HOME Search

ผลการค้นหาพบ – 6 รายการเกี่ยวกับ เทศกาลดอกไม้ไฟ

รวบรวมเทศกาลดอกไม้ไฟสุดตระการตาในฤดูหนาวปี 2018 นี้…บินสบายๆ กับแพคเกจ JALPAK

ปกติแล้วเทศกาลดอกไม้ไฟจะจัดในช่วงฤดูร้อน ช่วงเดือนก.ค. - ส.ค. แต่ลองเปลี่ยนบรรยากาศสัมผัสลมหนาวกับแสงไฟสวยงามตระการตาจากดอกไม้ไฟดูบ้าง เราขอแนะนำเทศกาลดอกไม้ไฟฤดูหนาวที่น่าสนใจ มาให้ลองแวะไปเที่ยวกัน

1.การแสดงดอกไม้ไฟบนชายฝั่งฮาโกดาเตะในช่วงฤดูหนาว

การแสดงดอกไม้ไฟที่ท่าเรือ ฮาโกดาเตะจะจัดต่อเนื่องกัน 3 วัน ในช่วงกลางฤดูหนาว สีสันต่างๆ จากพลุถึง 2000 ดอก ตัดกับท้องฟ้าดำสนิทในยามค่ำคืน มองเห็นได้ชัดเจนที่สุดจากบริเวณใกล้สถานีฮาโกดาเตะ บริเวณอ่าว และภูเขาฮาโกดาเตะ สัมผัสกับมนต์เสน่ห์ของดอกไม้ไฟและหิมะที่กำลังโปรยปรายลงมา นอกจากนี้รอบอ่าวยังมีร้านอาหารและโรงแรมที่มีวิวสวย อาหารอร่อยที่สามารถเข้าพักและเห็นวิวได้รอบด้านอีกด้วย

ช่วงเวลา : วันที่  9 - 11 กุมภาพันธ์  2018  ตั้งแต่ 19: 40 -20.00  (ประมาณ 20 นาที)

http://fuyuhanabi.com/

2.เทศกาลน้ำแข็งทะเลสาบอะคัง จังหวัดฮอกไกโด

Akan Lake ice Festival จัดเป็นครั้งที่ 40 ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีประมาณช่วงปลายเดือน ก.พ..-มี.ค. ซึ่งน้ำในทะเลสาบมีอุณหภูมิต่ำกว่า 20 องศากลายเป็นน้ำแข็งหมด เรือนำเที่ยวออกวิ่งไม่ได้ แต่จะมีการจัดเทศกาลน้ำแข็งกันบนทะเลสาบ ช่วงกลางวันจะมีการเล่นสโนว์บอร์ด และกิจกรรมแกะสลัก ปั้นหิมะ  แต่ไฮไลต์จะอยู่ที่ตอนกลางคืน เพราะจะมีการจุดดอกไม้ไฟสว่างไสวสวยงาม

ช่วงเวลา :วันที่   3 กุมภาพันธ์ – 4 มีนาคม 2018 ตั้งแต่  20: 10 ~

http://ja.kushiro-lakeakan.com/things_to_do/1855/

3.Lake Towada Winter Story

แม่น้ำโทวาดะ คือ แม่น้ำที่ตั้งอยู่ระหว่างเมืองอาโอโมริและอาคิตะ  โดยช่วงเดือนกุมภาพันธ์จะมีการจัดงานรืนเริง  วันธรรมดาจะเริ่มตั้งแต่บ่ายสาม ส่วนวันเสาร์อาทิตย์จะเริ่มตั้งแต่ 11 โมง  มีอาหารท้องถิ่นให้ชิมมากมาย พร้อมบาร์เครื่องดื่มในอิกลู รวมไปถึงการแสดงต่าง ๆ  ไฮไลท์คือการจุดพลุดอกไม้ไฟ

ช่วงเวลา :   วันที่ 2 -  25 กุมภาพันธ์  2018  20: 00 -  20.10 (จุดพลุประมาณ 10 นาที)

http://towadako.or.jp/event/post1653/

อย่ารอช้า...รีบกดจองตั๋วแล้วไปเที่ยวทั่วญี่ปุ่นแบบคุ้มๆ !!

เพราะบริษัท JALPAK ในเครือ Japan Airline เอาใจคนรักญี่ปุ่น ออกแพคเกจซื้อตํ๋วเครื่องบินพร้อมที่พัก บอกเลยว่าถูกยิ่งกว่าจองแยก!
JAL Dynamic Package นี้ เป็นตัวช่วยให้การเดินทางไปญี่ปุ่นของคุณคุ้มค่า แถมราคาประหยัดแต่ยังอยู่ในระดับ Full service ของสายการบิน Japan Airline
ง่ายๆ เลยก็คือ คุณสามารถดีไซน์รูทการเดินทาง + ที่พักได้แบบอิสระตามใจฉัน ใครจะบินลงโตเกียว ต่อฮอกไกโด หรือข้ามไปฟุคุโอกะ แต่กลับไทยจากนาโกย่าก็ทำได้! ส่วนที่พักก็มีให้เลือกหลายราคาตามงบในกระเป๋า จะถูกจะแพงก็แล้วแต่สะดวกเลยค่ะคุณ
ยิ่งไปกว่านั้น JALPAK เขาเข้าใจชะนีแฟๆ (แฟชั่นอ่ะแก) ว่าของเยอะ ไหนจะต้องขนเสื้อผ้าไปรบกับอากาศหนาวๆ ไหนจะต้องเปลี่ยนชุดถ่ายรูปอีก เขาก็เลยเสนอให้ทุกคนได้บินพร้อมน้ำหนักกระเป๋า 23 กิโลกรัม 2 ใบสำหรับชั้นประหยัดแหละ!! ขากลับช้อปจนลืมตัวยังไง ก็ยังเหลือพื้นที่ในกระเป๋า เชื่อสิ

แต่อะไรก็ไม่สำคัญเท่าชีวิต
ใครจะเป็นลมเป็นแล้ง หรือหัวใจหยุดเต้นกระทันหัน ก็ไม่ต้องห่วงกลัวเข้าโรงพยาบาลแล้วงบจะบานปลาย เพราะเขาก็มีประกันแบบพรีเมี่ยมคุ้มครองคุณตลอดทริปด้วยนะ!

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมหรือจองตั๋วเครื่องบินที่ทาง http://www.th.jal.co.jp/thl/th/jaldp/coupon/womjapan/index.html

4. Ojiya Balloon Festival

สามารถเพลิดเพลินกับการแข่งขันบอลลูนที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่นได้ที่ จ . นีงาตะ   เป็นงานเทศกาที่จะได้ชื่นชมความงามของบอลลูนเรืองแสงสีส้มขนาดใหญ่และดอกไม้ไฟที่จุดขึ้นเป็นฉากหลัง ในช่วงค่ำของงานวันแรกนั้นจะมีการจัดกิจกรรมภายใต้ชื่อ “โกวลบอลลูน เฟสติวัล” เป็นโคมไฟที่ทำจากหิมะมีไฟเล็กๆ ตกแต่งอยู่ภายใน

ช่วงเวลา :  วันที่  24 – 25 กุมภาพันธ์ 2018  จะจุดดอกไม้ไฟแค่วันที่ 24 เท่านั้น

http://www.ojiyakanko.com/festival_003.html

5. Kawaguchigo Winter Fireworks. (งานดอกไม้ไฟฤดูหนาวที่ทะเลสาบคาวากุจิโกะ)

เป็นหนึ่งในงานที่มีชื่อเสียงงานหนึ่งของฤดูหนาวเลยทีเดียว โดยจะมีการจัดแสดงพลุ 2 พันดอก  และแสงสีอันสวยงามเหนือน่านน้ำทะเลสาบคาวากุจิโกะในยามค่ำคืน โดยจะสามารถมองเห็นภาพสะท้อนจากผิวน้ำได้อีกด้วย ที่นี่เราสามารถชื่นชมดอกไม้ไฟ พร้อมดนตรี โดยมีฉากหลังเป็นเงาของภูเขาไฟฟูจิ

