HOME Search

ผลการค้นหาพบ – 10 รายการเกี่ยวกับ kichijoji

1 วันใน คิจิโจจิ – Kichijoji สายฮิป (& ดาร์ค) ทำอะไรได้บ้าง Part 2

สวัสดีค่ะทุกคนนน หลังจากที่คราวก่อนพาทุกคนไปเที่ยว 1 วันใน คิจิโจจิ - Kichijoji ย่านสุดฮิปในโตเกียว เดินชมสวน ช็อปปิ้งถ่ายรูปเก๋ๆ ไปแล้ว คราวนี้เราก็ยังอยู่ที่คิจิโจจิค่ะ แต่คราวนี้เราจะพาไปที่กินดื่มกันด้วยเล็กน้อย (เอาใจสายดาร์คบ้างอะไรบ้าง) เข้ามิวเซียม เข้าวัดเข้าวากันบ้างประปราย นั่นไง อยากรู้กันแล้วล่ะสิว่าจะพาไปไหนบ้าง งั้นไปกันเล้ยยย

GHIBLI MUSUEM

มาเริ่มกันที่แรกแบบใสๆ กันก่อนที่ สตูดิโอ จิบลิ มิวเซียม แหล่งรวบรวมผลงานอนิเมะจากค่ายจิบลิ ที่ทุกคนน่าจะรู้จักกันดี ก็น่าจะเป็นเจ้าโทโทโร่ หรือการ์ตูนเรื่อง Spirited Away ดังนั้นหากใครมาญี่ปุ่นและเป็นแฟนค่ายนี้จะต้องมาให้ได้สักครั้ง เมื่อมาแล้วก็จะได้ฟินไปกับตัวละครหรือบรรยากาศที่ถูกจำลองออกมาให้จับต้องได้และใกล้ชิดกันแบบฟินๆ

แต่ๆ แม้ใครจะไม่ใช่แฟนตัวยงของค่ายนี้หรือไม่เคยรู้จักมาก่อนก็มาได้นะคะ เพราะด้านในนอกจากความน่ารักก็ยังสอดแทรกความรู้ให้เราด้วย เพราะเขามีห้องจำลองขั้นตอนทำอนิเมะเรื่องต่างๆ ห้องทำงานจำลองของคุณ Hayao Miyazaki ผู้ก่อตั้งอีกด้วย ไม่แน่นะจากคนที่ไม่รู้จักเลยไปแล้วอาจจะกลายเป็นแฟนคลับค่ายจิบลิไปเลยก็ได้ อ้อ ! หากใครสนใจจะต้องจองตั๋วล่วงหน้าทางออนไลน์เท่านั้นค่ะ สามารถจองได้ที่นี่เลย

ที่ตั้ง : 1-1-83 Simorenjaku, Mitaka-shi,Tokyo 181-0013
การเดินทาง : สามารถมาได้ 2 วิธี จาก Kichijoji Station (吉祥寺駅) เดินมาทาง Inokashira Park และทะลุออกทางด้านหลังของสวน ใช้เวลาประมาณ 20 นาทีค่ะ ส่วนอีกวิธีหนึ่งก็คือ Mitaka Station (三鷹駅) ทางออก South Exit ขึ้นรถบัสจากป้ายหมายเลข 9 สาย Loop Bus Via Ghibli Museum
เวลา : 10.00-18.00 น.
ราคา : ผู้ใหญ่ 1,000 เยน, เด็ก 13-18 ปี 700 เยน, เด็ก 7-12 ปี 400 เยน, เด็ก 4-6 ปี 100 เยน
เว็ปไซต์ : http://www.ghibli-museum.jp/en/

Temari no Ouchi Cat Cafe

เมื่อคิวท์แล้วก็ต้องคิวท์ไปให้สุดกับคาเฟ่แมวใจกลางย่านคิจิโจจินามว่า “เทะมาริโนะโอจิ” หากเดินมาจากสถานีคิจิโจจิก็ไม่ยากเลย เพราะใช้เวลาแค่ 5 นาทีเท่านั้นเอง ร้านจะอยู่บนชั้น 3 ค่ะ เมื่อขึ้นไปแล้วก็ต้องร้องว้าว เพราะเหมือนกำลังเดินเข้าไปในป่าที่เป็นอาณาจักรของน้องแมวทั้ง 20 ตัว มีหลากหลายสายพันธุ์ แถมยังมารอต้อนรับลูกค้าอย่างรู้งานอีกต่างหาก

นอกจากน้องแมวจะน่ารักน่ากอด อาหารของที่ร้านนี้ก็น่ารักไม่แพ้กันเลย เมนูก็มีให้เลือกหลากหลายทั้งแกงกะหรี่ มันฝรั่งทอด ชีสเค้ก สโคนโฮมเมด ชา กาแฟ ช็อกโกแลตร้อน น้ำผลไม้ ฯลฯ แต่ต้องระวังอย่าให้น้องแมวมาแย่งขนมเรานะ ถ้าจะให้ต้องซื้อขนมสำหรับน้องในราคา 300 เยนค่ะ (ประมาณ 90 บาท) จะได้ใกล้ชิดกันมากขึ้นเนอะ และที่สำคัญต้องปฏิบัติตามกฏของทางร้านด้วย เช่น ห้ามกอด ห้ามถ่ายรูปใช้แฟลช ห้ามให้ของเล่นที่เอามาจากข้างนอก เป็นต้น ช่วยกันปฏิบัติตามเพื่อสุขภาพที่ดีของน้องๆ นะคะ

ที่ตั้ง : 2 −13-14 Kichijoji Honcho, Musashino, Tokyo, 180-0004 Musashi Forum lll, 3F
การเดินทาง : จาก Kichijoji Station (吉祥寺駅) ทางออก Central Exit (North Exit) เดินต่อ 5 นาทีร้านอยู่ในซอยด้านหลังห้าง Tokyu
เวลา : 10.00-21.00 น.
ราคา : ค่าเข้าไม่จำกัดเวลา วันธรรมดา 1,200 เยน วันหยุด 1,600 เยน ค่าเข้าหลัง 19.00 น. เป็นต้นไป 700 เยน
เว็ปไซต์ : http://www.temarinoouchi.com/ (ภาษาญี่ปุ่น)

Musashino Hajimangu Shrine

เที่ยวอะไรมุ้งมิ้งกันไปแล้ว ก่อนจะไปหาอะไรทานเรามาสงบจิตสงบใจที่ศาลเจ้า “มุซาชิโนะฮาจิมังงุ” กันหน่อย เขาบอกว่าศาลเจ้าแห่งนี้เป็นศาลเจ้าที่ใหญ่ที่สุดในเขตมุซาชิโนะซึ่งมีคิจิโจจิเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ แต่เดิมคิจิโจจิเป็นชื่อของชุมชนที่ตั้งอยู่ในแถบซุยโดบาชิมาก่อน แต่เมื่อเกิดเหตุไฟไหม้ขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1657 ผู้คนแถวนั้นก็ถูกสั่งให้ย้ายมาตั้งบ้านเรือนใหม่ที่มุซาชิโนะแห่งนี้ และเมื่อมีชุมชนก็ต้องมีศาลเจ้าใช่ไหมล่ะคะ มุซาชิโนะฮาจิมังงุเลยถูกสร้างขึ้นและกลายเป็นที่สักการะบูชาของชาวญี่ปุ่นมาจนถึงทุกวันนี้ค่ะ

แม้ว่าพื้นที่โดยรอบศาลเจ้าแห่งนี้จะมีห้างสรรพสินค้า หรือย่านการค้าอย่างคิจิโจจิล้อมรอบแต่เมื่อเข้ามาในพื้นที่กว่า 4,300 ตารางเมตร ของมุซาชิโนะฮาจิมังงุแล้วเราจะได้พบกับความเงียบสงบซึ่งต่างจากด้านนอกไปโดยสิ้นเชิง นอกจากนี้ที่นี่ยังมีรูปปั้นจักรพรรดิโอจินที่เป็นเทพเจ้าแห่งธนูให้มาสักการะกันด้วย ใครอยากมาขอพรเอาฤกษ์เอาชัยที่คิจิโจจิก็อย่าลืมมาที่นี่นะคะ อ้อ ! และถ้ามาช่วงฤดูใบไม้ร่วงทางศาลเจ้าก็จะมี Autumn Festival ที่เขาจะมีงานแห่เกี๊ยวให้ชมด้วย

ที่ตั้ง : 1-1-23, Higashicho, Kichijoji, Musashino, Tokyo 180-0002
การเดินทาง : จาก Kichijoji Station (吉祥寺駅) ทางออก Central Exit (North Exit) เดินต่อ 8 นาที

Harmonica Kitchen

ตกค่ำมาหน่อยก็ได้เวลาหาอะไรรองท้อง นั่งดื่มชิวๆ เมื่อตอนที่ 1 เราได้เกริ่นถึงตรอก Harmonica แหล่งกินดื่มประจำย่านคิจิโจจิไป คราวนี้เราจะพามาล้วงลึกตรอกนี้อีกนิดค่ะ ร้าน Harmonica Kitchen เขาบอกว่าเป็นเหมือนหน้าตาให้กับตรอกฮาร์โมนิก้า เพราะเดินเข้าตรอกมาปุ๊ปก็เจอปั๊ป แถมชื่อก็บอกถิ่นที่อยู่ไว้ชัดเจนขนาดนี้

ร้านนี้เขาจะเป็นร้านกึ่งๆ บาร์หน่อยๆ ชั้น 1 จะเป็นที่นั่งแบบเคาท์เตอร์ ชั้น 2 เป็นโต๊ะสำหรับมาเป็นหมู่คณะ และชั้นบนสุดจะเป็นดาดฟ้าให้ขึ้นไปนั่งชิลได้ อาหารของเขาจะเสิร์ฟมาในจานเล็กๆ มีให้เลือกหลากหลาย ส่วนใหญ่เมนูจะเป็นอาหารจีนเอาไว้ทานแกล้มเบียร์ เครื่องดื่มเขาก็จะมีเบียร์หรือเหล้าให้เลือกหลากหลายชนิดให้ลิ้มลองกัน

ที่ตั้ง : 1-1-2 Kichijoji Honcho, Musashino, Tokyo,180-0004
การเดินทาง : จาก Kichijoji Station (吉祥寺駅) ทางออก Central Exit (North Exit) เดินต่อ 1 นาที ร้านอยู่ปากทางฮาร์โมนิก้าโยโกะโจเลยค่ะ
เวลา : วันหยุด 12.00-24.00 น. วันธรรมดา 15.00-24.00 น.

