HOME Search

ผลการค้นหาพบ – 15 รายการเกี่ยวกับ โอตะ คือ

BNK48 กับคุกกี้เสี่ยงทายที่เค้ากำลังฮิตไปทั่วเมืองคืออะไร คู่มือแนะนำฉบับมือใหม่หัดตาม!!

ณ ตอนนี้คงไม่มีใครไม่รู้จัก BNK48 และเพลงคุกกี้เสี่ยงทายที่ฮิตไปทั่วบ้านทั่วเมือง รวมได้ถึงปรากฎการณ์ที่หนุ่มๆ บ้านเราหันมาสนใจไอดอลสาวไทยกันมากขนาดนี้ เรียกว่าสูสีพอๆ กับแฟนคลับเกาหลีที่ครองตลาดบ้านเรามาเป็นเวลาหลายปีเลยทีเดียว

BNK48 คืออะไร?

คือ วงน้องสาวสาขาประเทศไทย ของ AKB48 วงไอดอลชื่อดังของญี่ปุ่นซึ่งเกิดจากแนวคิดที่จะสร้าง “ไอดอลที่คุณสามารถมาพบได้ตลอด” เดบิวต์ไปเมื่อเดือนมิ.ย. 2017 ในงาน Japan Expo

แล้วมีวงพี่ วงน้องในประเทศไหนบ้าง ?

นอกจากประเทศไทยแล้วยังมีประเทศอื่นๆ เช่น JKT48 (อินโดนีเซีย มาจาก จาร์กาต้า 48 ), TPE48 (ไต้หวัน มาจาก ไทเป),และ SHN48 (เซียงไฮ้ 48) แต่ได้ถูกยกเลิกไปเพราะมีปัญหาในภายหลัง), MNL48 (ฟิลิปปินส์ มาจาก มะนิลา) และล่าสุดเพิ่งเปิดตัวไป คือ MUM48 (อินเดีย มาจาก มุมไบ 48 ) และตัวเลข 48 นี้ ไม่ใช่จำนวนสมาชิกแต่ มาจากชื่อของประธานบริษัท Shiba Kotaro Office48 ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของวง โดยใช้หลักคำพ้องเสียงของตัวเลขในภาษาญี่ปุ่น

จุดเด่นของวงคือ?

อยู่ในรูปแบบของไอดอลกรุ๊ปที่ไม่เคยมีในไทยมาก่อน ซึ่งสามารถพบเห็นและจับต้องได้ ต่างกับโมเดลแบบเกาหลีมาก อันนั้นเค้าว่ากันว่า เสียเป็นแสนแต่แขนยังไม่ได้จับด้วยซ้ำ แต่ญี่ปุ่นคงคุ้นเคยกันดีกับการทำตลาดสไตล์นี้ ผ่านกิจกรรมในการโปรโมทรูปแบบต่างๆ เช่น อีเว้นต์จับมือ เงื่อนไขคือ จะต้องซื้อซีดีเพลงของวงก่อน จึงจะมีสิทธิ์ได้รับบัตรเข้างานจับมือไอดอล ที่สำคัญคือ แฟนคลับได้มีส่วนร่วม เอาใจเชียร์และเห็นการความก้าวหน้าของไอดอลที่ชอบได้สม่ำเสมอ ผ่านกิจกรรมหลากหลายที่ต้นสังกัดจัดขึ้น ปัจจุบัน BNK48 มีสมาชิก 28 คน ดังนั้นจะใช้วิธี เลือก “เซ็มบัตซึ” จำนวน 16 คน ซึ่งก็จะเปลี่ยนไปตามความนิยมและการเลือกตั้งจากการคัดเลือกของผู้บริหารและแฟนคลับ

งานจับมือ

คำศัพท์ที่ควรรู้

โอชิ มีความหมายคล้ายกับว่าเมนของเกาหลี ประมาณชอบใคร เชียร์หรือสนับสนุนใคร คนหนึ่งจะมีหลายโอชิก็ได้ รักไปหมดเลือกไม่ได้นั่นเอง ส่วน คามิโอชิ ก็จะมีความหมายประมาณว่า ชอบใครมากที่สุด ยกขึ้นหิ้งไปเลย

Digital Studio/Theatre
คล้ายกับดินแดนศักดิ์สิทธิ์ที่เหล่าโอตะทั้งหลายต้องเช็คอิน เยี่ยมเยียนเพื่อพบปะไอดอลของพวกเขา ถ้าเป็นที่ญี่ปุ่นก็คือ เธียรเตอร์48 ที่อากิฮาบาระ ส่วนของไทย Digital studio อยู่ที่ Emquartier ส่วนเธียร์เตอร์ตั้งอยู่ที่ชั้น 4 เดอะมอลล์บางกะปิ

โอตะ (โอตาคุ)
คือ แฟนคลับ เรียกคนที่ชอบอะไร ที่ชื่นชอบในสิ่งเดียวกัน ถ้าเป็นเกาหลีก็จะเรียก ติ่งเกาหลี

โอตะ ในที่นี้คือ แฟนคลับของวง "BNK48" นั่นเอง
เซมบัตซึ คือ เมมเบอร์ ที่ถูกเลือกให้มาทำหน้าที่โปรโมทเพลงนั้น
เมมเบอร์ คือ สมาชิกในวง
เซนเตอร์ คือ คนที่เด่นสุดในวง จะมีท่อนร้องเดี่ยว เต้นเด่นสุด ทำหน้าที่โปรโมทเพลงนั้นเป็นหลัก
กัปตัน คือ หัวหน้าวง (ผู้นำของวง คอยดูแลสมาชิกและคอยตอบคำถามต่างๆ)
แกรด (จบการศึกษา) คือ ลาออกจากวง

สามารถติดตามรายละเอียดได้ที่ : https://www.bnk48.com/



Idol Otaku มารู้จักกับมนุษย์โอตะคุไอดอลว่ามีแบบไหนบ้าง เวลาที่ไปดูการแสดง

ก่อนจะไปรู้จักกับประเภทของโอตะคุไอดอลญี่ปุ่นนั้น ผมเลยขอแนะนำเกี่ยวกับสองคำนี้ก่อนแล้วกัน ..

Idol คำนี้หลาย ๆ คนก็คงทราบอยู่แล้วว่าคืออะไร แต่ในญี่ปุ่นนั้นไอดอลส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มนักร้องวัยรุ่น มีทั้งแบบเป็นวงและเป็นแบบเดี่ยว ไอดอลญี่ปุ่นนั้นจะมีเพลงเป็นของตัวเอง ซึ่งแต่ละวงก็จะมีรูปแบบแตกต่างกันออกไป รวมถึงสไตล์ของวงด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นแนวสดใสน่ารัก แนวร้องเพลงเพราะ ๆ แนวร็อค แนวดิบเถื่อน หรือแนวเฉพาะทางต่าง ๆ โดยไอดอลส่วนใหญ่นั้นจะเน้นการสร้างความบันเทิงให้กับคนดูเป็นหลัก มีทั้งไอดอลชายและไอดอลหญิง

Otaku โอตะคุนั้นถ้าให้บอกง่าย ๆ เลยคือคนที่ชอบสิ่งนั้น ๆ อย่างมาก และติดมันงอมแงม คลั่งไคล้ หรือบ้าสุด ๆ ถ้าในไทยมักจะเรียกโอตะคุกันง่าย ๆ คือใครชอบพวกการ์ตูนอนิเมชั่นหรือดูไอดอลก็เรียกว่าโอตะคุกันแล้ว แต่ถ้าในญี่ปุ่นกลุ่มโอตะคุนั้นจะมีความชัดเจนมากกว่า

ดังนั้น Idol Otaku ก็คือ คนที่ชอบไอดอลอย่างมาก และหลงไหลมันสุด ๆ ซึ่งเวลาไปดูการแสดงหรือไลฟ์ของไอดอลวงต่าง ๆ นั้น คุณก็จะได้พบคนประเภทต่าง ๆ ที่ผมกำลังจะพูดถึงต่อไป ส่วนมากจะหาได้จากการแสดงจากจิกะไอดอล(ไอดอลใต้ดิน)  ซึ่งถ้าใครเคยไปมาแล้วก็คงจะเห็นภาพจนต้องขำแน่นอน !

12718081_203330760046949_5301562344759559491_n

มนุษย์โอตะคุ 1

เริ่มต้นกันที่ภาพแรก จะเห็นได้ว่ามีเหล่ามนุษย์โอตะคุอยู่หลายรูปแบบ ผมจะขอเริ่มต้นที่ด้านหน้าเวทีเลยแล้วกัน

ตากล้อง พวกนี้เป็นพวกที่จะมาถ่ายรูปอย่างเดียว ไลฟ์หรืออีเว้นท์ไหนก็ตามที่ถ่ายรูปได้พวกนี้จะมาร่วมด้วยเสมอ แล้วกล้องกับเลนส์ของมนุษย์ตากล้องนี้นั้นเห็นแล้วจะต้องร้องซี๊ดดดดด กล้องกับเลนส์โปรและแพงมาก! กล้องกับเลนส์(1ตัว)รวมกันของบางคนราคากว่าครึ่งล้านบาท แต่ภาพกลับเหมือนคนที่เพิ่งเคยถ่ายรูป .. (แค่บางคน) โอตะคุพวกนี้ผมไม่เคยเห็นเค้าถ่ายรูปอย่างอื่นเลยนอกจากไอดอล ..

ตำแหน่งโอชิต้องตรง ก่อนอื่นต้องแนะนำคำว่าโอชิก่อน โอชิ หรือ โอชิเมน คือ ไอดอลคนนั้น ๆ ที่เราชื่นชอบเป็นพิเศษหรือชอบที่สุด และโอชิต้องตรงนั้นก็คือในการแสดงบนเวที ตำแหน่งการยืนและเต้นนั้นจะมีการสลับไปเรื่อย ๆ ซึ่งมนุษย์โอชิต้องตรงนั้นจะไหลตามตำแหน่งของสมาชิกที่คนนั้น ๆ ชื่นชอบ อย่างเช่น ไอดอลคนนี้ไปซ้าย เอ้า! วิ่งไปซ้ายด้วย! เป็นต้น

มนุษย์ส่งเสียง พวกตะโกนแหกปากนั่นเอง มนุษย์กลุ่มนี้มักจะตะโกนชื่อคนที่ชอบ ตะโกน เฮ้ย! วู๊ฮู๊ว! บลา ๆ เป็นหลัก พวกนี้จะเป็นกลุ่มที่ช่วยบิ้วด์บรรยากาศในงานได้เป็นอย่างดี

กาจิโค่ย มนุยษ์กลุ่มนี้จะเป็นพวกมองไอดอลว่าเป็นของตัวเอง เรารัก เราหวง ไอดอลคือผู้หญิงของเรา

ปลารอเบ็ด มนุษย์กลุ่มนี้คือพวกที่รอไอดอลเล่นด้วย มีทั้งแบบไอดอลส่งสายตาให้ ไอดอลเล่นด้วยตอนไลฟ์ ไอดอลยิ้มให้ ไอดอลเอามือมาแปะ หรืออะไรก็ตามที่เป็นการเล่นกับคนดู มนุษย์กลุ่มนี้จะฟินมาก ๆ บางคนก็ตั้งตารอเลยล่ะ

โอตะหญิง ผู้หญิงที่ชอบไอดอลนั่นแหละ ส่วนมากจะมาตอนที่มีอีเว้นท์ฟรี (มันจะมีการแสดงที่ฟรีค่าเข้าสำหรับผู้หญิงอยู่ด้วย)

ขาแดนซ์ มนุษย์เหล่านี้คือพวกที่ชอบเต้นตามเพลงนั้น ๆ บางคนเต้นเป๊ะเลยแหละ!

