HOME Search

ผลการค้นหาพบ – 3 รายการเกี่ยวกับ ไดฟูกุ คือ

พอกันที!! กับปลาไหลสำเร็จรูป เรามากินปลาไหลสดกันเถอะ

ในสมัยโบราณ ชาวญี่ปุ่น เชื่อกันว่า ช่วงฤดูร้อน (เดือน  มิถุนายน – สิงหาคม ) นั้นเป็น ธาตุไฟ สัญลักษณ์คือ ปีมะแม ( แพะ ) จึงนิยมทานเนื้อ วัว ที่เป็นตัวแทนของธาตุน้ำ ตามปีนักษัตรในปฎิทินแบบโบราณ เพื่อปรับสมดุลในร่างกาย ต่อมา… ในสมัยเอโดะ เจ้าของร้านข้าวหน้าปลาไหลชาวญี่ปุ่น คนหนึ่ง ได้เขียนป้าย ติดประกาศหน้าร้านว่า  “ วันนี้เป็นวัน  อุชิโนะฮิ (丑の日) เรามากิน อุนางิ (ปลาไหล) กันเถอะ ” ซึ่งคำว่า อุนางิ  (うなぎ) หรือ ที่แปลว่าปลาไหลนั้น ออกเสียงด้วยคำว่า  อุ (う) ซึ่งพ้องกับ อุชิ (うし ) ที่แปลว่า วัว นับแต่นั้นมา ชาวญี่ปุ่น ก็เลยนิยมทาน “ปลาไหล” กันในหน้าร้อน และเป็นที่นิยมเรื่อยมา จนถึงปัจจุบัน

Hello Summer !!! ตอนนี้ที่ญี่ปุ่นกำลังอยู่ในช่วงฤดูร้อนพอดี วอมเลยถือโอกาสพาทุกคนไปชิมข้าวหน้าปลาไหล (เมนูยอดฮิตในช่วงหน้าร้อนของคนญี่ปุ่น) ที่ร้านข้าวหน้าปลาไหลเฉพาะทางอย่าง Kensaku ฮั่นแน่ะ! งงล่ะสิ ว่า ปลาไหลเฉพาะทางคืออะไร? ในเมื่อเมนูข้าวหน้าปลาไหลก็มีขายในร้านอาหารญี่ปุ่นแทบทุกร้าน ทำไมวอมจะต้องพาไปดูอีก มันน่าเบื่อเข้าใจมั๊ย!! ( อ่ะๆ…ใจเย็นๆ อย่าเพิ่งโวยวาย เดี๋ยวจะอธิบายให้ฟังนะ )

คุณอ๊อฟและเชฟนิวเจ้าของร้านเล่าให้เราฟังว่า ร้านอาหารญี่ปุ่นในไทย ส่วนใหญ่มักจะใช้ปลาไหลสำเร็จรูป!! คือแบบว่า ฉีกซองแล้วนำมาย่างให้เรากิน ( คุณพระ!!...ตายแล๊ววว)  ส่วนร้านข้าวหน้าปลาไหลเฉพาะทางนั้น คือร้านที่นำเข้าปลาไหลทั้งตัวจากญี่ปุ่นมาแล่กันสดๆในร้านโดยเชฟผู้มีความชำนาญ รวมถึงวิธีการย่างสไตล์คันโต เริ่มตั้งแต่ที่ใช้วิธีผ่าจากทางหลังของปลา(ไม่ผ่าท้อง) แล้วนำไปเสียบไม้จุ่มซอสให้ชุ่มก่อนย่าง นำไปนึ่งเพื่อให้ความชุ่มฉ่ำของเนื้อปลายังอยู่ และย่างอีกครั้ง ทำซ้ำไปซ้ำมา จนหนังเริ่มกรอบและส่งกลิ่นหอม กลายเป็นคาราเมลเคลือบชิ้นปลา แล้วจึงยกมาเสิร์ฟ ( นี่แหละค่ะ ... ความเฉพาะทางที่พูดถึง )