Ahiru Beer Hall

อีกหนึ่งร้านในย่านฮาร์โมนิก้าโยโกะโจที่อยากจะแนะนำให้ทุกคนได้รู้จักกันก็คือร้านน้องเป็ดเหลืองนามว่า อะฮิรุ เบียร์ฮอล แค่ฟังชื่อนี่นักดื่มก็ร้องอู้หูวกันแล้วใช่ไหมล่ะ เป็นเบียร์ฮอลแสดงว่าเครื่องดื่มต้องอลังการงานสร้างแน่ๆ และที่เรียกว่าร้านน้องเป็ดเหลืองก็เพราะว่าหน้าร้านเขามีรูปปั้นเป็ดน้อยสีเหลืองคอยต้อนรับเราอยู่นั่นเอง ทำให้มองหาได้ไม่ยากเลย

โซนหน้าร้านจะเป็น Standing Bar ที่เอาไว้สั่งเครื่องดื่มแล้วจิบกันตรงนั้นเลย แต่หากใครไม่สะดวกแบบนี้ ที่ชั้นสองเขาก็มีโต๊ะให้นั่งกันนะ เหมาะกับการสั่งอาหารมาทานพลางจิบเครื่องดื่มไปเบาๆ อีกด้วย เมนูแนะนำของที่นี่จะเป็นสลัดโรสต์บีฟที่จะเหมาะมากถ้าได้ทานกับไวน์ ซึ่งเขาก็มีให้เราเลือกชนิดและยี่ห้อต่างๆ เยอะมากๆ ด้วยค่ะ

ที่ตั้ง : 1-1-2 Kichijoji Honcho, Musashino, Tokyo,180-0004
การเดินทาง : จาก Kichijoji Station (吉祥寺駅) ทางออก Central Exit (North Exit) เดินต่อ 1 นาที จากปากซอยฮาร์โมนิก้าโยโกะโจ เดินตรงเข้ามาและเลี้ยวซ้าย
เวลา : กลางวัน 11.30-15.00 น. บาร์ 15.00-24.00 น.

แหล่งที่มา :  http://musashino-kanko.com/en/enjoy/spot/
https://retrip.jp/articles/66860/?page=2
http://karenkaren.jp/129098?from=karen_ios
http://www.ghibli-museum.jp/en/welcome/



1 วันใน คิจิโจจิ – Kichijoji ย่านสุดฮิปในโตเกียว ทำอะไรได้บ้าง

ฮัลโหลล เพื่อนๆ สบายดีไหมคะ? ไหนๆ ใครเคยได้ยินชื่อย่านคิจิโจจิ - Kichijoji (吉祥寺) แห่งโตเกียวบ้างเอ่ย? คิดว่าคงจะรู้จักอยู่พอสมควรเนอะ ย่านนี้เป็นอีกหนึ่งย่านฮิปที่เราชอบมากๆ เพราะมีคาเฟ่เยอะ ร้านค้าเสื้อผ้าน่าช้อป มีสวนสวยๆ ให้เดินเล่นแถมละแวกนี้ยังมีมหาวิทยาลัยเต็มไปหมด ย่านการค้าของเขาเลยคึกคักมาก

แต่ในขณะเดียวกันย่านคิจิโจจินี้ก็เป็นย่านที่อยู่อาศัยที่เขาบอกว่าน่าอยู่ที่สุดในญี่ปุ่น ด้วยความมาแล้วชอบเราเลยอยากจะมาแนะนำเพื่อนๆ ว่าในหนึ่งวันเราสามารถไปเที่ยวจุดไหนในคิจิโจจิได้บ้าง ไปดูกันเลย !

1 วันใน คิจิโจจิ – Kichijoji สายฮิป (& ดาร์ค) ทำอะไรได้บ้าง Part 2

ติดตามตอน 2 ได้นะ

 

SUNROAD

เรามาถึงสถานีคิจิโจจิเวลาประมาณ 10.30 ค่ะ เพราะกะเอาไว้ว่าร้านค้าบริเวณนี้น่าจะเปิดพอดี ออกจากสถานีมาปุ๊บ ก็จะเจอป้ายถนนซันโร้ดเลยค่ะ หาไม่ยาก ถนนสายนี้เป็นย่านการค้าในร่ม เป็นศูนย์รวมร้านขนม ร้านไอศกรีม มีร้านขายเสื้อผ้า เครื่องประดับสำหรับวัยรุ่น ถ้ามาช่วงเวลาหลังเลิกเรียนนะจะคึกคักมาก แต่เดินไม่อึดอัดเลยค่ะ เพราะทางเดินเขากว้าง อ้อ แล้วบริเวณนี้ก็ยังมีร้านกินดื่มที่รวมกันอยู่ในส่วนที่เรียกว่า Hamonica Market ด้วย จะคึกคักมากช่วงกลางคืน

ถนน Nakamichi

ถัดจากถนนซันโร้ดให้เพื่อนๆ มุ่งหน้าไปทางห้างฯ Parco จากตรงนี้เราจะเห็นตึก Uniqlo สูง 7 ชั้น ไม่ค่ะ เราไม่ได้จะพาเพื่อนๆ มาช้อปปิ้งที่นี่แน่นอน มาคิจิโจจิทั้งทีต้องมาเดินถนนนาคามิจิที่อยู่ในซอยข้างๆ ตึกยูนิโคล่ค่ะ

ถนนเส้นนี้นี่จะเต็มไปด้วยร้านขายของกระจุกกระจิก และร้านคาเฟ่น่ารักเต็มไปหมด แค่เห็นหน้าร้านก็อยากจะแวะทุกร้าน แต่แน่นอนเราทำไม่ได้ดังนั้นเราจะเลือกร้านที่เราชอบและอยากให้ทุกคนแวะมาแนะนำ ได้แก่ …

"Hara Donuts"

ร้านโดนัทชื่อดังที่เขาก็มีชื่อเสียงมานานแล้วล่ะ หน้าร้านก็น่ารักน่าถ่ายรูปสุดๆ เพราะฉะนั้นถ้าเดินผ่านก็แนะนำให้ทุกคนลองแวะเข้าไปดูและเลือกซื้อโดนัทสักชิ้นสองชิ้นมาชิมกัน เพราะโดนัทของที่นี้เป็นโฮมเมด ดีต่อสุขภาพ ทำมาจากโทฟุ หรือเต้าหู้นั่นเองค่า

พิกัด : 4-13-15 Honcho Kichijoji,  Musashino-shi, Tokyo 180-0004

เวลา : 10.00-19.00 น. (หรือจนกว่าโดนัทจะหมด)

โทร : +81-422-22-0821           

เว็บไซต์ : http://haradonuts.jp/index.html

(รูปจาก http://haradonuts.jp/ )

"Cave"

ร้านของกระจุกระจิกสารพัดสิ่งสำหรับคนรักกบ เพราะที่นี่เขามีแต่กบเท่านั้นค่ะ คอนเซ็ปของเขานี่ดึงดูดเรามากตั้งแต่แรกเห็นจริงๆ มีตั้งแต่กบเล็ก กบน่ารัก กบเท่ๆ หรือกบเหมือนจริง โอ้โห ถึงแม้จะไม่ได้พิศวาสอะไรกับกบนัก แต่ผ่านร้านนี้แล้วต้องแวะพร้อมกับร้องว้าวออกมาจริงๆ

พิกัด : 2-26-1 Honcho Kichijoji,  Musashino-shi, Tokyo 180-0004

เวลา : 11.30-20.00 น.

โทร : +81-422-20-4321     

เว็ปไซต์ : http://www.cave-frog.com/

Fanpage : @cave.frog.kichijoji

(รูปจาก https://www.facebook.com/cave.frog.kichijoji/)

Mahika Mano Hammock Cafe

เอาล่ะทุกคน เริ่มเดินเหนื่อยๆ เราก็อยากจะหาที่เติมพลังงานพร้อมกับพักผ่อนบ้างแล้ว เราเลยจะพาทุกคนมาเอนหลังบนเปลพร้อมกับทานอาหารกันที่นี่ค่ะ Mahika Mano ชื่อแปลกๆ แบบนี้จริงๆ แล้วเขาเป็นคาเฟ่คอนเซปท์เก๋ คือลูกค้าจะได้นั่งเปลพร้อมกับทานอาหารอร่อยๆ แต่บอกก่อนเลยว่ามาแล้วอาจจะต้องรอคิวนิดนึงนะ เพราะฮิตมากกก เข้าไปด้านในแล้วคือสวย น่ารัก น่านอนจริงๆ แต่ ! ห้ามถ่ายรูปค่ะทุกคน เซลฟี่ก็ไม่ได้เน้อ T^T (เขาเลยจัดที่หน้าร้านเอาไว้ถ่ายรูประหว่างรอ เก๋ๆ )

อาหารที่นี่เขาก็จะเป็นเมนูเฮลท์ตี้หน่อย เช่น ข้าวแกงกะหรี่ถั่ว 4 ชนิด แฮมเบอร์เกอร์เต้าหู้ ขนมก็จะเป็นพวกเค้กต่างๆ เครื่องดื่มก็มีให้เลือกมากมาย ทั้งชา กาแฟ เหล้า เบียร์ ซอฟต์ดริ้งค์ต่างๆ อ้อ ! หากใครมาช่วง 12.00-14.00 น. สามารถเลือกเป็น Lunch Set ราคา 1,100 เยนได้ (ประมาณ 300 บาทนิดๆ ) มีสลัด ซุป เครื่องดื่ม ฯลฯ

พิกัด : 2 Chome-8-1 Minamicho Kichijoji, Musashino, Tokyo 180-0003

เวลา : 11.30-21.00 น.

โทร : +81-422-42-5930     

เว็บไซต์ : http://mahikamano.com/

(รูปบางส่วนจาก http://mahikamano.com/)

Inokashira Park

หลังจากทานข้าวอิ่มแล้วเราก็จะไปลุยกันต่อค่ะ ถ้ามาจากสถานีให้เดินเข้าซอยข้างๆ ห้างฯ Marui (เดินตามคนอื่นมาได้เลยค่ะ) ที่นี่ไม่ไปไม่ได้ ไปมาแล้วก็ต้องไปอีกเพราะแต่ละฤดูก็จะไม่เหมือนกัน แต่ที่พีคที่สุดก็คงเป็นช่วงซากุระ ที่เราชอบมากเพราะสวยจริงๆ ในสวนมีเรือเป็ดให้เช่าถีบในทะเลสาปด้วยซึ่งรอบๆ ก็จะห้อมล้อมไปด้วยต้นซากุระสีชมพู โรแมนติกมากค่ะ เราเคยไปช่วงซากุระและช่วงหน้าหนาวที่ต้นไม้เหลือแต่กิ่งก้าน ช่วงนี้ก็สวยไปอีกแบบค่ะทุกคน คนก็ไม่ค่อยเยอะ เดินเล่นสบายมาก

พิกัด : 1 Chome-18-31 Gotenyama, Musashino, Tokyo 180-0005

โทร : +81 422-47-6900      

เว็บไซต์ : http://inokashirapark100.com/outline/index.html

ย่านการค้าบริเวณหน้าทางเข้าสวน

เอาอีกแล้ว จะไปเดินเล่นที่สวนก็ต้องมาเจอถนนย่านการค้าดักเอาไว้ข้างหน้าอีก ตรงนี้จะมีทั้งร้านอาหาร ร้านขนม ร้านขายเสื้อผ้าหรือของกระจุกกระจิกที่จะออกแนวแอนทีค ดูแนวๆ ไม่เหมือนใครตลอดสองฝั่งข้างทาง ทอดยาวไปสู่ทางเข้าสวนอิโนะคาชิระเลย

Inokashira Park Zoo

สวนสัตว์อิโนคาชิระปาร์คตั้งอยู่ภายในเขตสวนเลยค่ะ เป็นสวนสัตว์ที่คุณยายฮานาโกะ ช้างจากไทยเราเคยอยู่ที่นี่มาตั้งแต่ช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง แม้วันนี้คุณยายฮานาโกะจะจากไปแล้วก็เข้ามาเยี่ยมชมหรือเล่นกับสัตว์นานาชนิดที่นี่ได้นะคะ ด้านไหนเขามีส่วนที่ให้เล่นกับหนูตะเภาด้วยแหละ ส่วนตัวเราชอบสุนัขจิ้งจอก ที่นี่ก็มีให้ดูด้วย น่ารักมากๆ เลย ส่วนค่าเข้าชม ผู้ใหญ่คนละ 400 เยน (ประมาณ 100 กว่าบาท) เท่านั้นเองค่ะ

(รูปจาก http://www.tokyo-zoo.net/zoo/ino/)

ไปมาเมื่อวันที่ 2 เมษายน 2559 , 26 มกราคม 2560 , 5 ธันวาคม 2560



ส่อง 5 ร้านเสื้อผ้าออนไลน์สไตล์วินเทจสุดชิคจากญี่ปุ่นที่กำลังเป็นที่นิยมขณะนี้!

