ผลการค้นหาพบ – 10 รายการเกี่ยวกับ ร้านซูชิ

ตะลุยชิม 6 ร้านซูชิในกรุงเทพ จากฝีมือเชฟชาวญี่ปุ่น

01

Sanriku

Sanriku (san = 3, riku = แผ่นดิน) การรวมตัวของอาหารพื้นเมืองทั้งสามจังหวัดอย่าง อิวาเตะ (บ้านเกิดเจ้าของร้าน) อะคิตะและมิยากิ  จนเกิดเป็นร้านอาหารญี่ปุ่นสไตล์ Tohoku มีทั้งเมนูซูชิ หม้อไฟ ไปจนถึงเมนูสไตล์อิซากายะ ใครคอเหล้าต้องห้ามพลาดเพราะร้านนี้มีเหล้าญี่ปุ่นแทบทุกแบรนด์ให้ลองดื่มเลยก็ว่าได้  ส่วนใครที่ตั้งใจมาทานซูชิโดยเฉพาะ แนะนำให้มาวันอังคารและวันศุกร์เพราะจะเป็นวันที่ปลาเข้าร้าน เชฟได้คัดสรรปลาสดๆ และสายพันธ์แปลกใหม่ไว้ให้ลูกค้าได้ลิ้มลอง

Omakase Set 10 คำ 1,290 ++ บาท

Omakase Set 10 คำ 1,290 ++ บาท

ซูชิเซ็ต ร้านซันริคุ ซูชิ Sanriku Sushi สุขุมวิท 19
เหล้าญี่ปุ่นแทบทุกแบรนด์ ที่ร้านซันริคุ ซูชิ สุขุมวิท 19
ร้านซันริคุ ซูชิ Sanriku Sushi สุขุมวิท 19 ชั้น 1 ของโรงแรม UNO

Sanriku

สุขุมวิท 19

เปิดบริการทุกวัน 17:00-04:00

วันอาทิตย์ เปิดถึง 02:00 (ไม่มีวันหยุด)

02

Sushi Misaki

ร้านซูชิสไตล์ Omakase ภายในร้านจัดเป็นเค้าเตอร์ 10 ที่นั่ง หลังเค้าเตอร์มีเชฟชาวญี่ปุ่นประสบการณ์21ปี ยืนปั้นซูชิเสิร์ฟให้คุณทานคำต่อคำด้วยมือ  ทั้งบรรยากาศรวมไปถึงอุปกรณ์ถ้วยชามและรสชาติอาหาร ทุกอย่างดูลงตัวเหมือนหลุดเข้าไปอยู่ร้านซูชิที่ประเทศญี่ปุ่นจริงๆ

ร้านมิซากิแตกต่างจากที่อื่นตรงที่เป็นคอส Omakase sushi และยังมีอาหารแบบไคเซกิเสิร์ฟ โดยได้เชฟมิชชลินจากเมืองโยโกฮาม่ามาคอยรังสรรเมนูให้ ความสดใหม่ของซูชิที่ไม่เป็นรองใครเพราะปลานำเข้าจากญี่ปุ่นอาทิตย์ละ 3 ครั้ง แถมคุณภาพความอร่อยของที่นี้ เชฟรับประกันว่าคุมเองกับมือ จึงทำให้มีแค่ 10 ที่นั่ง

Omakase Sushi แบบ 8 คำ ราคา 4,000 ++ บาท

Consommé Jelly

Kuruma Ebi

Kuruma Ebi

Hokkaido Uni & Ikura

Tamago Yaki

Makuro Tsuke

Chutoro

Chutoro

Ootoro mille-feuille

Signature :: Maki Sushi

Misaki Sushi

RainHill G/F

18:30-23:00 /L.O. 21:00

รับ Omakase วันละสองรอบ 18:30 และ 20:30 *หากลูกค้าไม่สะดวกสามารถโทรเลื่อนเวลาได้
สำรองที่นั่ง 02-258-1783

03

Hanaya

ร้านอาหารญี่ปุ่นยุคแรกๆ บนถนนย่านเจริญกรุง เปิดให้บริการมากว่า 77 ปีจากรุ่นสู่รุ่น ที่ไม่ว่าผ่านมานับกี่สิบปี ฝีมือและรสชาติอาหารอร่อยเสียจนคุณต้องจองโต๊ะก่อนล่วงหน้า ส่วนราคาคงไม่ต้องพูดถึงเพราะคอนเซปของที่นี้ เขาเน้นให้ลูกค้าทานอิ่มและอร่อยแถมยังสบายเงินในกระเป๋าอีกด้วย หากจะหาเมนูอาหารญี่ปุ่นแบบที่คนญี่ปุ่นกินกันในชีวิตประจำวัน ต้องที่นี้ เพราะมีตั้งแต่ของทอด อาหารเซ็ทไปจนถึง ซูชิ

เมนูซูชิของที่นี้มีทั้งปลาไทยและปลานำเข้าสดๆทุกเช้า แต่คุณวาทานุกิ เชฟเจ้าของร้านรุ่นที่ 3 แนะนำอยากให้ลองทานปลาท้องถิ่นของไทยเองดู เพราะอร่อยไม่แพ้ปลานำเข้าตามย่านสุขุมวิท

Chirashi Sushi (Local) 320++B ข้าวหน้าปลาดิบรวมที่ใช้ปลาไทยเราเอง อย่างปลาหมึกจากทะเลไทย ปลาโอ ปลากระพงแดง ปลาหางแข็ง ปลาช่อนทะเล และกุ้งไทย

Nigiri Sushi (Local) 200++ B

Hanaya

ถนน สี่พระยา หรือ ซอยเจริญกรุง 39

11:30-14:00 /L.O. 13:40 และ 17:30-22:00/ L.O. 21:40

วันทุกอาทิตย์ที่2และ4ของเดือน

04

Endo Sushi

ร้านซูชิต้นตำรับจากโอซาก้า ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ด้วยสไตล์แบบ Tsukami sushi คือการเสิร์ฟซูชิแบบข้าวอุ่นๆ และปั้นให้ไม่แน่นเหมือนซูชิทั่วไป รสชาติของข้าวจะออกหวานนิดๆ ตามสไตล์อาหารโอซาก้า ซึ่งในกรุงเทพฯ สามารถหาทานได้แค่ร้านนี้ที่เดียว

เมื่อบอกว่าเป็นร้านซูชิต้นตำรับจากโอซาก้า แน่นอนว่าปลาที่ใช้ถูกส่งตรงมาจากตลาดปลาโอซาก้าสดๆ มีพระเอกของร้านคือ Anago ปลาไหลทะเลเนื้อนุ่ม ฟูที่เชฟพิถีพิถันในการทำเอามากๆ และอีกหนึ่งสิ่งที่ทำให้ Endo Sushi เป็นซูชิไม่เหมือนที่อื่นก็เพราะเขาจะปั้นข้าวให้ไม่ใหญ่จนเกินไป รูปทรงดูอ้วนๆกลมๆ พอได้ลองกัดเข้าไปคำแรกคุณจะรู้สึกว่าเนื้อปลานั้นใหญ่เต็มๆคำและข้าวได้ละลายหายไปในปาก   

Aburi Set 480++ B เซ็ทซุชิหน้าลนไฟที่มีทั้ง Unagi , Hotate หอยเชลล์ , Shimesaba , Engawa และ Salmon

Endo Sushi

ทองหล่อซอย 11 โครงการ The Taste 2F

11:30 – 14:00 /L.O. 13:30 และ 7:30pm -22:30 /L.O. 22:00

05

Roppongi Sushi Komatsu

ร้านซูชิย่านรปปงงิ ขยายสาขามาเปิดที่เมืองไทยกับบรรยากาศที่ดู Casual สบายๆ ให้คนไทยได้แวะมาทานกันง่ายๆ มี Open Bar บาร์ซูชิแบบเปิดที่คุณจะได้เห็นทุกขั้นตอนตั้งแต่การแล่ปลาสดๆ ไปจนถึงการปั้นซูชิ นอกจากนี้ลูกค้าสามารถพูดคุยใกล้ชิดกับเชฟซูชิชาวญี่ปุ่น คุณ คูโรคาว่า ได้อีกด้วย

ทุกเมนูของที่นี้ใช้ปลาสด นำเข้าจากแหล่งปลาชื่อดังของญี่ปุ่นโดยตรง อาทิตย์ละ 2-3 ครั้ง ทำให้ลูกค้าขาประจำแวะเวียนกันมาอย่างไม่ขาดสาย และยังเมนูพิเศษประจำเดือนของทางร้านที่เชฟจะคอยคิดค้นเมนูใหม่ๆ ให้เข้ากับวัตถุดิบที่ได้เข้ามาแต่ละเดือน