เอาล่ะ รู้จักร้านข้าวหน้าปลาไหลเฉพาะทางกันไปพอสมควรแล้ว ตามวอมไปดูความพิเศษทั้งหมดในวันนี้ ที่ร้าน Kensaku กันดีกว่า แอบบอกนิดนึงว่างานนี้มีเซอร์ไพรส์

เปิดด้วยออเดิร์ฟเบาๆอย่าง ก้างปลาไหลทอด (150 บาท) เจ้าก้างปลาที่ใครๆก็กลัวว่ากินแล้วจะติดคอ แต่ร้านนี้นำมาทอดจนเหลืองกรอบ รสชาติกลมกล่อม เคี้ยวทีเสียงดังจนโต๊ะข้างๆต้องหันมามองเชียวล่ะ

มาต่อกันที่เมนูพระเอกของที่ร้าน นั่นก็คือเมนู ข้าวหน้าปลาไหลแบบฟาร์มเต็มตัว (2,500 บาท) นั่นเอง.. เราได้อธิบายความพิเศษของข้าวหน้าปลาไหลที่นี่ไปบ้างแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่พิเศษไม่แพ้ปลาไหลสดๆและวิธีการย่างแบบญี่ปุ่นโบราณ คือซอสคาบายากิที่เคี่ยวมาตลอด 5 ปีตั้งแต่เริ่มเปิดร้าน จึงมีทั้งกลิ่นและรสของปลาไหล ทำให้ซอสคาบายากิที่นี่เข้มข้นและกลมกล่อมสุดๆ เสิร์ฟมาเป็นเซ็ทพร้อมผักดองและคิมปิระโกโบ ที่ทางร้านทำเองทั้งหมด
ส่วนความรู้สึกของคำแรกที่เข้าปากน่ะหรอ? อร่อยยย…ตาวิ๊งๆเป็นประกายเลย อร่อยมากกก ทุกอย่างมันละมุนและส่งกลิ่นหอมอบอวนอยู่ในปาก ไม่เหมือนข้าวหน้าปลาไหลที่เคยกินมาตลอดทั้งชีวิต เชื่อว่าบุญทั้งหมดที่ได้สะสมมาน่าจะหมดไปกับอาหารจานนี้เรียบร้อยแล้ว

อีกหนึ่งเมนูที่เชฟนิวบอกเราว่าเป็นมนูไฮไลท์ นั่นคือเมนู ตับปลาไหลย่าง (450 บาท) นอกจากจะหากินยากมากๆ ยังทำยากมากๆอีกด้วย เพราะต้องเป็นเชฟจากร้านปลาไหลเฉพาะทางเท่านั้น ขั้นตอนการทำต้องพิถีพิถันและมือเบาแบบสุดๆ ตั้งแต่ขั้นตอนการทำความสะอาด เพราะถ้าดีแตกขึ้นมาละก็.. ล้างเขียงทำใหม่หมดเลยนะจ๊ะ ทางร้านเสิร์ฟคู่กับไข่แดงสดฟองโต พอทานคู่กันแล้วละมุนลิ้นจนอธิบายไม่ถูกเลยทีเดียว

เมนูต่อไปคือ ไข่ม้วนปลาไหล (450 บาท) แต่อย่างที่บอกไปตั้งแต่ตอนต้นว่าที่นี่เขาใช้ทุกส่วนของปลาไหล เพราะฉะนั้นสิ่งที่เชฟสอดไส้ไว้ในไข่ม้วนจึงไม่ใช่เนื้อปลาไหลธรรมดา แต่คือส่วนคางของปลาไหลนั่นเอง ไข่ม้วนเนื้อเนียนๆกับคางปลาไหลย่างที่ชุ่มซอสคาบายากิ บอกได้เลยว่าอร่อยจนวางไม่ลง !! กินชิ้นเดียวไม่พอแน่นนอนค่ะ

แต่เหมือนแต้มบุญจะยังไม่หมด เพราะเชฟนิว เซอร์ไพรส์เราด้วยเมนูของหวาน ล้างปาก ที่เป็นไอเท็มลับของทางร้าน