มนุษย์ ไฮ่ เซ่โนะ! มนุษย์กลุ่มนี้มันไม่ทำอะไรมากมาย คือมันจะตะโกน ไฮ่ เซ่โนะ! ไฮ่ เซ่โนะ! ไฮ่ เซ่โนะ! อย่างเดียว (คำนี้เป็นส่วนหนึ่งในการเชียร์เพลงไอดอล)

มนุษย์ฟังเพลง พวกที่มาเสพย์สุขกับการฟังเพลง พวกนี้อาจจะมายืนเฉย ๆ อิ่มเอมไปกับเสียงเพลงในการแสดง อาจจะถึงขั้นหลับตาฟังเพลงเลยทีเดียว

เด็กใหม่ มนุษย์ที่เพิ่งเคยมาครั้งแรก หรือเพิ่งมาใหม่ ๆ พวกนี้จะมึน ๆ งง ๆ กับสิ่งต่าง ๆ แต่ในอนาคตอาจจะมีการพัฒนาเกิดขึ้น

มนุษย์เอ็นดู มนุษย์กลุ่มนี้จะชอบมองไอดอลที่ชอบแบบเอ็นดู แค่เห็นรอยยิ้มของโอชิหรือคนที่เราชอบก็มีความสุขแล้ว หรือได้เห็นไอดอลที่เราชอบมีความสุขก็พอใจแล้ว พวกนี้มักจะยิ้มมีความสุขเวลาที่เห็นโอชิของเรามีความสุข

กลุ่มญาติไอดอล กลุ่มนี้ไม่ใช่โอตะคุ แต่มักจะโผล่มาเวลามีงานแสดงใหญ่ ๆ เพื่อมาให้กำลังใจ

น้องสาวไอดอล ขอแยกออกจากกลุ่มญาติ พวกน้องสาวไอดอลมันจะถูกโอตะคุตีสนิท

พวกเข้าทางครอบครัว มนุษย์กลุ่มนี้จะพยายามเข้าหาครอบครัวไอดอล และมักจะเข้าทางน้องสาวไอดอล รักพี่ก็ต้องรักน้อง ดังนั้นพวกนี้ก็จะตีสนิทเพื่อหวังข้อมูลภายในของไอดอลที่ชื่นชอบ หรือหวังจีบอะไรก็ว่าไป

2

มนุษย์โอตะคุ 2

มนุษย์พระพุทธรูป มนุษย์ที่ชอบยืนดูเงียบ ๆ ไม่สุงสิงกับใคร มักจะอยู่ข้าง ๆ เวทีและมักจะเป็นลุงแก่ ๆ

นักรบแถวหน้า พวกที่พยายามทำทุกอย่างเพื่อที่จะได้อยู่หน้าสุด ซึ่งพวกนี้จะมีวิธีมากมายเพื่อให้ตัวเองได้อยู่แถวหน้า ได้อยู่ใกล้กับคนที่เราชอบที่สุด ถ้าพวกนี้ไม่ได้อยู่หน้าสุด มนุษย์เหล่านี้ถ้าไม่ได้อยู่หน้าสุด ก็จะเครียดและหงุดหงิดมาก

โอตะหญิง(หน้าตาดี) โอตะคุผู้หญิงหลาย ๆ คนจะหน้าตาน่ารัก เผลอ ๆ น่ารักกว่าไอดอลบนเวทีเสียอีก โอตะหญิงเหล่านี้ถือเป็นของแรร์ระดับ SSS และมักจะโดนล้อมด้วยโอตะโอตะหญิงเสมอ

โอตะ-โอตะหญิง โอตะคุที่ทำตัวเป็นบอดี้การ์ดให้กับโอตะคุหญิง คือไม่ให้ใครมาแตะต้องนั่นเอง เพราะมนุษย์กลุ่มนี้หวังจีบโอตะคุหญิงคนนั้น ๆ ด้วย เลยทำตัวปกป้องสุด ๆ

ขาแดนซ์ มนุษย์เต้นเหมือนด้านบนที่ได้อธิบายไว้

พินชิเกะ มนุษย์อายุน้อย ชอบมาเป็นกลุ่ม เสียงดัง ชอบโวยวาย ชอบมโนว่าตัวเองหล่อ และคิดว่าไอดอลจะต้องชอบ ในภาพจะตะโกนว่า O – RE – NO ! หรือหมายความว่า ของเรา ๆ (หมายถึงไอดอลคนนั้นอะ เป็นของเรา) พวกนี้จะเชียร์กันรุนแรงมากเป็นพิเศษ อาจจะมีการเชียร์กันรุนแรงจนไปชนคนอื่นเลยก็ได้

มิกซ์เซอร์ พวกนี้จะร่ายคาถาบ้าบอกอะไรก็ไม่รู้ตลอดเวลา ร่ายเวทย์มันทุกเพลง เพลงช้าเพลงเร็วก็เอา จังหวะไหนของเพลงว่าง ๆ ก็ใส่เข้าไป โอยยยย! เฮ้ย!

จัมเปอร์ มนุษย์จิงโจ้ กระโดดอย่างเดียว กระโดดรัว ๆ อะไรไม่รู้ขอกระโดดไว้ก่อน เช่นการกระโดดชี้นิ้วไปหาไอดอลเป็นต้น

มนุษย์แปลงร่าง พวกนี้มันจะก้มหน้าก้มตาแปลงร่างกันอย่างเดียว จนบางทีก็สงสัยว่าตั้งใจมาดูไอดอลแสดงหรือแค่มาแปลงร่าง เพราะบางคนก็หันหลังให้เวที แล้วก็แปลงร่างกัน มนุษย์กลุ่มนี้จะต้องมีแท่งไฟที่ดูดี บางคนก็ติดมาเต็มมือยังกะวูฟเวอร์รีน เกะกะคนอื่นมาก ๆ

มนุษย์มโน พวกนี้จะนิ่ง ๆ มายืนมโนว่าตัวเองมาดูแฟนอยู่ (แฟน = ไอดอลที่ชอบ)

เสียดายที่ผมนั้นไม่ถนัดทางด้านจิกะไอดอลสักเท่าไร เลยยกตัวอย่างให้ดูได้ไม่มากนัก แต่ถ้าใครเกิดสนใจเกี่ยวกับวัฒนธรรมไอดอลญี่ปุ่น ผมก็อยากแนะนำให้ลองศึกษาดูครับ

ที่มา @idoltootaku

ขอขอบคุณข้อมูลจาก Korn くん และ もーちゃん



Summer walk ขึ้นกระเช้า เข้าป่า ศึกษางานคราฟท์ ที่จังหวัด Gunma • Niigata • Nagano ตอน Gunma-กุนมะ

การเดินทางในฤดูร้อน เราหนีความร้อนในเมืองคอนกรีตมาเข้าป่าสูดออกซิเจนเพิ่มความสดชื่นในสถานที่ Unseen บนเส้นทางชินคันเซน Joetsu/Hokuriku ไล่ตั้งแต่ จังหวัดกุนมะที่อยู่ใกล้โตเกียวมากที่สุด ไปนีงาตะ และนากะโนะ ระหว่าง 20 - 26 ก.ค. 2018 พร้อมกับพาสรถไฟ JR EAST PASS (Nagano, Niigata area)

 

กุนมะ || "หน้าร้อนญี่ปุ่น เก็บพลัม ชมงานแฮนด์เมด แช่ออนเซนที่มินาคามิ"

1. Takumi no Sato | ทาคุมิ โนะ ซาโตะ
2. Minakami Fruits Land Mogitore | มินาคามิ ฟลุตส์ แลนด์ โมกิโทเร
3. Tsukiyonovidro Park  | สวนซึคิโยโนะไวโดร

กุนมะ || "ขึ้นกระเช้าสู่ยอดเขา วิ่งเล่นในทุ่งลาเวนเดอร์ นั่งรถไฟหัวรถจักร ชมงานเทศกาลโชว์สะดือ"

4. Tanigawadake Ropeway  | ภูเขาทานิกาวะโรปเวย์
5. Tambara Lavender Park | สวนลาเวนเดอร์ทัมบาระ
6. SL Gunma Minakami | SL กุนมะ มินาคามิ
7. Shibukawa Heso Festival | เทศกาลชิบุคาวะ เฮะโสะ
8. Doukutsu Kannon | ถ้ำพระโพธิสัตว์โดคุซึ

นีงาตะ || "ถึงนีงาตะ สักการะศาลเจ้า ขึ้นกระเช้า เข้าเรียวกัง"

นีงาตะ || "แปลงกายเป็นช่างทำมีด แม่บ้านชาวญี่ปุ่น เลี้ยงปลาคาร์ฟ ชมทุ่งบัวชมพู แสงไฟ Illumination  แวะอควาเรียม The Sea of Japan"

นากาโนะ || "ถึงนากาโนะ ไหว้พระพุทธ เข้าเมืองปราสาทอีกา เยือนถิ่นงานคราฟท์ และย่านเมืองเก่า"

นากาโนะ || "ชมทะเลสาบสุวะ ฉากสำคัญใน Kimi no Nawa เข้าป่ามอส ชมน้ำตก ชมม่านน้ำตก ดื่มด่ำบรรยากาศเมืองคารุยซาว่า"

   Joetsu Shinkansen

TOKYO STATION      →      JOMO KOGEN STATION

GUNMA

กุนมะ || "หน้าร้อนญี่ปุ่น เก็บพลัม ชมงานแฮนด์เมด แช่ออนเซนที่มินาคามิ"

1. Takumi no sato

 

เราฝ่าคลื่นความร้อนเข้ามาหลบในบ้านที่สอนศิลปะพื้นบ้าน มีกิจกรรมให้เลือกทำเพียบ ทั้งทำโซบะ เย็บตุ๊กตา ทำกระดาษสา ปั้นหม้อ ร้อยกำไล เอ้า! สายกินอย่างเราลองทำโซบะสิ ทำเสร็จแล้วได้กินฝีมือตัวเองด้วย ฟินไปอีก ไม่มีไรจะคุ้มไปกว่านี้แล้ว ประสบการณ์นวดแป้งโซบะครั้งแรกในชีวิต! เผลอๆ กินอิ่ม มีเวลาก็แนะนำไปปั้นจักรยานชมธรรมชาติต่อกันนะ

ที่หมู่บ้านนี้มีผัก ผลไม้สดขายเพียบ แม่บ้านเชิญมาเลือกซื้อค่ะ

     9:00-16:00
   ลงป้าย Takumi no Sato

https://goo.gl/maps/vxu4zw75SJu 

  http://takuminosato.jp

2. Minakami Fruits Land Mogitore

 

เอาล่ะ ถึงกิจกรรมที่เรารอคอยกันแล้ว เก็บผลไม้ที่ Mogitore เข้าไปติดต่อตรงศูนย์ Information ได้เลย แล้วเราก็เลือกจิ้มไปเก็บผลไม้จากทั้งหมด 8 ชนิดที่ฟาร์มในพื้นที่รอบๆ ศูนย์

เรียกว่าทั้งปี มีผลไม้ให้ทุกคนเก็บกินจ้า เราเก็บพลัม 30 นาที 600 เยน กินไม่อั้น บริเวณนั้นมีลานกิจกรรมให้เล่นบอล ตีแบด และระหว่างทางเรายังเจอด้วงด้วย

เก็บผลไม้มายังไม่ทันเหนื่อย ก็กลับมากินเค้กผลไม้ที่คาเฟ่ในศูนย์! เราแนะนำเมนูเชอร์รี่ มันกรอบและหวาน! นอกจากเค้ก ยังมีไอศกรีมเจลาโต้ที่ไม่อยากให้ทุกคนพลาดจริงๆ

ลุงเจ้าของสวนพลัม ปอกเปลือกให้เราชิมด้วย

เก็บลูกพลัมสดจากต้น กินไม่อั้น!

