HOME Search

ผลการค้นหาพบ – 3 รายการเกี่ยวกับ unseen tokyo

UNSEEN TOKYO ออกไปค้นพบวิถีชิวิตเรียบง่ายของชุมชนเล็กๆในโตเกียว

แค่เพียงระยะเวลาชั่วโมงกว่า ๆ จากมหานครอันวุ่นวายอย่างโตเกียว ใครจะไปเชื่อว่ายังมีพื้นที่สีเขียวอันเงียบสงบของเมืองทามะ (Tama City) ที่ยังอุดมสมบูรณ์ไปด้วยผืนป่าเขียวขจี สายน้ำเย็น และวิถีชีวิตอันเรียบง่ายของชุมชนเล็ก ๆ ซ่อนตัวรอให้นักท่องเที่ยวไปค้นพบกันอยู่

การเดินทางครั้งนี้เริ่มต้นขึ้นที่บริษัทเวิลด์โปร แทรเวิล ที่บอกมาว่าอยากจะพาไปสัมผัสกับโตเกียวในมุมมองแปลกใหม่ ที่อุดมไปด้วยธรรมชาติเหมือนไม่ได้อยู่ในโตเกียว ภายใต้คอนเซปต์ Unseen Tokyo …

เอาล่ะสิ โตเกียวที่ไม่มีที่ช้อปปิ้ง และความวุ่นวายแบบเมืองหลวงนั้นจะเป็นอย่างไร ลองตามมาเที่ยวไปพร้อม ๆ กันเลยค่ะ

OUME

จุดแรกที่เราแวะพักหลังจากออกเดินทางจากความวุ่นวายของเมืองหลวง คือเมืองโออุเมะ (Oume) เมืองเก่าชานกรุงของโตเกียว ซึ่งมีมาตั้งแต่สมัยเอโดะ หมู่บ้านโออุเมะหรือที่แปลได้ว่าหมู่บ้านลูกท้อเขียวนั้น ในอดีตเคยเป็นเมืองแห่งเหมืองหินปูน เป็นเมืองเส้นทางการค้าที่เป็นจุดแวะพักของพ่อค้าแม่ค้าที่มักนำสินค้ามาแลกเปลี่ยน

ปัจจุบันเมืองโออุเมะนั้นยังคงสวยงาม เรียบง่าย และยังคงกลิ่นอายของอดีตไว้ได้อย่างดีเยี่ยม ซึ่งบางร้านที่เรามีโอกาสได้แวะเข้าไปพูดคุยนั้นเปิดกิจการค้าขายมายาวนานมากว่า 400 ปีเลยทีเดียว

OKUTAMA

หลังจากดื่มด่ำกับอดีตอันสวยงามและอิ่มท้องกับมื้ออาหารง่าย ๆ กันแล้ว เรามุ่งหน้าต่อสู่เมืองโอคุทามะ (Okutama) ที่เป็นเขตการเกษตร และแหล่งน้ำอันสำคัญของกรุงโตเกียว โดยที่เมืองโอคุทามะนี้มีแหล่งน้ำสำคัญอย่างทะเลสาบโอคุทามะ หรือทะเลสาบที่เกิดจากการสร้างเขื่อนโอโกอุจิ (Ogouchi Dam) เขื่อนหลักที่ส่งน้ำเข้าสู่เมืองตัวเมืองโตเกียว ซึ่งทะเลสาบแห่งนี้นั้นถูกโอบล้อมไว้ด้วยขุนเขา เราสามารถลงไปเดินเล่นบริเวณริมทะเลสาบ สูดอากาศบริสุทธิ์ และชมความงดงามยิ่งใหญ่ของธรรมชาติได้พร้อม ๆ กัน

นอกจากนั้นแล้ว หากเราลัดเลาะสายน้ำลงไปถึงลำธารด้านล่าง เรายังสามารถสนุกสนานไปกับกิจกรรมอย่างการพายเรือคายัคบนผืนน้ำอันสงบนิ่งกันได้อีกด้วย