ไดฟูกุถั่วแดงสตรอเบอรี่ (120 บาท) ซึ่งที่นี่ใช้แป้งนำเข้าจากญี่ปุ่นนวดกันสดๆ หลังร้านแบบวันต่อวัน ซึ่งในการนวดแต่ละครั้งจะทำไดฟูกุได้เพียง 15 ลูกต่อวันเท่านั้น!!!
OMG!!! สเปเชียลสุดๆ  รู้แบบนี้แล้วรีบหยิบเข้าปากให้ไวเลยจ้า

สัมผัสแรกคือนุ่มหนึบกำลังดี แป้งไม่เหนียวติดเพดานปากให้หงุดหงิด ถั่วแดงกวนกับรสชาติหวานอมเปรี้ยวของสตรอเบอรี่สดๆ อร่อยจนเกือบลืมไปเลยว่ากำลังนั่งอยู่ในร้านข้าวหน้าปลาไหล ถ้าใครอยากมาชิมเมนูลับนี้ลองถามพนักงานก่อนนะคะเพราะเขาไม่ได้ทำทุกวัน และถึงทำก็หมดไวซะเหลือเกิน มีเงินอย่างเดียวก็ทานไม่ได้นะคะ เมนูนี้

หลังมื้อสุดพิเศษผ่านไป กำลังเก็บของเตรียมตัวออกจากร้าน คุณอ๊อฟ ก็เซอร์ไพรส์เราอีกครั้ง ด้วยการเรียกให้เราชิมเมนูที่ทางร้านไม่มีขาย แกงเห็ดเผาะใส่แม่เป้ง แม่เป้ง!! เกิดมาไม่เคยได้ยินเลย คืออะไรคะคุณอ๊อฟ??

คุณอ๊อฟก็ได้อธิบายให้เราฟังว่า แม่เป้งคือนางพญามดที่ชาวอีสานนิยมนำมาทำอาหาร เอาล่ะ เพื่อไม่ให้คุณอ๊อฟเสียน้ำใจ

ดิฉันจึงของสูดหายใจ หลับตา รวบรวมสมาธิ และความกล้า ลองชิมสักหน่อย

อุ๊ย!! รสชาติดีกว่าที่คิด แม่เป้งตัวอวบอ้วน รสสัมผัส มัน กรุบกรอบ อร่อยและนัวแบบแปลกๆ

สงสัยจะได้เมนูใหม่กลับไปหาวัตถุดิบ มาทำทานที่บ้านซะแล้ว....

 

วันนี้กลับบ้านแบบอิ่มพุง อิ่มใจ นี่น่าจะเป็นอีกหนึ่งความพิเศษของร้านนี้ ที่นอกจากปลาไหลสดๆ ไดฟูกุแสนอร่อย แม่เป้งตัวโตๆ อีกหนึ่งสิ่งที่ประทับใจคือ เจ้าของร้านที่น่ารักและเป็นกันเองทั้ง 2 คน ที่ช่วยให้บรรยากาศร้านนี้ดูอบอุ่นขึ้นเยอะเลย

เรามากิน อุนางิ ( ที่ Kensaku ) กันเถอะ “

Kensaku
พหลโยธิน ซอย 4 ( ใกล้ BTS อารีย์ ) เข้าซอยประมาณ 150 เมตร ร้านอยู่ซ้ายมือ ตรงข้าม โรงเรียน ธำรงวิทย์
Open 11:00 - 14:00, 17:00 - 22:00
Make a reservation :  096-426-9878
https://www.facebook.com/kensakushop/



15 ขนมหวานญี่ปุ่นที่นิยมมอบให้กันเพื่อเป็นของขวัญในทุกเทศกาล

หากพูดถึงเทศกาลต่างๆ ญี่ปุ่นมักมีวันเฉลิมฉลองและนิยมมอบของขวัญให้กันและกันเป็นธรรมเนียม เพราะเป็นเหมือนการแสดงออกถึงการสร้างสัมพันธ์อันดีต่อญาติ ครอบครัว แขกที่มาเยี่ยม รวมไปถึงคนรู้จัก ให้เกิดความประทับใจต่อกัน