ไอติมเจลาโต้รสผลไม้

       10:00-16:00
       จากสถานี Jomo Kogen 15 นาที

  https://goo.gl/maps/v6QbWbpG9

         https://www.mogitore.jp/

 

ตารางผลไม้ตลอดปี

     สตรอเบอร์รี่ กลางเดือนมกราคม - ต้นเดือนพฤษภาคม
     เชอร์รี่ กลางเดือนมิถุนายน- ต้นเดือกรกฎาคม
     บูลเบอร์รี่ ต้นเดือนกรกฎาคม- ปลายเดือนกรกฎาคม
    พลัม ต้นเดือนสิงหาคม  - กลางเดือนสิงหาคม
    พีช ต้นเดือนสิงหาคม - กลางเดือนสิงหาคม
    ลูกแพร์ กลางเดือนสิงหาคม- ปลายเดือนสิงหาคม
   องุ่น ต้นเดือนสิงหาคม - ปลายเดือนกันยายน
    แอปเปิ้ล ปลายเดือนกันยายน- ปลายเดือนพฤศจิกายน

3. Tsukiyonovidro Park

ไปต่อที่โรงเป่าแก้วคริสตัล ซึ่งเป็นสถานที่ผลิตถ้วยกรังปรีต์ของการแข่งขันซูโม่ ที่นี่เรามาทำแก้วทรายแฮนด์เมดลายกุนมะจัง มาสคอตของจังหวัดนี้ คิ้วท์ๆ ราคา 870 เยน เพลินๆ

นอกจากนี้ เรายังสามารถชมการสาธิตเป่าแก้วอย่างใกล้ชิด และเข้าชมภาพประวัติผลงานตลอด 110 ปีในห้องพิพิธภัณฑ์เช่น ภาพเชนเดอเรีย หรือโคมไฟระย้าในพระราชวังญี่ปุ่น และกำแพงแก้วคริสตัลที่โรงแรมอิมพีเรียล ขนาดสูง 8 เมตร ยาว 15 เมตร

    9:00 – 16:00
  5 นาที จากสถานี Jomo Kogen

https://goo.gl/maps/Zeh9hy4KXap
   http://www.vidro-park.jp/en/

ค่ำนี้นอน Matsunoi Ryokan

มินาคามิออนเซน (Minakami Onsen) 1 ใน 3 ออนเซ็นที่มีชื่อเสียงของจ.กุนมะ ที่เรียกว่า สวรรค์ นี่ไม่ได้เกินจริงเลยนะ เพราะคนญี่ปุ่นเองเขาก็มามินาคามิกันเพื่อแช่ออนเซนโดยเฉพาะ ที่นี่เป็นออนเซนที่อุดมแร่ธาตุ ไม่ว่าจะช่วยเรื่องผิวสวย หรือบำบัดโรคให้คลายอาการปวดเมื่อย ขับพิษต่างๆ
เราเข้าพักที่เรียวกัง Matsunoi ที่มีออนเซนทั้งอินดอร์ เอาท์ดอร์ และยังมีแบบการ์เด้นด้วย บรรยากาศเหมือนอยู่ท่ามกลางธรรมชาติของแท้ รู้สึกได้พักผ่อนจริงๆ มื้อเย็นที่นี่เสิร์ฟอาหารแบบไคเซกิ ถึงแม้จะไม่ได้เข้าพัก ก็สามารถใช้บริการแช่ออนเซนแบบไปเช้าเย็นกลับได้

ลงสถานี Minakami

http://www.matsunoi.com/

https://goo.gl/maps/Z9KZJ9cJ6Us

4. Tanigawadake Ropeway

 

 

 

เช้านี้พร้อมลุย เราเดินทางไปขึ้น Ropeway ตั้งแต่ 9.00 น. ที่ภูเขาทานิคาวะ ซึ่งมีชื่อเสียงมากเป็นจุดชมวิวหุบเขาช่วงใบไม้เปลี่ยนสี ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ใบไม้แดงที่นี่จะเป็นสีเหลืองอมส้ม ต่างจากที่ นิกโก้ที่เป็นสีแดง ราคานั่งกระเช้าไป-กลับ 2,060 เยน
การเดินขึ้นเขาของที่นี่มี 2 รูท จากจุดเริ่มต้นซื้อบัตรขึ้นกระเช้าไปถึงระยะความสูง 1,319 เมตร จากนั้นเดินขึ้นอีก 2 ชั่วโมงครึ่งที่ความสูง 1,977 เมตรคือจุดที่สูงที่สุด ซึ่งจากจุดที่กระเช้าไปถึงอากาศคือเย็นสบายมากๆ ไม่เหมือนว่าตอนนี้คือหน้าร้อนเลย และจุดนี้ยังเป็นจุดชมวิวที่จะเห็นยอดเขา Tanigawadake ที่มีลักษณะเหมือนหูแมว และยอดเขา Asahidake ที่มีความสูงรองลงมาที่ 1,945 เมตร แบบพาโนราม่า ชอบมากที่เห็นคนที่กำลังเดินขึ้นเขาเป็นตัวจิ๋วๆ ขยับไปเรื่อยๆ

ทุ่งดอกนิกโก้ คิสุเกะ (Daylily) ดอกไม้สีเหลืองแห่งช่วงซัมเมอร์

       จ-ศ 8:00-17:00
ส-อา และวันหยุดนักขัตฤกษ์ 7:00-17:00
     ลงป้าย Tanigawadake Ropeway (JT39)
      http://www.tanigawadake-rw.com/ropeway/

https://goo.gl/maps/YjXcHL6u9j42

5. Tambara Lavender Park

 

 

 

 

กุนมะก็มีทุ่งลาเวนเดอร์ให้วิ่งเล่นนะ หน้าร้อนญี่ปุ่นเป็นช่วงเวลาที่คนญี่ปุ่นเขาใช้เวลาพักผ่อนกับครอบครัวแบบคุ้มค่า ซึ่งที่นี่เรียกว่าคุ้มจริงๆ พาลูกจูงหมามาเล่นได้ทั้งวัน ไฮไลต์คือถ่ายรูปกับทุ่งลาเวนเดอร์ ซึ่งกลางเดือนสิงหาคมจะเป็นช่วงเวลาที่เหมาะมากที่สุด เรียกแขกได้ถึง 1 แสนคนต่อเดือน
สำหรับบรรยากาศที่ใครๆ อาจคิดว่าไปฮอกไกโดหรือโปรวองซ์ก็เหมือนกัน แต่ที่นี่มีกิจกรรมเอนเตอร์เทนนักท่องเที่ยวเพียบ ทั้งการแสดงดนตรีสด เป่าขลุ่ยเพิ่มฟีลละมุนๆ หรือการเล่นห่วงยางสไลเดอร์ ส่วนเราก็ขอถ่ายทำภาพสโลโมชั่นท่ามกลางทุ่ง กินไอศกรีม Creamia โรยผงลาเวนเดอร์ 500 เยน หรือไอศกรีมรสลาเวนเดอร์ 400 เยน เท่านี้ก็ฟินแล้ว

   8:30 - 17:00
เข้าชมช่วง 30 มิ.ย. - 2 ก.ย. 2018
ลงป้าย Tambara Lavender Park
    https://www.tambara.co.jp/lavenderpark/
    https://goo.gl/maps/edwpMMKNGNn

6. SL Gunma Minakami

 

 

เอาล่ะ! จากนี้ให้หลับตา จินตนาการรถไฟในเรื่องแฮร์รี่ พอตเตอร์ที่พาไปฮอกวอตส์
SL Minakami คือรถไฟหัวจักรไอน้ำแบบเดียวกันเลย ใช้ตั้งแต่ปีค.ศ. 1940 ยังได้ยินเสียงหวูดตลอดทางด้วย เดินทางวนเป็นวงกลม รอบแรกออกจากสถานี Takasaki เวลา 9:56 น. สุดที่ปลายทางสถานี Minakami เวลา 12:04 น. และวนกลับมาที่สถานี Takasaki รอบสุดท้าย 17:13 น.
เราขึ้นจากสถานี Numata ไป สถานี Shibukawa แนะนำให้ไปรอที่ชานชาลาเพื่อถ่ายวิดีโอ มันไวนะ ไม่ใช่รถไฟฉึกฉัก หรือถ้าจะแอดวานซ์เหมือนบรรดาโอตะรถไฟที่พกกล้อง DSLR ปีนเก้าอี้ถ่ายรูปก็ลองดู! และอีกเรื่องคือจองที่นั่งล่วงหน้า โดยเฉพาะช่วงใบไม้เปลี่ยนสีที่ฮิตมากในหมู่นักท่องเที่ยวและคนญี่ปุ่นเอง ชมวิวเลียบแม่น้ำ ท่ามกลางหุบเขาเพลินๆ

เช็คตารางรถไฟ : http://www.jreast.co.jp/takasaki/calendar/index.html

7. Shibukawa Heso Festival

 

 

 

เฮะโซะ มัตสึริ เทศกาลระบำสะดือ เมือง Shibukawa
บนถนนเรียงรายไปด้วยบรรดาชายหนุ่มกล้ามล่ำโชว์พุง เอ้ย ไม่ใช่ โชว์ซิกแพคสิ!
งานนี้รวมหนุ่มสาวกุนมะไว้แล้ว (เหมาะสำหรับสาวๆ ที่สงสัยเหลือเกินว่า หนุ่มวัยทำงานบ้านนอกญี่ปุ่นเขาหน้าตายังไง) ยิ่งเข้าไปสู่ใจกลางงานเทศกาลเท่าไหร่ ยิ่งครึกครื้น มีสาวๆ ใส่ยูกาตะมาเดินเล่นกินน้ำแข็งใส อ้อล้อหนุ่มๆ
เทศกาลนี้เกิดขึ้นเพราะ เมืองชิบุคาวะตั้งอยู่กึ่งกลางเกาะญี่ปุ่นจึงได้ชื่อว่าเมือง "เฮะโซะ" หรือสะดือของญี่ปุ่นนั่นเอง เอกลักษณ์ของงานคือ ผู้เข้าร่วมงานจะเขียนใบหน้าขนาดใหญ่ไว้บนพุง และเต้นตามจังหวะอย่างสนุกสนาน เราว่าการมาญี่ปุ่นแล้วได้ร่วมงานเทศกาลถือว่าคุ้มค่ามากนะ มันเหมือนได้เรียนรู้วัฒนธรรม และสัมผัสความสนุกไปพร้อมกัน (เทศกาลฤดูร้อนจัดระหว่างเดือน ก.ค.-ส.ค.)

  https://goo.gl/maps/7rEs1zjQa7U2

✰ ความรู้แถม ✰ จากตัวเมืองสามารถเข้าไปนอนพักในเมืองทาคาซากิ ใช้เวลาเดินทางเพียงแค่ 30 นาที มีห้างดังหลายแห่งล้อมรอบสถานี Takasaki อีกอย่างที่เป็นไฮไลต์คือเป็นเมือง Daruma เรียกว่า มีทั้งความสะดวกสบาย และความท้องถิ่นกลิ่นอายญี่ปุ่นครบ

 

8. Doukutsu Kannon

 

 

ก่อนจากกุนมะ เข้าจังหวัดนีงาตะ เราแวะไหว้พระโพธิสัตว์ในถ้ำเพื่อเป็นสิริมงคลที่ ที่นี่รวมพระโพธิสัตว์ 33 ซีรีส์จากทั้งหมดในคันโตไว้แล้ว

ความพีคของที่นี่คือ ผู้สร้างออกไอเดียขนหินลาวาภูเขาไฟมาโบกถ้ำที่บริเวณฐานเจ้าแม่กวนอิมทั้งหมด 10 ตัน โดยใช้แรงคนเพื่อสร้าง (นึกถึงพิรามิดเลย!) โดยในถ้ำจะมีองค์เจ้าแม่กวนอิม 3 องค์ องค์สุดท้ายคือเจ้าแม่กวนอิม 1,000 มือ