KU-ROCHAYA

หากใครต้องการเพียงแค่นั่งเหม่อมองสายน้ำ ตลอดสายน้ำของแม่น้ำทามะยังมีร้านอาหาร คาเฟ่บรรยากาศดี ที่สามารถนั่งชิล ชมความงามของสายน้ำ และป่าไผ่ไปกับอาหารมื้ออร่อยที่มีให้เลือกอยู่มากมายหลายร้าน เช่น ร้าน Kurochaya ร้านอาหารญี่ปุ่น ในบ้านเก่าสวยงาม ที่ซ่อนตัวได้อย่างลงตัวสง่างามท่ามกลางธรรมชาติของป่าไผ่ โดยนอกจากความเคร่งขรึมและเงียบสงบของร้านอาหารตามสไตล์ร้านอาหารแบบญี่ปุ่นแท้ๆ แล้ว ที่นี่ยังขึ้นชื่อในเรื่องของอาหารที่มีการจัดแต่งและเสิร์ฟได้อย่างสวยงาม โดยอาหารขึ้นชื่อของที่นี่คือ ปลาอายุ ปลาแม่น้ำที่มีรสชาติอร่อยหวาน สามารถนำมาปรุงอาหารได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นย่างเกลือหรือ ซาชิมิ

SAWANOI GARDEN

และร้าน Sawanoi Garden หรืออดีตโรงกลั่นสาเกริมแม่น้ำทามะ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความอุดมสมบูรณ์ของสายน้ำ และการเกษตร อาหารขึ้นชื่อของที่นี่คือ เต้าหู ที่นำมาประกอบอาหารได้หลากหลายทั้งคาวและหวาน เรียกได้ว่ามาแวะโรงกลั่นสาเกแห่งนี้ เราจะได้อิ่มทั้งท้อง อิ่มตา และอิ่มใจไปพร้อมๆ กัน

AKISHIMA

เมื่อมาเยือนเมืองแห่งธรรมชาติ เมืองแห่งกิจกรรมกลางแจ้งกันทั้งที อีกหนึ่งเมืองที่ควรแวะเที่ยวเป็นอย่างยิ่งคือเมืองอะกิชิมะ (Akishima) ที่มีแหล่งท่องเที่ยวใหม่ล่าสุดที่ทางรัฐบาลญี่ปุ่นพัฒนาขึ้นเพื่อต้อนรับกีฬาโอลิมปิคอย่าง Mori Park Outdoor Village หรืออดีตโรงซ่อมเครื่องบินที่ปัจจุบันได้รับการพัฒนาให้เป็นศูนย์กลางการให้ข้อมูล

และกิจกรรมเกี่ยวกับมหกรรมกีฬาโอลิมปิค ที่ญี่ปุ่นจะเป็นเจ้าภาพในปี 2020 โดยเฉพาะกับกีฬาปีนหน้าผาจำลอง ที่ศูนย์แห่งนี้ต่อไปจะใช้เป็นสนามแข่งขันกีฬาประเภทนี้ แต่หากกำลังแขนกำลังขาไม่เป็นใจ ก็สามารถไปเดินเล่นเย็นใจบริเวณรอบศูนย์ที่เขียวชอุ่มไปด้วยต้นไม้ใหญ่ ร้านค้า และคาเฟ่น่ารักมากมายได้เช่นกัน

Mt. MITAKE

ยังไม่หมดเพียงเท่านั้น เวิลด์โปร ทราเวิล ยังพาไปเที่ยวสองแหล่งธรรมชาติสำคัญที่ชาวโตเกียวมักแวะมาพักผ่อนหย่อนใจในช่วงวันหยุดอีกคือ ภูเขามิตาเกะ (Mt. itake) ที่อยู่สูงจากระดับน้ำทะเล 929 เมตร นับเป็นภูเขาศักดิ์สิทธิ์ของชาวญี่ปุ่นที่เป็นที่ตั้งของศาลเจ้ามุซาชิมิตาเกะ (Mushashimitake Shrine) โดยสามารถนั่งเคเบิลคาร์ขึ้นไปได้จนเกือบถึงยอดเขา ส่วนใครอยากลอง Hiking หรือเดินสำรวจผืนป่าก็สามารถทำได้เช่นกัน