สิ่งที่ชาวญี่ปุ่นนิยมมอบให้กันในวันสำคัญหรือเทศกาลต่างๆ คงหนีไม่พ้น "ขนม" เพราะญี่ปุ่นที่ประเทศที่ขึ้นชื่อในเรื่องของขนมอยู่แล้ว วันนี้เราจึงมีเรื่องราวของขนม 15 ชนิด ที่ชาวญี่ปุ่นนิยมมอบให้เป็นของขวัญกันตลอดทั้งปี จะมีอะไรบ้างตามมาดูกัน

 

1. คุกกี้งา (Sesame Cookies)

สำหรับชาวญี่ปุ่นแล้ว คุกกี้งาเป็นที่นิยมมากกว่าคุกกี้ช็อกโกแลตแบบสไตล์อเมริกัน เป็นอีกหนึ่งขนมยอดนิยมสำหรับการมอบให้เป็นของขวัญ เพราะนอกจากอร่อยแล้วยังได้ประโยชน์จากงาอีกด้วย  ทั้งงาขาว งาดำ ต่างก็เป็นที่นิยมมากเช่นกัน

 

2. ชีสเค้กญี่ปุ่น (Japanese Cheesecake)

ในญี่ปุ่นเองชีสเค้กเป็นขนมที่เมื่อไหร่ที่คุณมอบให้เป็นของขวัญ คุณจะได้รับรอยยิ้มแห่งความประทับใจของผู้รับได้อย่างแน่นอน ความอร่อยแบบเฉพาะตัวของเนื้อเค้กที่นุ่มละลายในปาก จะมอบให้ใครก็ไม่มีผิดหวัง

 

3. เค้กโรลชาเขียว (Matcha Swiss Roll)

ชาเขียวของขึ้นชื่อของญี่ปุ่นที่ไม่ว่าจะเอาไปทำอะไรก็อร่อย โดยเฉพาะขนม และเค้กโรลชาเขียวนี้ก็เป็นอีกขนมยอดฮิตที่นิยมมอบให้กันในช่วงวันหยุดพิเศษ ด้วยความนุ่มของตัวเค้กรวมกับความหอมละมุนของชาเขียว ไม่ว่าใครได้ไปก็ต้องหลงรักแน่นอน

 

4. เค้กคัสเตลา (Castella Cake)

คัสเตลาเป็นเค้กที่มีส่วนผสมเพียง 4 อย่าง ได้แก่ แป้ง ไข่ เนย และโดดเด่นด้วยตัวน้ำผึ้ง บางคนเรียกเค้กน้ำผึ้ง คัสเตลาเป็นเค้กที่มีความชุ่มฉ่ำและหอมน้ำผึ้งแบบขั้นสุด เป็นเค้กอีกชนิดที่ฮิตมากในญี่ปุ่น และนิยมมอบให้กันในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ ทำให้วันหยุดของคุณนั้นเป็นวันหยุดที่แสนมีความสุขที่สุด

 

5. คุกกี้เนย (Butter Cookies)

คุกกี้เนยของ Hato Sabure เป็นคุกกี้ที่ฮิตมากในญี่ปุ่นเพราะว่ารูปร่างเป็นนกพิราบ มีส่วนผสมเพียง 5 อย่าง ได้แก่ แป้ง น้ำตาล เนย ไข่ และ ผงฟู เท่านั้น แต่สามารถทำขนมที่อร่อยออกมาให้ผู้คนชื่นชอบ แถมยังสามารถเอาไปมอบเป็นของขวัญได้อีกด้วย ถ้าได้ลองกินสักครั้งคงประทับใจไม่น้อย

 

6. พายฟักทอง (Kabocha Squash Pie)

ขนมตัวนี้เป็นขนมพิเศษที่มักจะทำกันในช่วงวันหยุด อาจทำในครอบครัวหรือมอบให้เพื่อนบ้านได้ โดยจะมีส่วนผสมของฟักทองเป็นหลัก และผสมกับเหล้ารัมและครีมสด ทำให้ตัวขนมหอมละมุนอบอวลไปทั่วบ้าน เหมาะสุดสำหรับเป็นกิจกรรมที่จะร่วมกันลงมือทำขนมในช่วงวันหยุดแบบนี้