ถ้าพูดถึงเรื่องแฟชั่น ญี่ปุ่นเองก็เป็นอีกหนึ่งประเทศที่เรื่องแฟชั่นจัดจ้านสุดๆ ไม่แพ้ประเทศไหนๆ เพราะมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวและเป็นอีกหนึ่งประเทศที่เป็นผู้นำแฟชั่นอยู่เสมอ และที่ญี่ปุ่นเองก็มีร้านเสื้อผ้ามากมายให้เหล่าบรรดาสาวกที่ชอบตามกระแสแฟชั่นได้ตามเทรนด์กันตลอดเวลาเช่นกัน
ในปัจจุบัน กระแสโลกออนไลน์ได้เข้ามามีบทบาทมากขึ้นจนเกิดเป็นร้านค้าออนไลน์มากหน้าหลายตา และวันนี้เรามีร้านเสื้อผ้าออนไลน์สไตล์วินเทจที่ฮอตฮิตมากที่สุดในญี่ปุ่นมาแนะนำกันถึง 5 ร้านด้วยกัน...ใครที่ชอบหรือหลงใหลในเสื้อผ้าแฟชั่นแนววินเทจหรือเสื้อผ้ามือสองก็ตามไปดูกันได้เลย

 

1. Harajuku Chicago

รูปภาพประกอบ https://www.instagram.com/harajukuchicago_official/?hl=en

มากันที่ร้านแรก Harajuku Chicago มีหน้าร้านตั้งอยู่ในย่าน Harajuku และ Shibuya แต่ก็มีการขายออนไลน์ครบทุกช่องทางไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์ อินสตาแกรม และเฟซบุ๊ก แนวแฟชั่นของร้านนี้จะเป็นเสื้อผ้ายุค 80s - 90s เป็นหลัก อาจจะมียุคเก่ากว่านั้นรวมอยู่ด้วยเหมือนกัน มีทั้งเสื้อผ้าผู้ชายและผู้หญิง แต่สินค้าเด่นของร้านนี้คือชุดกิโมโนโบราณที่หายาก ทำให้เหล่าแฟชั่นต่างต้องรีบมาจับจองเสื้อผ้าของร้าน Harajuku Chicago แม้แต่คนดังอย่าง  Kim Kardashian ก็ยังเคยเข้าไปเยี่ยมชมร้านนี้มาแล้ว

สินค้าเด่น : ชุดกิโมโนโบราณ รองเท้า กระเป๋าสตางค์

 

ช่องทางออนไลน์

Website: http://www.chicago.co.jp/storemap

Facebook: https://www.facebook.com/chicago.jp

Instagram: harajukuchicago_official

ที่ตั้งร้าน : Harajuku, Shimokitazawa, Kichijoji

 

2. Flamingo

รูปภาพประกอบ https://www.instagram.com/flamingo_omotesando/?hl=en

สำหรับร้าน Flamingo เป็นร้านใหญ่ที่กระจายสินค้าให้ร้านมือสองเล็กๆ หลายร้าน โดยเฉพาะร้านที่เน้นแฟชั่นสไตล์วัยรุ่นอเมริกัน ที่ร้านจะเน้นเป็นเสื้อผ้าแนวสบายๆ ไม่เป็นทางการมากนัก นอกจากนี้ยังมีเครื่องประดับวินเทจสวยๆ ที่หายาก และถ้าหากใครเป็นคนที่ชอบแต่งตัวสไตล์คูลๆ ร้านนี้ตอบโจทย์มาก เพราะเขามีสินค้าของหนุ่มสาวชาวแฟชั่นเอาไว้ให้เลือกมากมาย

สินค้าเด่น : แจ็คเก็ตหนัง

 

ช่องทางออนไลน์

Website: http://tippirag.com/

Twitter: @fla_omotesando

Instagram: flamingo_omotesando

ที่ตั้งร้าน : Omotesando, Shimokitazawa, Harajuku, Kichijoji

 

3. Grapefruit Moon

รูปภาพประกอบ https://www.instagram.com/grapefruitmoon_yokohama/?hl=en

ร้าน Grapefruit Moon เป็นอีกร้านที่มีสินค้าวินเทจมือสองน่าสนใจ สาวกยุค 90s ต้องไม่พลาด ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า เครื่องประดับ มีให้เลือกทั้งของผู้หญิงและผู้ชาย ที่นี่จะมีสินค้าสลับหมุนเวียนเข้ามาให้ลูกค้าได้เลือกกันไม่ค่อยซ้ำ ถ้าถูกใจชิ้นไหนต้องรีบจับจองกันทันที เพราะไม่อย่างนั้นอาจพลาดโอกาสในการซื้อได้ โดยเฉพาะเสื้อที่มีลายปักหรือลวดลายยุคเก่าแบบหายากต้องรีบซื้อด่วน

สินค้าเด่น : ชุดราตรีวินเทจยุค 70s

 

ช่องทางออนไลน์

Website: https://www.grapefruitmoon.jp/

Instagram: grapefruitmoon_yokohama

ที่ตั้งร้าน : Ikebukuro, Shimokitazawa, Hachioji, Yokohama

 

4. RagTag

รูปภาพประกอบ https://www.instagram.com/ragtag_official/?hl=en

ใครที่เป็นสายแบรนด์เนมต้องไม่พลาดร้าน RagTag ที่นี่มีสินค้าแบรนด์รุ่นเก่าหายาก ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์  Fendi, Chanel, United Arrows to Beams, Alexander Wang, Givenchy และอื่นๆ อีกมากมาย นอกจากนี้ยังมีแฟชั่นอื่นๆ ที่ไม่ใช่แบรนด์เนมแต่ก็เป็นสินค้าแฟชั่นหายากทั้งแนวสตรีทหรือแบบทางการ ต่างก็มีรวบรวมเอาไว้ที่ร้านนี้ด้วยเช่นกัน แต่อีกสิ่งหนึ่งที่นักช้อปต้องรู้ก่อนซื้อสินค้าร้านนี้เลยก็คือ ราคาของร้านนี้อาจจะสูงกว่าร้านมือสองอื่นๆ แต่รับประกันเรื่องคุณภาพสินค้าที่ได้สมราคาแน่นอน

สินค้าเด่น : เครื่องประดับ สินค้าแบรนด์แนม

 

ช่องทางออนไลน์

Website: https://www.ragtag.jp/shop/index.html

Instagram: ragtag_official

Blog: blog.ragtag.jp/brand/ragtag

ที่ตั้งร้าน : Shibuya, Harajuku, Shinjuku, Shimokitazawa, Kichijoji

 

5. Kilo Shop

รูปภาพประกอบ https://www.instagram.com/kiloshop_tokyo/?hl=en

มาถึงร้านสุดท้าย Kilo shop เป็นร้านเสื้อผ้าแฟชั่นแนวจัดจ้าน เหมาะกับหนุ่มสาวที่แต่งตัวแฟชั่นจัดเต็มแบบหัวจรดเท้า ที่นี่จะมีให้เลือกซื้อแบบขายเป็นกิโลกรัม แล้วจุดเด่นอีกอย่างคือ มีการจัดเรียงเสื้อผ้าแบบแบ่งสี แบ่งลาย และประเภทของเสื้อผ้าเอาไว้ทำให้เราสามารถเลือกได้อย่างสะดวก อยากได้แบบไหน แนวใดก็มุ่งตรงไปได้ทันที หน้าร้านตั้งอยู่ในโซนฮิตที่เหล่านักช้อปมักจะไปเดินกันนั่นก็คือ ย่านฮาราจุกุในห้าง Laforet

สินค้าเด่น : สินค้าวินเทจประเภทเสื้อหนัง เสื้อโค้ท ขนเฟอร์

 

ช่องทางออนไลน์

Website: http://kilo-shop.jp/

Facebook: https://www.facebook.com/KILOSHOP.Tokyo/

Instagram: kiloshop_tokyo

Twitter: @KILOSHOP_TOKYO

ที่ตั้งร้าน : Meguro,Harajuku

 

และทั้งหมดนี้คือร้านเสื้อผ้าออนไลน์สไตล์วินเทจท็อป 5 ของหนุ่มสาวชาวญี่ปุ่นที่ยกให้เป็นร้านยอดฮิตของพวกเขา ใครชอบแฟชั่นแนวนี้ก็ตามไปดูไปช้อปได้ตามช่องทางที่เราให้ไว้ได้เลย รับรองไม่มีผิดหวัง

 

แหล่งที่มาเรื่องและภาพ : savvytokyo



เหนื่อยนักก็พักหน่อย ! 5 ร้านไอศกรีมในโตเกียว ดับร้อนได้ระหว่างช้อปปิ้ง

ไม่ต้องบอกก็เป็นอันรู้กันว่ามหานครโตเกียวนั้นเป็นแหล่งช้อปปิ้งชั้นเลิศขวัญใจนักท่องเที่ยว แต่ที่นี่ถ้าเราเอาแต่เดินช้อปท่ามกลางอากาศร้อนๆ ก็คงจะเหนื่อยแย่ ต้องหาอะไรสดชื่นๆ มาเพิ่มพลังกันซะหน่อย เมื่อพูดถึงหน้าร้อนก็ต้องนึกถึงไอศกรีมสิ มาค่ะ! วันนี้เราจะเปิดพิกัด 5 ร้านไอศกรีมแสนอร่อยในโตเกียวเอาไว้นั่งพักให้หายเหนื่อยกัน

 

woodberry's (ウッドベリーズ)

มาเริ่มร้านแรกกันด้วยร้านไอศกรีมโยเกิร์ตเหมาะสำหรับคนรักสุขภาพ หาไม่ยากเพราะเดินจากสถานี Kichijoji ทางออก Park Exit เพียงแค่ 2 นาทีเท่านั้น มีชื่อร้านว่า วู้ดเบอร์รี่ (woodberry's) นั่นเอง

ร้านวู้ดเบอร์รี่มีหลายสาขาเลยค่ะ แต่สาขาที่คิจิโจจินี้จะเป็นสาขาหลัก รสชาติไอศกรีมโยเกิร์ตของเขาก็มีหลากหลาย อย่างเช่น ราสเบอร์รี่ บลูเบอร์รี่ แอปเปิ้ลแมงโก้ อเมริกันเชอร์รี่ จินเจอร์ชินนาม่อน และอื่นๆ อีกมากมาย ที่สำคัญส่วนผสมของเขาทำจากผลไม้ทั้งสิ้น เด็กก็ทานได้ ผู้ใหญ่ก็ทานดี สามารถลิ้มรสความสดชื่นแบบธรรมชาติได้โดยไม่ต้องมานั่งกังวลเรื่องสุขภาพเลย

อ้อ ! นอกจากไอศกรีมโยเกิร์ตแบบธรรมดาแล้วทางร้านยังมีเมนูพิเศษ เป็นพาร์เฟต์จัดเต็มด้วยเนื้อผลไม้มาเสิร์ฟให้คุณลูกค้าถึงที่กันเลยทีเดียว

พิกัด : 1-4-1 Kichijoji Minamicho Musashino Tokyo Inokashira Building 1F

เวลา : 12:00-22:00 น.

