช่วยเหลือและฟันฝ่ากับเราเสมอ ถ้าวิ่งจนรู้สึกเหนื่อย ก็ลองหยุดที่จุดพักที่มีชื่อว่า “ครอบครัว”

ความรักของคน ๆ หนึ่งที่มีต่ออีกคน หลายคนอาจจะมองว่าไม่จีรัง ไม่เชื่อว่ารักแท้มีอยู่จริง เมื่อได้มาดูเรื่องนี้แล้ว อาจจะรู้สึกว่า เรื่องแบบนี้ไม่มีทางเกิดขึ้นในชีวิตฉันหรอก เป็นความรักที่ยากจะเชื่อ และหาไม่ได้อีกแล้วในชีวิตจริง แทนที่จะรอความรักแบบนั้นให้เข้ามา ทำไมไม่ลองสร้างความรักแบบนั้นให้เกิดขึ้นด้วยตัวเอง การมอบความรักให้ใครสักคน ไม่มีทางสูญเปล่า…



Movie Review รีวิวหนัง Be With You ฉบับญี่ปุ่น 2004 ก่อนไปชมเวอร์ชั่นรีเมกของเกาหลี

Be With You เป็นภาพยนตร์รักโรแมนติกจากประเทศญี่ปุ่นที่เข้าฉายในปี 2004 มีชื่อญี่ปุ่นว่า いま、会いにゆきます ส่วนชื่อไทยคือ ปาฏิหาริย์ 6 สัปดาห์ เปลี่ยนฉันให้รักเธอ

ตัวหนังดัดแปลงมาจากหนังนิยายชื่อเดียวกันของ ทาคุจิ อิชิคาวะ กำกับโดย โนบุฮิโร่ โดอิ เจ้าของผลงานเรื่อง  Nada Sousou และ Tears for You  ส่วนกับ Be With You ผลงานขึ้นหิ้งชิ้นนี้สามารถเรียกนํ้าตาผู้ชมได้ทั่วเอเชีย จนทำรายได้ไปสูงถึง 48 ล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ

สำหรับนักแสดงนำ Be With You ได้ ยูโกะ ทาเคอุจิ นักแสดงสาวชื่อดังจากหนัง Heaven's Bookstore มารับบทนำคู่กับ ชิโดะ นากามูระ นักแสดงหนุ่มที่มีผลงานโกอินเตอร์บ่อยๆเช่น Red Cliff และ Fearless

ถ้าฉันตายไป ปีหน้าในวันที่ฝนตก เราจะได้พบกันอีก คือคำสัญญาที่มิโอะให้ไว้กับสามีและลูกชาย และเมื่อวันนั้นมาถึง พวกเขาก็เดินไปในป่าจริงๆ ที่นั่นทาคุมิและยูจิได้พบกับหญิงสาวคนหนึ่งที่หน้าตาเหมือนมิโอะ แต่เธอจำอะไรไม่ได้เลย พวกเขาพาเธอกลับบ้าน และเริ่มกลับมาใช้ชีวิตร่วมกันอีกครั้ง และเมื่อเวลาผ่านไป ทุกๆอย่างก็ดูเหมือนจะเป็นไปด้วยดี ถ้าเพียงว่า ฤดูฝนนั้นจะยืนยาวเหมือนที่พวกเขาหวัง

 

Be With You นอกจากจะเป็นหนังรักโรแมนติกแล้ว ยังเป็นหนังครอบครัวที่แสนซาบซึ้ง บรรยากาศในหนังสวยมาก จุดนี้ต้องชื่นชมการถ่ายทอดภาพของผู้กำกับ โดยตัวหนังแฝงความแฟนตาซีลึกลับอยู่เล็กๆ แต่การกลับมาของคุณแม่ที่เสียไปแล้วก็ไม่ใช่แก่นของหนัง

ประเด็นที่แข็งแรงของเรื่องนี้คือความสัมพันธ์ของคนในครอบครัว การได้ใช้เวลาอยู่ร่วมกันอย่างคุ้มค่าที่สุด Be With You จึงเป็นภาพยนตร์ที่อบอุ่น และมีฉากที่ผู้ชมจดจำ รวมถึงเรียกนํ้าตาคนดูได้มากมาย อาทิ การที่ ยูจิ ลูกชายของ ทาคุมิ กับ มิโอะ ทำตุ๊กตาไล่ฝนกลับหัว เป็นต้น

อีกข้อที่น่าสนใจคือหนังนำเสนอฤดูฝนออกมาได้งดงามเสียจนอาจทำให้ใครหลายคนกลับมารู้สึกดีกับหน้าฝน หากได้มีโอกาสเดินกลางสายฝน เคียงข้างกับคนที่คุณรัก แบบตัวละคร พ่อ แม่ ลูก ในหนัง