ช่วงเวลา  วันที่ 13 มกราคม – 18 กุมภาพันธ์  (จัดแสดงเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 20:00-20:20 น.) และในวันที่ 23 กุมภาพันธ์ ที่เป็นวัน Mount Fuji Day

http://www.fujisan.ne.jp/event/info.php?no=552

แหล่งที่มาและภาพประกอบ : https://travel.rakuten.co.jp/mytrip/trend/winter-fireworks/?l-id=Mytrip_Article_03



Summer walk ขึ้นกระเช้า เข้าป่า ศึกษางานคราฟท์ ที่จังหวัด Gunma • Niigata • Nagano ตอน Nagano-นากะโนะ

การเดินทางในฤดูร้อน เราหนีความร้อนในเมืองคอนกรีตมาเข้าป่าสูดออกซิเจนเพิ่มความสดชื่นในสถานที่ Unseen บนเส้นทางชินคันเซน Joetsu/Hokuriku ไล่ตั้งแต่ จังหวัดกุนมะที่อยู่ใกล้โตเกียวมากที่สุด ไปนีงาตะ และนากะโนะ ระหว่าง 20 - 26 ก.ค. 2018 พร้อมกับพาสรถไฟ JR EAST PASS (Nagano, Niigata area)

 

กุนมะ || "หน้าร้อนญี่ปุ่น เก็บพลัม ชมงานแฮนด์เมด แช่ออนเซนที่มินาคามิ"

กุนมะ || "ขึ้นกระเช้าสู่ยอดเขา วิ่งเล่นในทุ่งลาเวนเดอร์ นั่งรถไฟหัวรถจักร ชมงานเทศกาลโชว์สะดือ"

นีงะตะ || “สักการะศาลเจ้า ขึ้นกระเช้า แปลงกายเป็นช่างทำมีด แม่บ้านชาวญี่ปุ่น"

นีงะตะ || "เลี้ยงปลาคาร์ฟ ชมทุ่งบัวชมพู แสงไฟ Illumination แวะอควาเรียม The Sea of Japan"

นากะโนะ || "ไหว้พระพุทธ เข้าเมืองปราสาทอีกา เยือนถิ่นงานคราฟท์ และย่านเมืองเก่า"

1. Zenkoji | วัดเซ็นโคจิ
2. Narai juku | นาราอิ จูกุ
3. Kiso arts & Crafts | คิโสะ อาร์ตส และคราฟท์ส

นากะโนะ || "ชมทะเลสาบสุวะ ฉากสำคัญใน Kimi no Nawa เข้าป่ามอส ชมน้ำตก ดื่มด่ำบรรยากาศเมืองคารุอิซาว่า"

4. Tateishi park | สวนสาธารณะทาเทอิชิ
5. Koke no mori (Moss Forest) | ป่ามอส
6. Otome falls | น้ำตกโอโตะเมะ
7. Shiraito Falls | น้ำตกชิราอิโตะ
8. Kumobai Pond | บ่อน้ำคุโมะไบ
9. Kyu-Karuizawa | ย่านการค้าคารุอิซาว่า

  Hokuriku Shinkansen

JOETSUMYOKO Station    →       NAGANO Station

วันที่ 5

นากะโนะ || "ไหว้พระพุทธ เข้าเมืองปราสาทอีกา เยือนถิ่นงานคราฟท์ และย่านเมืองเก่า"

1. Zenkoji

วัด Zenkoji เป็นวัดพุทธที่ไม่มีนิกายแห่งแรกในญี่ปุ่น ฮงโดหรือวิหารหลัก (ถูกกำหนดให้เป็นสมบัติของชาติ) เป็นที่ประดิษฐานของพระอมิตาพุทธะ 3 พระองค์มาตั้งแต่ปีค.ศ. 1707 ถือเป็นพระพุทธรูปที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดในวัด  หรือที่เรียกว่า "อิคโค ซันซอน อมิดา เนียวไร"
และเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปองค์แรกที่เข้ามายังญี่ปุ่น (พระพุทธรูปของจริงจะเปิดให้ชมทุกๆ 6 ปี ในระยะเวลาไม่กี่สัปดาห์ รอบถัดไปจะเป็นปี ค.ศ. 2021)

ภายในวัดมีสัญลักษณ์ทางธรรมมากมาย หนึ่งในนั้นคือการเวียนว่ายตายเกิด ที่มนุษย์หนีไม่ได้ โดยในทางเดินมืดที่อยู่ใต้วิหารหลักแสดงให้เห็นว่าทุกคนต่างเท่าเทียมกัน ในขณะที่กำลังพยายามคลำหาห่วงประตู (สัญลักษณ์กุญแจสู่สรวงสวรรค์) ซึ่งอยู่ในที่มืด เป็นเสมือนการปลดปล่อยตัวเองจากทางโลก พยายามสะท้อนมองตัวเอง และค้นหาความต้องการที่แท้จริงทางจิตใจ

 

ถนนหน้าซุ้มประตูทางเข้าวัดเซนโคจิเรียกว่า Nakamise

เครื่องรางของฝาก พกไว้เพื่อความสบายใจ

      ลงป้าย Zenko-ji

http://www.zenkoji.jp/

 

https://goo.gl/maps/P8jA4fLC3CM2

 

 

 

 

 

 

Galerie Ren
บริเวณหน้าวัด มีร้านที่เราสามารถทำกล้องสลับลายหรือ สร้อยข้อมือหินนำโชคในราคา 2,160 เยน เป็นของที่ระลึก ซึ่งราคาถูกกว่าโตเกียว 2 เท่า
10:00-17:00

2 นาที จากวัด Zenkoji

https://goo.gl/maps/dr5H2EHRfSk

ร้าน Yawataya Isogoro
ถนนหน้าซุ้มประตูทางเข้าวัดเซนโคจิเรียกว่า Nakamise เป็นถนนที่มีร้านรวงขายขนมและของที่ระลึกต่างๆ และร้านที่มีชื่อเสียงมากที่สุดคือ ร้านขายพริกป่นที่ตั้งอยู่ทางซ้ายมือ จุดสังเกตคือกระป๋องพริกที่ดัดแปลงเป็นที่นั่งรอหน้าร้าน พริกคั่วป่นนี้เป็นสูตรพิเศษเพราะมีการเบรนด์พริกและกลิ่นอโรม่า เช่นใบชิโสะ ขิง หรือน้ำมันงาเข้าไป
 

  สาขาหน้าวัด 9:00-18.30
สาขาห้างมิโดริ 9:00-20:00
www.yawataya.co.jp

Midori Nagano
ที่สถานีนากะโนะ จะเห็นห้าง Midori ที่รวมอาหาร ของฝาก เสื้อผ้าแฟชั่น และที่แนะนำมากๆ เลยคือบรรดาร้านโอยะกิ หรือซาลาเปาย่างไส้ผัก เนื้อ และผลไม้ตามฤดูกาล