           10:00 - 16:00
    http://www5.wind.ne.jp/yamatokuen/
  จากสถานี JR Takasaki 15 นาที
https://goo.gl/maps/mZACFbh15CT2



ไขข้อข้องใจ ต้องเด็ดแค่ไหนถึงจะเป็นผู้หญิงโมเอะได้ และทำไมอรอุ๋ง BNK48 ถึงได้รับฉายานี้ในหนัง App War แอปชนแอป หาคำตอบกันได้ที่นี่

เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา ใครๆ ก็พากันพูดถึงกระแสภาพยนตร์เรื่อง App War แอปชนแอป ที่ว่าด้วยบริษัทสตาร์ทอัพ 2 แห่ง ที่ดันสร้างแอปหาเพื่อนขึ้นมาในเวลาไล่เลี่ยกัน จนเกิดปัญหาเรื่องการขอทุนการต่อยอดผลงาน ทำให้เรื่องราววุ่นวายต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย หลังจากที่ต่างฝ่าย ต่างส่งสายลับเข้าไปล้วงข้อมูลจากบริษัทตรงข้าม ซึ่งเราได้ไปดูหนังเรื่องนี้กับเค้าเหมือนกัน แล้วก็คิดว่า อืมม… เป็นหนังที่น่าสนใจดีจริงๆ นะ เพราะพล๊อตเรื่องก็ดี ตัวละครก็น่ารัก แต่ว่าดันไปสะดุดกับคำพูดของหนึ่งในผู้ก่อตั้งแอปพลิเคชั่น Inviter ว่าต้องการผู้หญิง “โมเอะ” มาทำงานด้วย ก็เลยอยากชวนเพื่อนๆ มาหาคำตอบกัน ว่าต้องสวย เด็ด เผ็ด ดุ แค่ไหน ถึงจะกลายเป็นผู้หญิง “โมเอะ” ได้

โดยคาแรคเตอร์ที่น่าจะเชื่อมโยงกับความ “โมเอะ” ได้มากที่สุด ก็น่าจะเป็น “อรอุ๋ง BNK48” ที่พกความน่ารักแบบทะลุจอ จนหลายคนต้องร้องขอ “โอชิ” กันแบบหัวปักหัวปำเลยทีเดียว ซึ่งน้องอรเองก็ต้องทำตัวให้ “โมเอะ” เป็นพิเศษอยู่หลายครั้ง เพื่อสืบหาข้อมูลจาก Inviter ไปให้ฝ่ายตรงข้าม ไม่ว่าจะเป็นการส่งยิ้มหวานๆ ทอดสายตา ชวนคุย ขยับปกเสื้อ สะบัดผม รวมไปถึงการที่ต้องแตะตัวฝ่ายตรงข้ามแบบดูไม่ตั้งใจ

หลังจากค้นหาข้อมูลก็พบว่า “โมเอะ” (ญี่ปุ่น: 萌え moe) นั้นมีหลายนิยาม โดยคนชอบการ์ตูนญี่ปุ่นหรือ “โอตาคุ” เมืองไทยส่วนใหญ่ จะใช้คำนี้ไปกับการบรรยายความน่ารักและไร้เดียงสาของตัวละครผู้หญิง แต่ตามความเป็นจริงแล้ว “โมเอะ” เป็นศัพท์สแลงในภาษาญี่ปุ่น ซึ่งสื่อถึงอาการที่ผู้ชายที่รู้สึกมีอารมณ์ทางเพศเมื่อได้เห็นตัวการ์ตูนที่ตัวเองชอบ ซึ่งส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดในบุคคลทั่วๆ ไป แต่มักจะพบได้ในกลุ่มเด็กเนิร์ด ที่ไม่ค่อยมีปฏิสัมพันธ์กับคนจริงๆ แต่หมกมุ่นอยู่กับตัวละครในจินตนาการ

อย่างไรก็ตาม ที่มาของคำว่า "โมเอะ" ไม่แน่ชัดนัก บางคนบอกว่า “โมเอะ” อาจมาจากชื่อของ โทโมเอะ โฮตารุ จากเรื่อง เซเลอร์มูน หรือ ซางิซาวะ โมเอะ จากเรื่อง Kyoryu Wakusei)

บ้างก็ว่าเกิดจากการเล่นคำจากคำว่า "โมเอรุ" (ญี่ปุ่น: 燃える moeru) ที่แปลว่า "เผาไหม้" กล่าวคือตัวละครที่เป็นโมเอะทำให้เกิดไฟรักขึ้นมาในใจนั่นเอง

นอกจากนี้คุณทามากิ ไซโต (Saitou Tamaki) นักจิตวิทยาผู้ศึกษาพฤติกรรมของโอตากุเห็นว่า “โมเอะ” คือ อาการหลงรักความห่ามในอาการไร้เดียงสาของสาววัยรุ่น ที่กำลังเรียนรู้สิ่งใหม่ และก้าวไปสู่การเป็นผู้ใหญ่ในที่สุด

ส่วนวัยรุ่นญี่ปุ่นใช้คำว่า “โมเอะ” เพื่อแสดงถึงความรักที่ตัวเองมีต่อบางสิ่ง ซึ่งใกล้เคียงกับคำว่า “โอตะ” โดยไม่ได้มีความสัมพันธ์ฉันชู้สาวเข้ามาเกี่ยวข้องแต่อย่างใด

จากข้อมูลทั้งหมด เราน่าจะได้ข้อสรุปแล้วว่า หญิงสาวที่มีความ “โมเอะ” นั้น น่าจะมีคุณสมบัติดังนี้

・เป็นผู้หญิง

・ยังเป็นวัยรุ่น

・ไร้เดียงสา

・สวย

・น่ารัก

・น่าปกป้อง

・มีเสน่ห์

・มีความเป็นไปได้ที่จะเซ็กซี่นิดๆ

และแน่นอนว่าคุณสมบัติทั้งหมดนี้ มีอยู่ในตัวน้อง อร BNK48 ทุกข้อเลย งั้นเราขอสรุปสั้นๆ ง่ายๆ ไว้ตรงนี้เลยว่า“ผู้หญิงโมเอะ คือ ผู้หญิงแบบอรอุ๋ง

แล้วเจอกันบทความต่อไปค่ะ มะงึกๆ อุ๋งๆ

แหล่งที่มาและภาพประกอบ :

https://www.facebook.com/AppWarMovie/

http://www.majorcineplex.com/movie/app-war

http://www.trueplookpanya.com

https://pantip.com/

https://th.wikipedia.org/wiki/



รีวิวภาพยนตร์สารคดีเรื่อง Tokyo Idol รอยยิ้ม หยาดเหงื่อ และน้ำตา

รู้หรือไม่ว่าเด็กสาวชาวญี่ปุ่นกว่า 10,000 คน เรียกตัวเองว่าไอดอล และท่ามกลางสภาพเศรษฐกิจที่หดตัวของญี่ปุ่น แต่อุตสาหกรรมไอดอลกลับมีมูลค่าถึง 1 พันล้านเหรียญสหรัฐ วลีโปรยหัวจากภาพยนตร์เรื่อง Tokyo Idols ภาพยนตร์ที่เข้าฉายในบ้านเราเมื่อปีที่ผ่านมา พูดถึงวงการไอดอลหญิงญี่ปุ่นในยุคปัจจุบัน ความสัมพันธ์ระหว่างไอดอลและโอตะ รวมถึงมุมมองจากสายตาคนนอกที่มีต่อปรากฏการณ์นี้ ด้วยฝีมือการถ่ายทอดโดย เคียวโกะ มิยาเกะ (Kyoko Miyake) ผู้กำกับสาวมากความสามารถ เจ้าของรางวัล Berlin Today Award จากเทศกาลหนังเบอร์ลินปี 2011 จากภาพยนตร์เรื่อง Hackney Lullabies

Tokyo Idols เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับ ริโอะ สาวน้อยวัย 19 ไอดอลสาวผู้ที่กำลังไล่ล่าความฝันอย่างสุดกำลังเพื่อที่จะเป็นศิลปินเต็มตัว เพราะด้วยวัยที่เปรียบเป็นไอดอลตอนปลาย แต่ริโอะไม่ได้สู้เพียงลำพัง หากยังมี Rio Brothers กลุ่มแฟนคลับของริโอะที่พยายามร่วมกับเธอ ผลักดันเธอให้ถึงฝั่งฝัน โดยมี โคจิ หัวหน้ากลุ่มแฟนคลับ ที่เป็นอีกหนึ่งตัวละครสำคัญ ภาพยนตร์ฉายให้เห็นจุดเริ่มต้นระหว่างไอดอลและโอตะ และความสัมพันธ์ที่มีระหว่างกัน

::เนื้อหาต่อไปนี้มีการสปอยล์::

ถึงแม้จะเปิดเรื่องมาเป็นเรื่องราวของ ริโอะ และ Rio Brother แต่ภาพยนตร์ยกตัวอย่างวงไอดอลวงอื่น ๆ มาตัดสลับกัน ไม่ว่าจะเป็นวง P.IDL วงดังอย่าง AKB48 บางวงไอดอลอายุน้อยมาก เพียง 10 ต้น ๆ เท่านั้น โดยฉายภาพเป็นสามมุมระหว่างโอตะ ไอดอล และความเห็นจากนักวิพากษ์สังคมในหลาย ๆ สาขาอาชีพ เช่นนักสื่อสารมวลชน นักวิเคราะห์ด้านเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม รวมไปจนถึงนักสังคมวิทยา เพื่อวิเคราะห์ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นนี้

ช่วงแรกของภาพยนตร์ ปฏิเสธไม่ได้ว่าตัวผู้เขียนจะตกใจกับการวิธีการให้กำลังใจ ส่งเสียงเชียร์ของบรรดาโอตะที่มีให้ศิลปินของพวกเขา แต่พิธีกรรมนี้ได้ไม่เกิดขึ้นลอย ๆ มันผ่านการคิด วางแผน เตรียมงาน ซ้อมคิว และความร่วมมือกันระหว่างกลุ่มแฟนคลับ

ถึงแม้ดูเหมือนว่า ภายนอกโอตะจะอยู่ในโลกของความรักที่ดูเป็นไปไม่ได้ แต่เมื่อได้กะเทาะสิ่งที่อยู่ภายในใจโอตะก็พบว่า พวกเขาเข้าใจโลกมากกว่าผู้เขียนเสียอีก เมื่อถูกถามว่าเคยคิดความรักแบบโรแมนติคกับไอดอลหรือไม่ พวกเขาก็ตอบตามตรงว่า ในชีวิตจริงไม่มีทางเป็นแบบนั้นหรอก พวกเธอดีกับเราในฐานะไอดอลก็เท่านั้น การที่มาเป็นโอตะก็เพราะชอบในความพยายามของไอดอล เฝ้าดูให้ไปถึงเป้าหมาย ในขณะที่ตัวเองเคยพยายามแต่ทำไม่ได้ (อาจเพื่อเติมเต็มความรู้สึกที่ตัวเอง เคยพยายามแต่ทำไม่ได้มาก่อน)

พอพูดถึงเรื่องการเอาใจช่วยไอดอลก็อดนึกถึงการเลือกตั้งเซ็นบัตสึของ 48Group ไม่ได้ นี่คือภาพที่เห็นได้ชัดเจน นอกจากความพยายามให้ได้คะแนนโหวตเยอะ ๆ ด้วยความสามารถของตัวไอดอลเองแล้ว แรงสนับสนุนของบรรดาโอตะก็ยิ่งใหญ่ไม่แพ้ หลายคนสวดมนต์ภาวนาของพรให้ไอดอลที่ตนชื่นชอบได้ติดเซ็นบัตสึ