“Takumi” Nigiri Sushi 8 อย่าง 650 B

Roppongi Sushi Komatsu

ศูนย์อาหารพรีเมี่ยม 88 SHOKUDO NIPPON,
5F Isetan @ CentralWorld

10:30 – 21:30 /L.O. 21:00

ไม่มีวันหยุด

06

Sushi Hinata

ร้านซูชิสไตล์โอมาคาะเสะ ต้นตำรับจากนาโกย่า ที่ย้ายถิ่นฐานมาเปิดที่เมืองไทยได้ 3 ปีและยังคงมีลูกค้าเวียนเข้ามาไม่ขาดสาย ภายในร้านถูกวางคอนเซปให้ดูหรูหรา เรียบง่ายสัมผัสได้ถึงความเป็นญี่ปุ่น แต่รสชาติไม่ง่ายอย่างที่คิด เพราะเชฟใส่ใจและคัดสรรวัตถุดิบชั้นดีอย่างมารังสรรซูชิทุกคำให้ได้รสชาติเหมือนต้นตำรับแท้ๆ แม้กระทั้งปลาที่ใช้จะต้องเป็นปลาที่อร่อยเฉพาะฤดูกาลนั้นๆ ไม่ใช่ว่าปลาอะไรก็ได้ ที่นี้จึงนำเข้าปลาอาทิตย์ละ 5 วัน

นอกจากพี่พระเอกของร้านเป็น เมนูโอมาคาเสะซูชิแล้ว ยังมีเมนูไคเซกิ เมนูจานเดียว เซ็ทเมนูอาหารกลางวันบริการด้วย หากใครที่ตั้งใจมาทานโอมาคาเสะที่นี้แล้ว รบกวนโทรมาจองก่อน 3 วันล่วงหน้าเพราะเชฟจะได้จัดปลาที่ลูกค้าชอบหรือไม่ชอบไว้ให้

 

Omakase Sushi Suiren 12 คำ 3,500 B++

Sakitsuke เมนูเรียกน้ำย่อยด้วยเต้าหู้งา โรยอิคุระ ราดซอสเยลลี่ที่ทำจากซุปสต็อค มาพร้อมหอยสังข์ และ ไคโซ สาหร่ายรสเปรี้ยว

เริ่มคำแรกด้วยปลารสชาติอ่อนอย่างปลา Tai บีบมะนาวญี่ปุ่น Tsudaji เพิ่มความหอม

Hirame มีมะนาวญี่ปุ่นเพิ่มความหอมและขับรสชาติ

Kinmedai ขูดผิมเปลือกส้มยุสุลงไปด้านบน

Hokkaido Uni ไข่หอยเม่นเนื้อฉ่ำ หอมมัน ด้านบนแต้มด้วยวาซาบิสดๆ ที่เชฟขูดเองกับมือ และ ฝนเกลือฮิมาลายา

Tamako Yaki ไข่หวานนุ่มเหมือนพุดดิ้ง

Aka Dashi ซุปมิโสะที่หมักนานถึง 2-4 ปี รสชาติกลมกล่อมไม่เค็มจนเกินไป

Dessert พุดดิ้งนม

เชฟญี่ปุ่นประจำร้าน Hinata

Sushi Hinata

Central Embassy 5F

11:30 – 22:00 /L.O. 21:30
เมนูอาหารกลางวัน 11:30 – 14:00

สำรองที่นั่งโทร 02-160-5935



10 หนังญี่ปุ่นเกี่ยวกับอาหาร ที่ดูแล้วรับประกันความหิว!

   คงไม่มากไป ถ้าจะกล่าวว่าวัฒนธรรมอาหารญี่ปุ่นนั้น มันไม่ใช่แค่ความหลากหลายของอาหารและรสชาติ แต่ยังแอบแฝงสัญลักษณ์โดยธรรมชาติ นี่คือ 10 ภาพยนตร์ที่ผู้ชมจะได้เห็นข้อมูลเชิงลึกของอาหารญี่ปุ่นดังๆ ได้เป็นอย่างดี รวมถึงบริบทของอาหารว่ามีที่มาอย่างไร มีวิธีทานอย่างไร ความธรรมดาที่ไม่ธรรมดา ความอดทน และการอุทิศตนในการตระเตรียมอาหารญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม การส่งผ่านฝีมือจากรุ่นสู่รุ่น ความหมายที่แท้จริงของข้าวกล่องอาหารกลางวัน นอกจากที่จะได้เรียนรู้คุณค่าสำคัญของวัฒนธรรมญี่ปุ่น ท้องคุณอาจจะร้องเพราะอาหารเหล่านี้ก็เป็นได้ ลองมาดูกันดีกว่าว่า 10 หนังญี่ปุ่นเกี่ยวกับอาหาร ที่ดูแล้วรับประกันความหิว มีเรื่องอะไรกันบ้าง!

1. あかね空: Beyond the Crimson Sky - ปี 2007

Akanezora : Beyond the Crimson Sky (2007) นำแสดงโดย Seiyo Uchino และMiki Nakatani ของผู้กำกับ Masaki Hamamoto เรื่องนี้อิงมาจากนวนิยายรางวัลของ อิชิริกิ ยามาโมโตะ (Ichiriki Yamamoto) ภาพยนตร์ดราม่า ฉากยุคกลางคริสต์ศตวรรษ 1700 สมัยเอโดะ ที่ทำให้ผู้ชมได้รู้ถึงความสำคัญ รวมถึงกรรมวิธีในการผลิตเต้าหู้ของญี่ปุ่น เป็นเรื่องราวของอิกิชิ (Seiyo Uchino) หนุ่มคนเมืองเกียวโต ทำเต้าหู้ วัย 25 ปี ที่มีความแน่วแน่ ตั้งใจที่จะตั้งร้านขายเต้าหู้ “เกียวโตสไตล์” ในแถบเมืองเอโดะ แต่โชคไม่ดีที่เต้าหู้ของเขามันไม่ค่อยถูกปากคนแถวนั้น เพราะเต้าหู้แบบเกียวโตสไตล์ ทั้งเล็ก และนิ่มกว่าเอะโดะสไตล์ แล้วเขาจะทำอย่างไรต่อไป เพราะดูเหมือนไม่มีอะไรง่ายเสียแล้ว อยากให้ทุกคนได้ลองเป็นชมภาพยนตร์เรื่องนี้กัน

นักแสดง : Seiyo Uchino, Miki Nakatani 

ผู้กำกับ : Masaki Hamamoto

 

ที่มาคลิป : http://asianwiki.com/Akanezora

2. Jiro Dream of Sushi - ปี 2011

Jiro Dream of Sushi คือภาพยนตร์สารคดีอาหารชื่อดังของประเทศญี่ปุ่น ผลงานการกำกับของ เดวิด เกลบ์ จาก Chef's Table : France ที่ถ่ายทอดเรื่องราวของ จิโร โอโนะ เชฟญี่ปุ่น เจ้าของร้านซูชิอันดับ 1 ของญี่ปุ่น ซึ่งได้รับตำแหน่ง Michelin 3 ดาว ติดต่อกันมาเป็นปีที่ 5 ใครที่ชอบซูชิไม่ควรพลาดชม

หนังบอกเล่าเรื่องราวความพิถีพิถัน ทุ่มเทใส่ใจในการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นการซื้อหาวัตถุดิบ การเตรียมตัวก่อนทำอาหาร การลงมือทำอาหาร ไปจนถึงการเสิร์ฟซูชิให้ลูกค้าทีละคำ ของจิโร โอโนะ สุดยอดนักปั้นซูชิชาวญี่ปุ่น ในวัย 85 ปี ของร้านSukiyabashi  Jiro  ร้านซูชิเล็กๆ 10 ที่นั่ง ที่ต้องจองคิวล่วงหน้าอย่างน้อย 1 เดือนถึงจะได้ทาน

นักแสดง : Jiro Ono

ผู้กำกับ: David Gelb

 

 

3. 武士の献立 : A Tale of Samurai Cooking : A True Love Story - ปี 2013

A Tale of Samurai Cooking : A True Love Story เป็นภาพยนตร์ดราม่าอิงประวัติศาสตร์ ผลงานการกำกับของ ยูโซ อาซาฮาระ จาก My Korean Teacher มีชื่อญี่ปุ่นว่า Bushi no kondate ส่วนชื่อไทย คือพ่อครัวซามูไร นำแสดงโดย อุเอโตะ อายะ และโคระ เคนโง เป็นหนังที่จะพาคุณไปทำความรู้จักกับอาหารญี่ปุ่นแบบต้นตำหรับสมัยโบราณ