 

 

เรื่องของการแสดง ยูโกะ ทาเคอุจิ กับ ชิโดะ นากามูระ เคมีเข้ากันได้อย่างไม่น่าเชื่อ
โดยเฉพาะ ชิโดะ ฝ่ายชายซึ่งผลงานส่วนใหญ่ของเขาจะเป็นหนังแอ็คชั่นหรือหนังสืบสวน ใครจะไปคิดว่าเขาทำได้ดีมากๆกับบทนี้ และทั้งคู่ก็อินกับบทบาทจนเกิดเป็นรักนอกจอ ลงเอยแต่งงานกันในชีวิตจริงเลยด้วย (น่าเสียดายที่ต่อมาต้องเลิกรากันไป) ขณะที่นักแสดงเด็กอย่างน้อง อากาชิ ทาเคอิ ก็เล่นได้น่ารักไร้เดียงสาสมวัย

Be With You คือหนังที่บอกเล่าเรื่องราวความรักยาวนานหลายปีของหนุ่มสาวในวัยมหาลัย ก่อนจะแต่งงานกัน ใช้ชีวิตร่วมกัน และพรากจากกันไป ทว่าความรักที่พวกเขาทั้งสองคนมีให้แก่กันนั้น มิได้จบลง หากแต่เป็นรักแท้ที่คงอยู่ไปชั่วนิรันดร์

ส่วนใครที่ดู Be With You เวอร์ชั่นญี่ปุ่นแล้ว สนใจอยากชม Be With You 2018 เวอร์ชั่นรีเมกของเกาหลี   ผลงานกำกับของ อีจางฮุน และนำแสดงโดย โซจีซบ กับ ซอนเยจิน รอชมกันได้เลย 21 มิถุนายนนี้ ในโรงภาพยนตร์

Be With You 2004
นักแสดง :   Yuko Takeuchi, Shido Nakamura, Akashi Takei
ผู้กำกับ :  Nobuhiro Doi



รีวิวหนัง Midnight Sun 24 ชม. ขอรักเธอทุกวัน ก่อนไปชมเวอร์ชั่นฮอลลีวูด

Midnight Sun มีชื่อภาษาญี่ปุ่นว่า Taiyo No Uta แปลตรงตัวคือ Song to the Sun เป็นหนังรักโรแมนติกที่ออกฉายในประเทศญี่ปุ่นเมื่อปี 2006 ผลงานการกำกับของ โนริฮิโระ โคอิซึมิ เจ้าของผลงาน Wrestling with a Memory, Flowers และ Chihayafuru เขียนบทโดย บันโดะ เคนจิ ที่อยู่เบื้องหลังหนังรักญี่ปุ่นหลายเรื่อง อาทิ I Give My First Love to You, Heavenly Forest รวมถึง Kids

ภาพยนตร์เรื่องนี้นำแสดงโดย ยูอิ นักร้องสาวสวยที่มีเพลงฮิตมากมาย กับ ทากาชิ ซึกาโมโตะ นักแสดงหนุ่มจาก About Love , Tiger and Dragon และ Nada Sou Sou โดยในเรื่องนี้เขาเพิ่งขึ้นแท่นมารับบทพระเอกครั้งแรก

สำหรับชื่อไทยของ Midnight Sun คือ 24 ชั่วโมงขอรักเธอทุกวัน เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับ คาโอรุ (ยูอิ) นักดนตรีเปิดหมวกที่จะมาดีดกีตาร์ตามท้องถนนหลังจากพระอาทิตย์ตกดินไปแล้ว เธอเป็นโรคชนิดหนึ่งซึ่งทำให้ร่างกายของเธอโดนแสงอาทิตย์ไม่ได้ คาโอรุ จึงออกจากบ้านได้เฉพาะตอนกลางคืนเท่านั้น

อาการของโรคไม่เพียงแต่จะส่งผลถึงร่ายกาย แต่มันยังทำให้หญิงสาวเกิดอาการเหงาจับใจ ราวกับว่าตนเองอยู่ลำพังในโลกอันแสนอ้างว้างใบนี้ จนกระทั่งเธอได้พบกับ โคจิ (ทากาชิ ซึกาโมโตะ) หนุ่มนักโต้คลื่นมือสมัครเล่น คาโอรุก็ได้รู้จักกับความรักครั้งแรก โลกทั้งโลกเปลี่ยนไป และคาโอรุก็ได้รู้ว่าเธอจะไม่เหงาอีกต่อไป

โรคที่นางเอกป่วยในหนังเป็นโรคที่มีอยู่จริง มีชื่อเรียกสั้นๆว่า โรค XP แต่ในภาพยนตร์อาจมีการเสริมเติมแต่งรายละเอียดของโรคเพิ่มเติมไปบ้าง เพื่อเป็นเงื่อนไขในความรักของ คาโอรุ กับ โคจิ ที่ต้องบอกว่าเป็นความรักของหนุ่มสาวที่บริสุทธิ์จริงๆ ไม่มีเรื่องเซ็กส์เข้ามาเกี่ยวข้องเลย