การเดินทาง : จากสถานีรถไฟ JR Kichijoji สาย Chuomusashino ทางออก Park exit (公園口) เดินต่ออีก 2 นาที

แผนที่ : https://goo.gl/maps/M3b7vBHcjxN2

https://www.woodberrys.co.jp/

 

KIPPY'S COCO-CREAM

ร้านต่อมาตั้งอยู่ห่างจากสถานี Omotesando แหล่งช้อปปิ้งยอดฮิตของนักท่องเที่ยวเพียงแค่ 563 เมตรเท่านั้น ตัวร้านด้านนอกเป็นอาคารไม้สไตล์ชิคๆ เก๋ๆ ส่วนไอศกรีมนั้นจะเป็นไอศกรีมออร์แกนิคทั้งหมด ชื่อร้าน คิปปี้ส์ โคโค่ครีม (KIPPY'S COCO-CREAM)

ร้านนี้ถือกำเนิดขึ้นที่ย่านเวนิสในเมืองแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา เมื่อปี 2010 วัตถุดิบของเขารับประกันได้เลยว่าไม่มีการเติมนมหรือน้ำตาล และที่สำคัญคือกลูเต็นฟรี ทำให้ได้ไอศกรีมออร์แกนิคที่มีความสดใหม่และดีต่อสุขภาพ

ถึงแม้ว่าเพิ่งจะมาเปิดสาขาที่เซนดะกายะ (千駄ヶ谷店) เป็นสาขาแรกในญี่ปุ่นแต่ก็ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลาม

ไอศกรีมของที่นี่จะมีวัตถุดิบหลักๆ เลยคือมะพร้าวแก่จากประเทศเม็กซิโก ไม่ว่าจะครีมมะพร้าวที่ทำสดใหม่ทุกเช้าหรือน้ำมะพร้าว มีน้ำผึ้งแท้นำมาใช้เพิ่มความหวาน นอกจากนี้ยังมีการเติมผลไม้ชนิดต่างๆ เข้าไปทำให้ได้รสชาติอื่นๆ อีกมากกว่า 10 ชนิด ท็อปปิ้งบนไอศกรีมก็จะมีพวกธัญพืชต่างๆ ผลโกจิเบอร์รี่หรือมัลเบอร์รี่ที่ดีต่อสุขภาพ สามารถเลือกได้ตามใจชอบเลยค่ะ

พิกัด : 2-6-3 Sendagaya,Shibuya, Tokyo, 151-0051Sendagaya RF Building

เวลา : 11:00-19:30 น.

การเดินทาง : จากสถานี Omotesando เดินต่ออีก 7 นาที

แผนที่ : https://goo.gl/maps/of4iw58GnUA2

http://kippyscococream.com/

 

Nanaya Aoyama (ななや 青山店)

มากันที่ย่านชิบุย่ากันบ้าง ร้านนานะยะ อาโอยามะ (Nanaya Aoyama) เป็นร้านไอศกรีมเจลาโต้ที่ใช้ชาเขียวมัทฉะส่งตรงมาจากเมืองฟุจิเอดะ (藤枝市) จังหวัดชิซุโอกะ เดินทางง่าย และอยู่ไม่ไกลจากสถานีชิบุย่าด้วยค่ะ

จุดเด่นของร้านนี้อยู่ที่ไอศกรีมรสชาเขียวมัทฉะ ซึ่งมีให้เลือกมากถึง 7 ระดับ เรียงจากรสอ่อนสุดไปหารสเข้มที่สุดคือ No.7 ที่เมื่อทานไปแล้วอาจจะแปลกใจได้ว่าในโลกนี้มันมีมัทฉะที่เข้มข้นขนาดนี้ด้วยเหรอ?! ใครที่ชื่นชอบมัทฉะเป็นชีวิตจิตใจขอให้ลองค่ะ ลองมาเลือกดูว่าอยากชิมความเข้มข้นระดับไหนดี?

นอกจากรสมัทฉะแล้วทางร้านก็ยังมีไอศกรีมรสอื่นๆ ด้วย อย่างเช่นรสโฮจิฉะ มิลค์เจลาโต้ ชาเก็นไม และอื่นๆ อีกมากมาย ถ้าได้มาทานคู่กับรสมัทฉะคงจะอร่อยไม่น้อย

พิกัด : 2-7-12 Shibuya, Shibuya-ku, Tokyo, Nanaya 1F

เวลา : 11:00-19:00 น.

การเดินทาง : จากสถานี Shibuya เดินต่ออีก 10 นาที

แผนที่ : https://goo.gl/maps/oZ81yLMPDps

http://nanaya-matcha.com/

 

Japanese Ice Ouca (ジャパニーズアイス櫻花)

ร้านต่อมาบอกเลยว่าน่าสนใจมาก มีนามว่า เจแปนนีส โอขะ (Japanese Ice Ouca) เดินทางมาได้ง่ายมากเพราะอยู่ใกล้ทั้งสถานีรถไฟ JR Ebisu และสถานีรถไฟใต้ดิน Tokyo Metro Ebisu สามารถเดินมาได้ใช้เวลาเพียง 3 นาทีเท่านั้น

ไอศกรีมของที่นี่ผ่านกรรมวิธีการผลิตอย่างพิถีพิถันและใช้วัตถุดิบจากแต่ละท้องถิ่นทั่วประเทศญี่ปุ่น เมนูก็มีทั้งเมนูแนะนำที่ควรมาลอง หรือจะเลือกเองก็ได้ตามใจชอบ รวมไปถึงไซส์ที่มีหลากหลายขนาดให้เลือกทั้งเล็ก กลาง ใหญ่ และใหญ่มาก

ไหนๆ ก็มาทั้งที่ วัตถุดิบก็ดีมากขนาดนี้ ลองไซส์ใหญ่สุดไปเลยสิคะ

ที่บอกว่าร้านนี้น่าสนใจก็คือ นอกจากเราจะได้ทานวัตถุดิบท้องถิ่นทั่วญี่ปุ่นแบบไม่ต้องไปไหนไกลแล้ว เรายังจะได้ทานไอศกรีมควบคู่ไปกับขนมญี่ปุ่นด้วย ยกตัวอย่าง เช่นเมนู Dango Ice เมนูยอดฮิตประจำร้าน ขนมดังโงะเคี้ยวหนึบๆ ที่จะมีการเปลี่ยนรสชาติไปตามฤดูกาลโปะด้วยไอศกรีมอยู่ด้านบน เหมาะกับการเลือกเป็นของว่างในมื้อเบาๆ ที่สุด ส่วนในหน้าร้อนทางร้านก็ออกเมนู Kumachan Kakigori (くまちゃんかき氷) หรือน้ำแข็งไสน้องหมีที่มีหลายรสชาติ หลากสีสันให้เลือกทาน แต่ระวังจะตกหลุมรักในความน่ารักของน้องหมีจนทานไม่ลงนะคะ

พิกัด : 1-6-6 Ebisu Shibuya Tokyo

เวลา : ช่วงเดือนมีนาคมถึงตุลาคม 11:00-23:30 น. ช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนกุมภาพันธ์ 12:00-23:00 น.

การเดินทาง : จากสถานี JR Ebisu ทางออก West Exit เดินต่ออีก 2 นาที

จากสถานี Tokyo Metro Ebisu สาย Hibiya ทางออก 1 เดินต่ออีก 3 นาที

แผนที่ : https://goo.gl/maps/6tW1icrdBPT2

http://www.ice-ouca.com/index.html

 

Shiroichi (白一 渋谷店)

มากันที่ร้านสุดท้าย ขอพาเพื่อนๆ กลับมาที่ชิบุย่า ร้านชิโระอิจิ (Shiroichi) ห่างจากสถานีชิบุย่าเพียงแค่ 9 นาทีเท่านั้น ใครผ่านไปผ่านมาแถวนี้ควรจะต้องหาเวลามาแวะให้ได้ ที่นี่ใช้เวลา 10 วินาที ในการนำตัวซอฟต์ครีมใส่ลงโคน รสชาติก็ดีงามขนาดที่ว่ามีลูกค้ามาต่อคิวยาวที่หน้าร้านทุกวัน

ยังไม่หมดแค่นั้นเพราะที่นี่ยังมีเมนูพาร์เฟต์ที่ใช้ท็อปปิ้งออร์แกนิค มีทั้งน้ำอ้อย ถั่วจากฮอกไกโด โมจิชิโระทามะและผงคินาโกะที่ผลิตในญี่ปุ่น ภายในร้านมีที่นั่งสามารถชมวิวความพลุกพล่านของชิบุย่าได้แบบชิวๆ

พิกัด : 1-7-7 Jinnan Shibuya Tokyo, ANDOSⅡBuilding B1F

เวลา : 11.00-20.00 น.

การเดินทาง : จากสถานี JR Shibuya ทางออก Hachiko เดินต่ออีก 9 นาที

แผนที่ : https://goo.gl/maps/fUV5mTMySMs

http://www.shiroichi.com/

เป็นยังไงกันบ้างคะ ร้านไอศกรีมในโตเกียวที่น่าสนใจนี่มีไม่น้อยเลยนะเนี่ย หากใครมีโอกาสได้มาช้อปปิ้งหรือเดินเที่ยวในโตเกียวแล้วล่ะก็อย่าลืมมองหาร้านไอศกรีมที่เรานำมาเสนอกันด้วยนะ ห้ามพลาดเลยเชียว

 

แหล่งที่มาของเรื่อง : kinarino

ภาพจาก : woodberryskippyscococreamnanaya_aoyamaoucashiroichiice



ชวนไป 7 คาเฟ่ในโตเกียวที่มีเอกลักษณ์เฉพาะร้าน และคิ้วท์จนต้องรัวชัตเตอร์ไม่หยุด!

เราเชื่อว่าหลายคนเวลาที่ไปเที่ยวตามที่ต่างๆ ถ้าเจอสถานที่สวยๆ หรืออะไรน่ารักๆ จะต้องไม่พลาดที่จะกดชัตเตอร์มาลงไอจี หรือเก็บภาพสวยๆ ไว้จนเมมกล้องแทบจะเต็ม! วันนี้เราจะมาแนะนำคาเฟ่น่ารักๆ 7 ร้านในโตเกียวที่สายเซลฟี่หรือคนชอบถ่ายรูปห้ามพลาด เพราะนอกจากร้านน่ารักแล้ว ตัวเมนูของกินยังดีงามอีกด้วย

 

HATTIFNATT - ハティフナット(吉祥寺 - Kichijoji

รูปจาก Tabelog

ร้านแรกที่จะแนะนำคือร้านนี้ค่ะ “HATTIFNATT” อยู่ที่ Kichijoji เป็นร้านกาแฟและของหวาน มีเมนูแนะนำอย่างเค้กมองบลังค์ซึ่งจะทำหลังจากที่ได้รับออเดอร์แล้วด้วยนะ รับประกันความสดใหม่แน่นอน นอกจากนี้เมนูอื่นๆ ก็ทำออกมาในรูปแบบที่น่ารักด้วยค่ะ อย่างเช่นพวกกาแฟ หรือเค้กที่ตกแต่งเป็นรูปหน้าต่างๆ ร้านนี้เหมือนเป็นจุดที่คนมา Kichijoji จะต้องมาถ่ายรูปด้วยค่ะ เพราะน่ารักและสะดุดตามากตั้งแต่ประตูภายนอกร้านแล้ว หน้าร้านเป็นเหมือนบ้านในอนิเมะของพวก Studio Ghibli เลย มีปลูกต้นไม้ ดอกไม้ อยู่หน้าร้าน ส่วนภายในร้านนั่นยิ่งน่ารักเข้าไปอีก เพราะภายในตกแต่งด้วยรูปวาดตรงผนังสวยๆ เหมือนนั่งอยู่ในโลกแห่งสมุดภาพระบายสีเลยล่ะ

รูปจาก Tabelog

รูปจาก https://www.facebook.com/hattifnatt.jpn

รูปจาก https://www.facebook.com/hattifnatt.jpn

รูปจาก https://www.facebook.com/hattifnatt.jpn

HATTIFNATT - ハティフナット(吉祥寺 - Kichijoji

ที่อยู่ : 2 – chome – 18 - 10, Koenji, Suginami, Tokyo 166-0002 (เดิน 4 นาที จากสถานี Koenji ทางออก North)

เวลาเปิด-ปิด : วันจันทร์ - วันเสาร์ 12.00 – 23.00 น. (รับออเดอร์สุดท้าย 22.00 น.)