 

7. เค้กกาโตว์ช็อกโกแลต (Chocolate Cake)

เค้กช็อกโกแลตสไตล์ญี่ปุ่นที่เต็มไปด้วยความเข้มข้นของช็อกโกแลตและความชุ่มฉ่ำ จะเสิร์ฟพร้อมผลไม้และโรยไอซิ่งหรือราดช็อกโกแลตกานาชเพิ่มความอร่อยก็ย่อมได้ เป็นอีกหนึ่งขนมหวานที่สาวๆ ญี่ปุ่นมักจะมอบให้กับหนุ่มๆ ในเทศกาลวันวาเลนไทน์

 

8. คุกกี้ชาเขียว (Green Tea Cookies)

คุกกี้ ขนมหวานที่เหมาะสำหรับเลือกทานคู่กับน้ำชายามบ่าย แต่ด้วยความเป็นญี่ปุ่นก็ยังคงไม่ลืมที่จะใส่เอกลักษณ์ของตนเองลงไป นั่นคือ ชาเขียว ดังนั้นจึงทำให้คุกกี้ชาเขียวไม่ใช่คุกกี้ธรรมดาอีกต่อไป แต่สามารถแสดงถึงความใส่ใจในการทำคุกกี้ชนิดนี้ออกมา และเมื่อคุณได้นำคุกกี้ไปมอบให้ใครก็จะทำให้รู้ว่าพิเศษกว่าขนมชนิดอื่นนั่นเอง

 

9. เค้กนึ่ง (Mushi-pan)

เค้กนึ่ง เค้กที่ชาวญี่ปุ่นนิยมลักษณะคล้ายมัฟฟินแต่มีเนื้อที่นุ่มเบากว่า บางคนเรียกว่าเค้กเพื่อสุขภาพเพราะคุณสามารถเลือกส่วนผสมเพิ่มเข้าไปได้ในตัวเค้ก ไม่ว่าจะเป็นข้าวโพดหรือช็อกโกแลตและที่สำคัญทำง่ายไม่ยุ่งยากแม้ไม่มีเตาอบก็ทำได้ จึงเป็นขนมที่นิยมทำเพื่อมอบให้คนพิเศษในโอกาสพิเศษ

 

10. ไดฟูกุ (Daifuku)

ขนมหวานที่คนไทยรู้จักและคุ้นหน้าคุ้นตากันดี นั่นก็คือ ไดฟุกุ...เป็นขนมที่นิยมมากเช่นกันในญี่ปุ่นลักษณะเป็นเหมือนขนมโมจิขนาดเล็กไส้ด้านในเป็นถั่วแดง เชื่อกันว่าถ้าได้ทานขนมไดฟุกุจะทำให้โชคดี จึงไม่แปลกใจเลยที่ขนมนี้จะกลายเป็นที่นิยมนำไปมอบให้กันในเทศกาลหรือวันพิเศษต่างๆ

 

11. เครปเค้กชาเขียว (Matcha Mille Crepe Cake)

เครปเค้กชาเขียวเป็นขนมยอดฮิต ด้วยความหอมของชาเขียวมัทฉะทีทำออกมาในรูปแบบแป้งเครปบางๆ ซ้อนกันหลายชั้นแล้วขั้นระหว่างชั้นด้วยวิปปิ้งครีมนุ่มๆ ทำให้องค์ประกอบดูหรูหรากลายเป็นเครปเค้กสีเขียวที่สะท้อนถึงความอุดมสมบูรณ์ เตรียมพร้อมมอบให้แขกพิเศษได้เลย

 

12. เยลลี่ถั่วแดงสอดไส้เกาลัด (Mizu Yokan)

ชื่อและหน้าตาอาจจะไม่คุ้นเท่าไหร่นัก แต่ Mizu Yokan ชาวญี่ปุ่นได้เอาเทคนิคการทำเยลลี่แบบตะวันมาประยุกต์กับวัตถุดิบขึ้นชื่ออย่างถั่วแดงและเกาลัด จนได้ออกมาเป็นขนมที่แสนพิเศษแบบเช่นนี้ ลักษณะคล้ายเยลลี่และสอดใส่เกาลัดไว้ด้านใน เป็นขนมที่นิยมทานและมอบให้กันในวันหยุดแสนพิเศษเป็นเมนูของหวานหลังอาหาร