เมื่อถามถึงความรักในชีวิตจริงของโอตะ พวกเขาก็มีทัศนคติที่น่าสนใจ ในเรื่องที่ไม่อยากผูกมัดและมีความสัมพันธ์จริงจังกับผู้หญิงในโลกแห่งความเป็นจริง บางคนเคยเจ็บปวดเพราะความรัก เคยเก็บเงินเพื่อจะสร้างครอบครัว สุดท้ายถูกปฏิเสธ ดังนั้น เขากล้าจ่ายหรือเปย์ให้กับใครสักคนที่การันตีความรู้สึกไม่ทำให้เขาเจ็บปวดได้ เพราะไม่ว่าจะคุณรวยแค่ไหน ไอดอลก็ไม่ใส่ใจคุณไปมากกว่าคนอื่น ๆ ในเมื่อไม่มีการแข่งขัน ก็ไม่ต้องกลัวว่าจะถูกปฏิเสธ

ในขณะที่ความคิดของไอดอล ก็มองว่าบรรดาแฟนคลับ คืออีกหนึ่งแรงกระตุ้นที่จะติดสปีดตัวเองให้ประสบความสำเร็จ พยายามอย่างหนักมากขึ้นเรื่อย ๆ อย่างที่ริโอะบอกในภาพยนตร์ ฉันรักทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน พวกเขาคือสิ่งสำคัญในชีวิตของฉัน ฉันคงว่างเปล่าถ้าหากไม่มีพวกเขา

ในแง่การวิพากษ์โดยสายตาคนนอก เหตุการณ์นี้ถือเป็นอีกหนึ่งปรากฏการณ์ทางสังคม ได้หลายประเด็นได้กลับมาขบคิด แต่เดิมการจับมือถือแขนเป็นเรื่องต้องห้าม แต่ทุกวันนี้กลายเป็นเรื่องที่ยอมรับกันได้ งานจับมือค่อนข้างจะเป็นเรื่องหมิ่นเหม่ในเรื่องกฎหมายในพื้นที่เปิดโล่งหรือไม่ ช่วงยุค 90 เศรษฐกิจญี่ปุ่นแต่ไปยังจุดที่สูงและก็ตกลงมาอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางสังคมแสนโดดเดี่ยวและสิ้นหวัง คนเราจึงมองหาสิ่งยึดเหนี่ยวทางใจให้ไปต่อได้ และไอดอลก็คือคำตอบในตอนนี้

เมื่อเกิดปรากฏการณ์ไอดอลนี้ ส่งผลให้คนหนุ่มไปจนถึงกลางคนรามือกับการใฝ่หาความรักในโลกความจริง การผูกมัดและบ่วง ซึ่งนำไปสู่อัตราการเกิดในประเทศต่ำลงไปอีก รวมถึงในสังคมญี่ปุ่น ผู้หญิงก็ไม่ได้ถูกมองในฐานะเท่าเทียมสักเท่าไร อย่างที่เราๆ ท่านๆ เห็นในข่าวเกี่ยวกับการสอบเข้าคณะแพทย์ฯ ยากที่จะเห็นพลังขับเคลื่อนเพื่อสนับสนุนผู้หญิงขนาดนี้ แต่ในโลกของไอดอล ผู้หญิงคือดาวที่ส่องแสง หรือแม้แต่ด้วยวัยที่ห่างมาก ๆ ของโอตะและไอดอล มันหมิ่นเหม่ระหว่างการเอาใจช่วยให้เด็ก ๆ ไปถึงฝันอย่างสง่างามและทำให้ตัวเองเหมือนกลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง กับโรคพีโดฟีเลีย (Pedophilia หรือโรครักเด็ก) สิ่งที่ทำได้คือการนำปรากฏการณ์มาตกตะกอน เพื่อนำผลขับเคลื่อนสังคมต่อไป

ตลอดเรื่องภาพยนตร์ได้ตัดสลับความคิดของคนทั้งสามกลุ่ม ให้คนดูค่อย ๆ เปิดใจ ไม่ต้องถึงกับยอมรับ แต่เราจะเข้าใจพวกเขาได้ไม่มากก็น้อยแน่นอน เบื้องหน้าที่ฉาบไปด้วยความสนุกและรอยยิ้ม กลับอาบไปด้วยหยาดเหงื่อและน้ำตา ทั้งฝั่งโอตะและตัวไอดอลเอง คนหนึ่งทำตามความฝัน อีกคนหนึ่งทำเพื่อให้ใครสักคนได้บรรลุถึงเป้าหมายที่ฝันเอาไว้ เพื่อเติมเต็มความรู้สึกตัวเอง มันคงเป็นความรู้สึกดีๆ ที่เห็นใครสักคนไปยังจุดสูงสุด โดยมีเราเป็นส่วนหนึ่งในความสำเร็จของเขา ต่างฝ่ายต่างผลักดันซึ่งกันและกัน ถึงแม้เมื่อเวลาผ่าน ทุกอย่างจะหายไปดั่งควันก็ยอมรับได้ นี่คือสิ่งที่ผู้เขียนรู้สึก…

ตัวอย่างภาพยนตร์ :

สำหรับบ้านเรา วงไอดอลสายญี่ปุ่นที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในตอนนี้ คงปฏิเสธไม่ได้ว่าคือ วง BNK48 วงน้องสาวของ AKB48 มีเพลงดังอย่างคุกกี้เสี่ยงทาย ที่ร้องตามกันได้ทั่วบ้านทั่วเมือง กำลังจะมีภาพยนตร์สารคดี BNK48: Girls Don't Cry ผลงานการกำกับล่าสุดของ เต๋อ นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์ ผู้กำกับสายแหวกขนบ กับผลงานการกำกับที่ผ่าน ๆ มาของเขา

โดยคุณเต๋อ นวพล ได้โพสต์สถานะบนเฟซบุ๊ก เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม ดังนี้ “น้ำตาวัยรุ่นมีความหมาย เข้าไปหาแต่ละความหมายในแต่ละเฟรมกันในโรงภาพยนตร์นะครับ”

ใครจองตั๋ววันที่ 16 สิงหาคมแล้ว มาเจอกันค่า มากันนะ อยากเจอ…

ตัวอย่างภาพยนตร์ Girls don’t cry :

Image : Documentary Club

 



ส่องต้นแบบ AKB48 cafe กับ BNK48 The Campus

วันนี้เราจะพาไปส่องสถานที่ที่เรียกว่าเป็นสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์ของเหล่าโอตะไอดอลกลุ่มหนึ่ง ซึ่งพวกเธอ AKB48 กลุ่มไอดอลแห่งชาติที่มีสมาชิกมากที่สุด และมีวงน้องสาวในต่างแดน มีคาเฟ่อยู่ที่ อากิฮาบาระ หรือเรียกสั้นๆ ว่า อากิบะ และ ฐานที่มั่นอย่างคาเฟ่ของวงน้องสาวอย่าง BNK48 ในไทย อยู่ที่ The Mall บางกะปิ นั่นเอง

2 ที่นี้ จะเหมือนหรือจะต่างกันตรงไหนบ้าง อะไรที่วงพี่มีแล้ว วงน้องยังไม่มีบ้าง มาลองดูกันเลยค่ะ

 

ที่ตั้ง

AKB48 Café ชื่อเต็มคือ AKB48 Official Café & Shop จะอยู่ใกล้กับสถานี JR Akihabara ทางออก Electric Townโดยเธียเตอร์จะตั้งอยู่ที่ตึกดองกี้ในบริเวณไม่ไกลกันมาก สามารถเดินถึงกันได้

BNK48 The Campus ตั้งอยู่ที่ The Mall บางกะปิ รวมทั้ง เธียเตอร์ คาเฟ่ ช็อป ไว้ในที่เดียวกัน

 

Café & Shop

AKB48 Café & Shop ภายในร้านห้ามถ่ายภาพ และบันทึกวิดีโอ ในส่วนของคาเฟ่ ที่ญี่ปุ่นกับไทยใช้ระบบเดียวกันคือ ซื้อเครื่องดื่ม อาหารแล้วได้สุ่มที่รองแก้ว แต่ทางญี่ปุ่นมีสมาชิกมากกว่า การสุ่มสมาชิกจึงแบ่งเป็นกลุ่มๆ ตามเมนู ธีม และ มีเมนูที่บรรดาเมมเบอร์คิดขึ้นหรือแนะนำ เพื่อให้แฟนๆ มีโอกาสสุ่มเมมเบอร์ที่ชื่นชอบได้ง่ายขึ้น ในโซนคาเฟ่ยังมีการเปิดเทปบันทึกการแสดงเธียเตอร์ให้เหล่าโอตะที่มาใช้บริการที่คาเฟ่ได้ใช้พื้นที่เชียร์สาวๆ ผ่านหน้าจอ อย่างที่ทราบกันว่าโอกาสสุ่มบัตรเธียเตอร์ของAKB48 นั้นยากมาก ทางคาเฟ่เลยเปิดโอกาสนี้ให้ได้เชียร์แทน และยังมี Private room (ห้องส่วนตัว) ให้บริการด้วย ซึ่งระบบเหล่านี้ที่ไทยยังไม่มีนะคะ

ในส่วนของช็อปที่ญี่ปุ่น แน่นอนว่าเปิดมานานกว่า ของก็ต้องมีหลากหลายมากกว่าที่ไทย ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์เครื่องเขียน ดินสอ ปากกา แฟ้ม หมอน พวงกุญแจอะคริลิก สแตนดี้ และของอีกมากมายของแต่ละเมมเบอร์ ซึ่งเรียกได้ว่าถ้าไทยทำออกมาเหมือนอย่างญี่ปุ่นแล้ว โอตะไทยน่าจะปั่นเงินกันไม่ทันจริงๆ และนอกจากนี้ยังมีของที่เป็นลิมิเต็ดเฉพาะที่ร้านเท่านั้นอีกด้วย

ส่วนสาวๆ BNK48 หลังจาก BNK48 The Campus ได้เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ก็ได้รับกระแสตอบรับที่ดีมาก ทางคาเฟ่ก็มีเหล่าโอตะไปต่อคิวกันแต่เช้า เพื่อสุ่มที่รองแก้วพร้อมลายเซ็นแท้ๆ ของสาวๆ กัน แถมยังอนุญาตให้ถ่ายหรือบันทึกภาพบริเวณคาเฟ่หรือช็อปได้

ทางช็อปไทย ในส่วนของกระจุกกระจิกนั้นอาจจะยังไม่เยอะเท่าของญี่ปุ่น แต่ล่าสุดเราได้เห็นของใหม่ๆ ที่เพิ่มเข้ามาในช่วงงานจับมือซิงเกิ้ลโชนิจิ (วันแรก) ของสาวๆ กัน ไม่ว่าจะเป็น Trading card game, Mobile pop stent หรือ Acrylic keychain และอนาคตน่าจะมีอะไรใหม่ๆ ออกมาให้ได้จับจ่ายกันอีกเป็นแน่ ตามคำกล่าว “จับกระเป๋าเงินของคุณไว้ให้แน่น”

เอาล่ะ มาถึงตรงนี้เราพอจะเห็นจุดต่างบางอย่างที่ไทยยังไม่ได้นำมาใช้กัน แต่อนาคตก็น่ามีมาให้เห็น อย่างเมนูแนะนำจากสาวๆ หรือไม่แน่ว่าฝีมือทำขนมของคุณไข่อาจจะกลายเป็นเมนูในคาเฟ่ หรือ เราจะได้เห็นการเทปบันทึกการแสดงในคาเฟ่อย่างของญี่ปุ่นรึเปล่า มาร่วมติดตามไปด้วยกันนะคะ

 