หนังเล่าเรื่องราวในยุคสมัยเอโดะ ในเขตปกครองคากะ เด็กสาวอย่าง โอฮารุ ที่มีฝีมือในการปรุงรสอาหารที่อร่อยเลิศมาก ได้รับการยอมรับมาก เธอจึงถูกทาบทามให้เป็นภรรยาของตระกูลพ่อครัวซามูไร แต่อุปสรรคในครั้งนี้ก็คือ ยาสุโนบุ ซามูไรหนุ่ม ซึ่งเป็นสามีของเธอที่ต้องรับไม้ต่อในการสืบทอดวงตระกูลในการเป็นพ่อครัวหลวง แต่เขากลับมีฝีมือทำอาหารที่ไม่ได้เรื่องเลย โอฮารุ จึงต้องต้องสอน ยาสุโนบุ ให้พัฒนาฝีมือในการทำอาหารเพื่อเข้ารับตำแหน่งสำคัญ

นักแสดง : Kengo Kora,Aya Ueto

ผู้กำกับ: Yuzo Asahara

 

 

4. ラーメンより大切なもの : The God of Ramen - ปี 2013

The God of Ramen ภาพยนตร์จากผู้กำกับ Takashi Innami เป็นสารคดีติดตามชีวิตของ คาซึโอะ ยามากิชิ (Kazuo Yamagishi) เชฟราเมนชื่อดังระดับโลก ที่ตรึงใจผู้ชม และร่วมแสดงโดย Shosuke Tanihara สารคดีเรื่องนี้ไม่ใช่โฟกัสเฉพาะความสำเร็จของยามากิชิ เพียงอย่างเดียว แต่ยังขุดค้นชีวิตส่วนตัวของเชฟคนดังอีกด้วย
สำหรับเมนูที่สร้างชื่อเสียงให้กับเชฟผู้นี้ นั่นก็คือ Tsukemen (つけ麺) ราเมนที่เขาคิดค้นด้วยตนเอง ราเมนที่เสิร์ฟแยกกับซุปน้ำข้น ที่ในทุกๆ วัน คนจากทั่วญี่ปุ่นจะมาต่อแถวเป็นชั่วโมงๆ เพื่อมาลิ้มรสยอดอาหารจากต้นตำรับ
อย่างไรก็ดี เบื้องหลังของเชฟที่หน้าเปื้อนยิ้มอยู่ตลอดเวลา ยังซุกซ่อนความเจ็บปวดเอาไว้จนมิด หลังจากที่เขาสูญเสียภรรยาไปด้วยโรคมะเร็ง เขาก็ได้เสียสละ และอุทิศทั้งชีวิตของเขาให้กับการทำราเมน เชฟส่วนมากมักจะหวงสูตรของเขา แต่ไม่ใช่ยามากิชิ เพราะเขายินดีที่จะถ่ายทอดความรู้ให้กับลูกจ้างที่ร้าน หรือแม้แต่ลูกค้าของเขาจะเห็นได้ว่าชื่อภาษาอังกฤษญี่ปุ่นที่แปลเป็นภาษาอังกฤษ และแปลเป็นภาษาไทยอีกที ได้ความว่า “สิ่งที่สำคัญกว่าราเมน” นั่นก็คือ การอุทิศตน ความกระตือรือร้น ความหวัง และความสัมพันธ์

นักแสดง: Shosuke Tanihara, Kazuo Yamagishi 

ผู้กำกับ: Takashi Innami

 

 

5. 深夜食堂 : Midnight Diner - ปี 2015

Midnight Diner หรือShinya Shokudo ภาพยนตร์ญี่ปุ่นอีกเรื่อง ที่สร้างจากการ์ตูนมังงะเรื่องดัง ของยะโร อะเบะ กำกับการแสดงโดย โจจิ มะสึโอะกะ แสดงนำโดย คะโอะรุ โคะบะยะชิ ,มิคาโกะ ทาเบะ และซากิ ทากาโอกะ หนังเรื่องนี้นำเสนอเมนูอาหารง่ายๆ แต่มีเรื่องราวน่าประทับใจ จนประเทศจีน และเกาหลีใต้ขอซื้อลิขสิทธิ์ไปรีเมค

ร้านอาหารเที่ยงคืนร้านนี้ เป็นเรื่องของร้านอาหารในตรอกเล็กๆ ของกรุงโตเกียวที่เปิดระหว่าง เที่ยงคืนจนถึงเจ็ดโมงเช้าจึงมีลูกค้าค่อนข้างแปลกกว่าร้านอื่นๆ หนังบอกเล่าเรื่องราวความสัมพันธ์ของผู้คน ที่ใช้ชีวิตอยู่ในกรุงโตเกียวผ่านร้านอาหารของมาสเตอร์ที่นอกจากจะทำอาหารอร่อยแล้ว ยังเป็นที่ปรึกษาที่ดีอีกด้วย

นักแสดง : Kaoru Kobayashi,Saki Takaoka,Mikako Tabe

ผู้กำกับ: Joji Matsuoka

 

 

6. リトル・フォレスト : Little Forest : Summer/Autumn , Winter/Spring - ปี 2014 - 2015

Little Forest คือหนังที่สร้างมาจากมังงะชื่อเดียวกัน ของไดสุเกะ อิงาราชิ กำกับโดย จุนอิจิ โมริ เจ้าของผลงานหนังเรื่อง A Pierrot นำแสดงโดย ไอ ฮาชิโมโตะ, มายุ มัตซูโอกะ, โยอิชิ นูกูมิซุ, คาเรน คิริชิม่า, ทาคาฮิโระ มิอูระ ภาพยนตร์เรื่องนี้แบ่งออกเป็นสองภาค คือSummer/Autumn และ Winter/Spring

Little Forest : Summer/Autumn , Winter/Spring เรื่องราวของ อิชิโกะ หญิงสาวที่ตัดสินใจกลับจากเมืองใหญ่ หันหน้ามาใช้ชีวิตแบบเกษตรกรที่เธอเคยหนีไป ผ่านเรื่องราว 4 ฤดูกาลของประเทศญี่ปุ่น คือร้อน ใบไม้ร่วง หนาว และใบไม้ผลิ ที่เต็มไปด้วยวิถีชีวิตแบบดั้งเดิมไร้สิ่งปรุงแต่ง กับการทำสวน ทำนา และทำอาหารแบบโฮมเมดตามวัตถุดิบธรรมชาติของฤดูกาล อาทิเช่น สปาเก็ตตี้ แยมสตรอเบอรี่ เกาลัดเชื่อม ปลาย่าง พร้อมภาพบรรยากาศที่งดงาม รับรองดูแล้วหิวไปตามๆ กัน

นักแสดง : Ai Hashimoto,Mayu Matsuoka,Yoichi Nukumizu

ผู้กำกับ: Junichi Mori

 

 

7. あん : Sweet Bean - ปี 2015

เป็นอีกหนึ่งภาพยนตร์ของผู้กำกับ Naomi Kawase ที่ดูแล้วอิ่มหัวใจ เรื่องราวเกี่ยวกับความสัมพันธ์ฉันท์มิตรต่างวัย ระหว่าง เซนทาโร่ หนุ่มโสดร้านขนมหวาน นำแสดงโดย Masatoshi Nagase และโทคึเอะ หญิงชรา วัย 76 นำแสดงโดย Kiki Kirin ที่ได้ถ่ายทอดประสบการณ์การทำโดริยากิ ขนมญี่ปุ่นที่มาแผ่นแป้ง 2 แผ่น ที่ตรงกลางเป็นถั่วกวน (an) และคอยช่วยเหลือเซนทาโร่ให้ร้านขนมไปได้ดี ความผิดหวังของ โทคึเอะที่เซนทาโร่ใช้ถั่วกวนกระป๋องจากซูเปอร์มาร์เก็ต การสอนว่าถั่วกวนที่แท้จริงเป็นอย่างไร การอดทนรอคอยถั่วกวนเข้าที่เป็นเหมือนกับเดตครั้งแรก ภาพยนตร์เรื่องนี้จะทำให้ผู้ชมเห็นถึงความบากบั่น และอดทน ในการกรรมวิธีการเตรียม และทำอาหารของวัฒนธรรมญี่ปุ่น

นักแสดง : Masatoshi Nagase, Kiki Kirin 

ผู้กำกับ: Naomi Kawase

 

 