วันอาทิตย์ 12.00 – 22.00 น. (รับออเดอร์สุดท้าย 21.00 น.)

http://www.hattifnatt.jp/

https://www.facebook.com/hattifnatt.jpn

https://www.instagram.com/hattifnatt__koenji/

รูปเพิ่มเติมจาก https://tabelog.com/en/tokyo/A1319/A131904/13040604/

 

Stationery Café (Bunbougu Café) - 文房具カフェ(表参道 – Omotesando)

รูปจาก Tabelog

ดูจากชื่อร้านว่า “Bunbougu – เครื่องเขียน” แล้ว ก็ตามชื่อร้านเลยค่ะ ร้านนี้เป็นคาเฟ่ที่มีคอนเซ็ปต์หลักๆ คือมีเครื่องเขียนจำหน่ายด้วย แต่ก็มีเมนูอาหารให้เลือกหลากหลายอย่างเช่น พาสต้า พิซซ่า ชา กาแฟ เครื่องดื่มต่างๆ

รูปจาก https://www.facebook.com/pg/bunbougucafe

รูปจาก https://twitter.com/bunbougucafe

เมนูแนะนำของทางร้านเป็นข้าวแกงกะหรี่ แล้วก็แพนเค้กค่ะ ที่ร้านใช้ที่รองจานแบบเป็นกระดาษเพื่อเอาไว้ให้เราวาดรูปลงไปได้ด้วยล่ะ เพลินไปอีกแบบเลย บางทีทางร้านก็จะมีพวกเวิร์คช็อปต่างๆ ด้วย สามารถติดตามได้จากเว็บไซต์หรือทวิตเตอร์ของทางร้านนะคะ

รูปจาก https://www.facebook.com/pg/bunbougucafe

รูปจาก Tabelog

รูปจาก Tabelog

Stationery Café (Bunbougu Café) - 文房具カフェ(表参道 – Omotesando)

ที่อยู่ : ตึก Uchida ชั้น B1, 4-8-1 Jingumae, Shibuya, Tokyo (เดิน 4 นาทีจากทางออก A2 สถานี Omotesando)

เวลาเปิด-ปิด : 10.00 – 23.00 น. (เมนูอาหารกลางวันช่วง 11.00 – 17.00 น.)

https://www.bun-cafe.com/

https://www.facebook.com/pg/bunbougucafe

https://twitter.com/bunbougucafe

รูปเพิ่มเติมจาก https://tabelog.com/en/tokyo/A1306/A130602/13142860/

 

KAWAII MONSTER CAFE HARAJUKU (原宿 – Harajuku)

รูปจาก https://www.facebook.com/kawaiimonstercafe

เรื่องหลุดโลกแบบญี่ปุ่นๆ หรือวัฒนธรรมคาวาอี้สีสันแสบทรวงต้องนึกถึงที่นี่เลย “Harajuku” แหล่งรวมวัยรุ่นและการแต่งตัวแปลกๆ แหวกแนวไม่เหมือนใครในโลก! ที่นี่เป็นคาเฟ่ในฮาราจูกุที่คงคอนเซ็ปต์นี้อย่างชัดเจน ตั้งแต่การตกแต่งร้าน เมนูอาหาร ไปจนถึงพนักงานเสิร์ฟ ถ้าได้เข้ามาเยือนสักครั้งจะรู้สึกว่า “นี่มันสวนสนุกหรือคาเฟ่กันแน่!”

รูปจาก https://www.facebook.com/kawaiimonstercafe

รูปจาก https://www.facebook.com/kawaiimonstercafe

รูปจาก https://www.facebook.com/kawaiimonstercafe

บรรยากาศร้านตอนกลางวันกับกลางคืนถูกจัดให้แตกต่างกัน บางคืนจะมีโชว์จากทางร้าน (สามารถเช็คได้จากเฟซบุ๊กร้าน) ลองดูคลิปความคาวาอี้ของทางร้านนี้เป็นตัวอย่างก่อนได้เลยค่ะ

KAWAII MONSTER CAFE HARAJUKU

ที่อยู่ : ตึก YM Square Harajuku ชั้น 4, 4-31-10 Jingumae, Shibuya, Tokyo

เวลาเปิด-ปิด : วันจันทร์ - วันเสาร์ - วันหยุดทั่วไป ช่วงอาหารกลางวัน 11.30 – 16.30 น. / อาหารเย็น 18.00 – 22.30 น.

วันอาทิตย์ 11.00 – 20.00 น.

(บางวันทางร้านอาจปิดเพื่อจัดอีเว้นท์พิเศษ โปรดเช็คกับเฟซบุ๊กของทางร้าน)

http://kawaiimonster.jp/

https://www.facebook.com/kawaiimonstercafe

https://www.instagram.com/kawaiimonstercafe/

https://twitter.com/kawaiimonsterca

 

Q-pot CAFE. - キューポットカフェ(原宿 - Harajuku

รูปจาก https://www.facebook.com/pg/QpotcafeJP

Q-pot CAFE. เป็นคอนเซ็ปต์คาเฟ่ที่ร้านอาหารทำร่วมกันกับ Q-pot แบรนด์เครื่องประดับของญี่ปุ่นที่มีเอกลักษณ์ตรงที่ชอบทำเครื่องประดับออกมาในรูป “ขนมหวาน หรือบิสกิตต่างๆ” ตัวคาเฟ่เพิ่งเปิดเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา มีห้อง มีมุมให้ถ่ายภาพเยอะแยะ เหมือนอยู่ในโลกเทพนิยาย หรือในเรื่อง “อลิซในแดนมหัศจรรย์” เลยค่ะ เมนูอาหารในร้านก็จะเป็นเครื่องดื่ม เบเกอรี่ ขนมหวานที่ใช้ผลไม้ตามฤดูกาล สาวหวานที่ชอบแนวเจ้าหญิงๆ ต้องห้ามพลาดร้านนี้เลยล่ะ!

 

รูปจาก https://www.facebook.com/pg/QpotcafeJP

รูปจาก http://www.q-pot.jp/shop/cafe/menu

รูปจาก http://www.q-pot.jp/shop/cafe/menu

รูปจาก http://www.q-pot.jp/shop/cafe/menu

Q-pot CAFE (Harajuku)

ที่อยู่ : 3-4-8 Jingumae, Shibuya, Tokyo 150-0001

เวลาเปิด-ปิด : 11.00 – 20.00 น. (รับออเดอร์สุดท้าย 19.30 น.) / ปิดวันสิ้นปี – วันขึ้นปีใหม่

http://www.q-pot.jp/shop/cafe/?eng=1

https://www.facebook.com/QpotcafeJP/

https://www.instagram.com/qpot_official/

https://twitter.com/QpotCAFE

 

MR.FRIENDLY Café (代官山 – Daikanyama)

รูปจาก http://www.mrfriendly.jp/main/02_shop/

ร้านต่อมาที่จะแนะนำเป็นร้าน “Mr.Friendly Café” ที่เห็นแค่ภายนอกก็สะดุดตาในความน่ารักของ “Mr.Friendly” ที่เป็นตัวเอกของทางร้านนี้แล้วค่ะ มุมที่คนชอบมาถ่ายรูปกันมากที่สุดคือ “ม้านั่งข้างร้าน ริมกำแพงสีขาว”

รูปจาก http://www.mrfriendly.jp/main/02_shop/

ภายในร้านจะมีขายของที่ระลึกของคุณ Mr.Friendly เยอะแยะไปหมดเลย ส่วนเมนูของทางร้านก็มาในแบบน่ารัก เห็นแล้วอดไม่ได้ที่ต้องหยิบกล้องมาแชะภาพเสียหน่อยค่ะ เพราะเกือบทุกเมนูประดับไปด้วย “ฮอตเค้กรูป Mr.Friendly” สุดน่ารักแถมยังอร่อยด้วย

รูปจาก Tabelog

รูปจาก Tabelog

รูปจาก Tabelog

Mr.Friendly Café - ミスター・フレンドリー カフェ

ที่อยู่ : ตึก SP ชั้น 1, 2-18-6 Ebisunishi, Shibuya, Tokyo 150-0021

เวลาเปิด-ปิด : 11.00 – 20.00 น. / ปิดวันสิ้นปี – วันขึ้นปีใหม่

http://www.mrfriendly.jp/main/02_shop/

https://www.facebook.com/MR.FRIENDLYcafe/

รูปเพิ่มเติมจาก https://tabelog.com/en/tokyo/A1303/A130303/13049605/

 

Cafe Lotta - カフェ・ロッタ(世田谷 - Setagaya

คาเฟ่คิ้วท์ๆ สีขาวสบายตาในย่าน Setagaya การตกแต่งในร้านดูเรียบง่ายแต่มีสไตล์ มานั่งพักผ่อนชิลๆ ได้ เมนูแนะนำคือกาแฟที่ตกแต่งลาเต้อาร์ทเป็นรูปหน้าคนน่ารักๆ หรือข้าวห่อไข่ (Omu Rice) ที่ตกแต่งด้วยชื่อร้าน

รูปจาก Tabelog

รูปจาก Tabelog

Cafe Lotta – Setagaya

ที่อยู่ : 4-2-12 Setagaya, Setagaya, Tokyo

เวลาเปิด-ปิด : 11.00 – 18.00 น. (รับออเดอร์สุดท้าย 17.30 น.) / หยุดทุกวันพุธ – พฤหัสบดี

http://cafelotta0322.jugem.jp/

รูปเพิ่มเติมจาก https://tabelog.com/en/tokyo/A1317/A131709/13013128/

 

ALL C’S CAFE - オールシーズカフェ(高円寺 - Koenji)

รูปจาก Tabelog

ร้านสุดท้ายที่จะแนะนำในครั้งนี้คือร้าน “ALL C’S CAFÉ” ค่ะ เป็นร้านที่มีครบทั้งของคาวของหวาน มีเมนูให้เลือกเพียบ แถมเปลี่ยนการตกแต่งร้านไปตามแต่ละเทศกาลด้วยนะ เรียกได้ว่าหากไปต่างช่วงเวลากัน ไม่ว่าจะเป็นวาเลนไทน์ ฮาโลวีน หรือคริสต์มาส ก็จะได้เห็นการตกแต่งภายในร้านที่ต่างกันออกไป สามารถไปซ้ำได้โดยไม่มีเบื่อค่ะ (แถมหน้าตาอาหารยังน่าทาน คิ้วท์ๆ ไปเสียหมดทุกอย่างเลย!) เมนูแนะนำของที่นี่จะเป็นพวกเครป เค้ก คุกกี้ กาแฟ ค่ะ

รูปจาก Tabelog

รูปจาก https://twitter.com/all_cscafe

รูปจาก Tabelog

รูปจาก Tabelog

รูปจาก Tabelog

ALL C’S CAFÉ

ที่อยู่ : ตึก Miyake ชั้น 2, 3-25-24 Takamadera, Suginami, Tokyo 166-0002 (เดินจากสถานี Koenji 5 นาที)

เวลาเปิด-ปิด : 12.00 – 22.00 น. / หยุดวันขึ้นปีใหม่

http://www.allcscafe.com/

https://www.facebook.com/pages/ALL-Cs-CAFEオールシーズカフェ/733415723409805

https://twitter.com/all_cscafe

รูปเพิ่มเติมจาก https://tabelog.com/en/tokyo/A1319/A131904/13131476/

แหล่งที่มา: retrip



พาไปดูคาเฟ่แมว “Temari no Oshiro” ที่เหมือนหลุดออกมาจากภาพยนตร์การ์ตูนของ “Studio Ghibli” จะน่าสนใจแค่ไหน ตามมาดูกันเลยค่ะ!!