แหล่งที่มาเรื่องและภาพ : akb48cafeshopsBNK48 Café



ผลสำรวจ 10 ไอดอลญี่ปุ่นสาว ที่มีใบหน้าสวยที่สุดประจำปี 2018 จะเป็นใครบ้างมาดูกัน

วนกลับมาอีกครั้งกับผลสำรวจ 10 ไอดอลญี่ปุ่นสาว ที่มีใบหน้าสวยที่สุดประจำปี 2018 จากการสำรวจโดยรายการวิทยุ Recommend! เปิดโอกาสให้ผู้ฟังรายการได้ร่วมโหวตไอดอลสาวที่ตนชื่นชอบ และผลการสำรวจเป็นดังนี้ จะมีคนที่ทุกคน ๆ ชื่นชอบหรือไม่ มาดูกัน

 10. ซากายะ ยามาโมโตะ (Sayaka Yamamoto) 626 คะแนน
กัปตัมทีม N แห่งวง NMB48 วงน้องสาวของ AKB48 จากโอซาก้า ที่อันดับตกจากปีที่แล้วเล็กน้อย จากอันดับ 4 สู่อันดับ 10

9. ยูกะ สุไก (Yuuka Sugai) 656 คะแนน

         กัปตันวง Keyakizaka46 เรียกได้ว่าเป็นวงสตรีสายห้าว เพราะแนวเพลงค่อนข้างเสียดสีสังคม แตกต่างจากไอดอลกรุ๊ปอื่น ๆ (วงน้องสาวของ Nogizaka46 ที่เข้าเส้นชัยสาวหน้าสวยหลายคนทีเดียว จะได้เห็นในอันดับต่อ ๆ ไป)

8. ยูอิ โยโกยามะ (Yui Yokoyama) 710 คะแนน

สมาชิกที่มีอายุมากที่สุดของทีม A จากวง AKB48 (เกิดปี 1992) การเลือกตั้งเวิร์ลเซ็มบัตสึ ครั้งที่ผ่านมา เธออยู่ในอันดับที่ 6

7.จูรินะ มัตสึอิ (Jurina Matsui) 1,150 คะแนน
สมาชิกวง SKE48 จากนาโกย่า แฟน ๆ ฝั่งเคป๊อปน่าจะคุ้นหน้าคุ้นตากันเป็นอย่างดี เพราะเธอคือหนึ่งในผู้แข่งขันรายการเซอร์ไววัลชื่อดังอย่าง Produce48 (โดยเกิดความร่วมมือกันระหว่างรายการ Produce 101 ของ Mnet จากฝั่งเกาหลีใต้ และ AKB Group จากฝั่งญี่ปุ่น) ที่กำลังออกอากาศอยู่ ณ ขณะนี้ แม้จะถอนตัวออกจากรายการเนื่องจากปัญหาสุขภาพแล้วก็ตาม

 6. ยูริ โอตะ (Yuuri Ota) 2,412 คะแนน
ไอดอลสาวทีม BII สมาชิกวง NMB48 จากโอซาก้า ถือเป็นไอดอลที่อายุน้อยที่สุดที่ทะยานเข้าผลสำรวจในปีนี้ ด้วยวัยเพียง 18 ปี

5. อายาเนะ ซึสึกิ (Ayane Suzuki) 2,480 คะแนน
สมาชิกจากวง Nogizaka46 วงคู่แข่งของ AKB48 เป็นครั้งแรกที่เธอติดอันดับผลสำรวจนี้ แต่สามารถเข้ามาได้ถึงอันดับที่ 5

4.อาซึกะ ไซโตะ (Asuka Saito) 2,501 คะแนน
สาวน้อยลูกครึ่งญี่ปุ่น – เมียนมา สมาชิกวง Nogizaka46 ที่ขึ้นมา 6 อันดับ จากอันดับ 10 เมื่อปีที่ผ่านมา

3. มิโอะนะ โฮริ Miona Hori (2,972 votes)
ติดอันดับอย่างต่อเนื่อง อีกหนึ่งสมาชิกวง Nogizaka46 สาวน้อยตาแป๋วที่ดูน่ารักไม่ว่าจะผมสั้นหรือยาว เจ้าของสถิติวิ่ง 50 เมตรภายใน 6 วินาที

2. โคโตโกะ ซาซากิ (Kotoko Sasaki) 4,104 คะแนน
อีกครั้งกับสมาชิกวง Nogizaka46 โดยอันดับของเธอขึ้นมา 1 อันดับ จากอันดับ 3 เมื่อปีที่แล้ว เป็นอันดับ 2 ในปีนี้

1.ไม ชิราอิชิ (Mai Shiraishi) 4,224 คะแนน
ครองแชมป์อันดับ 1 อย่างเหนียวแน่น สำหรับไม ชิราอิชิ ที่จัดอยู่ในกลุ่มสมาชิกที่มีอายุมากที่สุด (เกิดปี 1992) จากวง Nogizaka46 (อีกแล้ว) การันตีความฮอตจากโฟโตบุ๊ก “Passport” ที่กลายเป็นโฟโตบุ๊กขายดีที่สุดจากปี 2017 จนถึงขั้นพิมพ์ซ้ำ

จบกันไปแล้วกับผลสำรวจ 10 ไอดอลญี่ปุ่นสาว ที่มีใบหน้าสวยที่สุดประจำปี 2018 ถ้าหากมีผลสำรวจอื่น ๆ น่าสนใจ ทางเราจะรีบมานำเสนอให้เพื่อน ๆ ได้อ่านอีก จนกว่าจะพบกันใหม่

 

แหล่งที่มาข้อมูล : soranews24.com ,  otakomu.jp



เกาะติดการเลือกตั้ง AKB48 ครั้งที่ 10 AKB48 53 Single World Senbatsu Sousenkyo ตอนที่5 : โปรโมท หาเสียง

ในตอนที่4 พูดกันถึงเรื่องของสาวๆBNK48 ไป แล้วว่าจะเจอกันอีกทีตอนผลด่วนเลย แต่ผู้เขียนก็อดไม่ได้ ที่จะต้องมาเขียนเรื่องโปสเตอร์กับคลิปหาเสียงของสาวๆ 48groups ที่เพิ่งปล่อยกันไป จากไลฟ์ในแอพพลิเคชั่นSHOWROOMของทางญี่ปุ่น ที่ได้เปิดให้ชมภาพเลือกตั้งก่อนก็เป็นกระแสฮือฮาไปทั่ว โดยเฉพาะแฟนๆของสาวๆBNK48 ที่แฟนญี่ปุ่นยังยอมรับว่า กระแสจากไทยดีมากชนิดที่บอกว่า ถ้าเปิดโหวตได้ในระดับเดียวกับคนญี่ปุ่น ไม่ติดเรื่องแผ่น ค่าขนส่ง หรือ ชำระเงินผ่านบัตรต่างประเทศได้ BNK48คงจะติดอันดับทั้งหมด และระดับท็อปเมมเบอร์ก็อาจจะติดเซมบัตสึ หรือ ได้เป็นเซนเตอร์เลย กระแสดีอย่างงี้ ไม่แน่ว่าแฟนญี่ปุ่นจะช่วยสนับสนุนสาวไทยด้วยก็ได้นะ

ลองมาดูกระแสหลังจากโปสเตอร์และคลิปหาเสียงออกมาให้เห็นอย่างเป็นทางการกันบ้างดีกว่า เริ่มที่โปสเตอร์จากทางฝั่งญี่ปุ่น ที่เน้นความสดใส ความมุ่งมั่นของไอดอลเป็นหลัก ขณะที่ทางวงน้องสาวต่างประเทศ จะแสดงเอกลักษณ์ของชาติ ผ่านสถานที่ ชุดประจำชาติ หรือ อาหาร ส่วนคลิปหาเสียงที่ทุกคนผู้สมัครทุกคนจัดเต็มแสดงความตั้งใจที่ผ่านมา ผ่านทางคำพูด ท่าทาง บางคนก็เตรียมการแสดงสั้นๆมาโชว์ความเพื่อเรียกคะแนนกัน ถ้าจะให้ลงรายละเอียดทั้งหมดก็คงไม่ไหว ผู้เขียนขอนำเสนอเมมเบอร์หลักๆของทางญี่ปุ่น และ ของไทย ที่เรียกเสียงฮือฮาแทนนะคะ

เริ่มที่ตัวเต็งทีมเจ้าบ้านอย่าง มัตสึอิ จูรินะ SKE48 ที่โปสเตอร์ออกมาในแนวใสๆ พร้อมกับข้อความ “ชอบมาตั้งแต่10ปีก่อนแล้ว” และข้อความจากคลิปหาเสียงที่แสดงความต้องการจะเป็นที่1 และย้ำว่าถึงเป็นที่1 ก็ยังไม่จบการศึกษา แล้วจะแพ้ไม่ได้ พร้อมเปลี่ยนชุดเป็นชุดมวยปล้ำส่งสารท้าถึงผู้สมัครคนอื่นว่าไม่แพ้แน่ ส่วนของคู่แข่งทีมเยือนอย่าง มิยาวากิ ซากุระ HKT48 ที่มาพร้อมกับข้อความแฝง ทั้งชุดที่ใส่ก็เป็นชุดของโคดามะ ฮารุกะ หรือฮารุปี้ ท็อปของวง ธงHKT48เองก็ตาม บวกกับความมุ่งมั่นในคลิปหาเสียง ที่แม้จะไม่ได้สื่อของมาเป็นคำพูดที่ชัดเจน แต่สื่อผ่านสิ่งรอบตัวเธอว่า เธอมาเพื่อชนะ เพื่อเป็นที่1 ให้ทุกคนสนับสนุน และขอให้แฟนของ โคดามะ ฮารุกะ ช่วยสนับสนุนเธอแทนส่วนของฮารุปี้ที่ไม่สามารถลงในปีได้ และธงที่แบกอยู่คือ ตัวแทนของ HKT48 งานนี้ตัวเต็งทั้ง2ต่างฝ่าย ต่างไม่ยอมกันเลย กลับกันทางด้านของ โอกิโนะ ยูกะ NGT48 ที่มาแบบเรียบง่าย กล่าวคำขอบคุณแฟนคลับที่ทำให้ปีที่แล้ว ขึ้นไปถึงอันดับ1ในผลด่วน และอันดับ5ในผลจริง ติดเซนเตอร์ของซิงเกิ้ลNGT48 ส่วนผลปีนี้จะออกมาในแบบไหนก็ไม่ยอม ทำให้หลายคนมองว่าการแข่งขันที่1 ครั้งนี้ ยังไงต้องไม่พ้น มัตสึอิ จูรินะ หรือ มิยาวากิ ซากุระ เป็นแน่แล้ว

ด้านวงน้องสาวอย่าง BNK48 สร้างความฮือฮาทั้งโปสเตอร์และยอดวิวจากคลิปที่สูงกว่าตัวเต็งทั้ง2คนอีก ทำให้โลกออนไลน์ญี่ปุ่นตื่นเต้นว่าเราไม่ได้มาเล่นๆ โดยเฉพาะกัปตันวงเฌอปราง ที่กวาดยอดวิวทะลุ2.5แสนไปแล้ว แซงทุกคนไปหลายเท่าตัวเลยทีเดียว สาวๆBNK48 มีนำเสนอทั้งชุดไทย สถานที่ ตัวอักษรไทย และพูดภาษาไทย กัปตันเฌอปรางที่กวาดยอดวิวไปถล่มทลายได้โชว์สกิล3ภาษา ไทย ญี่ปุ่น อังกฤษ แนะนำตัวเองและขอให้ช่วยสนับสนุนเธอ ทางมิวสิคที่มาแนวใสๆในชุด Aitakatta (อยากจะได้พบเธอ) ที่เป็นเซนเตอร์ ถ้าดูด้านโปสเตอร์อาจจะได้มีอิมแพคอะไรมากถ้าเทียบกับเมมเบอร์คนอื่น แต่ในคลิปมิวสิคได้โชว์ความน่ารัก สดใส โดนใจโอตะญี่ปุ่นไปหลายคนเลยทีเดียว และที่ดูว่าคนญี่ปุ่นจะให้ความสนใจเป็นพิเศษกับชื่อและชุดน้องจ๋าเป็นพิเศษ เพราะเวลาเชียร์หรือมิกซ์ จะมีท่อนที่ร้องว่า “จาจ้า” ทั้งในคลิปน้องจ๋ายังกินข้าวเหนียวโชว์ด้วย ที่ดูเหมือนคนญี่ปุ่นจะงงว่าน้องหยิบอะไรขึ้นมาแล้วกินให้ดู