SHOWA KINEN PARK

สวนโชวะคินเนน (Showa Kinen Park) โดยสวนแห่งนี้นั้นใหญ่โตถึง 16,300 เอเคอร์ หรือใหญ่ขนาดที่อาจจะเรียกได้ว่าผืนป่าของชาวโตเกียวเลยก็ว่าได้ ภายในสวนสามารถแบ่งออกได้หลายโซน และเชื่อมต่อกันด้วยเส้นทางเท้า และเส้นทางจักรยานที่สามารถปั่นชื่นชมความงดงามของสวนกันได้แบบสบายๆ

นอกจากความสมบูณณ์ของต้นไม้ และกิจกรรมหลากหลายที่สามารถเลือกเล่นกันได้แล้ว อีกหนึ่งความพิเศษของสวนแห่งนี้ที่ไม่อยากให้พลาดกันคือ สวนบอนไซ ที่มีเซนเซ ซูซูกิ ศิลปินบอนไซที่มีชื่อเสียงระดับประเทศคอยดูแล โดยภายในบริเวณสวนบอนไซนั้นจะมีการจัดแสดงบอนไซรูปร่างสวยงาม อันแสดงถึงความทุ่มเท และความใส่ใจของอาจารย์ซูซูกิ โดยอาจารย์ได้เล่าให้ฟังว่า เพียงแค่การเรียนรู้เรื่องการให้น้ำบอนไซนั้นยังต้องฝึกฝนกันถึง 2 ปี และบอนไซที่สวยงามนั้นจะต้องเป็นบอนไซที่กิ่งโน้มลงมาด้านหน้า เปรียบเสมือนคนที่มีความอ่อนน้อมเหมือนชาวญี่ปุ่นนั่นเอง

นี่เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของความแปลกใหม่ ตื่นตาตื่นใจกับโตเกียวในแบบ Unseen ที่เวิลด์โปร แทรเวิลได้พาเราไปรู้จัก ใครจะไปเชื่อว่าโตเกียวที่ใครต่อใครมักวาดภาพให้เป็นเมืองแห่งความวุ่นวาย จะมีมุมเงียบสงบอิงแอบธรรมชาติกันแบบนี้ เพราะฉะนั้นหากมีโอกาสได้ไปเยือนมหานครโตเกียว ก็อย่าลืมหาเวลาออกมาสัมผัสกับธรรมชาติและสายน้ำใกล้กรุงโตเกียวกันนะคะ

คลิ๊กที่แผนที่เพื่อดูภาพขนาดใหญ่



VOL.06 UNSEEN TOKYO

● โตเกียวยังมีพื้นที่สีเขียวที่รายล้อมไปด้วยต้นไม้น้อยใหญ่ ภูเขา และสายน้ำ ให้เราได้หลีกหนีความวุ่นวายไปใช้ชีวิตช้าๆสักวันสองวัน แถมนั่งรถไฟไปไม่ไกลอีกด้วย

● ชมใบไม้เปลี่ยนสีทั่วจังหวัดอากิตะกับวิวทิวทัศน์ที่คุณไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน

● คอลันม์ท่องเที่ยวฉบับนี้เตรียมตัวชมการประดับไฟฤดูหนาวสุดโรแมนติกทั่วเมืองโตเกียว!

Comments Off on VOL.06 UNSEEN TOKYO


Summer walk ขึ้นกระเช้า เข้าป่า ศึกษางานคราฟท์ ที่จังหวัด Gunma • Niigata • Nagano ตอน Gunma-กุนมะ

การเดินทางในฤดูร้อน เราหนีความร้อนในเมืองคอนกรีตมาเข้าป่าสูดออกซิเจนเพิ่มความสดชื่นในสถานที่ Unseen บนเส้นทางชินคันเซน Joetsu/Hokuriku ไล่ตั้งแต่ จังหวัดกุนมะที่อยู่ใกล้โตเกียวมากที่สุด ไปนีงาตะ และนากะโนะ ระหว่าง 20 - 26 ก.ค. 2018 พร้อมกับพาสรถไฟ JR EAST PASS (Nagano, Niigata area)

 

กุนมะ || "หน้าร้อนญี่ปุ่น เก็บพลัม ชมงานแฮนด์เมด แช่ออนเซนที่มินาคามิ"

1. Takumi no Sato | ทาคุมิ โนะ ซาโตะ
2. Minakami Fruits Land Mogitore | มินาคามิ ฟลุตส์ แลนด์ โมกิโทเร
3. Tsukiyonovidro Park  | สวนซึคิโยโนะไวโดร