8. 海のふた : There is no lid on the sea - ปี 2015

There is no lid on the sea ผลงานของผู้กำกับ Keisuke Toyoshima ภาพยนตร์ดัดแปลงจากนวนิยายของนักเขียนชื่อดัง โยชิโมโตะ บานานา (Yoshimoto Banana) ภาพยนตร์ดราม่า เป็นเรื่องราวของมาริ นำแสดงโดย Akiko Kikuchi หญิงสาวผู้เหน็ดเหนื่อยกับความเป็นคนเมือง ตัดสินใจกลับบ้านเกิดเพื่อเปิดร้านขายของโปรดวัยเยาว์ของเธออย่าง “Kakigori” ขนมหวานที่ได้รับความนิยมอย่างมากในช่วงหน้าร้อน น้ำแข็งเกล็ด แต่งสี เติมกลิ่น เติมนม และเครื่องท็อปปิ้งต่างๆ ตามต้องการ ถ้าเป็นบ้านเราคงประมาณน้ำแข็งไสนะคะ
ภาพยนตร์เรื่องนี้ต้องการสื่อสารกับผู้ชมถึงความกดดันของระบบเศรษฐกิจ และความเป็นอยู่ที่ผลักดันให้คนที่อาศัยในเมืองเล็กๆ ต้องผจญภัยในเมืองใหญ่ รวมถึงการเจาะลึกเทรนด์ของคนรุ่นใหม่ที่พยายามหลีกหนีความวุ่นวายในเมืองใหญ่ไปอยู่แบบสโลว์ไลฟ์

นักแสดง : Akiko Kikuchi  

ผู้กำกับ: Keisuke Toyoshima

 

 

9. パパのお弁当は世界一 : Papa’s Lunchbox is the Best in the World - ปี 2017

ภาพยนตร์อินดี้ของผู้กำกับ Masakazu Fukatsu ที่ถ่ายทอดความสัมพันธ์ระหว่างพ่อ ลูก และกล่องข้าวกลางวัน (Obento) นำแสดงโดย Rena Takeda และToshimi Watanabe  ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากเรื่องจริงอันแสนอบอุ่นหัวใจจากทวิตเตอร์ เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับคุณพ่อเลี้ยงเดี่ยวที่มีความพยายามในการเตรียมกล่องข้าวให้กับลูกสาววัย ม.ปลาย ปกติแล้วกล่องข้าวกลางวัน คุณแม่บ้านจะเป็นผู้ทำให้สามี และลูกๆ ของเธอ เรื่องนี้จะทำให้ผู้ชมจะได้เห็นถึงวัฒนธรรมการทำกล่องข้าวกลางวันของญี่ปุ่น ที่ต้องเอาใจใส่ และตั้งใจทำ เพื่อเป็นการแสดงถึงความรัก และความทุ่มเททำให้ใครสักคนอย่างจริงจัง

นักแสดง : Rena Takeda, Toshimi Watanabe 

ผู้กำกับ : Masakazu Fukatsu

 

 

10. The Last Recipe หรือ Kirin no shita no kioku - ปี 2017

The Last Recipe มีชื่อไทยว่า สูตรลับเมนูยอดเชฟ เป็นหนังแนวคอเมอดี้ดราม่าเกี่ยวกับอาหาร ผลงานของ โยจิโร่ ทาคิตะ ผู้กำกับชาวญี่ปุ่น ที่เคยได้รับรางวัลออสการ์ สาขาภาพยนตร์ต่างประเทศยอดเยี่ยมจาก Departures นำแสดงโดย นิโนะมิยะ คาซึนาริ , อาโออิ มิยาซากิ ฮิเดโทชิ นิชิจิมา , โค อายาโนะ และยูทากะ ทาเคอุชิ หนังเรื่องนี้ได้รับการชื่นชมว่าเป็น 1 ในหนังที่ดีที่สุดของญี่ปุ่นในปีที่ผ่านมา และมีคิวเข้าฉายในไทย 1 ก.พ. 2018

ภาพยนตร์เรื่องนี้ ดัดแปลงจากนวนิยายของเรื่อง Kirin no Shita wo MotsuOtoko (2014) เป็นเรื่องราวของมิตซึรุ ซาซากิ (Kazunari Ninomiya) ยอดเชฟฝีมือเยี่ยมที่จดจำรสชาติ และสามารถปรุงอาหารได้เหมือนต้นตำรับ จากการชิมเพียงครั้งเดียว รับจ้างทำอาหารสำหรับเป็นมื้อสุดท้ายให้กับคนใกล้ตาย วันหนึ่งเขาได้รับภารกิจในการตามหาตำราอาหารที่หายไปเมื่อ 70 ปีก่อน (ราว ๆ ยุค 30s) ด้วยค่าเหนื่อย 50 ล้าน เมื่อเขาตกลงรับงานระหว่างทางการตามหาไม่ใช่แค่หาสูตรลับ แต่มันคือการค้นหาตัวตนและความหมายของชีวิต

นอกเหนือจากปมสูตรลับอาหารแล้ว ภาพยนตร์เรื่องนี้ยังได้จำลองบรรยากาศบรรจุกลิ่นอายของวิถีชีวิตแนวคิดและวัฒนธรรมของผู้คนในสมัยสงครามโลก ที่สำคัญคือไม่ทิ้งลายเซ็นของตัวผู้กำกับเอง นั่นก็คือ เรื่องความสัมพันธ์อันลึกซึ้งของความเป็นครอบครัว ที่สามารถถ่ายทอดออกมาได้อย่างลึกซึ้งรับรองว่าคุณจะสนุกเอาใจช่วยและน้ำตาซึมไปกับตัวละคร

สรุปจากผู้เขียน The Last Recipe หรือ สูตรลับยอดเมนูเชฟ เป็นภาพยนตร์ที่รวมเรื่องอาหาร สงครามการเมือง มิตรภาพ ครอบครัว ได้อย่างลงตัว และบทสรุปที่คาดเดาได้ยาก เพราะหักมุมอยู่ตลอดเวลา สามอารมณ์ที่เกิดขึ้นหลังดูจบของผู้เขียน คือ ท้องร้องพร้อมยิ้มทั้งน้ำตา

นักแสดง : Kazunari Ninomiya,Hidetoshi Nishijima,Aoi Miyazaki

ผู้กำกับ: Yojir0 Takita

 

แหล่งที่มาข้อมูล :  http://www.japanesefilmfest.org/all/food/165/
                             :  http://asianwiki.com/The_Last_Recipe
แหล่งที่มารูปภาพ : https://en.wikipedia.org/wiki/File:Tsukemen_at_a_Tokyo_restaurant.jpg
                              : https://theawesomer.com/obento-lunch-boxes/7385/



โอซาก้า │มาแล้วนึกถึงอะไร?

บทนำ

            ว่าด้วย ประเทศญี่ปุ่น เมืองในฝันของใครหลายๆคน บางคนไปเพื่อเที่ยว บางคนไปเพื่อทำงาน และบางคนรวมถึงเราด้วยไปในฐานะเด็กนักเรียนแลกเปลี่ยน แต่ของเราอาจจะแปลกหน่อยเพราะเราไม่ได้ไปเพื่อเรียนรู้ภาษา หรือเรียนรู้วัฒนธรรม แต่เราไปแค่ระยะสั้นไม่กี่เดือนเพื่อ ทำธีสิสจบ เพราะฉะนั้นเรื่องราว และผู้คนที่เราพบเจออาจจะไม่ได้หาได้ตามท้องถนนทั่วไปในญี่ปุ่น และก็ไม่ใช่เรื่องราวที่จะรีวิวสถานที่เที่ยว ที่กิน หรือที่ช๊อปปิ้ง เพราะจุดมุ่งหมายของเราคือต้องทำธีสิสเพื่อเรียนให้จบ แต่ไม่อยากจะเชื่อว่าตั้งแต่วันนั้น กลับเปลี่ยนความคิดของเราหลายๆอย่าง โดยเฉพาะคำที่ว่า ระหว่างทางสำคัญกว่าจุดหมาย โคตรเข้าใจคำนี้

จากเด็กที่ไม่เคยออกไปเที่ยวนอกประเทศ และก็ไม่คิดว่าจะเก็บตังพอไปเที่ยวได้ กับภาษาอังกฤษเลเวลปานกลาง พ่วงกับภาษาญี่ปุ่นที่ไม่ได้เลย ทุกอย่างมันเหมือนถูกจัดเรียงให้เกิด ทั้งสุข เหงาเคล้าน้ำตา แม้ว่าจะเป็นเรื่องบังเอิญ หรือ ตั้งใจ แต่ด้วยองค์ประกอบเหล่านั้น มันทำให้ ญี่ปุ่น เป็นสถานที่ในความทรงจำที่ไม่มีวันลืม เหมือนประโยคที่ว่า A perfect story needs nice persons in the right place at the right time ฟังดูมีหลักการ แต่เราอยากให้ทุกคนลองเปิดอ่านมุมมองเรื่องราวของ ญี่ปุ่น ผ่านตัวหนังสือและภาพถ่ายของเรา รับรองว่าเรื่องราวเหล่านี้จะทำให้ทุกคนรู้สึกอินไปกับมัน เหมือนกับการนั่งฟังเรื่องราวผจญภัยของเพื่อนที่เพิ่งกลับมา แล้วเม้าไม่ยอมหยุด ขอให้สนุกกับเรื่องราวเหล่านี้นะ