คาเฟ่แมวที่ชวนหลงใหลแห่งนี้ ตั้งอยู่ในย่านคิจิโจจิ (Kichijoji) เขตโตเกียว

ละแวกเดียวกันกับพิพิธภัณฑ์อย่างเป็นทางการของ "Studio Ghibli"

จึงไม่แปลกที่จะถูกสร้างและตกแต่งให้เหมือนกับอยู่ในฉากภาพยนตร์เรื่องหนึ่งของ Studio Ghibli

ประเทศที่มีคาเฟ่แมวเยอะมากๆ อย่างญี่ปุ่น แน่นอนว่ามีคาเฟ่แมวหลากหลายรูปแบบมาก คุณสามารถเพลิดเพลินไปกับคาเฟ่แมวบนรถไฟหรือคาเฟ่แมวคอสเพลย์ที่บางครั้งก็ให้แมวทั้งร้านแต่งชุดคอสเพลย์ในรูปแบบต่างๆ ไปตามเทศกาล

แต่สำหรับที่นี่แตกต่างออกไป เพื่อให้เข้ากับบรรยากาศโดยรอบของหมูบ้านจิบลิ คาเฟ่ "Temari no Oshiro" จึงจัดธีมตกแต่งร้านสไตล์การผจญภัย คล้ายปราสาทเมืองเวทมนตร์ เรียกว่าเหมาะมากที่จะเป็นฉากหนึ่งในภาพยนตร์เกี่ยวกับแมวของผู้กำกับชื่อดังของจิบลิอย่าง "Hayao Miyazaki"

การตกแต่งทั้งด้านนอกและด้านในคาเฟ่ มีต้นแบบมาจากโลกแฟนตาซี จึงมั่นใจได้ว่าน่าจะถูกอกถูกใจแฟนๆ ที่รักน้องเหมียวและแฟนๆ ของ Studio Ghibli อย่างแน่นอน

ด้วยการตกแต่งภายในที่มีความงดงามราวกับหลุดออกมาจากเทพนิยายนี้เองที่ ทำให้คาเฟ่แห่งนี้โดดเด่นจากที่อื่น คุณสามารถแวะเพลิดเพลินกับเครื่องดื่ม พร้อมๆ ไปกับการเล่นและให้อาหาร (ทางร้านเตรียมไว้ให้) กับเจ้าเหมียวตัวน้อยๆ ทั้งหลาย ก่อนที่จะมุ่งหน้าไปยังพิพิธภัณฑ์ Studio Ghibli หรือสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอื่นๆ ในย่านคิจิโจจิ

เข้าดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์อย่างเป็นทางการของ Petit Mura และ Temari no Oshiro ค่าเข้า 1,200 เยน (350บาท) ในวันธรรมดา และ 1,600 เยน ( 467บาท) ในวันหยุดสุดสัปดาห์และวันหยุดต่างๆ พิเศษไปกว่านั้น ค่าเข้าชมเวลากลางคืน (หลัง 19:00 น. )  700 เยน ( 205 บาท) เท่านั้น! ที่สำคัญ ที่นี่มีพนักงานหลายคนที่สามารถพูดภาษาอังกฤษคอยต้อนรับนักท่องเที่ยวด้วย

เพื่อนๆ ไม่ควรพลาดที่จะใส่สถานที่แห่งนี้เข้าไปในโปรแกรมการท่องเที่ยวของคุณ คุณจะได้ความสนุกคูณสอง ทั้งการเที่ยวชม Ghibli ต้นตำรับของแท้ และการเพลิดเพลินไปกับแมวที่แสนน่ารักในปราสาทที่มีมนต์ขลังแฟนตาซีแห่งนี้ค่ะ

 

แหล่งที่มาเรื่องและภาพ : grapee



5 ร้านอุปกรณ์เครื่องเขียนในโตเกียวที่น่าแวะไปเลือกซื้อของมาตกแต่งโต๊ะทำงาน!

Bianci

Yamada Stationery

Yamada Stationary เป็นหนึ่งในร้านที่ติดอันดับสำหรับคนรักเครื่องเขียน เปิดตัวตั้งแต่ปี ค.ศ. 2008 ในย่าน Mitaka เครื่องเขียน สมุดโน้ต ตัวปั๊ม ซองจดหมายกว่า 1.000 ชนิดที่วางจำหน่ายอยู่ในร้าน ล้วนแต่เป็นเครื่องเขียนที่ตามโรงเรียน หรือห้องสมุดของประเทศญี่ปุ่นใช้กันจริงๆ บางยี่ห้อก็เป็นเครื่องเขียนที่ถูกใช้มานนาน ให้กลิ่นอายความวินเทจเล็กๆ  และยังมีสินค้านำเข้าจากแบรนด์ต่างประเทศ เช่น เซ็ทกระดาษซองจดหมาย สติ๊กเกอร์ และอุปกรณ์เครื่องเขียนอีกมากมาย

ที่ตั้งร้าน:  1F Mitaka Plaza 3-38-4 Shimorenjaku, Mitaka-shi Tokyo

เวลาทำการ: วันจันทร์ ถึง วันศุกร์ 11.00 น. – 19.00 น. / วันเสาร์-อาทิตย์ วันหยุดนักขัตฤกษ์ 11.00 น. – 20.00 น.

Website: https://yamadastationery.jp/

36 Sublo


อีกหนึ่งร้านที่ได้รับความนิยมอย่างมากสำหรับนักสะสมเครื่องเขียน เพราะที่นี่เปิดตั้งแต่ปี ค.ศ. 2004 ร้าน 36 Sublo รวบรวมเครื่องเขียนวินเทจที่เด็กๆ ชาวญี่ปุ่นใช้กันในสมัยก่อน รวมไปถึงแบรนด์เครื่องเขียนทั่วไปของประเทศญี่ปุ่น และยังมีตัวปั๊มลายน่ารัก ที่เหล่านักสะสมควรมาเก็บทุกคอลเลคชั่น นอกจากนี้ยังมีกระดาษ สมุดโน๊ต ของกระจุกกระจิกที่นำเข้าจากต่างประเทศอีกมากมายให้เลือกซื้อ

ที่ตั้งร้าน: 2F Hara Building 2-4-16 Kichijoji-Honcho, Musashino-shi, Tokyo

เวลาทำการ: 12.00 น. – 20.00 น. (ปิดทุกวันอังคาร)

Website: http://www.sublo.net/

 

Sanymiso

Papier Labo

 

Papier Labo เป็นร้านที่มีกระดาษหลากหลายชนิดสำหรับทุกๆ จุดประสงค์การใช้งาน แถมยังมีบริการออกแบบนามบัตร, ออกแบบแสตมป์ตรายาง, และบริการพิมพ์งานต่างๆ ตามที่ลูกค้าต้องการ สินค้าทุกชนิดล้วนแต่เหมาะแก่การซื้อเป็นของขวัญ รวมถึงการตกแต่งโต๊ะทำงานให้มีสีสันมากขึ้น 

ที่ตั้งร้าน: 106, 1-1-1 Jingumae, Shibuya-ku, Tokyo

เวลาทำการ: 11.00 น. – 17.00 น. (ปิดทุกวันจันทร์)

Website: http://papierlabo.com/

 Ginza Itoya

 

อุปกรณ์เครื่องเขียนทุกสิ่งอย่างที่เพื่อนๆ ตามหาจะต้องอยู่ในร้าน Ginza Itoya อย่างแน่นอน เพราะว่าร้านนี้มีถึง 12 ชั้นให้ได้เดินช็อปกันทั้งวัน! ที่นี่มีการจัดวางอย่างเป็นระเบียบ ง่ายแก่การหาสินค้าที่ต้องการ เมื่อเหนื่อยแล้ว ชั้น 12 ของตึกจะมีคาเฟ่ให้นักช็อปได้นั่งพัก จิบเครื่องดื่ม แถมยังมีอาหารสุขภาพที่มีผักไฮโดรโปนิกส์ปลูกกันสดๆ ของร้านให้ทานคลายเหนื่อยอีกด้วยค่ะ

ที่ตั้งร้าน: 2-7-15 Ginza, Chuo-ku, Tokyo

เวลาทำการ: 10.00 น. – 20.00 น. / วันอาทิตย์และวันหยุดราชการเปิดถึง 1 ทุ่ม

ส่วนคาเฟ่เปิดถึง 22.00 น.

Website: http://www.ito-ya.co.jp/

Giovanni Kichijoji

สำหรับใครที่ชอบกลิ่นอายยุโรป หรืออุปกรณ์เครื่องเขียนที่มีดีไซน์ไม่เหมือนใครจะต้องชอบร้าน Giovanni Kichijoji อย่างแน่นอนค่ะ เพราะเจ้าของร้านได้รวมรวมคอลเลคชั่นอุปกรณ์เครื่องเขียนจากยุโรป นำมาวางขายที่นี่ ของบางชิ้นยังเป็น unlimited edition ที่หาซื้อได้ยากอีกด้วย ใครเป็นนักสะสม ห้ามพลาดเลยทีเดียวเชียว

ที่ตั้งร้าน: 4-13-2 Kichijoji-Honcho, Musashino-shi, Tokyo

เวลาทำการ: 11.00 น. – 20.00 น. (ปิดวันอังคาร และวันพุธ)

Website: http://www.giovanni.jp/

Kakimori

คนรักการเขียนมือจะต้องหลงรักร้าน Kakimori แน่ๆ ค่ะ เพราะเนื่องจากมีปากกาและน้ำหมึกปากกามากมายหลายชนิดตั้งวางให้นักเขียนได้เลือกซื้อกัน นอกจากนี้ยังมีบริการสั่งทำสมุด โดยเพื่อนๆ เพียงเลือกแบบปก กระดาษ และองค์ประกอบอื่นๆ พนักงานก็จะลงมือทำให้ทันที โดยใช้เวลาเพียง 10 นาทีค่ะ

ที่ตั้งร้าน: 4-20-12 Kuramae, Taito-ku, Tokyo

เวลาทำการ: อังคาร – ศุกร์ 12.00 น. – 19.00 น. / เสาร์และวันหยุดราชการ 11.00 น. – 19.00 น. (ปิดทุกวันจันทร์)

Website: http://kakimori.com/

 

Kyukyodo 

ร้าน Kyukyodo เปิดทำการและดูแลกิจการโดยครอบครัวคูมาไก มา 300 กว่าปีแล้วค่ะ ซึ่งแต่เดิมร้านสาขาแรกตั้งอยู่ที่เมืองเกียวโต แม้จะย้ายมาอยู่โตเกียวแล้ว ร้านก็ยังคงมีกลิ่นอายญี่ปุ่นสมัยดั้งเดิมอยู่เหมือนเดิมตั้งแต่ทางเข้าร้านที่ดูขลัง จนไปถึงอุปกรณ์เครื่องเขียนแบบญี่ปุ่น ซึ่งเหมาะแก่การนำไปเป็นของฝากมากๆค่ะ

 

ที่ตั้งร้าน: 5-7-4 Ginza, Chuo-ku, Tokyo

เวลาทำการ: จันทร์ – เสาร์ 10.00 น. – 19.00 น. / วันอาทิตย์และวันหยุดราชการ 11.00 น. – 19.00 น.