กุนมะ || "ขึ้นกระเช้าสู่ยอดเขา วิ่งเล่นในทุ่งลาเวนเดอร์ นั่งรถไฟหัวรถจักร ชมงานเทศกาลโชว์สะดือ"

4. Tanigawadake Ropeway  | ภูเขาทานิกาวะโรปเวย์
5. Tambara Lavender Park | สวนลาเวนเดอร์ทัมบาระ
6. SL Gunma Minakami | SL กุนมะ มินาคามิ
7. Shibukawa Heso Festival | เทศกาลชิบุคาวะ เฮะโสะ
8. Doukutsu Kannon | ถ้ำพระโพธิสัตว์โดคุซึ

นีงาตะ || "ถึงนีงาตะ สักการะศาลเจ้า ขึ้นกระเช้า เข้าเรียวกัง"

นีงาตะ || "แปลงกายเป็นช่างทำมีด แม่บ้านชาวญี่ปุ่น เลี้ยงปลาคาร์ฟ ชมทุ่งบัวชมพู แสงไฟ Illumination  แวะอควาเรียม The Sea of Japan"

นากาโนะ || "ถึงนากาโนะ ไหว้พระพุทธ เข้าเมืองปราสาทอีกา เยือนถิ่นงานคราฟท์ และย่านเมืองเก่า"

นากาโนะ || "ชมทะเลสาบสุวะ ฉากสำคัญใน Kimi no Nawa เข้าป่ามอส ชมน้ำตก ชมม่านน้ำตก ดื่มด่ำบรรยากาศเมืองคารุยซาว่า"

   Joetsu Shinkansen

TOKYO STATION      →      JOMO KOGEN STATION

วันที่ 1

กุนมะ || "หน้าร้อนญี่ปุ่น เก็บพลัม ชมงานแฮนด์เมด แช่ออนเซนที่มินาคามิ"

1. Takumi no sato

 

เราฝ่าคลื่นความร้อนเข้ามาหลบในบ้านที่สอนศิลปะพื้นบ้าน มีกิจกรรมให้เลือกทำเพียบ ทั้งทำโซบะ เย็บตุ๊กตา ทำกระดาษสา ปั้นหม้อ ร้อยกำไล เอ้า! สายกินอย่างเราลองทำโซบะสิ ทำเสร็จแล้วได้กินฝีมือตัวเองด้วย ฟินไปอีก ไม่มีไรจะคุ้มไปกว่านี้แล้ว ประสบการณ์นวดแป้งโซบะครั้งแรกในชีวิต! เผลอๆ กินอิ่ม มีเวลาก็แนะนำไปปั้นจักรยานชมธรรมชาติต่อกันนะ

ที่หมู่บ้านนี้มีผัก ผลไม้สดขายเพียบ แม่บ้านเชิญมาเลือกซื้อค่ะ

     9:00-16:00
   ลงป้าย Takumi no Sato
  http://takuminosato.jp

https://goo.gl/maps/vxu4zw75SJu

2. Minakami Fruits Land Mogitore

 

เอาล่ะ ถึงกิจกรรมที่เรารอคอยกันแล้ว เก็บผลไม้ที่ Mogitore เข้าไปติดต่อตรงศูนย์ Information ได้เลย แล้วเราก็เลือกจิ้มไปเก็บผลไม้จากทั้งหมด 8 ชนิดที่ฟาร์มในพื้นที่รอบๆ ศูนย์

เรียกว่าทั้งปี มีผลไม้ให้ทุกคนเก็บกินจ้า เราเก็บพลัม 30 นาที 600 เยน กินไม่อั้น บริเวณนั้นมีลานกิจกรรมให้เล่นบอล ตีแบด และระหว่างทางเรายังเจอด้วงด้วย

เก็บผลไม้มายังไม่ทันเหนื่อย ก็กลับมากินเค้กผลไม้ที่คาเฟ่ในศูนย์! เราแนะนำเมนูเชอร์รี่ มันกรอบและหวาน! นอกจากเค้ก ยังมีไอศกรีมเจลาโต้ที่ไม่อยากให้ทุกคนพลาดจริงๆ

ลุงเจ้าของสวนพลัม ปอกเปลือกให้เราชิมด้วย

เก็บลูกพลัมสดจากต้น กินไม่อั้น!