☆  ความรู้แถม ☆ ใครที่มาเที่ยวละแวกเมืองนากะโนะ แนะนำว่า สถานี Matsumoto ก็เป็นอีกช้อยส์ในการเลือกที่พัก เพราะนอกจากจะมีร้านค้าให้ช้อปปิ้งแล้ว ยังมีไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาดคือ ปราสาท Matsumoto หรือปราสาทอีกา ซึ่งถูกสร้างตั้งแต่ปี ค.ศ. 1592 เป็นศูนย์กลางของเมือง และยังมีฉากหลังเป็นเทือกเขา Japan Alps พร้อมทั้งยังเป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทาง Tateyama-Kurobe Alpine Route อีกด้วย

 https://www.eki-midori.com/

2. Narai juku

นาราอิ จูกุ เป็นเมืองเก่าที่มีตั้งแต่ยุคเอโดะ ตั้งอยู่กลางทางระหว่างเกียวโตกับเอโดะ (ชื่อเดิมของโตเกียว) บนเส้นทาง Nakasendo Route ที่นี่จะเป็นจุดแวะพักของการส่งของในสมัยก่อน ถนนจึงกว้างเนื่องจากมีการขึ้นลงสินค้าโดยมีม้าเป็นพาหนะหลัก จึงทำให้ปัจจุบันมีบ้านเรือนดั้งเดิมหลายหลังยังคงสภาพดีกว่าเมืองอื่นๆ

บรรยากาศค่อนข้างจะเงียบสงบ และได้ความรู้สึกสดชื่น รายล้อมด้วยภูเขา แนะนำสำหรับผู้ที่ชื่นชอบสถาปัตยกรรมยุคเก่า และนักสะสมงานคราฟท์ประเภทถ้วยซุปมิโสะ กล่องเบนโตะ และอุปกรณ์ในครัว ที่นี่โด่งดังมาก เป็นแหล่งผลิตงานไม้เคลือบแลกเกอร์ที่มีภูมิปัญญาสืบทอดมานานกว่า 600 ปี

แอบกระซิบนิดนึงว่าหากเดินทางมาที่นี่อย่าลืมกินโซบะ โกเฮโมจิ (โมจิราดซอสงา หรือวอลนัท) และโอยากิ (ซาลาเปาไส้ผัก หรือถั่วแดงย่าง) อร่อยสุดๆ และถ้าใครเดินทางเหนื่อยจะพักที่นาราอิ จุกุ ก็น่าสนใจ

 

 

        ลงสถานี Narai

 

http://www.naraijuku.com/

 

https://goo.gl/maps/rdP5hUfEGY32

3. Kiso arts & Crafts

 

 

 

ใครที่ชอบงานศิลปะ และงานคราฟท์แล้วคิดว่ายังช็อปของฝากไม่จุใจ เชิญมาที่นี่ เพราะเป็นแหล่งของดีของดังประจำเมือง Shiojiri

โดยในยุคกลางเอโดะ Kiso-Hirasawa เป็นหมู่บ้านที่รู้จักกันดีในเรื่องการผลิตงานคราฟท์เคลือบแลกเกอร์หรือที่เรียกว่า Kiso Shikki กลายเป็นแหล่งผลิตของที่ระลึกทำมือที่ได้กระจายไปทั่วญี่ปุ่น โดยมีแหล่งผลิตอยู่ทั้งหมด 150 ที่ และมีช่างฝีมือมากกว่า 700 คน
สินค้าขายดีอันดับ 1 คือ ทัพพีตักข้าวทำจากไม้ ใครที่มาซื้อสินค้าที่นี่ก็เตรียมแบงค์หมื่นมา เพราะอยากให้ซื้อไวน์กลับไปชิม

  9:00-17:00

       1.7 กิโลเมตรจาก สถานี Kiso-Hirasawa

http://www.kiso.or.jp/

 

https://goo.gl/maps/wGs8WLpKuqE2

วันที่ 6

นากะโนะ || "ชมทะเลสาบสุวะ ฉากสำคัญใน Kimi no Nawa เข้าป่ามอส ชมน้ำตก ชมม่านน้ำตก ดื่มด่ำบรรยากาศเมืองคารุอิซาว่า"

4. Tateishi park

 

 

 

ชินไค มาโคโตะ-Shinkai Makoto ผู้กำกับเรื่อง Your name (Kimi no Na wa :君の名は) นำเรืองราวของบ้านเกิดที่นากะโนะมารวมกับเมืองในเรื่องที่ชื่อ Itomori ซึ่งจริงๆ แล้วสถานที่ที่พระเอกนางเอกพบกันครั้งแรกในเรื่องก็คือ ทะเลสาบสุวะ (Lake Suwa) คนที่ดูเรื่องนี้บอกได้คำเดียวว่า ถ้ามองมุมสูงจาก Tateishi park ลงไปที่ทะเลสาบ จะต้องทั้งอินทั้งฟินแน่นอน แนะนำเลยว่า จะให้ฟินแบบพีคๆ ขอให้มากลางคืน หรือจะมาวันที่จัดเทศกาลดอกไม้ไฟในช่วงฤดูร้อนที่มีคนเดินทางมาดูถึง 5 แสนคน เลยก็จะพีคขึ้นไปอีก

    จาก Kami-Suwa Station (JR Chuo Line) นั่งแท็กซี่อีก 10 นาที

http://www.city.suwa.lg.jp/www/index.jsp

https://goo.gl/maps/wcggV66QUDB2

 

☆ ความรู้แถม ☆ จริงๆ แล้วที่เมือง สุวะ นี้ยังมีออนเซนที่มีชื่อเสียง ศาลเจ้า Suwa Taisha และปราสาท Takashima อีกด้วย และไม่อยากให้พลาด เทศกาลดอกไม้ไฟซัมเมอร์ไนท์ ที่จะจุดพลุกว่า 800 นัดทุดวันตลอดเดือน ส.ค.และในวันที่ 15 ส.ค. จะจัดยิ่งใหญ่ที่สุด 4 หมื่นนัด เริ่มตั้งแต่เวลา 20:30 เป็นต้นไป

   http://www.suwako-hanabi.com/summer/

5. Koke no mori (Moss Forest)

 

 

 

เส้นทางของการเดินป่ารอบๆ จิโนะ (Chino ยังอยู่ในเขตสุวะ) เราขอแนะนำถนนมาร์เชน (Marchen) ที่จะพาคุณไป Shirakoma Pond ตั้งอยู่ในป่ามอสแห่งนี้บนความสูงที่ 2,115 เมตรจากน้ำทะเล ที่โด่งดังมากในช่วงใบไม้เปลี่ยนสี ส่วนในช่วงฤดูหนาว บ่อน้ำจะเป็นน้ำแข็งสามารถเดินบนน้ำได้ แต่ในช่วงฤดูร้อนอย่างที่เรามานี้ จะกลายเป็นป่ามอส (485 พันธ์) ระยะทางเดินตลอด 40 นาทีนี้ทำให้เรารู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปอีกโลกหนึ่งที่ห่างไกลจากโลกแห่งวัตถุ บรรยากาศเหมือนเรื่อง Princess Mononoke โดยในป่าอากาศค่อนข้างเย็น 19 องศา แม้จะในฤดูร้อนก็ตาม

 

ทางเดินช่วงต้น ทางเข้าป่ามอส ♪

บรรยากาศเหมือนอนิเมะเรื่อง Princess Mononoke ♫

เจ้าหญิงจิตวิญญาณแห่งพงไพร もののけ姫 ♫ จริงๆ แล้วภูมิทัศน์ที่ปรากฏมาจากป่าโบราณแห่งเกาะ Yaku จังหวัด Kagoshima และภูเขา Shirakami ทางตอนเหนือของฮอนชู

จุดหมายปลายทางของป่ามอส คือที่นี่ Shirakoma Pond

    เช่ารถขับจากสถานี Chino Station

 

https://goo.gl/maps/XoB2LVxi5is

6. Otome falls

 

 

 