Website: http://www.kyukyodo.co.jp/

 

แหล่งที่มาและภาพประกอบเพิ่มเติม :timeout



ชวนไปดื่ม 7 ร้านชานมไข่มุกในโตเกียวที่ฮิตสุดๆ ใน IG ญี่ปุ่น

เชื่อเลยว่าหนึ่งในเครื่องดื่มในดวงใจของใครหลายๆ คนจะต้องมี ชานมไข่มุก อยู่ในนั้นใช่ไหมละคะ ? จริงๆ แล้วตอนนี้ที่ญี่ปุ่นเค้าก็ฮิตดื่มไม่แพ้พวกเราเหมือนกัน เห็นได้จากร้านชานมไข่มุกเจ้าดังๆ ที่ทยอยมาเปิดในญี่ปุ่นกันตั้งแต่เมื่อปีที่แล้ว คราวนี้ล่ะ สาวกชามุก เวลาไปญี่ปุ่นก็หาซื้อได้ง่ายๆ แล้ว โดยเฉพาะในโตเกียวเขาก็มีหลายร้านที่ดังมากจนมักไปโผล่อยู่ใน IG ญี่ปุ่นกันเต็มไปหมด วันนี้เราเลยจะมาชี้พิกัด 7 ร้านชานมไข่มุกในโตเกียวให้เพื่อนๆ ได้ไปตามรอยกันค่ะ

1.【Jiyugaoka】THE ALLEY

เริ่มกันที่ร้านแรกด้วยร้าน THE ALLEY (เดอะ อัลเล่ย์) ที่มักปรากฏตาม IG ของญี่ปุ่นมากที่สุด ด้วยดีไซน์ของแก้วที่ดูแพง มีรูปน้องกวางแปะอยู่เป็นสัญลักษณ์เก๋ๆ ยิ่งใส่น้ำชาที่มีไข่มุกเข้าไปด้วยและถือถ่ายรูปก็ยิ่งดูเก๋เข้าไปใหญ่ ตอนนี้เดอะ อัลเล่ย์มีถึง 6 สาขาแล้วในโตเกียว แต่สาขาน้องใหมม่ที่เพิ่งจะเปิดเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาอยู่ที่ Jiyugaoka (自由が丘) ค่ะ

รสชาติของเขาก็ไม่น้อยหน้า เมนูยอดฮิตของร้านนี้คือ ชาอัสสัมที่ชงด้วยสูตรเฉพาะตัว นามว่า Royal No.9 (แบบใส่ไข่มุก ไซส์ M 500¥- 150 บาท) ที่มีกลิ่นหอมสุดๆ นอกจากนี้ในทุกเมนูของร้านนี้เราสามารถเลือกระดับอุณหภูมิของเครื่องดื่มได้ ตั้งแต่ Cold (冷) Mild Hot (温) และ Hot (熱) ซึ่งแต่ระดับก็ทำให้ได้รสชาติที่แตกต่างกันค่ะ

พิกัด : 1 Chome-7-11 Jiyugaoka, Meguro, Tokyo 152-0035
เวลา : 10.00-22.00 น.
การเดินทาง : จากสถานี Jiyugaoka (自由が丘駅) เดินต่ออีก 2 นาที
เว็บไซด์ : http://www.the-alley.jp/

2.【Omotesando】Gong cha

มาต่อกันที่ร้านที่สองที่คิดว่าหลายคนน่าจะเคยได้ยินชื่อเสียงเรียงนามของ กงฉะ มาบ้างแล้วเพราะเขาก็เคยมาเปิดสาขาที่ไทยแล้วก็ฮิตอยู่พักนึงเหมือนกัน หลังจากเปิดสาขาที่ไต้หวัน และกระจายไปทั่วโลกกว่า 1400 สาขา ในที่สุดก็ได้ฤกษ์มาเปิดที่ญี่ปุ่น จนฮิตมากก คนเข้าคิวหน้าร้านกันยาวเหยียดเลยทีเดียวแม้จะเปิดมาได้สักพักแล้ว

ชื่อเสียงเรียงนามของกงฉะนอกจากเราจะสามารถเลือกระดับความหวานและปริมาณน้ำแข็งได้เองแล้ว เขายังดังเรื่องไข่มุกอร่อยที่ผ่านการผลิตมาอย่างพิถีพิถันจนกลายมาเป็นไข่มุกเม็ดโตๆ หนึบหนับยิ่งเคี้ยวยิ่งฟินอย่างที่เห็น

พิกัด : 6 Chome-6-2 Jingumae, Shibuya,Tokyo 150-0001
เวลา : จ.-พฤ.11.00-21.30 น.  ศ. 11.00-22.00 น. ส.-อา.และวันหยุดนักขัตฤกษ์ 10.00-22.00 น.
การเดินทาง : จากสถานี Meijijingu-Mae (明治神宮前駅) ใช้ทางออกที่ 7 เดินต่ออีก 3 นาที
เว็บไซด์ : http://www.gongcha.co.jp/

3.【Daikanyama】春水堂 (Chun Shui Tang)

ร้านต่อมาชื่อว่าชุน ซุย ถัง เรียกได้ว่าเป็นร้านบุกเบิกชานมไข่มุกในญี่ปุ่นเลยก็ว่าได้เพราะชานมจากไต้หวันเจ้านี้มาเปิดสาขาที่ไดคังยามะ (代官山) นานแล้ว แล้วก็ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า ร้านแน่นไปด้วยลูกค้าไม่แพ้สองร้านบนเลย

จุดเด่นของร้านนี้อยู่ที่ใช้ใบชาจากธรรมชาติแท้ๆ ไม่มีการแต่งกลิ่นแต่งสีเลียนธรรมชาติอะไรทั้งนั้น รับรองว่าเราจะได้ทานชาอร่อยๆ แบบดีต่อสุขภาพไปอีก นอกจากชานมไข่มุกแล้วเขาก็ยังมีขนมสไตล์ไต้หวันให้ได้ลิ้มลองกันด้วยอย่าง เต้าฮวย ที่มีทั้งพุดดิ้งเต้าหู้อยู่ในน้ำชามะลิกลิ่นหอมๆ ใครไปก็อย่าลืมไปชิมล่ะ

พิกัด : 1F, 20-9 Daikanyamacho, Shibuya, Tokyo 150-0034
เวลา : 11.00-21.00 น.
การเดินทาง : จากสถานี Daikanayama (代官山駅) เดินต่ออีก 1 นาที
เว็บไซด์ : https://www.chunshuitang.jp/

4.【Shinjuku】Pearl Lady Cha BAR

ถ้าอยากดื่มชานมไข่มุกรูปแบบใหม่ต้องร้านนี้เลย เพิร์ล เลดี้ ฉะ บาร์ แห่งย่านชินจูกุที่ตอนนี้กำลังฮิตสุดๆ ใน IG เพราะเขามีเมนูที่น่าสนใจอย่าง Gan-en Cream Tea Latte (岩塩クリーム茶ラテ) ที่เป็นชานมไข่มุกราดด้วยครีมนุ่มๆ มีส่วนผสมจากชีสและเกลือทะเลล่ะทุกคน ! รสชาติก็จะเป็นแบบหวานๆ เค็มๆ หนึบๆ หน่อย

นอกจากรูปแบบจะไม่ธรรมดาแล้ว วิธีดื่มของเขาก็ไม่ธรรมดาเพราะมี 3 ขั้นตอนด้วยกันคือ

① ชิมครีม

② ใช้หลอดดูดชาจากก้นแก้วขึ้นมา

③ กระดกดื่มเพื่อลิ้มรสของทั้งสองรสชาติ

นอกจากนี้เมนูอื่นที่ฮิตๆ ก็อย่างเช่น โฮจิฉะลาเต้ ที่เขาบอกว่ารสชาติเข้มข้นมากๆ อีกทั้งชาผลไม้ที่ใส่ผลไม้สดๆ เข้าไปด้วย ไม่ลองไม่ได้แล้วล่ะ

พิกัด : Musashino Building B1F 3-27-10, Shinjuku, Tokyo 160-0021
เวลา : 11.00-23.00 น.
การเดินทาง : สถานี JR Shinjuku (新宿駅) ใช้ทางออก East Exit (東口) เดินต่ออีก 1 นาที
เว็บไซด์ : http://www.pearllady.jp/chabar/index.html

5.【Kichijoji】囍茶東京(KIKICHA TOKYO)

ร้านต่อมาเป็นร้านที่ให้อารมณ์เหมือนอยู่ในคาเฟ่ไต้หวันแท้ๆ แถมแก้วชาของเขาก็น่ารักมาก มีรูปเด็กหญิงผมสั้นตัวน้อยที่น่าจะต้องชื่อกีกี้จังแน่ๆ แปะอยู่บนแก้วกระดาษ ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมคนญี่ปุ่นเขาถึงฮิตถ่ายรูปลง IG กัน

ความพิเศษของร้านนี้นอกจากความน่ารักคือ ใช้ใบชาธรรมชาติปราศจากสารปรุงแต่งที่นำเข้ามาจากไต้หวันโดยเฉพาะ เราสามารถเลือกท็อปปิ้งได้ เช่น วิปครีม หรือจะเป็นเม็ดไข่มุกที่ใช้น้ำตาลสดที่ผ่านการผลิตโดยร้านอันเก่าแก่ของไต้หวันที่เขาบอกว่าดื่มแล้วจะทำให้สวยขึ้น (จริงหรือเปล่าต้องไปลองกันเอาเองนะ) อ้อ ! และร้านนี้ก็ไม่ได้ขายแค่ชานะ เพราะเขามีเมนูอาหารคาวสไตล์ใต้หวันให้เราเลือกทานอีกด้วย เรียกได้ว่ามาร้านนี้แล้วอิ่มไปได้หนึ่งมื้อ เที่ยวต่อได้สบายค่ะ

พิกัด : 1 Chome-9-9 Kichijoji Minamicho, Musashino, Tokyo 180-0003
เวลา : 11.00-19.00 น.
การเดินทาง : จากสถานี JR Kichijoji (JR 吉祥寺駅) ใช้ทางเดินมุ่งหน้าไปทางเข้าสวน Inokashira Koen ใช้เวลา 3 นาที

6.【Harajuku】BOBA GO

ต่อมาเราจะพามาบุกฮาราจูกุ ย่านเด็กแนว แน่นอนว่าร้านต่อไปนี้ก็ไม่ธรรมดาแน่นอน แถมฮิตสุดๆ จนมักจะไปโผล่ในหน้า IG บ่อยๆ นั่นก็คือ โบบา โก จุดเด่นของร้านนี้คือเสิร์ฟชานมไข่มุกในแก้วหลอดไฟ น่ารักไปอีก ถือว่าเป็นเจ้าแรกในญี่ปุ่นเลยนะเนี่ย แต่ร้านนี้เขาไม่ได้มีดีแค่หน้าตาอย่างเดียวหรอกนะ เพราะชานมและไข่มุกของเขาก็หอมหวานกำลังดี สมกับชื่อร้าน BOBA ที่แปลว่า ไข่มุก