ไอติมเจลาโต้รสผลไม้

       10:00-16:00
       จากสถานี Jomo Kogen 15 นาที
         https://www.mogitore.jp/
https://goo.gl/maps/v6QbWbpG9Hw

 

ตารางผลไม้ตลอดปี

     สตรอเบอร์รี่ กลางเดือนมกราคม - ต้นเดือนพฤษภาคม
     เชอร์รี่ กลางเดือนมิถุนายน- ต้นเดือกรกฎาคม
     บูลเบอร์รี่ ต้นเดือนกรกฎาคม- ปลายเดือนกรกฎาคม
    พลัม ต้นเดือนสิงหาคม  - กลางเดือนสิงหาคม
    พีช ต้นเดือนสิงหาคม - กลางเดือนสิงหาคม
    ลูกแพร์ กลางเดือนสิงหาคม- ปลายเดือนสิงหาคม
   องุ่น ต้นเดือนสิงหาคม - ปลายเดือนกันยายน
    แอปเปิ้ล ปลายเดือนกันยายน- ปลายเดือนพฤศจิกายน

3. Tsukiyonovidro Park

ไปต่อที่โรงเป่าแก้วคริสตัล ซึ่งเป็นสถานที่ผลิตถ้วยกรังปรีต์ของการแข่งขันซูโม่ ที่นี่เรามาทำแก้วทรายแฮนด์เมดลายกุนมะจัง มาสคอตของจังหวัดนี้ คิ้วท์ๆ ราคา 870 เยน เพลินๆ

นอกจากนี้ เรายังสามารถชมการสาธิตเป่าแก้วอย่างใกล้ชิด และเข้าชมภาพประวัติผลงานตลอด 110 ปีในห้องพิพิธภัณฑ์เช่น ภาพเชนเดอเรีย หรือโคมไฟระย้าในพระราชวังญี่ปุ่น และกำแพงแก้วคริสตัลที่โรงแรมอิมพีเรียล ขนาดสูง 8 เมตร ยาว 15 เมตร

    9:00 – 16:00
  5 นาที จากสถานี Jomo Kogen

https://goo.gl/maps/Zeh9hy4KXap
   http://www.vidro-park.jp/en/

ค่ำนี้นอน Matsunoi Ryokan

มินาคามิออนเซน (Minakami Onsen) 1 ใน 3 ออนเซ็นที่มีชื่อเสียงของจ.กุนมะ ที่เรียกว่า สวรรค์ นี่ไม่ได้เกินจริงเลยนะ เพราะคนญี่ปุ่นเองเขาก็มามินาคามิกันเพื่อแช่ออนเซนโดยเฉพาะ ที่นี่เป็นออนเซนที่อุดมแร่ธาตุ ไม่ว่าจะช่วยเรื่องผิวสวย หรือบำบัดโรคให้คลายอาการปวดเมื่อย ขับพิษต่างๆ
เราเข้าพักที่เรียวกัง Matsunoi ที่มีออนเซนทั้งอินดอร์ เอาท์ดอร์ และยังมีแบบการ์เด้นด้วย บรรยากาศเหมือนอยู่ท่ามกลางธรรมชาติของแท้ รู้สึกได้พักผ่อนจริงๆ มื้อเย็นที่นี่เสิร์ฟอาหารแบบไคเซกิ ถึงแม้จะไม่ได้เข้าพัก ก็สามารถใช้บริการแช่ออนเซนแบบไปเช้าเย็นกลับได้

ลงสถานี Minakami

http://www.matsunoi.com/

https://goo.gl/maps/TTEsptNZBj92

 

วันที่ 2

กุนมะ || "ขึ้นกระเช้าสู่ยอดเขา วิ่งเล่นในทุ่งลาเวนเดอร์ นั่งรถไฟหัวรถจักร ชมงานเทศกาลโชว์สะดือ"

4. Tanigawadake Ropeway

 

 

 