แน่นอนว่าโทนของหนังเป็นโรแมนติกดราม่าเรียกนํ้าตา แต่ก็มีส่วนประกอบหนึ่งที่เข้ามาสร้างสีสันคือเสียงร้องเพราะๆของ ยูอิ โดยเฉพาะเพลง Goodbye Days เพลงป็อปความหมายดีเข้ากับหนังที่ติดหูคนดูแม้บรรยากาศในหนังจะเศร้า ทว่าก็ไม่ได้ฟูมฟายจนเกินไป ผู้กำกับสามารถดึงอารมณ์ของหนังให้ดูมีแสงสว่างและสดใสท่ามกลางความมืดมิด

คาโอรุ ต้องใช้ชีวิตอยู่ในตอนกลางคืน ไม่สามารถชื่นชมความงามของพระอาทิตย์ได้ แต่เธอก็มี โคจิ คอยเป็นดวงตะวันประจำตัวของเธอ ยูอิ กับการแสดงหนังเรื่องแรกในชีวิต ถือว่าทำได้ดีมากๆ เชื่อว่าผู้ชมจะต้องหลงเสน่ห์ของเธอ โดยเฉพาะตอนที่ ยูอิ จับกีตาร์ร้องเพลง ผู้หญิงอะไรเท่มากๆ ขณะที่ ทากาชิ ซึกาโมโตะ ก็ทำได้ยอดเยี่ยมไม่แพ้กัน กับการขึ้นมาเป็นนักแสดงนำครั้งแรก เขาดูเป็นผู้ชายอบอุ่นที่ดูดี จนสาวๆหลายคนตกหลุมรัก

Midnight Sun (2006)

กำกับ : Norihiro Koizumi

นักแสดง : Yui, Takashi Tsukamoto, Kuniko Asagi

ความยอดเยี่ยมของ Midnight Sun ฉบับญี่ปุ่นทำให้หนังทำรายได้ถล่มทะลายในบ้านเกิดจนต่อมาได้ฉายในหลายประเทศทั่วเอเชีย รวมถึงส่งให้ ยูอิ โด่งดังไปทั่วเอเชีย มีแฟนเพลงติดตามมากขึ้นในหลายประเทศ ในประเทศไทยเองก็มีกลุ่ม ยูอิ แฟนคลับ กระแสดังกล่าวทำให้ค่ายภาพยนตร์จากฮอลลีวูดตัดสินใจซื้อลิขสิทธิ์หนังเรื่องนี้ไปรีเมคเป็นเวอร์ชั่นฮอลลีวูด

Midnight Sun หลบตะวัน ฉันรักเธอ ปี 2018 เป็นผลงานการกำกับของ สก็อต สเพียร์ เจ้าของผลงาน Step Up Revolution โดยได้ บันโดะ เคนจิ ผู้เขียนบทเวอร์ชั่นญี่ปุ่นมาเป็นที่ปรึกษาพร้อมร่วมเขียนบท หนังนำแสดงโดย เบลลา โทรน จาก The Babysitter และ แพทริก ชวาร์เซเน็กเกอร์ ลูกชายของ อาร์โนลด์ ชวาร์เซเน็กเกอร์ นักแสดงชื่อดัง

Midnight Sun ฉบับรีเมค เล่าเรื่องของ เคที่ เด็กสาววัย 17 ปี ที่ต้องเก็บตัวอยู่ในบ้านในช่วงกลางวันมาตั้งแต่ยังเด็ก เพราะเธอป่วยเป็นโรคประปลาดที่แสงอาทิตย์แม้แต่นิดเดียวสามารถคร่าชีวิตเธอได้ ในเวลากลางวันมีแค่ แจ๊ค พ่อของเธอคอยอยู่เป็นเพื่อน แต่พอพระอาทิตย์ตกดิน โลกของ เคที่ กลับสว่างสไว เมื่อเธอออกไปเล่นดนตรีที่สถานีรถไฟละแวกบ้านให้นักท่องเที่ยวฟัง คืนหนึ่งเธอพบกับ ชาลี อดีตนักกีฬาดาวเด่นของโรงเรียนมัธยม คนที่เธอแอบปลื้มมาเป็นปีๆ เธอปกปิดอาการไม่ให้เขารู้ ในที่สุดความรักเริ่มก่อตัวระหว่างหนุ่มสาวทั้งสอง

หนังมีคิวเข้าฉาย 12 เมษายนนี้ ในโรงภาพยนตร์

////////////////////////////////////////////////////////////