ทางไข่มุกมาในชุดเพนกวินที่ตัดเย็บเอง ที่คนญี่ปุ่นบอกว่า เหมือนกับชุดของเพลง Hashire Penguin ของAKB48 ทีม4 ยุคแรก แล้วก็สงสัยว่าทำไมต้องเป็นชุดเพนกวินด้วย ในคลิปคุณไข่ได้มาโชว์ขนมที่ทำเอง พร้อมอ้อนขอคะแนนให้ตัวเองและเพื่อนๆทุกคน แล้วก็ไม่ลืมที่จะโฆษณาครัวคุณไข่ ที่เจ้าตัวทำตัดต่อเองทั้งหมด งานโฆษณาของครัวคุณไข่โกอินเตอร์

สมาชิกชาวญี่ปุ่นอย่างอิซึรินะที่มาในชุดไทยโบราณกับฉากวัดในสมัยอยุธยาตามกระแสบุพเพสันนิวาส และลายมือภาษาไทยที่เขียนเอง จนคนญี่ปุ่นไม่เชื่อว่าเธอเขียนเอง พร้อมกับแสดงความสามารถในการพูดภาษาไทย อย่างคำว่า “สวัสดีออเจ้า” แนะนำตัวเป็นภาษาไทย หรือ มิโอริ ที่มาพร้อมกับความสามารถ3ภาษา ความมุ่งมั่น และข้อความแฝงที่เธอพยายามส่งให้ถึงแฟนๆให้ช่วยสนับสนุนเธอด้วย

ส่วนของเมมเบอร์ BNK48 คนอื่นๆที่ไม่ได้กล่าวถึง ไม่ใช่ว่าไม่ฮือฮานะคะ ทุกคนเรียกความสนใจจากฝั่งญี่ปุ่นได้ไม่แพ้กันเลย แต่ถ้าให้เขียนถึงทุกคนคงไม่ไหวแน่ๆ สาวๆต่างดึงจุดเด่นที่น่าสนใจของตัวเองออกมาแสดงไม่ว่าจะด้านภาษา ดนตรี ไม่แพ้ทางญี่ปุ่นเลย แล้วยังทำให้คนญี่ปุ่นได้เห็นถึงแรงเชียรของเหล่าแฟนๆโอตะไทย ที่ช่วยให้ยอดวิวสูง จนเป็นที่ฮือฮาให้คนญี่ปุ่นหันมาสนใจสาวๆBNK48จากไทยกันมากขึ้น เรียกได้ว่ากระแสยอดวิวสาวไทยเรามาแรงมาก แต่ยอดวิวไม่มีผลกับคะแนนโหวตใดๆ ถ้าอยากให้สาวๆติดอันดับคือสับสนุนซิงเกิ้ลของAKB48ที่มาพร้อมบัตรโหวตเท่านั้นนะคะ

ติดตามคลิปโปรโมทได้ที่ YouTube ของ AKB48 และ โปสเตอร์ได้ที่เว็บเลือกตั้งหลัก

 

https://www.akb48.co.jp/sousenkyo53rd/candidate_poster



7 อันดับร้านอิซากายะในโอซาก้า ที่มีงบไม่ถึง 600 บาท ก็ทานได้เต็มอิ่ม!! คุ้มกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว

มีร้านอิซากายะ (ร้านเหล้าสไตล์ญี่ปุ่น) อยู่มากมายในโอซาก้า – ที่นี่เป็นดังสมรภูมิอาหารของญี่ปุ่น ด้านล่างนี้มีอิซากายะให้เลือกถึง 7 แห่งในโอซาก้าที่มีราคาไม่แพงมาก จนคุณจะต้องประหลาดใจที่คุณสามารถกินอาหารต่างๆ และทาโกะยากิ (เกี๊ยวปลาหมึก) - ในงบแค่ 2,000 เยน / 600 บาท หรือน้อยกว่านั้น และคุณจะได้อาหารและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จนอิ่มแปล้กลับไปแน่นอนค่ะ!

1. Okanaga Osaka Ekimae Daisan Building Shop

Okanaga คืออิซากายะที่คุณสามารถนั่งดื่มที่โต๊ะในราคา Tachinomiya (บาร์ที่คนต้องยืนดื่ม) ที่นี่มีอาหารเดี่ยวๆ หลากหลายเมนู เช่น เมนูซาซิมิ เมนูอาหารทอด โอเด้ง (เมนูที่มีส่วนผสมต่างๆ ต้มในน้ำซุปซอสถั่วเหลือง) และสลัด อาหารส่วนใหญ่มีราคาตั้งแต่ 200 เยน /  60 บาท ถึง 500 เยน / 150 บาท ดังนั้นคุณเดินเข้าไปในร้านได้เลย ไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย สิ่งหนึ่งที่คุณจะะมีความสุขแน่ๆ ที่ได้รู้คือ ที่นี่มี Nabe-Ryori (หม้อไฟ) เช่น Kaisen Nabe (หม้อไฟทะเล)  ในราคาแค่ 590 เยน / 170  บาท (รวมภาษี) เป็นราคาที่คุ้มค่ามากกับหม้อไฟที่มาเสิร์ฟ แถมยังมีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หลายแบบที่เหมาะกับการจับคู่อาหารแบบนี้มากๆ และส่วนใหญ่จะมีราคาประมาณ 300 เยน/ 90 บาท ต่อแก้ว นอกจากนี้ยังมีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ท้องถิ่นจำนวนมากที่ราคา 500 เยน /  150  บาท - 600 เยน / 180 บาท ต่อหนึ่งแก้ว (180 มล.)

 

2. Nippon Bar Osaka Ekimae Daiyon Building Main Branch Tsurunoma

นี่คือสถานที่ที่มีอาหารจานเด็ดที่ปรุงด้วยมือของเชฟที่ได้รับการฝึกฝนจากร้าน Ryotei (ร้านอาหารญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม) มีราคาขั้นต่ำคือ 180 เยน /  52 บาท (ไม่รวมภาษี) และ Sashimi Kobachi (ชามขนาดเล็ก) เสิร์ฟราคา 280 เยน 82 บาท(ไม่รวมภาษี) ยังมี Highball ที่ราคาถูกมากเพียง 170 เยน /   49 บาท (ไม่รวมภาษี) ที่นี่มีร้านอาหารในเครือที่เชี่ยวชาญในเรื่องเนื้อมัตสึซากะ ดังนั้นจึงมีอาหารที่ใช้เนื้อมัตสึซากะมาเสิร์ฟในราคาไม่แพง เช่น Matsusakagyu Korokke (เนื้อมัตสีซากะโคร๊อกเกะ) (380 เยน /  111 บาท (ไม่รวมภาษี) แต่จำกัดจำนวนแค่ 20 ชิ้นต่อวันเท่านั้น และแน่นอนว่ามันขายหมดทุกวันเลยล่ะค่ะ

 

3. Shirasukujira Umekita Floor Shop

Shirasukujira เป็นร้านอาหารอิซากายะ ที่ซึ่งคุณสามารถเพลิดเพลินกับอาหารท้องถิ่นของคิวชูและปลาสดที่มาจากตลาดได้โดยตรงในบรรยากาศสบายๆ เป็นร้านที่เหมาะกับคนที่ต้องการดื่มชิวๆ แค่แก้วเดียวและคนที่ต้องการดื่มแบบอโลนตรงบาร์ก็มาได้ทุกเวลา มี Kisetsugawari no Obanzai ประมาณ 10 ชนิด ซึ่งมักเป็นอาหารตามฤดูกาลจากเกียวโต ราคา 350 เยน /  102 บาท (รวมภาษี) และมีอีกหลายราคาที่คุณไม่ควรพลาด Hakata-Fu Gomasaba กินกับซอสคิวชูกับซอสหวานก็อร่อย คุณสามารถจับคู่อาหารกับ Kyushu Kaku Highball (490 เยน / 143 บาท (รวมภาษี) ที่ใช้ผลไม้หลายอย่าง มันเข้ากันได้เป็นอย่างดีเลยล่ะค่ะ

 

4. Katsuo

Katsuo คือ อิซากายะที่คุณจะได้ทานคาราเกะสไตล์โอตะ (ไก่ทอด) ที่มาจากนาคาสึ เมืองโออิตะ ซึ่งกล่าวกันว่าเป็นดินแดนแห่งคาราเกะ Momo Karage (น่องไก่) (480 เยน / 140 บาท / 5 ชิ้น (ไม่รวมภาษี) ที่ใช้ซอสสูตรลับของทางร้าน Bungoya ที่มีชื่อเสียงของ Nakatsu ปรุงรสด้วยรสของซอสถั่วเหลืองและกระเทียม เมื่อคุณได้ลองชิมแล้วจะพบว่าไก่ทอดกรอบนี้ จะพบว่าข้างนอกกรอบจัดจ้านแต่ข้างในนุ่มชุ่มฉ่ำ คนรักเบียร์ไม่อาจต้านทานเบียร์สดร้านนี้ได้เลย เพราะมันมีราคาถูกมากจริงๆ แค่ 180เยน / 52 บาท (ไม่รวมภาษี)  ต่อแก้วเท่านั้น เบียร์บางชนิดก็เข้ากันคาราเกะกรอบๆเผ็ดๆ และ Teppan-Ryori จานพิเศษ (อาหารที่ปรุงรสบนกะทะเหล็ก)!

 

5. Eat Man Umeda Honten

Eat Man คือ อิซากายะ ที่เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง 365 วันต่อปี  ที่นี่ มีเซ็ต Tanpin Nomihodai ที่คุ้มค่ามากๆ เพราะเป็นบุฟเฟ่ต์แอลกอฮอล์ (จำกัดชนิดเดียว)  คุณจะดื่มเครื่องดื่มได้ไม่จำกัดในราคา 500 เยน / 146 บาท (ไม่รวมภาษี) พวกเขาพร้อมที่จะให้บริการอย่างทั่วถึง ดังนั้นมากรุ๊ปใหญ่ๆ ก็จะชอบมาก หากจานไหนที่ราคาสูงขึ้นมาหน่อยแต่ก็คุ้มค่าเงิน รวมถึงอาหารจานเด็ดของร้าน เช่น Maguro no Shippo Steak (ปลาทูน่า) (626 เยน / 183 บาท (รวมภาษี) และ Tori Harami no Tatsutaage (ไก่ทอดเคลือบซอส (464 เยน / 135 บาท (รวมภาษี) แต่ไม่ต้องกังวลไปเพราะนี่ถือเป็นราคาที่สมเหตุสมผลกับสิ่งที่คุณจะได้รับมาก จุดเด่นที่สุดของร้านคือ คุณจะแวะมาที่ไหนเมื่อไหร่ก็ได้ตามที่คุณต้องการ

 