Chapter I: จุดเริ่มต้น

About time ~ 6 เดือนชีวิตนักศึกษามหาวิทยาลัยโอซาก้า...ฉันต้องรอด
ว่าด้วยเรื่องเรื่องเวลา และจังหวะที่มาของเรื่อง และความวุ่นวายที่ตามมา

แตกต่าง เหมือนกัน Thai English vs Japanese English
ว่าด้วยเรื่องราวที่ทำให้รู้จัก และเปิดใจกับคนแปลกหน้าที่จะกลายมาเป็นองค์ประกอบสำคัญของเรื่องนี้

โอซาก้า มาแล้วนึกถึงอะไร?
การท่องเที่ยวที่แทบจะไม่มีความประทับใจอะไรเลยกับสถานที่ดังๆในรีวิว

Koya san │ ครั้งหนึ่งกับโฮสแฟมิลี่จะเป็นยังไงนะ
การพบกันโดยมิได้นัดหมาย เรื่องราวที่ทำให้เราแทบอึ้งกับการที่โฮสชวนเราไปไหว้บรรพบุรุษ

Escape │ โอซาก้า to โตเกียว ไม่ใกล้ไม่ไกล
หลบหนี จะว่าง่ายๆคือ หนีเซนเซออกเที่ยว โดยผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการคือ เด็กญี่ปุ่น Go Go !!

Season Change │อากาศเปลี่ยน พวกเราก็เปลี่ยน
เมื่อฤดูเปลี่ยน ไม่น่าเชื่อว่าทำให้ความรู้สึกเปลี่ยนตามไปด้วย เริ่มต้นจากความอึดอัด สู่ เสียงหัวเราะ

หน้าหนาวที่แล้ว │ ธันวาคม เดือนแห่งเทศกาลที่ญี่ปุ่น นี่มันดีจริงนะ!
ใครๆก็บอกว่าฤดูหนาวเป็นช่วงแห่งการคิดถึงบ้าน แต่คงใช้ไม่ได้กับที่นี่ ยิ่งหนาวยิ่งคึก เอาเข้าจริงเรียกได้ว่าแทบไม่มีเวลาคิดถึงบ้าน เลยหล่ะ

ญี่ปุ่นทุกมุมก็เที่ยวได้ │ Nagano เมืองที่ฉันไม่รู้จัก!
ปุบปับทริป เกิดจากความอยากของคนสองคน ที่อยากสัมผัสหิมะ ฮอกไกโดก็อ่านรีวิวมาจนเบื่อแล้ว Google ช่วยเราได้เสมอ ใครจะไปคิดว่าญี่ปุ่นยังมีทีเด็ดอีกเยอะ มารู้จักกับ Nagano เมืองที่เรียกได้ว่าวิวรอบข้างจ่ายร้อยได้ล้าน ชัวร์ !!

Once │Shiga-Mie 3 วัน 2 คืน ทริปแรกและทริปเดียวกับคนที่เพิ่งรู้จักกัน
ทริปแรกกับคนที่เพิ่งรู้จักกัน มันฟังดูก็จะแปลกๆ ก็คนไทยที่เรียนที่นี่มีกันไม่กี่คน นั่งคุยกันไม่กี่ชั่วโมงก็รู้จักกันหมด แค่คืนเดียวเราและพี่ๆจึงคิดเหมือนกันว่าทะเลญี่ปุ่นกับทะเลบ้านเราจะเหมือนกันไหมน้า? ไหนๆก็ไหนๆ มาญี่ปุ่นครั้งแรก และครั้งเดียวอย่าให้พลาด ! เอาให้ครบ ลุย !!!!

องค์ประกอบ │หกเดือนกับความลงตัวที่ญี่ปุ่น..แล้วเราจะพบกันอีก
เรื่องราวในครั้งนี้จะไม่มีอะไรเลย เหมือนกระดาษที่เต็มไปด้วยตัวหนังสือที่บรรจงเขียนอย่างเป็นระเบียบ แต่ผู้คนที่แวดล้อมเรา ณ ตอนนั้น เวลานั้น กลับมาทำให้กระดาษแผ่นนี้ถูกแต้มสีสัน และน่าอ่านอย่างลงตัว

พอผ่านมาสองอาทิตย์เริ่มรู้สึกว่ามาทั้งที “ออกเที่ยวบ้างเหอะ” เสาร์อาทิตย์ที่นั่งทำแลป ไม่น่าเป็นเรื่องน่าประทับใจที่อยากกลับไปเล่าต่อ ทั้งๆ ที่มาไกลถึงญี่ปุ่น !!!

   ถ้าถามว่าโอซาก้ามีดีอะไร นั่งลิสต์สามวันก็ไม่จบ แค่เสิร์ชหาในกูเกิล รีวิวเที่ยวมาให้เลือกนับไม่ถ้วน  ครั้งนี้เราได้เพื่อนร่วมทริปเพื่อนคนไทยแถม เราสองคนบังเอิญได้ตั๋ว Osaka amazing pass 1 day trip ในราคาถูกจากพี่คนไทย ฟินนน.. ตั๋วอันนี้จะมีคูปองแนบมาด้วย ที่จะสามารถเข้าบางสถานที่ท่องเที่ยวฟรี และคูปองแลกซื้อของกิน ช่างเหมาะกับนักศึกษางบจำกัดเอามากจริงๆ การแพลนเที่ยวของเราไม่ได้มีอะไรมาก ดูจากตั๋วฟรีล้วนๆ อันไหนที่คิดว่าแพง คิดว่าคุ้มราคา รีวิวที่อ่านมาก็เก็บพับลงในกล่องซะ ฮ่าๆ เพราะฉะนั้นวันเดย์ทริปในครั้งนี้สิ่งที่ยังนึกถึงที่สุดนอกเหนือจากของกินอันลือชื่อเยี่ยง ทาโกยากิ โอโคโนมิยากิ ซูชิ (ที่ไม่ว่าจะกินร้านไหนก็อร่อย ตามรีวิวมากไปก็เหนื่อยเปล่า :3) กลับไม่ใช่ปราสาทโอซาก้า ชิงช้าสวรรค์ยักษ์ หรือนัมบะ ที่พีคที่สุดของการแลกเปลี่ยนในครั้งนี้คือ เรากับเพื่อนขอโหวตให้กับออนเซน!! ที่ใครมาญี่ปุ่น ขอแนะนำว่าต้องลองแล้วจะรู้

   ย้อนไปก่อนหน้าวันนั้น เพื่อนญี่ปุ่นที่แลปมาช่วยแพลนเรื่องเที่ยว ทุกคนชี้เป็นเสียงเดียวกันว่า “ออนเซน” พวกเพื่อนที่แลปพยายามบรรยายถืงข้อดีของการไปออนเซนโดยสรุปว่า สำหรับผู้ชายการไปออนเซนคือช่วงเวลาที่จะใช้พูดคุยกันแบบผ่อนคลาย ถ้าเลือกที่จะคุยหรือตกลงอะไรกันมักจะจบด้วยดีที่ออนเซน ส่วนผู้หญิงการแช่ออนเซนจะทำให้เลือดสูบฉีด ผิวพรรณเปล่งปลั่ง เพราะฉะนั้นยูควรจะไป ฮ่าๆ เหมือนโดนหลอกด่าเนอะ :3

   ครั้งแรกกับออนเซน ถ้าใครไม่ซีเรียสอะไร เอาแค่ขำๆ ออนเซนในคูปองถือว่าเป็นตัวเลือกที่ดี ที่นั่นแบ่งออกเป็นสองโซน คือ Out-door/ In-door เราเลยตกลงกันกับเพื่อนว่าเราจะไปล็อกเกอร์คนละฝั่งกัน และจะสลับโซนเมื่อครบครึ่งชั่วโมง เพื่อที่เราะจะได้ไม่ต้องเจอกัน นึกแล้วยังขำ ฮ่าๆ ซึ่งการมาเยือนออนเซนครั้งแรกบอกเลยว่าดีงาม ยิ่งโซน Out-door อากาศเย็นๆ กับน้ำอุ่นๆ แหงนมองท้องฟ้า โอยย คือฟินนน ถามว่าเขินไหม บอกเลยเขินโคตร แต่ก็ไม่ถึงห้านาทีเราจะเริ่มชินชา เพราะในหัวจะมีแค่ว่า ขนาดป้าข้างๆ ทั้งหุ่นและผิวดีกว่าเราเลยอ่ะ ฮ่าๆ แถมหลังแช่เสร็จยังมีตู้กดน้ำให้เลือกกดได้ฟรีไม่อั้น โอ้ย เริ่ดด ให้ 10/10! กลับมาที่แลปวันจันทร์ Topic ที่คุยกันก็ยังไม่เว้นเรื่องออนเซน ซึ่งจะเริ่มต้นเล่ายังไง ในเมื่อเพื่อนๆ มีแต่ผู้ชาย เอิ่มมม....