น้ำตกโอโตเมะเป็นน้ำตกที่คนสร้าง โดยมีพลังจากธรรมชาติ 20,000 ไมนัสอิออน/ ซีซี ทำให้ผิวสวย ผมดกหนาขึ้นได้ ถ้าเราอยู่บริเวณนั้นนานๆ และในช่วงฤดูหนาว อุณหภูมิจะ -4 องศา ทำให้น้ำที่ไหลลงมากลายเป็นน้ำแข็งเลยทันที สามารถชมแสงจากพระอาทิตย์ตกสะท้อนกับน้ำแข็งของน้ำตกในช่วงเดือน ม.ค. - ก.พ.
โดยน้ำตกนี้อยู่บนเส้นทางในหุบเขา Yokoya มีเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติหลายเส้น นักท่องเที่ยวจะเลือกระยะทางสั้นๆ ใช้เวลาเดิน 20 นาที หรือจะเต็ม 3 ช.ม. เพื่อมาชมน้ำตกนี้ก็ได้

  ขับรถต่อจาก Koke no mori (Moss Forest) 25 นาที

 

https://goo.gl/maps/2WTAFZBaot72

7. Shiraito Falls

 

 

 

เข้าสู่เมือง Karuizawa เมืองบ้านพักตากอากาศบนดินแดนที่ไม่มีคำว่า “ร้อน“ มีทั้งบ้านพักตากอากาศเงียบๆ รีสอร์ท โรงแรม ย่านร้านค้าเก่าแก่อยู่ท่ามกลางธรรมชาติ ซึ่งแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติที่เป็นจุดเด่นประจำที่นี่คือ น้ำตก Shiraito หน้ากว้าง 70 เมตร ตั้งอยู่ในป่าทางทิศเหนือของเมือง

ด้านบนของน้ำตกเป็นทางลาดชันของภูเขาไฟที่กักเก็บน้ำไว้ใต้ดินแล้วไหลออกมาเป็นน้ำตกคล้ายฝนที่ตกลงมาอย่างสม่ำเสมอ นี่จึงอธิบายว่า น้ำตกนี้ไม่เชื่อมต่อกับแม่น้ำสายใด และไม่อิงกับปริมาณน้ำฝน

     ลงป้าย Shiraito no Taki เดินต่ออีก 10 นาที

 

https://goo.gl/maps/Nceg7AzEBaB2

8. Kumobai Pond

 

 

 

ตั้งอยู่บนเส้นทางจักรยานที่ปกคลุมไปด้วยต้นไม้ บ่อน้ำ Kumobai แห่งนี้มีภาพความเขียวหลากสีของต้นโมมิจิสะท้อนกับผิวน้ำได้สวยน่าทึ่งมากๆ และที่นี่ยังกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวมาในช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสี ระหว่างกลางเดือน ต.ค. - ต้นเดือน พ.ย. อีกด้วย อากาศจะเย็นๆ แม้กระทั่งเดือน ก.ค.-ส.ค. ที่ถือว่าเป็นเดือนที่ร้อนที่สุด

 

   ลงป้าย Kumobaike

https://goo.gl/maps/YrwzsbLtj122

9. Kyu-Karuizawa

 

 

 

ย่านช้อปปิ้งที่มีเสน่ห์แบบยุโรป เต็มไปด้วยร้านอาหาร ร้านขนม คาเฟ่น่ารักๆ หรือแม้แต่สินค้าแม่บ้านอย่างร้านขายผักดองยังน่าสนใจ เพราะมีผักให้เลือกหลากหลายชนิด และมีตัวอย่างให้ชิม รวมทั้งขนมของฝาก และแยมต่างๆ และอีกร้านที่ต้องห้ามพลาดคือซอฟท์ครีมรสกาแฟ

 

   ลงป้าย Chubudenryokuzen เดินต่ออีก 220 เมตร

  https://goo.gl/maps/5T27i7AtC3J2

เที่ยวกุนมะ นีงาตะ และนากะโนะ สุดประทับใจครั้งนี้ เพราะหมดห่วงเรื่องค่าเดินทางยิบย่อย เพราะเรามีพาสรถไฟ JR EAST PASS (Nagano, Niigata area) เป็นเพื่อนเดินทาง



การแสดงดอกไม้ไฟยอดนิยม 5 อันดับแรกของญี่ปุ่น จาก Hankyu Travel International มีอะไรบ้างต้องเช็ค

งานแสดงดอกไม้ไฟถือเป็นเป็นไฮไลท์อย่างหนึ่งของอีเว้นท์ในประเทศญี่ปุ่นที่เวลายิงกันทีจะอลังการ สวยงามสุดๆ เพราะยิงกันเป็นหมื่นลูก และเป็นช่วงที่คนญี่ปุ่นจะนิยมใส่ชุดยูคะตะออกมาชมกันด้วย ดังนั้น Hankyu Travel International จึงได้ทำการสำรวจข้อมูลคนมาเที่ยวงานดอกไม้ไฟของปีก่อน  เพื่อนำมารีวิวว่าแต่ละที่เป็นยังไง มีงานไหนน่าสนใจบ้าง เราไปดู 5 อันดับแรกเพื่อเป็นไกด์สำหรับการท่องเที่ยวในฤดูร้อนปี 2018 นี้กันเถอะ

 

1. Omagari Fireworks Festival (จังหวัดอะคิตะ)

ว่ากันว่าเป็นหนึ่งใน 3 เทศกาลดอกไม้ไฟที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่นซึ่งเป็นอีเว้นท์ที่มีการจัดการแข่งขัน ซึ่งจะมีทีมทำพลุจากทั่วประเทศเข้าร่วมการแข่งขันและใหญ่สุดในภูมิภาคโทโฮคุ จุดเด่นคือ มีธีมเล่าเรื่องราวผ่านการยิงดอกไม้ไฟที่ต่างกันในแต่ละปี  และมีการจุดพลุในเวลากลางวันอีกด้วย

สถานที่: แม่น้ำ Omono, Omagari, Daisen, Akita (เดินเป็นเวลา 30 นาทีจากสถานี JR Omagari)

วันที่: 25 สิงหาคม 2018

เวลา: เริ่ม 17:30 น. / ดอกไม้ไฟตอนเย็น 18:50 น.

http://www.oomagari-hanabi.com

 

2. Natsu Ichiban Hanabi Festival, Huis Ten Bosch (จังหวัดนางาซากิ)

งานดอกไม้ไฟที่ Huis Ten Bosch ถือว่าใหญ่ที่สุดในคิวชู คุณสามารถเพลิดเพลินกับดอกไม้ไฟท่ามกลางสระว่ายน้ำได้ที่นี่ อีกทั้งยังมีไฮไลท์มากมายในการจัดงานรวมถึงการจุดดอกไม้ไฟหลากชนิด เช่น การจุดดอกไม้ไฟขนาดใหญ่ 100 นัดในเวลาเดียวกัน โดยในช่วงท้ายของงานจะมีการจุดดอกไม้ไฟ Star Mine จำนวน 4,000 ลูก ยาวนานเป็นเวลา 5 นาที

สถานที่: Huis Ten Bosch (ใช้เวลาเดิน 5 นาทีจากสถานี JR Huis Ten Bosch)

เวลา / วัน: 21 กรกฎาคม 2018 เวลา 20:00 น. - 21:30 น.

https://www.huistenbosch.co.jp/event/fireworks/summerfw/

 

3. Nagaoka Fireworks Festival (จังหวัดนีงะตะ)

ตั้งแต่เกิดการทิ้งระเบิดปูพรมที่ Nagaoka เมื่อปี 1945 ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง Nagaoka Fukkousai ก็ได้ถูกจัดขึ้นซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของเทศกาลดอกไม้ไฟและเป็นตัวแทนของความสงบสุข และจัดขึ้นมานานกว่า 72 ปี เพื่อรำลึกถึงความสูญเสียที่เกิดขึ้น

สถานที่:  Shinano River, Chosei Bridge, Nagaoka-shi, Niigata

วันที่: 2 - 3 สิงหาคม 2018

เวลา: 19:20 น. - 21:15 น.