เช้านี้พร้อมลุย เราเดินทางไปขึ้น Ropeway ตั้งแต่ 9.00 น. ที่ภูเขาทานิคาวะ ซึ่งมีชื่อเสียงมากเป็นจุดชมวิวหุบเขาช่วงใบไม้เปลี่ยนสี ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ใบไม้แดงที่นี่จะเป็นสีเหลืองอมส้ม ต่างจากที่ นิกโก้ที่เป็นสีแดง ราคานั่งกระเช้าไป-กลับ 2,060 เยน
การเดินขึ้นเขาของที่นี่มี 2 รูท จากจุดเริ่มต้นซื้อบัตรขึ้นกระเช้าไปถึงระยะความสูง 1,319 เมตร จากนั้นเดินขึ้นอีก 2 ชั่วโมงครึ่งที่ความสูง 1,977 เมตรคือจุดที่สูงที่สุด ซึ่งจากจุดที่กระเช้าไปถึงอากาศคือเย็นสบายมากๆ ไม่เหมือนว่าตอนนี้คือหน้าร้อนเลย และจุดนี้ยังเป็นจุดชมวิวที่จะเห็นยอดเขา Tanigawadake ที่มีลักษณะเหมือนหูแมว และยอดเขา Asahidake ที่มีความสูงรองลงมาที่ 1,945 เมตร แบบพาโนราม่า ชอบมากที่เห็นคนที่กำลังเดินขึ้นเขาเป็นตัวจิ๋วๆ ขยับไปเรื่อยๆ

ทุ่งดอกนิกโก้ คิสุเกะ (Daylily) ดอกไม้สีเหลืองแห่งช่วงซัมเมอร์

       จ-ศ 8:00-17:00
ส-อา และวันหยุดนักขัตฤกษ์ 7:00-17:00
     ลงป้าย Tanigawadake Ropeway (JT39)
      http://www.tanigawadake-rw.com/ropeway/

https://goo.gl/maps/YjXcHL6u9j42

5. Tambara Lavender Park

 

 

 

 

กุนมะก็มีทุ่งลาเวนเดอร์ให้วิ่งเล่นนะ หน้าร้อนญี่ปุ่นเป็นช่วงเวลาที่คนญี่ปุ่นเขาใช้เวลาพักผ่อนกับครอบครัวแบบคุ้มค่า ซึ่งที่นี่เรียกว่าคุ้มจริงๆ พาลูกจูงหมามาเล่นได้ทั้งวัน ไฮไลต์คือถ่ายรูปกับทุ่งลาเวนเดอร์ ซึ่งกลางเดือนสิงหาคมจะเป็นช่วงเวลาที่เหมาะมากที่สุด เรียกแขกได้ถึง 1 แสนคนต่อเดือน
สำหรับบรรยากาศที่ใครๆ อาจคิดว่าไปฮอกไกโดหรือโปรวองซ์ก็เหมือนกัน แต่ที่นี่มีกิจกรรมเอนเตอร์เทนนักท่องเที่ยวเพียบ ทั้งการแสดงดนตรีสด เป่าขลุ่ยเพิ่มฟีลละมุนๆ หรือการเล่นห่วงยางสไลเดอร์ ส่วนเราก็ขอถ่ายทำภาพสโลโมชั่นท่ามกลางทุ่ง กินไอศกรีม Creamia โรยผงลาเวนเดอร์ 500 เยน หรือไอศกรีมรสลาเวนเดอร์ 400 เยน เท่านี้ก็ฟินแล้ว

   8:30 - 17:00
เข้าชมช่วง 30 มิ.ย. - 2 ก.ย. 2018
ลงป้าย Tambara Lavender Park
    https://www.tambara.co.jp/lavenderpark/
    https://goo.gl/maps/edwpMMKNGNn

6. SL Gunma Minakami

 

 