   เอาจริงๆ นะ ชักจะติดใจซะละ ถ้ามีคนมาถามว่าไปเที่ยวญี่ปุ่นไปไหนดี ออนเซนต้องเป็นหนึ่งในนั้น มันคงเหมือนที่ต่างชาติมาบ้านเราก็ต้องมานวดแผนไทย การแช่ออนเซนก็เช่นกัน...



พาคุณชุ่มฉ่ำ เที่ยวหน้าฝน กับ Tohoku Buffet ตอน Miyagi

ใต้ความเจริญที่หลั่งไหลเข้ามา ภูมิภาคโทโฮคุยังคงเป็นดินแดนสีเขียวที่พร้อมให้เราออกไปเที่ยวกับธรรมชาติ สูดอากาศสบายๆ ให้เต็มปอด กลิ่นฝน และทิวทัศน์สีเขียวขจีที่ตัดกับดอกไฮเดรนเยียสีฟ้าอมม่วงของจริงนั้น มีเสน่ห์กว่าที่เราเคยเห็นในรูปเป็นไหนๆ

เราจะพาคุณไปชุมฉ่ำกับ 4 จังหวัดดังนี้

Miyagi->> Yamagata->> Fukushima->> Iwate

MIYAGI

Zao Fox Village

หมู่บ้านสุนัขจิ้งจอก

ที่นี่เป็น 1 ใน Bucket list ที่เราตั้งหน้าตั้งตาคอยว่าถ้ามาเซนไดเมื่อไหร่ เราจะมาหาน้องหมาจิ้งจอกให้ได้ ก่อนเข้าพนักงานก็จะอธิบายรายละเอียด ข้อห้ามต่างๆ ใครกลัวฟังไม่ออกเขาก็มีป้ายภาษาไทยให้นะ ด้านในจะแบ่งเป็น 2 โซน โซนด้านนอก ที่เป็นกรงสำหรับหมาจิ้งจอกวัยกระเตาะกระแตะ ตัวเล็กน่ารักหลายสายพันธุ์  

เวลา 11:00 เจ้าหน้าที่จะปล่อยหมาจิ้งจอกบางสายพันธุ์ออกมาให้เราอุ้มได้

โซนด้านใน เป็นลานป่าๆ ให้เราเดินตามทาง ก็จะเต็มไปด้วยหมาจิ้งจอกนับ 100 ตัว เดินป้วนเปี้ยนบ้าง นอนกลิ้งไปกลิ้งมาบ้าง อย่างอิสระ บางตัวก็เมิน บางตัวก็เดินตามเรามา เห็นแล้วอดใจไม่ไหว อยากเข้าไปเล่นด้วย  แต่ทำได้แค่เซย์ฮัลโหลอย่างเงียบๆ เพราะหมาจิ้งจอกเป็นสัตว์ป่า หากวู่วามเข้าไปพยายามจับน้อง หรือถ่ายรูประยะประชิด อาจจะโดนงับไม่รู้ตัว ซึ่งข้อนี้สำคัญมาก หากโดนหมาจิ้งจอกไล่ ห้ามวิ่งหนีเด็ดขาด! เพราะน้องจะยิ่งตาม ให้เราทำท่าขู่ว่า ไม่นะ!! แกจะเข้ามางับฉันไม่ได้ นี้ขาคน ไม่ใช่ขาหมู แฮร่

ที่เห็นน้องขนไม่ค่อยเต็ม เป็นเพราะช่วงฤดูร้อน น้องจะผลัดขนเพื่อระบายความร้อน

นอนหลับสบายใจ ไม่สนทาสมนุษย์อย่างเราเลย

มุมขายของที่ระลึกก่อนกลับ

Sendai City

เมืองเซนได

เราต้องทำความเข้าใจใหม่เลยว่า มิยากิ ไม่ใช่บ้านนอกที่มีแต่ป่าและธรรมชาติ เพราะออกจากสถานีมาก็มีห้างให้ช้อปปิ้งคล้ายโตเกียว กระเถิบออกไปหน่อยก็เป็นทิวทัศน์สีเขียว

เมื่อมาถึงเซนได สาวกเนื้อไม่ควรพลาดกับลิ้นวัว และ ซูชิสายพาน บางคนอาจจะสงสัย (รวมทั้งตัวเรา) “จะกินซูชิสายพานที่ไหนก็ได้ ไม่เห็นต้องมากินที่นี่เลย” ก็จริงอยู่ แต่รู้หรือไม่ว่า ที่เซนไดนี้แหละ คือต้นกำเนิดของซูชิสายพานหมุนๆ!!

Sushi Street & Gyutan Street

บริเวณชั้น 3 ในสถานีจะมีถนนซูชิ และถนนกิวตัน(ลิ้นวัว) ร้านซูชิสายพานและร้านข้าวหน้าลิ้นวัวรวมกว่า 10 ร้าน เรียงรายอยู่ทั่ว 2 ข้างทางให้คนที่แวะมาเยือนเซนไดได้ลิ้มรสชาติซูชิและลิ้นวัวต้นตำรับ โดยที่ไม่ต้องออกไปไหนไกล กินเสร็จปุ๊ป ขึ้นรถไฟกลับได้สบายๆ

Umai Sushi Kan

เราเดินมาหาซูชิกินที่ถนน Happina ตรงข้ามสถานี แต่เวลาเที่ยงตรงพอดี เก้าอี้ตรงซูชิสายพานก็ถูกจับจองด้วยคนท้องถิ่นไปซะแล้ว เราได้แต่มองตาปริบๆ สั่งเซ็ทเมนูซูชิมากินแทน

เซทเมนูกลางวัน 1,340 ¥

Site Of Sendai Castle

แวะขึ้นไปสักการะศาลเจ้าบนภูเขาไม่ไกลจากตัวเมือง และชมปราสาทเซนไดที่แม้จะถูกทำลายลงอย่างหมดสิ้น  แต่ยังมีกลิ่นอายของประวัติศาสตร์ด้วยซากอิฐเก่าๆ และรูปปั้นของไดเมียว หรือเจ้าเมืองอย่าง Date Masamune ตั้งตระหง่านอยู่ จากจุดนี้เราจะมองเห็นเมืองเซนไดได้แบบ 360 องศา และว่ากันว่าที่ Masamune  ตั้งอยู่ตรงนี้ก็เพราะเขาจะได้เห็นและดูแลเมืองเซนไดได้อย่างทั่วถึง

ทิวทัศน์แต่ละฤดูก็จะแตกต่างกันออกไป อย่างฤดูใบไม้เปลี่ยนสี ทั้งเมืองก็จะกลายเป็นสีส้มแดง หรือใบไม้ผลิก็จะถูกย้อมด้วยสีชมพูของซากุระ แต่ถ้าไปช่วงฤดฝนก็จะเป็นทิวทัศน์สีเขียวชอุ่มแบบนี้

บริเวณศาลเจ้าใกล้ๆ กัน กำลังมีพิธี "Natgoshi no harae" พิธีที่จัดขึ้นทุกวันที่ 31 เดือนมิถุนายนของทุกปีเพื่อให้ครึ่งปีหลังมีแต่ความโชคดี ปัดเป่าเคราะห์ร้ายออกไปจากชีวิต พระจะทำการสวดมนต์พร้อมให้เราเดินตาม รอดผ่านวงกลมที่ทำจากฟาง หมุนเป็นเลข 8 ทั้งหมด 3รอบ

-ของขึ้นชื่อเมืองเซนได-

แวะทาน Zunda Shake ไอศครีมนมปั่นผสมเนื้อถั่วแระ ฟังแล้วอาจจะแปลก แต่รสชาติหวานมันลงตัวแบบเกินคาด และ Zunda Mochi ถั่วแระบดปรุงรสด้วยน้ำตาล มาพร้อมโมจิเนื้อหนุบ มีทุกร้านขายของฝาก

เดินทอดน่องบนถนน Jyozenji ใจกลางเมืองเซนได มีแนวต้นเซลโคว่าญี่ปุ่นทอดยาว 2 ข้างทาง คงจะโรแมนติกไม่น้อย ถ้าได้มาดูไฟประดับช่วงฤดูหนาว

Gyutan Senmon "Tsukasa"