 

13. ช็อกโกแลตนามะ (Nama Chocolate)

ช็อกโกแลตนามะหรือช็อกโกแลตสด ถือว่าเป็นของฝากขึ้นชื่อจาญี่ปุ่น ไม่ว่าใครที่ไปเที่ยวญี่ปุ่นก็ต้องซื้อช็อกโกแลตนามะกลับมากันทั้งนั้น โดยเฉพาะแบรนด์ Royce ถือว่าเป็นแบรนด์ขึ้นชื่อเรื่องความโดดเด่นของรสชาติเลยก็ว่าได้ เสน่ห์ของขนมชนิดนี้อยู่ที่ความกลมกล่อมของช็อกโกแลต นิยมนำมาห่อให้สวยงามเข้าธีมเทศกาลต่างๆ จึงกลายเป็นขนมที่นิยมซื้อและมอบให้กันมากในญี่ปุ่น

 

14. พุดดิ้งญี่ปุ่น (Japanese Pudding)

หรือจะเรียกว่า คัสตาร์ดพุดดิ้ง ก็ไม่ว่ากัน ขนมพุดดิ้งนี้ถือเป็นขนมพื้นฐานใครๆ ก็ทำได้ ไม่ยุ่งยากอุปกรณ์ไม่เยอะ เป็นขนมที่นิยมทำกันในวันหยุดกับครบครัว ให้เด็กๆ หรือคนในครอบครัวได้มีกิจกรรมทำ พร้อมทั้งได้กินขนมอร่อยๆ แถมยังเอาแบ่งเพื่อนบ้านได้อีกด้วย

 

15. มัทฉะทีรามิสุ (Matcha Tiramisu)

และขนมหวานอย่างสุดท้ายก็คงหนีไม่พ้นเมนูชาเขียว แต่รอบนี้เป็นการดัดแปลงจากทีรามิสุแบบดั้งเดิมโดยการใช้ชาเขียวมัทฉะแทนกาแฟนั่นเอง ทำให้ขนมนี้โดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร ไม่ว่าใครที่ได้ชิมก็ต้องชอบและประทับใจอย่างแน่นอน

 

แหล่งที่มาของเรื่อง : justonecookbook

ภาพประกอบ pinterest



รีวิว : ขนมซากุระ ที่หากินง่ายแค่ไปร้านสะดวกซื้อ ต้อนรับฤดูสีชมพูที่กำลังจะเบ่งบาน

ฤดูใบไม้ผลิกับญี่ปุ่นเป็นของคู่กัน แต่ไม่ใช่มีแค่ซากุระนะคะ แต่ละฤดูกาลต่าง ๆ ของญี่ปุ่น ก็มักจะมาพร้อมขนมอร่อย ๆ เสมอ ที่สำคัญหาซื้อง่ายสุด ๆ แค่เดินเข้าร้านสะดวกซื้อแค่นั้นเอง!

1. Sakuramochi (Koshian)

ซากุระโมจิ ถือเป็นขนมดั้งเดิมของญี่ป่นที่มีมานาน ด้วยรสชาติที่เข้ากันของความหวานจากเค้กข้าวที่ถูกห่อด้วยใบซากุระที่แช่ในน้ำเกลือเพื่อให้ได้รสชาติเค็ม และไส้ถั่วแดงญี่ปุ่นจากฮอกไกโดด้านใน ถือว่าเป็นขนมแบบดั้งเดิมที่นอกจากจะดูสวยงามแล้ว ยังสร้างรสชาติที่ทำให้รู้สึกอิ่มเอมกับเทศกาลชมซากุระอยู่ไม่น้อย

พิกัด : Lawson

ราคา : 150 Yen (45 บาท)