* เทศกาล Nagaoka Firework Festival เริ่มจัดตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม

http://nagaokamatsuri.com

 

4. Atami Fireworks Festival (จังหวัดชิซุโอะกะ)

ดอกไม้ไฟ Atami จะจัดขึ้นตลอดทั้งปีและเป็นส่วนสำคัญของอ่าว Atami โดยจะจัดช่วงฤดูร้อน จัดมาตั้งแต่ปี 1952 ซึ่งก็เป็นเวลา 66 ปีแล้ว

สถานที่: จาก Atami Sun Beach ถึง Atami Port (เดิน 15-20 นาทีจากสถานี JR Atami)

เวลา / วันที่:  27, 31 กรกฎาคม 2018 และ 5, 8, 19, 24, 30 สิงหาคม 2018 เวลา 20:20 น. - 20:50 น.
17 กันยายน 2018 เวลา 20:20 น. - 20:45 น.

 

5. Kachimai Fireworks (Obihiro, Hokkaido)

งานดอกไม้ไฟ Kachimai จัดขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อปี 1929 ในงานแสดงพลุครั้งแรกของฮอกไกโด ปีนี้เป็นปีที่ 68  มีการจุดพลุมากเกือบ 20,000 ลูก และจะมีการจุดพลุแบบ Nishiki Kamuro ที่แตกเป็นเม็ดสีทองทิ้งระยะทางที่กระพริบตกลงมาเป็นทางยาวบนท้องฟ้ายามค่ำคืน

สถานที่: Tokachi River, Obihiro (เดิน 30 นาทีจากสถานี JR Obihiro)

วันที่: 13 สิงหาคม 2018

เวลา: 19:30 น. - 21:00 น.

https://www.tokachi.co.jp/hanabi/

 

แหล่งที่มาเรื่องและภาพ : moshimoshi-nippon



JR-EAST • รวมข้อมูลทุกพาสของ JR EAST

jr-east-tohoku

JR EAST PASS (Tohoku Area) พาสสำหรับการเดินทางด้วยรถไฟของ JR EAST ในภูมิภาค Tohoku แบบไม่จำกัดจำนวนครั้ง เหมาะกับนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางไปเที่ยว Tohoku โดยเริ่มต้นเดินทางจาก Tokyo สามารถใช้นั่ง Shinkansen และรถไฟแบบ Limited Express รวมถึงรถไฟระหว่างสนามบินนาริตะหรือฮาเนดะได้เช่นกัน

TOHOKU ภูมิภาคทางตอนเหนือสุดของเกาะฮอนชู โอบล้อมไปด้วยทะเลทั้งสองด้าน ทั้งทะเลญี่ปุ่นและทะเลแปซิฟิก เป็นภูมิภาคที่อุดมไปด้วยอาหารทะเลที่หลากหลาย ผลผลิตทางการเกษตรคุณภาพดี ความสวยงามของธรรมชาติอันทรงคุณค่า และศิลปะวัฒนธรรมที่มีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ประกอบไปด้วย 6 จังหวัด Aomori, Iwate, Akita, Miyagi, Yamagata และ Fukushima

เหมาะสำหรับ .. นักท่องเที่ยวที่ต้องการท่องเที่ยวในภูมิภาค Tohoku เป็นหลัก ซึ่ง Tohoku นั้นสามารถเที่ยวได้ทุกฤดู ฤดูหนาว ก็จะมีเทศกาลเกี่ยวกับหิมะ รวมถึงลานสกีมากมาย และยังมีอาหารทะเลชั้นเลิศในช่วงฤดูหนาวด้วย ฤดูใบไม้ผลิก็มีจุดชมซากุระกระจายอยู่ทั่วภูมิภาค ฤดูร้อน มีเทศกาลฤดูร้อนที่ยิ่งใหญ่ และยังมีเทศกาลอื่นๆ อีกมากมายจนไม่สามารถเข้าร่วมได้ครบในทริปเดียว ฤดูใบไม้ร่วงก็มีใบไม้เปลี่ยนสีที่สวยงามมากมายจนเที่ยวได้ไม่ครบ เรียกได้ว่าภูมิภาคนี้มีครบทุกฤดู แุมยังมีออนเซ็นที่มีชื่อเสียงอีกมากมาย

 

JR EAST PASS (Tohoku Area)

ระยะเวลาการใช้งาน : ใช้ได้ไม่จำกัดเที่ยว 5 วัน แบบไม่ต่อเนื่อง ภายในระยะเวลา 14 วัน หลังจากเริ่มใช้

ราคา : 19,000 เยน (ซื้อผ่านตัวแทนจำหน่าย) / 20,000 เยน (ซื้อภายในประเทศญี่ปุ่น)

ราคาเด็กอายุระหว่าง 6 – 11 ปี : 9,500 เยน (ซื้อผ่านตัวแทนจำหน่าย) / 10,000 เยน (ซื้อภายในประเทศญี่ปุ่น)

*สามารถใช้ขึ้นรถไฟของ JR EAST ได้ทั้ง Local Train, Limited Express และ Shinkansen รวมถึงรถไฟเอกชนบางสายด้วย

*สำหรับชาวต่างชาติที่มาท่องเที่ยวภายในประเทศญี่ปุ่นระยะสั้นไม่เกิน 90 วัน

Official Site : http://www.jreast.co.jp/e/eastpass_t/index.html

tohoku


jr-eastnaganii

JR EAST PASS (Nagano, Niigata Area) พาสรถไฟแบบไม่จำกัดจำนวนเที่ยวสำหรับโดยสารรถไฟของ JR EAST โดยจะมีพื้นที่ให้บริการถึงจังหวัด Nagano และจังหวัด Niigata มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมายในเส้นทางนี้ และใช้เวลาไม่นานในการเดินทางไปท่องเที่ยวตามจุดต่างๆ

NAGANO จังหวัดที่มีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจและได้รับความนิยมจากคนทั่วโลก เป็นจังหวัดที่ตั้งอยู่บนที่ราบสูงและภูเขา จังหวัดนี้จึงมีอากาศที่หนาวจัดในช่วงฤดูหนาว และอากาศกำลังดีในช่วงฤดูร้อน นอกจากนี้ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติชื่อดังจนใครๆ ก็อยากที่จะมาสั้งครั้ง

NIIGATA จังหวัดที่อยู่ติดกับทะเลญี่ปุ่น มีพื้นที่เป็นแนวยาวเชื่อมระหว่าง Tohoku และ Hokuriku เป็นแหล่งลานสกีสำหรับคนที่ต้องการเล่นสกีและสโนวบอร์ด สามารถเดินทางได้อย่างสะดวกสบายด้วย Joetsu Shinkansen ในฤดูร้อนก็จะมีเทศกาลดอกไม้ไฟที่ดังที่สุดในประเทศญี่ปุ่นอย่างเทศกาลที่เมือง Nagaoka อีกด้วย

 

JR EAST PASS (Nagano, Niigata Area)

ระยะเวลาการใช้งาน : ใช้ได้ไม่จำกัดเที่ยว 5 วัน แบบไม่ต่อเนื่อง ภายในระยะเวลา 14 วัน หลังจากเริ่มใช้

ราคา : 17,000 เยน (ซื้อผ่านตัวแทนจำหน่าย) / 18,000 เยน (ซื้อภายในประเทศญี่ปุ่น)

ราคาเด็กอายุระหว่าง 6 – 11 ปี : 8,500 เยน (ซื้อผ่านตัวแทนจำหน่าย) / 9,000 เยน (ซื้อภายในประเทศญี่ปุ่น)

*สามารถใช้ขึ้นรถไฟของ JR EAST ได้ทั้ง Local Train, Limited Express และ Shinkansen รวมถึงรถไฟเอกชนบางสายด้วย