ของอร่อยที่สุด ต้องเก็บไว้กินสุดท้าย มื้อเย็นเลยจัดอาหารชุดลิ้นวัว ลิ้นวัวเนื้อหนุบที่หั่นชิ้นหนากำลังดี เสิรืฟพร้อมข้าวร้อนๆ กินคู่กับผักดองเครื่องเคียง และซุปใสรสชาติกลมกล่อม  อร่อยสมคำล่ำรือจริงๆ หากมีโอกาสได้มาเซนได ห้ามพลาดร้านลิ้นวัวร้านนี้เด็ดขาด

ดูหน้าเอาล่ะกันว่าฟินขนาดไหน

Gyutan Tsukasa

เวลาให้บริการ : 17:00 - จนกว่าของจะหมด

ไม่มีวันหยุด

เดินทาง : สถานี Sendai ทางออก East Exit เดินเท้า 8 นาที

http://www.gyutan-tsukasa.co.jp/en/index.html

Metropolitan Sendai East Hotel

โรงแรมเมโทรโปลิเทน เซนได อีส

นอนชาร์ตพลังที่โรงแรมในเครือ JR “Metropolitan Sendai East Hotel” สะดวกสบายเพราะเชื่อมต่อกับสถานีและห้างสรรพสินค้า ร้านอาหาร โดยไม่ต้องห่วงว่าจะเดินช้อปปิ้ง หรือดื่มจนถึงดึกแล้วเมากลับไม่ถูก

เซนได เป็นอีกหนึ่งเมืองใหญ่ที่คนนิยมมาเที่ยว หรือทำงาน ภายในโรงแรมจึงมีห้องพักเพื่อรองรับแขกถึง 282 ห้อง รวม 15 ชั้น พร้อมด้วยบริการครบครันทั้ง เลานจ์และ ฟิตเนส เดินออกไปหน่อยก็เป็นศูนย์รวมร้านอาหาร ร้านดื่มเก๋ๆ

Superior Twin Type

ห้องขนาด 34-29 ตรม. เตียง Queen size ตกแต่งหรูหรา ใช้คู่สีให้ดูสบายตาด้วยน้ำตาลฟ้าสื่อถึงดอกไฮรเดนเยีย ถ้วยดื่มชาไปจนถึงแชมพู ทางโรงแรมก็ใส่ใจเลือกใช้ผลิตภัณฑ์พื้นบ้านของจังหวัดในภูมิภาคโทโฮคุ แถมทีวียังดูช่องข่าวประเทศไทยได้ด้วย

Superior Twin Type

ห้องขนาด 50 ตรม. ใหญ่สบาย ห้องน้ำแบ่งเป็นสองส่วน คงจะถูกใจสาวๆ ไม่น้อยเพราะมีมุมแต่งหน้ากว้างขวาง แถมสบู่และแชมพูยังให้เป็นของ Bvlgari

Lounge & Fitness

นั่งผ่อนคลาย ดูวิวเมืองได้ที่เลาจน์ชั้น 4  มี Drink Bar กดชา กาแฟ ซอฟต์ดริ้งได้ไม่อั้น หรือออกไปหาอะไรทาน กลับมาก็เบิร์นไขมันที่ฟิตเนสกันสักนิด ซึ่งแขกผู้เข้าพักสามารถใช้บริการได้ตั้งแต่ ตี5-5ทุ่ม

Forest Kitchen With Outdoor Living

ห้องอาหารบรรยากาศเรียบหรู ด้านนอกเป็นโต๊ะระเบียงเทอเรสรับลม และด้านในมีโต๊ะหลายโซนรองรับแขกผู้เข้าพัก ไม่ว่าจะมาเป็นแบบกลุ่ม คู่รัก หรือนั่งดริ้งที่บาร์คนเดียว และยังมีห้องแบบไพรเวทรูมอีกด้วย

ห้องอาหารเช้าที่นีเริ่มตั้งแต่ 6.30 ถึง 10 โมง ไลน์อาหารมีทั้งแบบฝรั่ง และแบบญี่ปุ่น อร่อยทุกอย่างจนไม่ต้องออกไปกินมื้อเช้าข้างนอก

อาหารกลางวัน 11.30-15.00 L.O. 14.30

อาหารเย็น 17.00-23.00 L.O. 22.30

Metropolitan Sendai East Hotel

จองที่พักได้ที่

http://sendai-eastmetropolitan.jp/en

TEL +81-22-268-2525

Asaichi Morning Market

ตลาดเช้า

ความเจริญในปัจจุบัน ทำให้ตลาดสดที่อยู่ใกล้สถานีใหญ่ๆ ทยอยเลือนหายไปทุกที แต่ที่ตลาดเช้าแห่งนี้ ยังมีความคึกคักของเหล่าบรรดาพ่อค้า แม่บ้านที่มาจับจ่ายซื้อของ ขึ้นชื่อว่าตลาดเช้าแต่ก็เปิดให้บริการทั้งวัน จะมาหาอาหารกลางวันกินที่นี่ก็ให้ฟีลแบบคนญี่ปุ่นแท้ๆ ดีเหมือนกัน ผัก ผลไม้ อาหารทะเลสด และอาหารญี่ปุ่นแบบต้นตำรับ ทำสดใหม่ราคาไม่แพง

Marine Gate Shiogama

ล่องเรือบนอ่าวมัตสึชิม่า

ล่องเรือเฟอร์รี่จากเมือง Shiogama ไปจนถึงเกาะ Matsushima 1 ใน 3 สถานที่ที่วิวสวยที่สุดในประเทศญี่ปุ่น ระหว่างทาง 50 นาทีเราจะได้ชมความงามของเกาะเล็กเกาะน้อยกว่า 250 เกาะบนอ่าว Matsushima

เสียงตามสายบนเรือบอกว่า เส้นทางที่เรามุ่งหน้าไปยังเกาะ Matsushima เป็นเส้นทางที่นักกวีชื่อดัง “Matsuo Basho” เดินทางผ่าน และเกิดซาบซึ้งในความงดงามของบรรยากาศจนพรรณนาออกมาเป็นบทประพันธ์ “Oku no hoso michi “  ซึ่งเป็นบทประพันธ์ที่คนญี่ปุ่นทุกคนต้องเรียนในวัยเด็ก คงจะอารมณ์ประมาณบทกลอนของสุนทรภู่บ้านเรา

บรรดาเกาะที่มีรูปทรงแปลกตา บางเกาะก็มีโพรงคล้ายรูประฆัง (Kanejima)

เมื่อถึงชายฝั่ง เราเดินข้ามสะพานแดงเล็กๆ เข้าไปบริเวณศาลเจ้า Gogaido บนอ่าว Matsushima ภาพที่ปรากฏอยู่ตรงหน้างดงามจนทำให้เราเชื่อแล้วว่าที่นี่ติด 1 ใน 3 สถานที่ที่วิวสวยที่สุดในประเทศญี่ปุ่น

เรือหาปลา เรือรักษาความปลอดภัยของทะเล และเรืออื่นๆ ที่แล่นวนสลับกันเทียบท่า ชวนให้เราสัมผัสถึงความเป็นเมืองท่าที่ดูคึกคัก



พี่ม้าพาเที่ยว :: ไปชินจูกุกินเนื้อย่าง พี่ม้าพากินตัวไม่แตกห้ามกลับบ้าน

ตั้งแต่ม้าอยู่ญี่ปุ่นมา คำถามที่ม้าเจอบ่อยสุดคือ พี่ม้าคะ ไปชิบูย่ากินไร พี่ม้าหาร้านเนื้อให้หน่อย พี่ม้าร้านซูชิไหนเด็ดๆ บอกน้องมาเลยค่ะ ม้าจัดให้ แต่ม้าขอจัดเป็นย่านไปก่อน แต่ม้าจัดมาให้ทุกย่าน ไม่ต้องห่วง ไปดูกันเลยชินจูกุต้องจัดอะไรดี

ร้านที่ม้าเลือกจริงๆ มีร้านเด็ดอยู่หลายร้านแต่สไตล์ม้า คือเราเน้นไม่รอค่ะ ถ้ารอเกิน 1 ชั่วโมง ม้าขอลาก่อน ม้าเป็นพวกทนหิวมิได้ เราต้องใช้เวลาทุกนาทีในการช้อปปิ้งค่ะ เพราะฉะนั้นร้านที่ม้าคัดสรรมาให้นั้นมิต้องรอพร้อมเคล็ดลับในการรอไม่นาน