อีกอย่างหนึ่งที่พิเศษไม่แพ้ตัวแก้ว เพราะรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ อย่างหลอดก็ทำเป็นรูปหัวใจ น่ารักแบบนี้ก็อย่าลืมแชะรูปไปอวดเพื่อนๆ กันล่ะ

พิกัด : SOLADO Harajuku 2F 1-8-2 Jingumae, Shibuya, Tokyo, 150-0001
เวลา : วันธรรมดา 10.30-20.30 น. วันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ 10.30-21.00 น.
การเดินทาง : รถไฟ JR สถานี Harajuku (原宿駅) ทางออก Takeshita (竹下口) เดินต่ออีก 5 นาที
รถไฟ Metro สถานี Meijijingu-Mae (明治神宮前駅) ทางออกเบอร์ 5 เดินต่ออีก 3 นาที

7.【Harajuku】彩茶房 (Saisabo)

ร้านสุดท้ายที่อยากจะชี้เป้าเพื่อนๆ ต้องร้านนี้เลย ไซซะโบ ที่มีลายแก้วสวยงาม ดูเหมือนกำลังดื่มชาจากแบรนด์ชั้นสูงอยู่ก็ไม่ปาน จุดเด่นของร้านนี้คือใบชาค่ะ เพราะเขาใช้ใบชาที่ปลูกในไร่ชาที่มีชื่อเสียงในไต้หวัน นอกจากเราจะได้ดื่มชาชั้นดีแล้ว ทางร้านเขาก็มีท็อปปิ้งให้เราเลือกได้ ทั้งไข่มุก และครีมชีส

เมนูที่ขึ้นชื่อของไซซะโบก็ต้องเป็นชานมไข่มุกแน่นอนอยู่แล้ว ชานมที่ผ่านกระบวนการต้มใบชาชั้นดีอย่างพิถีพิถัน เมื่อทานกับไข่มุกเม็ดหนึบหนับก็ได้รสชาติที่เข้ากันอย่างลงตัวสุดๆ

พิกัด : CASCADE HARAJUKU 1F 1-10-37 Jingumae, Shibuya, Tokyo 150-0001
เวลา : วันธรรมดา 11.00-21.00 น. วันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ 10.00-21.00 น.
การเดินทาง : สถานีรถไฟ JR Harajuku (原宿駅) ทางออก Omotesando เดินต่ออีก 2 นาที
เว็บไซด์ : http://saisabo.com/

เป็นยังไงกันบ้างคะ ถูกใจกันไหม ? จริงๆ ร้านชานมไข่มุกที่น่าสนใจนี่ยังมีอีกหลายร้านเลย แต่ 7 ร้านที่ยกมานี้คือ ฮิตจริงอะไรจริง ยังไงก็อย่าลืมไปลองกันนะคะ ^^

บทความจาก : https://www.jalan.net/news/article/224187/
รูปภาพจาก :  http://www.gongcha.co.jp/menu/findyourtea/
https://twitter.com/cha_bar_tapioca/media
https://twitter.com/kikichatokyo/media
http://saisabo.com/



ชี้พิกัดรวม 4 อีเว้นท์แสดงผลงานชมซากุระในรูปแบบของแสงสีเสียงสุดอลังและดิจิทัลอาร์ตที่คนรักงานศิลป์ไม่ควรพลาด

ฤดูใบไม้ผลิเป็นฤดูกาลสุดฮิตแห่งการท่องเที่ยว แต่เนื่องจากทั่วทุกแห่งมักจะเนืองแน่นไปด้วยผู้คนมากมาย หลายคนอาจไม่สะดวกหรือ ช่วงที่ไปไม่ตรงกับซากุระบาน เรามี 4 นิทรรศการและโชว์เกี่ยวกับซากุระสวยๆ ที่จัดช่วงเมษายนมาฝาก

1. Gotenyama Cherry Blossom Festival

งานเทศกาลชมซากุระ Gotenyama Sakura Festival จัดขึ้นที่ Trust City ย่านชินากาวะ กรุงโตเกียว โดยงานนี้มีคอนเซ็ปต์ Edo x Art x Exhibition นอกจากจะได้ชมซากุระในบรรยากาศย้อนยุคของเอโดะแล้ว ยังได้ชมการจัดแสดงงานศิลปะ ผ่านไลท์อัพ และ พิธีชงชา ที่ใช้เทคโนโลยีล่าสุด

Gotenyama Cherry Blossom 2018

สถานที่: Gotenyama Trust City, Tokyo Marriott Hotel, Hara Museum

เวลา / วันที่: ศุกร์ 6 เมษายน 2018 @ 11: 00-20: 00 น.
วันเสาร์ที่ 7 เมษายน 2018 เวลา 11: 00-20: 00 น.
วันอาทิตย์ที่ 8 เมษายน 2018 เวลา 11: 00-16: 00 น.

การเดินทาง: นั่งรถบัสฟรี 5 นาทีหรือเดินจากสถานี Shinagawa เพียง 10 นาทีโดยใช้เส้นทาง JR Line / เดิน 5 นาทีจากสถานี Kitashinagawa ผ่านสาย Keihin Kyūkō

2. Takato Sakura Matsuri

หนึ่งในสามสถานที่ชมดอกซากุระอันดับต้นๆ ในประเทศญี่ปุ่น ตั้งอยู่ที่ เมืองอินะ จังหวัดนะกะโนะ ในเดือนเมษายนสวนของซากปราสาททะคะโตะ จะถูกปกคลุมด้วยดอกไม้สีชมพูต้นซากุระในสวนมีทั้งหมดกว่า 1500 ต้น ส่วนใหญ่จะเป็นพันธ์ทะคะโตะ-โคะฮิกัน (Takato-Kohigan) งานเทศกาลจัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 1-30 เมษายน โดยปกติแล้ว สวนเปิดให้เข้าชมตั้งแต่เวลา 8.00-17.00 น. นอกจากนี้ในงานยังมีแผงขายอาหาร ของทานเล่น และเครื่องดื่ม เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้ลิ้มลองอาหารขึ้นชื่อของท้องถิ่น

ดูรายละเอียดได้ที่ : https://takato-inacity.jp/h29/takatoh_sakuramaturi_no_goannnai

3. Nihonbashi Sakura Festival 2018

อีเว้นท์ประจำฤดูใบไม้ผลิที่น่าไปที่สุดในรอบปีของประเทศญี่ปุ่นกับงาน “Nihonbashi Sakura Festival 2018” ซึ่งจัดในเขตนิฮงบะชิ โตเกียว ในวันที่ 16 มีนาคม ถึง 15 เมษายน 2018 ปีนี้จัดขึ้นเป็นปีที่ 5 ภายในงานสามารถเพลิดเพลินไปกับจุดชมดอกซากุระท่ามกลางบรรยากาศอันโรแมนติกในยามค่ำคืนที่ใช้ศิลปะและเทคโนโลยีดิจิตอลผสานกับกลิ่นอายของวัฒนธรรมดั้งเดิมของนิฮงบาชิ โดยมีไฮไลท์อยู่ที่ “SAKURA TUNNEL” ที่เปลี่ยนถนนไปยังศาลเจ้า Fukutoku Shrine ให้เป็นถนนซากุระที่งดงามดั่งในฝันด้วยการประดับประดาหลอดไฟ LED

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม : 
Japanese Site http://www.nihonbashi-tokyo.jp/
English Site  http://www.nihonbashi-tokyo.jp/en/

4. Kichijoji Yozakura

"Kichijoji SUN Tama Bar" กำลังจัดอีเว้นต์ฤดูใบไม้ผลิด้วยการตกแต่งด้วย ต้นเชอร์รี่ 8,000 ต้น และไลท์อัพประดับด้วยแสงไฟสีชมพูสวยถึง 1,500 ดวง พร้อมเสิรฟ์ขนมหวานอย่าง "Horoyoi Parfait" และค็อกเทลสตรอเบอร์รี่ เป็นบรรยากาศที่ดูโรแมนติคสุดๆ จัดถึงกลางเดือนเมษายนนี้

แหล่งที่มา : https://www.moshimoshi-nippon.jp/95798



ทาสเหมียวไม่ควรพลาด!! อย่าลืมแวะไปเทศกาลแมวเหมียวที่คิจิโจจิ & แนะนำย่านยานากะที่คนรักแมวควรลองเที่ยวสักครั้ง

เมี้ยววว ~ ทาสแมวฟังทางนี้ ใครไปเที่ยวญี่ปุ่นช่วงนี้พลาดไม่ได้กับเทศกาลน้องแมวในชื่อว่า  吉祥寺ねこ祭り2017 (Kichijoji Cat  Festival 2017)  ในวันที่ 1 – 31 ต.ค. โดยงานนี้จะมีร้านค้า แกลเลอรีแมว มีอีเว้นท์พิเศษ มาออกงานกันอย่างคับคั่ง รวมไปถึงน้องแมวตัวเอกของงานก็มาร่วมแจมด้วย ซึ่งงานนี้ก็จัดกันมาตั้งแต่ปี 2010 ได้รับความนิยมจนต้องจัดต่อเนื่องทุกปี  จุดประสงค์คือ การรณรงค์ให้คนและแมวได้อยู่ร่วมกันอย่างแฮปปี้ ร้านขนมปังชื่อดังที่อยู่ในย่านคิจิโจจิก็ได้ออกเมนูพิเศษเป็นรูปแมวสารพัด น่าชิม น่าช้อป น่าแชะไปอวดเพื่อนมากๆ นอกจากนี้ ร้านคาเฟ่แมว เคียริโกะ สาขาคิจิโจจิ ก็ได้เนรมิตร้านตัวเองให้เป็นโรงภาพยนตร์ ฉายเรื่องเกี่ยวกับแมว “ Neko Atsume's House”  เอนจอยกับหนังไปพร้อมกับน้องแมวทั้ง 27 ตัว, ร้าน Uniqlo สาขาคิจิโจจิก็เอาใจทาสแมวด้วยการออกแบบแสตมป์ลายพิเศษสำหรับพิมพ์ลงบนเสื้อยืด

ไหนๆ ก็พูดถึงแมวแล้ว ขอต่อยอดแนะนำ ย่านยานากะ  กินซ่า เมืองแห่งเหมียว ที่มีแต่แมว แม๊วเต็มไปหมด เป็นย่านถนนคนเดินเล็กๆ ที่มีบรรยากาศและวัฒนธรรมสไตล์ญี่ปุ่น ที่นี่มีแมวร้องเมี้ยวๆ และแมวในรูปแบบสินค้าวางขายเรียงราย  จะไปเดินเที่ยว ก็สะดวกเพราะอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล   เดินทางด้วยการลงสถานีรถไฟ JR Nippori ออกทางประตูทิศตะวันตก   แนะนำให้ลองมาเที่ยววันอาทิตย์เพราะจะบรรยากาศคึกคักมากและจะมีการจัดแสดงโชว์พิเศษอีกด้วย

ไปดูบรรยากาศกันหน่อย

แหล่งที่มาและภาพ: http://www.atokyolifestyle.com/2015/05/yanaka-ginza-shopping-street.html

Fashion-press