*สำหรับชาวต่างชาติที่มาท่องเที่ยวภายในประเทศญี่ปุ่นระยะสั้นไม่เกิน 90 วัน

Official Site : http://www.jreast.co.jp/e/eastpass_n/index.html

naganiigata


jr-east-hokk

JR EAST SOUTH HOKKAIDO RAIL PASS เป็นพาสที่ออกร่วมกันโดย JR EAST และ JR HOKKAIDO ต้อนรับการเปิดเส้นทางใหม่ของรถไฟ Hokkaido Shinkansen ที่สามารถนั่งจาก Tokyo Station ไปจนถึง Shin-Hakodate Hokuto Station โดยใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมงเท่านั้น หากใครต้องการไปเที่ยว Sapporo ด้วยล่ะก็ สามารถใช้พาสนี้ในการเดินทางได้ เที่ยว Hokkaido แล้วแวะ Tohoku ด้วยจะยิ่งคุ้มค่า เพราะสิ่งที่ได้คือประสบการณ์การท่องเที่ยวที่หลากหลายนั่นเอง

SOUTH HOKKAIDO ฮอกไกโดตอนใต้นั้น ปกติก็ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวอยู่แล้ว โดยเฉพาะในเมือง Hakodate ที่เต็มไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวและความหลากหลายของสไตล์การท่องเที่ยวด้วยเช่นกัน หรือถ้าใครอยากจะไปไกลกว่านี้ ก็สามารถหยุดใช้พาสในวันนั้นๆ ไปเที่ยวสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ นอกเหนือจากเส้นทางรถไฟที่พาสครอบคลุมก็สามารถทำได้ จะเช่ารถขับ หรือจะพักผ่อนนานๆ ก็ทำได้ด้วยพาสนี้

 

JR EAST SOUTH HOKKAIDO RAIL PASS

ระยะเวลาการใช้งาน : ใช้ได้ไม่จำกัดเที่ยว 6 วัน แบบไม่ต่อเนื่อง ภายในระยะเวลา 14 วัน หลังจากเริ่มใช้

ราคา : 26,000 เยน (ซื้อผ่านตัวแทนจำหน่าย) / 27,000 เยน (ซื้อภายในประเทศญี่ปุ่น)

ราคาเด็กอายุระหว่าง 6 – 11 ปี : 13,000 เยน (ซื้อผ่านตัวแทนจำหน่าย) / 13,500 เยน (ซื้อภายในประเทศญี่ปุ่น)

*สามารถใช้ขึ้นรถไฟของ JR EAST และ JR Hokkaido ได้ทั้ง Local Train, Limited Express และ Shinkansen ในพื้นที่ที่กำหนด รวมถึงรถไฟเอกชนบางสายด้วย

*สำหรับชาวต่างชาติที่มาท่องเที่ยวภายในประเทศญี่ปุ่นระยะสั้นไม่เกิน 90 วัน

Official Site : http://www.jreasthokkaido.com/e/

hakodate


hokuriku-arch

HOKURIKU ARCH PASS พาสสำหรับเดินทางสู่ภูมิภาค Hokuriku ด้วยความร่วมมือกันของ JR EAST และ JR WEST จึงเกิดพาสชนิดนี้ขึ้นมา ทำให้การเดินทางสู่ Hokuriku นั้นเป็นไปได้อย่างสะดวก หลังจากการเปิดเส้นทาง Hokuriku Shinkansen ก็ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวญี่ปุ่นและชาวต่างชาติ ด้วยความเฉพาะตัวไม่เหมือนใครของภูมิภาคนี้ ทำให้เกิดการกระตุ้นความรู้สึกว่าเราควรจะไปเที่ยวที่นี่ดูนะ โดยพาสนี้สามารถเดินทางได้ระหว่าง Tokyo – Kyoto และ Osaka โดยผ่านทางภูมิภาค Hokuriku ซึ่งเป็นภูมิภาคที่มีอะไรมากมายให้ค้นหา ที่สำคัญพาสนี้ยังใช้เป็นส่วนลดต่างๆ ได้ด้วย

HOKURIKU ภูมิภาคที่เต็มไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย โดยมี 3 จังหวัดหลัก ในการท่องเที่ยว มีจังหวัด Toyama, Ishikawa และ Fukui ซึ่งแต่ละจังหวัดก็มีความแตกต่างไม่เหมือนกันอยู่แล้ว ดังนั้นการท่องเที่ยวในภูมิภาคนี้จึงมีความน่าตื่นเต้นเมื่อได้มาท่องเที่ยว มีความผสมผสานทางด้านศิลปะทั้งเก่าและใหม่ มีอาหารพื้นบ้านที่น่าสนใจ อาหารทะเลจากทะเลญี่ปุ่นนั้นก็สดอร่อย แถมราคายังเป็นมิตรกว่าในเมืองอื่น และอื่นๆ อีกมากมายซึ่งแนะนำให้ลองไปสัมผัสด้วยตัวเอง

— ข้อมูลพาสแบบเจาะลึกจะตามมาในภายหลัง —

HOKURIKU ARCH PASS

ระยะเวลาการใช้งาน : ใช้ได้ไม่จำกัดเที่ยวแบบ 7 วันติดต่อกัน

ราคา : 24,000 เยน (ซื้อผ่านตัวแทนจำหน่าย) / 25,000 เยน (ซื้อภายในประเทศญี่ปุ่น)

ราคาเด็กอายุระหว่าง 6 – 11 ปี : 12,000 เยน (ซื้อผ่านตัวแทนจำหน่าย) / 12,500 เยน (ซื้อภายในประเทศญี่ปุ่น)

*สามารถใช้ขึ้นรถไฟของ JR EAST และ JR WEST ได้ทั้ง Local Train, Limited Express และ Shinkansen ในขอบเขตที่กำหนด รวมถึงรถไฟเอกชนบางสายด้วย

*สำหรับชาวต่างชาติที่มาท่องเที่ยวภายในประเทศญี่ปุ่นระยะสั้นไม่เกิน 90 วัน

Official Site : http://hokuriku-arch-pass.com/en/

hokuri1


tokyowide

JR TOKYO WIDE PASS พาสยอดนิยมของนักท่องเที่ยวอัพเกรดมาจาก JR Kanto Area Pass พาสที่ครอบคลุมการท่องเที่ยวในพื้นที่ภูมิภาค Kanto เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจจะหาทางเลือกของการท่องเที่ยวหรือเปิดเส้นทางใหม่ๆ ในการมาเที่ยว Tokyo สามารถใช้เดินทางไปเที่ยวได้หลายสถานที่ยอดนิยมอย่าง Kawaguchiko, Nikko, Kusatsu Onsen, GALA Yuzawa หรือ Izu ใช้ร่วมกับ Narita Express ก็คุ้มค่า เป็นพาสที่สามารถใช้ในการขึ้น Shinkansen ได้ด้วย นักท่องเที่ยวหลายคนก็เลือกที่จะซื้อพาสชนิดนี้ในการลองนั่ง Shinkansen ด้วยเช่นกัน เพราะราคาไม่แพงแล้วก็คุ้มค่า ยิ่งถ้าวางแผนเก่งๆ แล้วยิ่งคุ้มมากขึ้นไปอีก

KANTO ภูมิภาคที่มมี Tokyo เป็นดั่งจุดศูนย์กลาง สามารถเที่ยวแบบไปกลับจาก Tokyo ได้เกือบทุกที่ มีสถานที่ท่องเที่ยวหลากหลายจนไม่สามารถจะเก็บได้ครบในครั้งเดียว มีแหล่งออนเซ็นมากมายคอยให้บริการนักท่องเที่ยว รวมถึงความสะดวกและง่ายในการเดินทาง ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจที่ภูมิภาคนี้จะได้รับความนิยมอย่างสูง