เอาล่ะ! จากนี้ให้หลับตา จินตนาการรถไฟในเรื่องแฮร์รี่ พอตเตอร์ที่พาไปฮอกวอตส์
SL Minakami คือรถไฟหัวจักรไอน้ำแบบเดียวกันเลย ใช้ตั้งแต่ปีค.ศ. 1940 ยังได้ยินเสียงหวูดตลอดทางด้วย เดินทางวนเป็นวงกลม รอบแรกออกจากสถานี Takasaki เวลา 9:56 น. สุดที่ปลายทางสถานี Minakami เวลา 12:04 น. และวนกลับมาที่สถานี Takasaki รอบสุดท้าย 17:13 น.
เราขึ้นจากสถานี Numata ไป สถานี Shibukawa แนะนำให้ไปรอที่ชานชาลาเพื่อถ่ายวิดีโอ มันไวนะ ไม่ใช่รถไฟฉึกฉัก หรือถ้าจะแอดวานซ์เหมือนบรรดาโอตะรถไฟที่พกกล้อง DSLR ปีนเก้าอี้ถ่ายรูปก็ลองดู! และอีกเรื่องคือจองที่นั่งล่วงหน้า โดยเฉพาะช่วงใบไม้เปลี่ยนสีที่ฮิตมากในหมู่นักท่องเที่ยวและคนญี่ปุ่นเอง ชมวิวเลียบแม่น้ำ ท่ามกลางหุบเขาเพลินๆ

เช็คตารางรถไฟ : http://www.jreast.co.jp/takasaki/calendar/index.html

7. Shibukawa Heso Festival

 

 

 

เฮะโซะ มัตสึริ เทศกาลระบำสะดือ เมือง Shibukawa
บนถนนเรียงรายไปด้วยบรรดาชายหนุ่มกล้ามล่ำโชว์พุง เอ้ย ไม่ใช่ โชว์ซิกแพคสิ!
งานนี้รวมหนุ่มสาวกุนมะไว้แล้ว (เหมาะสำหรับสาวๆ ที่สงสัยเหลือเกินว่า หนุ่มวัยทำงานบ้านนอกญี่ปุ่นเขาหน้าตายังไง) ยิ่งเข้าไปสู่ใจกลางงานเทศกาลเท่าไหร่ ยิ่งครึกครื้น มีสาวๆ ใส่ยูกาตะมาเดินเล่นกินน้ำแข็งใส อ้อล้อหนุ่มๆ
เทศกาลนี้เกิดขึ้นเพราะ เมืองชิบุคาวะตั้งอยู่กึ่งกลางเกาะญี่ปุ่นจึงได้ชื่อว่าเมือง "เฮะโซะ" หรือสะดือของญี่ปุ่นนั่นเอง เอกลักษณ์ของงานคือ ผู้เข้าร่วมงานจะเขียนใบหน้าขนาดใหญ่ไว้บนพุง และเต้นตามจังหวะอย่างสนุกสนาน เราว่าการมาญี่ปุ่นแล้วได้ร่วมงานเทศกาลถือว่าคุ้มค่ามากนะ มันเหมือนได้เรียนรู้วัฒนธรรม และสัมผัสความสนุกไปพร้อมกัน (เทศกาลฤดูร้อนจัดระหว่างเดือน ก.ค.-ส.ค.)

https://goo.gl/maps/NNmwNK6z9XB2

✰ ความรู้แถม ✰ จากตัวเมืองสามารถเข้าไปนอนพักในเมืองทาคาซากิ ใช้เวลาเดินทางเพียงแค่ 30 นาที มีห้างดังหลายแห่งล้อมรอบสถานี Takasaki อีกอย่างที่เป็นไฮไลต์คือเป็นเมือง Daruma เรียกว่า มีทั้งความสะดวกสบาย และความท้องถิ่นกลิ่นอายญี่ปุ่นครบ

 

8. Doukutsu Kannon

 

 

ก่อนจากกุนมะ เข้าจังหวัดนีงาตะ เราแวะไหว้พระโพธิสัตว์ในถ้ำเพื่อเป็นสิริมงคลที่ ที่นี่รวมพระโพธิสัตว์ 33 ซีรีส์จากทั้งหมดในคันโตไว้แล้ว

ความพีคของที่นี่คือ ผู้สร้างออกไอเดียขนหินลาวาภูเขาไฟมาโบกถ้ำที่บริเวณฐานเจ้าแม่กวนอิมทั้งหมด 10 ตัน โดยใช้แรงคนเพื่อสร้าง (นึกถึงพิรามิดเลย!) โดยในถ้ำจะมีองค์เจ้าแม่กวนอิม 3 องค์ องค์สุดท้ายคือเจ้าแม่กวนอิม 1,000 มือ

           10:00 - 16:00
    http://www5.wind.ne.jp/yamatokuen/
  จากสถานี JR Takasaki 15 นาที

https://goo.gl/maps/b4aKr1SpzQJ2