6. Nanatsuya Osaka Ekimae Daiyon Building Shop

Nanatsuya เป็นร้านค้าที่ให้ทุกสิ่งคุ้มค่ากับเงินของคุณ มีอีกชื่อหนึ่งว่าร้าน"หนึ่งเหรียญ" (เหรียญ 500 เยน)  ราคานี้กับอาหารที่มาเสิร์ฟคุณนั้น ถือว่าถูกมากๆ เลยนะ!!  แต่ก็มาพร้อมกับการจับเวลาด้วยนะคะ ร้านนี้เป็นอิซากายะแบบทาโชมิโนมิยะ ที่เป็นอาหารจานเดียวที่มีราคาถูกมาก รวมทั้ง Teppan-Ryori, โอเด้ง, Kushikatsu (เนื้อทอดและผักผัด) และซาซิมิ น่าแปลกใจที่อาหารส่วนใหญ่ในเมนูนี้มีราคาประมาณ 100 เยน / 30 บาท เท่านั้น!! และราคาของซาซิมิก็ไม่แพงมาก เริ่มต้นที่ 390 เยน / 114  บาท (รวมภาษี) ถูกมากๆ เลยค่ะ แต่ถ้าคุณมาในวันพุธ, วันศุกร์หรือวันเสาร์ แล้วคุณจะสามารถเข้าร่วม Akindo Service ซึ่งจะช่วยให้คุณดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในราคาโปรโมชั่นได้เช่นกัน ด้วยราคาที่ถูกขนาดนี้ อิซากายะร้านนี้ จึงเต็มไปด้วยลูกค้าแน่นร้านเสมอ

 

7. Yukai Sakaba Osaka Ekimae Daiichi Building Shop

Yukai Sakaba คือ อิซากายะ ที่ดำเนินการภายใต้คำขวัญ "Cheap and Delicious" ขอนำเสนอด้วย Omu-Takoyaki อาหารที่ขายดีที่สุดของร้าน (390 เยน / 114 บาท (ไม่รวมภาษี) จานเด็ดที่ห่อทาโกยากิด้วยไข่เจียวนุ่มๆ ฟูๆ น่ากินสุดๆ อาหารที่นี่ทุกจานทำโดยเชฟมืออาชีพของญี่ปุ่นและเชฟสัญชาติตะวันตกด้วย มี 3 ราคาคือ : 290 เยน / 84 บาท, 390 เยน / 114 บาท และ 490 เยน / 143 บาท  ราคาของอาหารและเครื่องดื่มที่นี่อยู่ในเมนูที่อ่านแล้วเข้าใจง่าย นอกจากนี้ แค่ 500 เยน / 146 บาท (รวมภาษี) คุณก็จะเพลิดเพลินกับเซ็ตอาหารที่คุ้มค่าเงินสุดๆ แถมคุณยังสามารถเลือกของว่าง 3 อย่าง / อาหารเรียกน้ำย่อยและเครื่องดื่ม รวมทั้งเบียร์สด (ขนาดกลาง) ในเซ็ตของคุณ อย่างไรก็ตาม โปรดทราบว่าชุดนี้มีให้เฉพาะช่วงเวลาที่ จำกัด ในวันธรรมดาเท่านั้น

※เซ็ตหนึ่งเหรียญ: 16.00 น. - 18.00 น. ในวันธรรมดาและทุกวันเสาร์ (หนึ่งมื้อต่อคนต่อวัน)

 

มีแต่ร้านที่น่าไป อาหารที่น่าทาน แล้วราคาก็ไม่แพงทั้งนั้นเลยใช่ไหมคะ ใครที่ได้ไปเที่ยวโอซาก้า อย่าลืมแวะเวียนไปบ้าง

 

* โปรดทราบว่าข้อมูลในบทความนี้มาจากช่วงเวลาของการเขียนบทความ ดังนั้นโปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดทุกครั้ง

 

แหล่งที่มา : https://wow-j.com/en/Allguides/osaka/food/01675_en/



เกาะติดการเลือกตั้ง AKB48 ครั้งที่ 10 AKB48 53 Single World Senbatsu Sousenkyo ตอนที่ 4 : BNK48

เราพูดถึงตัวเต็ง 48group ในประเทศกันไปพอสมควรแล้ว ตอนนี้เราจะลองมาดูวงน้องสาวต่างประเทศจากประเทศไทย อย่าง BNK48 ที่ลงการเลือกตั้งในครั้งนี้ด้วย สาวๆ ตัวแทนประเทศไทยลงสมัครทั้ง 10 คน นำทีมโดย เฌอปราง กัปตันวง มิวสิค เจนนิษฐ์ ไข่มุก ซัทจัง จ๋า เคท นิ้ง สมาชิกชาวญี่ปุ่นทั้ง 2 คน อิซึรินะ ที่เคยผ่านงานเลือกตั้งและเคยติดอันดับมาแล้ว กับ มิโอริ ที่ร่วมแสดงละครเวที โรมิโอจูเลียต กับทาง 48group ที่ญี่ปุ่น

ล่าสุดกับงาน Thai Festival Tokyo 2018 เมื่อวันที่ 12-13 พฤษภาที่ผ่านมา งานนี้ที่นำทีมโดย กัปตันวงเฌอปราง มิวสิค เจนนิษฐ์ ปัญ โมบาย และ อิสึรินะ ที่ไปแจกความน่ารัก สดใส ในเซตลิสวันที่ 1 กับซิงเกิ้ลล่าสุด Shonichi (วันแรก) เพลงที่พาคุณเที่ยวรอบกรุงเทพกับเพลง BNK48 เพลงช้าเพราะๆกับเพลง 365 วันกับเครื่องบินกระดาษ และปิดท้ายด้วยเพลง Koisuru Fortune Cookie (คุกกี้เสี่ยงทาย) และเซตลิสในวันที่ 2 กับเพลง Aitakatta (อยากจะได้พบเธอ), Oogoe Diamond (ก็ชอบให้รู้ว่าชอบ) ที่ทำให้แฟนๆ ลุกขึ้นมาเชียร์หนักขึ้น แม้ฝนจะตกหนัก แต่แฟนๆ ที่รอเชียร์สาวก็ไม่ได้ลดลงแต่อย่างใดเลย ในช่วง MC ทั้ง2วัน สาวๆ ก็ไม่ได้ลืมที่จะฝากงานเลือกตั้งครั้งนี้ว่า พวกเธอก็ได้เข้าร่วม และช่วยเป็นกำลังใจให้ด้วย ซึ่งเสียงตอบรับทางญี่ปุ่นก็ดูดีไม่ได้แพ้ทางฝั่งไทยเท่าไหร่ และเสียงต้อนรับ อิสึรินะ กลับบ้าน ก็ดังไม่แพ้กัน เรียกได้ว่างานนี้อิสึรินะ ได้พาแฟนๆ ของเธอมารู้จัก BNK48 ให้มากยิ่งขึ้น อย่างที่เธอเคยบอกว่าไว้ “อยากให้คนญี่ปุ่นได้รู้จัก BNK48 มากขึ้น” และวันนี้เธอก็ได้พารุ่นน้องของเธอมาแนะนำให้แฟนๆ ของเธอได้รู้จักอย่างเป็นทางการ เรียกได้ว่างานนี้สาวๆ BNK48 ได้ตกเหล่าบรรดาโอตะชาวญี่ปุ่น กลับมาพอตัวกันเลยทีเดียว

ภาพ BNK48 จากงานไทยเฟส

ถึงแม้เสียงตอบรับจะดี แต่ถ้าจะให้พูดถึงการโหวตงานเลือกตั้งเปอร์เซ็นการโหวตจากทางแฟนญี่ปุ่น ก็ยังพูดได้ยากว่าจะช่วยโหวตกันมากน้อยขนาดไหน เพราะทางญี่ปุ่นเองก็ต้องอยากช่วยโหวตโอชิตัวเองในญี่ปุ่นมากกว่า ถ้าในเรื่องของกระแสในโลกออนไลน์ โดยเฉพาะกัปตันวงเฌอปราง ที่มีสกิลพูดภาษาญี่ปุ่น สวยเก่ง และมีความเป็นผู้นำ จนแฟนทางญี่ปุ่นบอกว่า เธอนั้นสุดยอดมากทั้งเรื่องเรียนและงาน ที่ไม่แพ้กันคือ มิวสิค เซนเตอร์ร่วมเพลง Shonichi (วันแรก) ที่คนญี่ปุ่นพูดเป็นเรื่องเสียงเดียวกันว่า น่ารักสไตล์ไอดอลเลย จนแฟนบางคนบอกว่า อยากให้ดึงตัวมาวงรุ่นพี่ก็มี ทั้งนี้เราคงต้องดูกระแสกันต่อไปว่า จะเป็นยังไงกันต่อ สำหรับเมมเบอร์คนอื่นๆ ที่ยังไม่ค่อยมีโอกาสให้ทางแฟนญี่ปุ่นได้รู้จักกัน อาจจะต้องรอ วีดีโอโปรโมท และ โปสเตอร์ ออกมาอีกที

จากผลคะแนนเลือกตั้งปีก่อน อันดับที่ 65 คะแนน 17,757 โหวต และ อันดับที่ 80 คะแนน 15,396 โหวต เราคงต้องมาลุ้นกันดูแล้ว ว่าคะแนนโหวตในปีนี้จะเป็นไปในทางไหน เมื่อแชมป์เก่าอย่าง ซาชิฮาร่า ริโนะ ไม่ลง (246,376โหวต) วาตานาเบะ มายุ ที่จบการศึกษาออกไป (149,132โหวต) คะแนนเหล่านี้จะไปลงที่ใคร คะแนนจะกระจายไปอยู่ที่ใคร หรือ จะไปลงให้ตัวแทนวง แต่ก็มีกระแสในโลกออนไลน์มาว่า คะแนนโหวตจากแฟนจีน และ แฟนอินโดนีเซีย จะช่วยโหวตให้สาวไทย BNK48 กัน

 

กลับมาทางแฟนชาวไทย ที่แต่ละบ้านเปิดระดมทุนกันช่วยสนับสนุนสาวๆ กัน ตอนนี้ทางออฟฟิสเชียลไทยก็ได้ออกมาแนะนำช่องทางการสั่งซื้อ AKB48 52nd Single ‘Teacher Teacher’ ที่มาพร้อมกับบัตรโหวต อย่างเป็นทางการแล้ว สำหรับผู้ที่สนใจอยากสนับสนุนแผ่นเพื่อโหวตสาวๆ จะทิ้งลิงค์ไว้ที่ด้านล่างนะคะ อันดับของสาวๆ จะไต่ไปได้สูงขนาดไหนก็ขึ้นอยู่กับแฟนๆ เหล่าโอตะแล้วล่ะค่ะ ว่าจะดันไปให้ถึงฝันขนาดไหน โอกาสที่จะติดอันดับก็ยังไม่ใช่ว่าจะเป็นศูนย์ เพราะปีนี้มียูนิตที่ระลึกการเลือกตั้งเซมบัตสึโลกครั้งที่ 10 จำนวน 20 คน (อันดับ 81-100) ถึงจะไม่ใช่เพลงหลัก แต่ก็มี PV และเพลงที่อยู่ในซิงเกิ้ลถัดไป เอาล่ะค่ะ งานเลือกตั้งครั้งนี้ ผู้สมัครจากทั่วโลก 339 คน แต่จะมีเพียง 100 คนที่จะได้อยู่ในซิงเกิ้ลที่ 53 เรามาลุ้นและเชียร์สาวๆ ไปด้วยกันนะคะ และตอนต่อไป เราจะมาวิเคราะห์ผลด่วนกันค่ะ

ภาพแฟนๆ ชาวญี่ปุ่นที่มาเชียร์ Music BNK48 ในงานไทยเฟส

 

ตารางเวลาต่างๆ

ประกาศผลด่วน วันที่ 30 พฤษภาคม 2018 ที่เธียเตอร์ของ AKB48

ประกาศผลจริง 16 มิถุนายน 2018 ที่นาโกย่า โดม

จำหน่าย Single 53rd : ช่วงกันยายน 2018 (รอประกาศวันอีกที)

 

ช่องทางสนับสนุนแผ่น

http://akb48.buyee.jp   

 

ข้อมูลคะแนนโหวต

https://www.oricon.co.jp/news/2092578/full/

 

รูปBNK48

https://okmusic.jp/news/265267

https://www.akb48.co.jp/sousenkyo53rd/candidate?group=bnk