JR TOKYO WIDE PASS

ระยะเวลาการใช้งาน : ใช้ได้ไม่จำกัดเที่ยวแบบ 3 วันติดต่อกัน

ราคา : 10,000 เยน (ซื้อภายในประเทศญี่ปุ่นเท่านั้น)

ราคาเด็กอายุระหว่าง 6 – 11 ปี : 5,000 เยน (ซื้อภายในประเทศญี่ปุ่นเท่านั้น)

*สามารถใช้ขึ้นรถไฟของ JR EAST ได้ทั้ง Local Train, Limited Express และ Shinkansen ในขอบเขตที่กำหนด รวมถึงรถไฟเอกชนบางสายด้วย

*สำหรับชาวต่างชาติที่มาท่องเที่ยวภายในประเทศญี่ปุ่นระยะสั้นไม่เกิน 90 วัน

Official Site : http://www.jreast.co.jp/e/tokyowidepass/index.html

kanto


นอกจากนี้ยังมีพาสย่อยๆ อีกมากมาย ซึ่งจะมีการอัพเดทในภายหลัง

สำหรับคนที่สนใจใบปลิวของพาสแต่ละพาสนั้น สามารถดาวโหลดได้ที่ http://www.jp-rail-th.com/download/

 



Nagaoka Hanabi Matsuri 2016 งานแสดงดอกไม้ไฟแสนเลอค่าของประเทศญี่ปุ่น 2 – 3 สิงหาคมนี้

เมื่อถึงช่วงฤดูร้อน ก็จะมีกิจกรรมและเทศกาลมากมายทั้งประเทศ และก็มีเทศกาลหนึ่งซึ่งเป็นอีกสิ่งเลอค่าของญี่ปุ่น เทศกาลที่เพิ่มความร้อนแรงและแสงสว่างให้กับสถานที่ เพิ่มแสงและสีให้ผู้คนได้ตื่นเต้นและสนุก หรือแม้แต่ความโรแมนติกระหว่างคู่รัก และมันจะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจาก เทศกาลดอกไม้ไฟ (Hanabi Matsuri) หนึ่งในสุดยอดเทศกาลฤดูร้อนที่ต้องไปให้ได้ถ้ามีโอกาส

c56eabd0f449a9b40d460b7f5036db05_l

Nagaoka Firework Festival

เมือง Nagaoka จังหวัด Niigata

วันที่ 2 และวันที่ 3 เดือนสิงหาคม เวลา 19:15 – 21:15

เทศกาลดอกไม้ไฟที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศญี่ปุ่น มีการแสดงดอกไม้ไฟหลายชุด ทุกการแสดงนั้นก็ยิ่งใหญ่และสวยงาม มีจุดยิงพลุระยะห่างรวมกันกว่า 2 กิโลเมตรบนแม่น้ำ Shinano สามารถชมดอกไม้ไฟแทบจะทุกจุดของเมือง ทางเมืองนากาโอกะมีการจัดจุดชมดอกไม้ฟินริมแม่น้ำที่จัดไว้ให้ แต่ต้องทำการจองล่วงหน้าส่วนอีกจุดหนึ่งซึ่งได้รับความนิยมอย่างมาก แต่เดินทางค่อนข้างลำบาเพราะต้องใช้รถในการขับขึ้นไปชมดอกไม้ไฟบนเขา แต่ความสวยงามนั้นก็สวยคุ้มค่ากับความลำบากในการเดินทางเลยครับ

 

การแสดงสำคัญในแต่ละชุดมีดังนี้

Shiragiku

เป็นการจุดดอกไม้ไฟ 3 ลูกเปิดการแสดง และเป็นการไว้อาลัยจากความสูญเสียของการทิ้งระเบิดปูพรมในสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง คร่าชีวิตชาวเมืองไปกว่า 1486 ชีวิต

Furusato wa Hitotsu

แต่งเพลงโดยคุณ Ryudo Uzaki และเนื้อร้องโดยคุณ Yoko Aki เป็นการแสดงโดยการจุดดอกไม้ไฟกว่าพันลูก

Chou Ogata Wide Star Mine

  การแสดงดอกไม้ไฟ 5 สีที่ยิงไปพร้อมๆ กัน ทำให้เกิดภาพที่สวยงามจากแสงสีที่สดใส 

Phoenix

เพลงประกอบการแสดงคือเพลงที่มีชื่อว่า Jupiter โดย Ayaka Hirahara แสดงดอกไม้ไฟ 5 นาทีที่ผมมองว่าเป็นการแสดงชุดที่ดีที่สุด เพลงประกอบการการควบคุมดอกไม้ไฟในแต่ละจังหวะเป็นไปได้อย่างสวยงาม ดอกไม้ไฟจากการแสดง Phoenix นี้มีความนุ่มนวลและอบอุ่น ถ้ามองดีๆ จะเห็นว่าดอกไม้ไฟแต่ละลูกนั้นจะระเบิดแล้วแตกตัวออกมาอย่างช้าๆ เหมือนดูภาพ Slow motion อยู่ ในแต่ละมีจะมีการจัดการแสดงที่ไม่ค่อยต่างกันมาก อารมณ์ของการแสดงยังเป็นไปในทางเดียวกัน

ส่วนจุดที่ชอบที่สุดสำหรับผมจะมีอยู่ 3 จุด จุดแรกคือดอกไม้ไฟที่ระเบิดออกมาแล้วมีการเล่นแสง 4 จังหวะ (นาทีที่ 3:38) กับช่วงที่ไม่มีแสงแล้วระเบิดกระจายออกมาเต็มท้องฟ้า (นาทีที่ 4:12) และตอนท่อนท้ายที่ใช้ดอกไม้ไฟขนาดใหญ่ยิงให้ระเบิดซ้ำๆ กันในจุดเดิมๆ แล้วทิ้งเส้นสายให้ไหลลงมาอย่างช้าๆ มันเป็นความรู้สึกที่พีคและยิ่งใหญ่ที่สุดก่อนที่จะจบเพลง เป็นการแสดงที่ดึงอารมณ์ไปกับเพลงได้ดีเกินกว่าจะบรรยายได้

Shousanjakudama & Niagara Falls

 การแสดงชุดนี้มีแค่เพียงการยิงดอกไม้ไฟ 3 ลูก แต่เป็น 3 ลูกที่มีขนาดใหญ่ พร้อมกับพลุไฟบริเวณสะพานที่ดูเหมือนกับน้ำตก Niagara เพื่อเป็นการลำลึกถึงเหตุการณ์ในอดีต

Miracle Star Mine 

Kono Sora no Hana

Tenchijin Hanabi

มาจากซีรี่ย์ของ NHK เรื่อง Tenchijin เป็นละครที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับแคว้น Echigo ที่มีตระกูล Uesugi ครองอำนาจอยู่ทางแถบนี้

Komehyappyo Hanabi

 

การเดินทาง

สามารถเดินทางไปกลับได้จากโตเกียวโดยใช้รถไฟ Joetsu Shinkansen มาได้เลย

โดยเราสามารถใช้กับ JR EAST PASS (Nagano, Niigata) หรือ Japan Rail Pass ได้

ลงที่สถานี Nagaoka

Offical Site

http://nagaokamatsuri.com/



รวมกิจกรรมห้ามพลาดเมื่อไปเที่ยวหน้าร้อนที่ญี่ปุ่น

ฤดูใบไม้ผลิกำลังจะผ่านไป ใกล้เข้าช่วงฤดูร้อนของประเทศญี่ปุ่นกันเข้ามาทุกทีแล้ว ฤดูกาลนี้อาจจะไม่เป็นที่นิยมสำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทยเท่าไหร่นัก เนื่องด้วยสภาพอากาศที่คล้ายคลึงกับกับตอนที่อยู่ไทยเหลือเกิน แต่ว่าตั๋วโปรมันก็ราคาล่อตาล่อใจ ไหนๆ จองไปแล้วแต่อาจจะยังไม่รู้ว่าหน้าร้อนของญี่ปุ่นมีกิจกรรมอะไรสนุกๆ ให้ลองทำ หรือสงสัยว่าอากาศร้อนขนาดนี้คนญี่ปุ่นเค้าทำอะไรกันบ้าง ตามมาดูกันเลยจ้า

1.ฤดูที่ทะเลสวยที่สุด.. ไปทะเลกัน!