2. “Pururun” เยลลี่กลิ่นซากุระ

อีกหนึ่งขนมที่ได้รับความนิยมช่วงฤดูใบไม้ผลิของ Lawson ก็คือ ปูลูลุน เยลลี่ดอกไม้ที่มาพร้อมกลิ่นหอมของซากุระ หน้าตาคล้ายกับเค้กหยดน้ำ แต่มีกลิ่นหอมที่สกัดมาจากดอกซากุระ ทำให้เป็นขนมที่ทำออกมาดูหรูหราไม่ใช่น้อยเลยทีเดียว

พิกัด : Lawson

ราคา : 150 Yen (45 บาท)

3. Sakura and Matcha Cake Roll

แพคเกจน่ารักน่าชังเป็นที่สุด สำหรับเค้กโรลชิ้นนี้ ซึ่งมีความพิเศษมาก ๆ เพราะเป็นงานสร้างสรรค์จากร้านขนมที่ชนะการประกวดที่นาโกย่า ในงานฉลองครบรอบ 10 ปีค่ะ เป็นการผสมผสานที่เข้ากันอย่างลงตัวของตัวเค้กชาเขียว และครีมสดสีชมพูนุ่มละมุนละลายในปาก ซึ่งรักษารสชาติแบบดั้งเดิมไว้ได้เป็นอย่างดี และตรงกลางครีมยังมีเจลลี่ซากุระรสเค็มที่ทำจากใบซากุระอีกด้วยค่ะ

พิกัด : Lawson

ราคา : 210 Yen (63 บาท)

4. น้ำชาเขียวขวดลายซากุระ

รสชาติชาเขียวขนานแท้ แต่บรรจุอยู่ในขวดลายดอกซากุระของ Oi Ocha Japanese Green Tea เรียกความสนใจด้วยของแถม ถุงผ้าใส่ขวดลายน่ารัก น่าเก็บ

พิกัด : Lawson

ราคา : 119 เยน (35 บาท)

หากใครยังฟินกับสินค้าซากุระ ❀ ของ LAWSON อยู่ เข้าไปอ่านต่อ ►►  7 ขนมหวานจากสตรอว์เบอร์รี ต้อนรับวันอิจิโกะแห่งชาติ! 

 5. Sakura Cake Roll

แฟมิลี่มาร์ทก็มี ซากุระเค้กโรลเหมือนกัน ซึ่งเหมาะกับคนที่ไม่ชอบรสชาติตัดกันของรสเค็มและหวาน ก็ขอแนะนำเค้กโรลนี้เลยค่ะ ตัวเค้กเนียนนุ่มเข้ากับครีมละมุนตรงกลางที่มีกลิ่นหอมของซากุระ พร้อมถั่วแดงวางตรงกลาง

พิกัด : Family Mart

ราคา : 190 Yen (57 บาท)

6. Sakura Moko

มาถึงตาเซเว่น กับครีมพัฟเนื้อนุ่ม สอดไส้ด้วยครีมชีส! ไม่หวานมากด้วยค่ะ แถมหอมซากุระสุด ๆ

พิกัด : 7-Eleven

ราคา : 140 Yen (42 บาท)

7. Mochitoro Sakura Milk

โมชิโตโระ ซากุระ มิลค์ รับแรงบันดาลใจมาจากขนมไดฟูกุค่ะ แต่แทนที่จะใช้ถั่วแดงกวนตรงกลาง เซเว่นเปลี่ยนเป็นใช้ไส้ครีมนมรสซากุระ ทำให้ได้สัมผัสที่เนียนนุ่ม ละลายในปาก แต่ก็ยังรักษาความนุ่มหนึบของไดฟูกุไว้ได้อย่างดีค่ะ

พิกัด : 7-Eleven

ราคา : 100 Yen (30 บาท)

8. The Fuwamochi Sakura Wamlet

วอลเมท เป็นการรวมกันของแป้งห่อแบบออมเลทหนานุ่ม เป็นแป้งแบบเดียวกับโดรายากิ เข้ากับรสชาติของฤดูใบไม้ผลิ ด้วยวิปครีมรสซากุระ และยังมีผสมถั่วแดงกวนเพื่อเพิ่มรสชาติแบบดั้งเดิม

พิกัด : 7-Eleven

ราคา : 160 Yen (48 บาท)