7TTD001

หน้าร้อนเป็นช่วงที่เด็กๆ ญี่ปุ่นได้ปิดเทอมอยู่บ้าน กิจกรรมไปเที่ยวทะเลกับครอบครัวหรือผองเพื่อนเป็นสิ่งที่ไม่ควรพลาด จะสังเกตุได้ว่าในช่วงฤดูร้อนของญี่ปุ่นนั้น บริเวณที่ติดทะเลหรือจังหวัดทางตอนใต้ เช่น โอกินาวะ จะได้รับความนิยมและคึกคักไปด้วยนักท่องเที่ยวทั้งญี่ปุ่นและต่างชาติเป็นพิเศษ สาวๆ หลายคนก็รอคอยช่วงเวลานี้ที่จะได้อวดหุ่นใส่บีกินี่สีสดใสตัดกับทะเลและท้องฟ้าสีคราม เปรียบเสมือนฤดูกาลแห่งความมีชีวิตชีวากันเลยล่ะ!

2.สายผจญภัยพลาดไม่ได้กับกิจกรรมปีนเขา

7TTD003

ไม่ต้องแปลกใจถ้าคนญี่ปุ่นมักจะชอบไปปีนเขากันในช่วงฤดูร้อน ก็เพราะว่าบางสถานที่จะเปิดแค่ช่วงนี้เท่านั้นน่ะสิ อย่าง “ภูเขาไฟฟูจิ” ที่มีอากาศหนาวเย็นตลอดทั้งปีก็เปิดให้ปีนเขาแค่ช่วงนี้เท่านั้น และถึงแม้ในช่วงหน้าร้อนบริเวณภูเขาไฟฟูจิจะมีอากาศสูงกว่า 30 องศา แต่อากาศด้านบนกลับเหลือเพียงแค่เลขตัวเดียว ใครอยากไปลองประสบการณ์ใหม่ๆ ปีนี้อย่าลืมฟิตร่างกายให้พร้อม กิจกรรมนี้เปิดแค่ช่วงเดือนกรกฎาคมถึงสิงหาคมเท่านั้นนะ ลุย!

3.หน้าร้อนต้องมาคู่กับงานเทศกาล

7TTD005

เรียกได้ว่าเป็นฤดูกาลแห่งงานเทศกาลจริงๆ ระหว่างช่วงเดือนมิถุนายนไปจนถึงสิ้นเดือนสิงหาคมมีเทศกาลตามเมืองต่างๆ แทบจะทุกวันไม่มีวันหยุดเลยล่ะค่ะ ยกตัวอย่างที่น่าจะคุ้นเคยกันเป็นอย่างดีกับเทศกาลทานาบาตะ ช่วงเวลาที่สาวทอผ้าและหนุ่มเลี้ยงวัวจะได้กลับมาเจอกันอีกครั้ง ตามสถานที่ต่างๆ ก็จะตกแต่งโคมกระดาษอย่างสวยงาม พร้อมทั้งเปิดให้เขียนคำอวยพร ปีนี้ที่ Tokyo Disneyland และ Tokyo Disneyland ก็จัดธีมงานทานาบาตะด้วยเหมือนกันนะ

4.เตรียมไปโดดกับคอนเสิร์ตกลางแจ้ง

7TTD006

ช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับดูคอนเสิร์ตกลางแจ้ง หลากหลายงานได้ตบเท้าเรียงคิวกันเข้ามาจัดที่ญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็นงานเทศกาลดนตรีกลางแจ้งเบอร์ยักษ์ที่ปีนี้ครบรอบ 20 ปี “Fuji Rock Festival” และ “Summer Sonic 2016” ก็ได้ออกกำหนดการและไลฟ์อัพศิลปินเบื้องต้นมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แอบกระซิบว่าศิลปินเบอร์ใหญ่ๆ มาจอยเพียบ! (วงของไทยอย่าง Slot Machine ก็ไปร่วมด้วยนะ) นอกจากนี้ยังมีงานอื่นๆ ที่น่าสนใจอย่าง Peaceful Love Rock Festival 2016, Muro Festival 2016 ด้วย

5.ชมดอกไม้ไฟสุดโรแมนติค

7TTD007อลังการงานสร้างแน่นอนสำหรับช่วงฤดูร้อนกับการชมพลุและดอกไม้ไฟ หรือภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า “ฮะนะบิ” เป็นอีกกิจกรรมที่คนญี่ปุ่นนิยมกันเป็นอย่างมากในทุกๆ ปี บางคนมาจองที่กันตั้งแต่เช้ามืดเพื่อให้ได้ดูจุดชมที่ดีที่สุดเลยทีเดียว ซึ่งปีที่แล้วเทศกาลดอกไม้ไฟที่ได้รับความนิยมมากที่สุดตกเป็นของ “เทศกาลชมดอกไม้ไฟจังหวัดโคจิ ครั้งที่ 65” ผู้ที่ต้องการอัพเดทตารางเทศกาลดอกไม้ไฟ สามารถเช็คได้ที่ เช็คตารางชมดอกไม้ไฟ (ญี่ปุ่น) ตอนนี้ยังไม่อัพเดทของปี 2016 นะคะ ติดตามได้เร็วๆ นี้

6.แปลงโฉมเป็นหนุ่มสาวญี่ปุ่นด้วยชุดยูกะตะ

7TTD008

ยูกะตะ เป็นเครื่องแต่งกายแบบญี่ปุ่นที่มีหลากหลายสีสัน เป็นที่นิยมและเหมาะกับการใส่ในช่วงฤดูร้อนมากๆ มาญี่ปุ่นทั้งทีเข้าเมืองตาหลิ่วต้องหลิ่วตาตามกันสักหน่อย

7.ฤดูร้อน กินของเย็น!

7TTD009

7TTD010

อาหารก็ช่วยให้คลายร้อนได้ ของหวานที่มาคู่กับฤดูร้อน ถ้าไม่นึกถึง “คาคิโกริ” หรือน้ำแข็งไสสไตล์ญี่ปุ่นก็คงจะไม่ได้ เป็นช่วงที่เวลาที่ร้านน้ำแข็งไสทั่วประเทศจะงัดไม้เด็ด ออกเมนูใหม่ๆ หน้าตาน่ารับประทานให้เลือกกินกันไม่หวาดไม่ไหวเลยล่ะค่ะ และของคาวอย่าง “โซเม็ง” ก็กลายเป็นเมนูที่ได้รับความนิยมในช่วงฤดูร้อนเช่นกัน รวมไปถึงสายแข็งในช่วงฤดูร้อนก็มี Beer Festival เพี๊ยบบบบบบ! กรกฎาคมมีงาน Great Japan Beer Festival 2016 งานที่รวบรวม Beer Lover ไว้ที่นี่ที่เดียว ซึ่งจะจัดขึ้นที่โอซาก้าด้วยล่ะ!

ขอขอบคุณที่มาและรูปภาพ
rizzan / tt-group / The Culture Trip / Fuji Rock Festival / giapponizzati.com blog.fromjapan.co.jp / gion-hatanaka-english / mery.jp / tsunagujapan