9. Hokkaido Tokachi Azuki Sakuramochi

เซเว่นก็มีซากุระโมจิเหมือนกันค่ะ เพราะถือเป็นขนมแบบดั้งเดิมที่นิยมในช่วงฤดูใบไม้ผลิ เค้กข้าวสีชมพู ที่แต่งด้านบนด้วยดอกซากุระรสเค็ม สอดไส้ข้างในเป็นถั่วแดงกวนจากฮอกไกโด ตัวแป้งด้านนอกให้ความรู้สึกหนึบ เวลาเคี้ยว กัดไปคำแรกนี่ได้ทั้งรสชาติและกลิ่นของซากุระมาเต็มเลยค่ะ! ให้ความรู้สึกเหมือนกับยืนอยู่ใต้ต้นซากุระยังไงยังงั้น ถือเป็นหนึ่งในขนมจากร้านสะดวกซื้อที่ต้องลองเลยค่ะ

พิกัด : 7-Eleven

ราคา : 100 Yen (30 บาท)

10. Haagen-Dazs รสโมจิซากุระ

 

ไม่ใช่แค่เป็นไอศกรีมรสซากุระ แต่ยังเป็นโมจิไส้ไอศกรีม รสชาตินี้ บอกเลยว่า หวานสุดๆ ทั้งโมจิที่นุ่มๆ เหนียวๆ ประกบทั้งบนและล่าง กับไอศกรีม ใครชอบคือชอบ ใครชังคือชัง ไปเลยงานนี้

พิกัด : 7-Eleven และ Lawson

ราคา : 300 เยน (90 บาท)

11. Starbucks® Sakura Caramel Milk With Mixed Berrie

 

สตาร์บัคก็ไม่น้อยหน้า ออกเครื่องดื่มต้อนรับฤดูใบไม้ผลิมาเหมือนกันค่ะ กับเครื่องดื่มนม หอมซากุระ ผสมเบอร์รี่ ซึ่งเมื่อดื่มเข้าไปแล้ว ให้ความรู้สึกสดชื่นสุด ๆ เลยค่ะ

พิกัด : 7-Eleven และ ร้านค้าทั่วไป

ราคา : 237 Yen (72 บาท)

12. Tokyo Banana รุ่นซากุระ

เนื่องจากรสชาติดั้งเดิมได้กลายเป็นสินค้าฮอตฮิต ไม่นานได้ออกรสชาติใหม่ พิมพ์ลายดอกไม้สื่อถึงซากุระบนแป้งนุ่มๆ ของโตเกียว บาบาน่า แต่ยังคงไส้ครีมกล้วยที่มีความหวานละมุนๆ อยู่

พิกัด : สนามบินนาริตะ โตเกียว, สถานีรถไฟโตเกียว

ราคา : 1,000 เยน (300 บาท)

13. Royce Chocolate

Royce รสชาติไหนๆ ก็ถูกปาก ยิ่งพอออกมาทำแพคเกจหวานๆ แบบนี้ สื่อถึงซากุระที่กำลังจะมาถึง ก็หยิบสอยมาทันควัน รสชาติคือ อร่อย ไม่หวานแสบคอ เรียกได้ว่า กล่องนี้แบ่งกินกับเพื่อนได้ไม่อาย

พิกัด : สนามบินนาริตะ

ราคา : 550 เยน (165 บาท)

ถ้าเห็นแพคเกจน่ารักๆ สีชมพูมีดอกซากุระ ลองชิมดูว่า ความหวานนั้นจะถูกปากคุณหรือไม่ เพราะถ้าได้ลองแล้ว เชื่อว่าจะได้ความรู้สึกอยู่ 2 อย่าง คือชอบเอามากๆ หรือไม่ก็คงจะเข็ดไม่กล้าทานไปอีก แต่ผู้เขียนยืนยันได้เลยค่ะว่า ไม่เสียทีที่ได้ชิม และก่อนที่ซากุระจะเบ่งบาน เราก็ได้ชื่นบานไปกับของอร่อยๆ ก่อนใครแล้ว…

แหล่งที่มา : https://livejapan.com/en/article-a0002009/