01

GYUKAKU

牛角

กิวคาคุร้านนี้จริงๆ ก็มีที่เมืองไทย แต่ยังไงก็ต้องมาลองของต้นตำรับหน่อย เพื่อนม้ามาญี่ปุ่นทุกครั้งก็ต้องขอให้มาที่นี่ คือมันเด็ดดวง พนักงานก็น่ารัก คิวก็รุนแรงเช่นกัน และไม่รับจองทางโทรศัพท์นะคะ เพราะฉะนั้นเคล็ดลับคือต้องมาเอาคิวตอน 5 โมงครึ่งแล้วก็จองไว้สัก 1 ทุ่ม-2 ทุ่ม ระหว่างนั้นก็ไปเดินเล่นรอแสนจะสบายใจ

การเดินทาง

จากสถานี Shinjuku Sanchome เดินเพียง 2 นาทีถึงค่ะ หรือจากสถานี JR Shinjuku เพียง 5 นาทีค่ะ

ที่อยู่  TOPS HOUSE 8 F, Shinjuku 3-20-8   เบอร์โทรศัพท์  03-5367-1129

02

GYUKATSU AONA

牛かつあおな

ต่อจากร้านเนื้อ นี่คือร้านกิวคัตสึ อาโอนะ ชอบกินแต่ทงคัตสึกันล่ะซี้ แต่รอบนี้ขอเป็นเนื้อชุบแป้งทอดนะคะ ชุบแบบบาง แป้งน้อยไม่ต้องกลัวอ้วนเพราะกินยังไงมันก็อ้วนอยู่แล้วค่ะ เนื้อทอดข้างในแดงๆ กินแล้วละลายในปาก (ต้องเคี้ยวนะคะถ้าปล่อยไว้เฉยๆ เกรงว่าจะติดคอ ขยับกรามกันนิดนึง) จิ้มกับวาซาบิอร่อยเหาะมากค่ะ ใครไม่ชอบวาซาบิ มีน้ำจิ้มคล้ายๆ โชยุอร่อยเหมือนกันค่ะ ร้านนี้คิวไม่นานค่ะ ประมาณ 5 นาทีค่ะ

การเดินทาง

ร้านอยู่ไม่ไกลจาก Kabukicho เลยค่ะ สามารถลงจาก JR Shinjuku เดินประมาณ 7 นาที หรือจะลงจาก Shinjuku- Sanchome ใช้เวลาเดินทางเพียง 5 นาทีก็ได้ค่ะ

ที่อยู่ Shinkio Bldg 1 F, Kabukicho 1-24-3   เบอร์โทรศัพท์   03-6278-9122

03

ROKKASEN

六歌仙

ร้านร็อคคาเซ็นร้านนี้คนไทยรู้จักดีต้องมาลองสักครั้งค่ะ สายเนื้อห้ามพลาด กินกันให้คุ้มต้องโทรจองล่วงหน้าประมาณ 1 อาทิตย์นะคะ นอกจากเนื้อแล้วก็ยังมีขาปู หอย Hotate ใหญ่ๆ  เรียกได้ว่าอร่อยทุกอย่าง

การเดินทาง

ร้านหาไม่ยากค่ะ จากสถานี JR Shinjuku เพียง 2 นาที (West Exit)

ที่อยู่ Sunflower Building 6 F / 7 F, 1-3-1 Nishi-Shinjuku, Shinjuku-ku, Tokyo,160-0023  เบอร์โทรศัพท์ +81-3-3348-8676

04

NEGISHI

ねぎし

ร้านลิ้นวัวเนกิชิเป็นร้านสะดวกมาก จริงๆ มีหลายที่นะคะ แต่ถ้าใครพักแถวชินจูกุ เที่ยงแล้วอยากกินเนื้อวัว จัดเลยค่ะ นอกจากลิ้นวัวแล้วก็มีเนื้อวัว เนื้อหมู เนื้อไก่ อร่อยเหมือนกันค่ะ ร้านนี้ย่างร้อนๆ ให้เราแล้วก็เอามาเสิร์ฟ ไม่ต้องเสี่ยงผมเหม็นเลยค่ะ ที่สำคัญเติมข้าวไม่อั้นราคาตั้งแต่ 800-2,500 ¥ ข้าวก็ยังกรึบๆ เพราะทางร้าน หุงข้าวพร้อมกับจมูกข้าว มีซุป และ Tororo (เป็นมันป่าญี่ปุ่นไว้ราดข้าวค่ะ) ร้านนี้รอคิวไม่นานค่ะ ประมาณ 10-29 นาที ถ้าบอกพนักงานว่า นั่งเคาน์เตอร์ได้ ยิ่งเร็วเลยค่ะ

การเดินทาง

จากสถานี JR Shinjuku เพียง 5 นาที (South Exit)

ที่อยู่ Takashimaya Times Square Restaurant 13 F, Takashimaya Times Square, 5-24-2 Sendagaya, Shibuya-ku, เบอร์โทรศัพท์ 03-5361-1872

05

ISOMARU SUISAN

磯丸水産

ร้านสุดท้ายสำหรับอาหารมื้อหนัก ก่อนจะพักไปทานของหวานที่จะแนะนำ คือ ร้านอิโซะ มารุ ซุยซาน ร้านอิซากายะที่ม้าชอบมาก ที่สำคัญเปิด 24 ชั่วโมง โตแล้ว จะกินหอยปิ้งตอนไหนก็ได้ ร้านนี้ดังเรื่องของอาหารทะเล ที่สำคัญราคาไม่แพงค่ะ มีทั้งมันปูย่าง หอยเชลล์ ตัวใหญ่ๆ ข้าวหน้าปลาดิบ เหล้าสาเกญี่ปุ่น ร้านเป็นที่นั่งแบบสูบบุหรี่ทั้งหมดนะคะ

การเดินทาง

จากสถานี Shinjuku Sanchome เดินเพียง 2 นาทีถึงค่ะ หรือจากสถานี JR Shinjuku เพียง 5 นาทีค่ะ

ที่อยู่  shinjuku Shinjuku Tokyo 3-17-13   เบอร์โทรศัพท์  03-5312-6501

06

TAKANO Fruit Parlour

高野

ตบท้ายด้วยร้านของหวาน พี่ม้าขอแนะนำร้านทาคาโน่ ร้านที่เปิดมาพร้อมกับสถานีชินจูกุตั้งแต่ปี 1885 ผลไม้ที่นี่สดมาก และยิ่งเป็นผลไม้ตามฤดูกาล ม้ารับประกันเลยว่าอร่อยที่สุด เป็นผลไม้ที่อร่อยที่สุดตั้งแต่เกิดมาเคยกินเลย รอคิวไม่นานค่ะ ประมาณ 15นาที แต่แนะนำให้มาประมาณสัก 11 โมงกำลังดี พอเที่ยงที่ร้านก็มีข้าวห่อไข่ อย่าลืมสั่งเลยค่ะ

การเดินทาง

จากสถานี Shinjuku Sanchome เดินเพียง 2 นาทีถึงค่ะ หรือจากสถานี JR Shinjuku เพียง 3 นาทีค่ะ

ที่อยู่   3-26-11 Shinjuku, Tokyo 160-0022, Japan   เบอร์โทรศัพท์ 03-5368-51471



ซูชิ ฮินาตะ

ร้านซูชิสไตล์โอมาคาเสะ ต้นตำรับจากนาโกย่า ที่ย้ายถิ่นฐานมาเปิดที่เมืองไทยได้ 3 ปีและยังคงมีลูกค้าเวียนเข้ามาไม่ขาดสาย ภายในร้านถูกวางคอนเซปให้ดูหรูหรา เรียบง่ายสัมผัสได้ถึงความเป็นญี่ปุ่น แต่รสชาติไม่ง่ายอย่างที่คิด เพราะเชฟใส่ใจและคัดสรรวัตถุดิบชั้นดีอย่างมารังสรรซูชิทุกคำให้ได้รสชาติเหมือนต้นตำรับแท้ๆ แม้กระทั้งปลาที่ใช้จะต้องเป็นปลาที่อร่อยเฉพาะฤดูกาลนั้นๆ ไม่ใช่ว่าปลาอะไรก็ได้ ที่นี้จึงนำเข้าปลาอาทิตย์ละ 5 วัน

นอกจากพี่พระเอกของร้านเป็น เมนูโอมาคาเสะซูชิแล้ว ยังมีเมนูไคเซกิ เมนูจานเดียว เซ็ทเมนูอาหารกลางวันบริการด้วย หากใครที่ตั้งใจมาทานโอมาคาเสะที่นี้แล้ว รบกวนโทรมาจองก่อน 3 วันล่วงหน้าเพราะเชฟจะได้จัดปลาที่ลูกค้าชอบหรือไม่ชอบไว้ให้

Comments Off on ซูชิ ฮินาตะ


ซูชิ โคมัตสึ รปปงหงิ

ร้านซูชิย่านรปปงงิ ขยายสาขามาเปิดที่เมืองไทยกับบรรยากาศที่ดู Casual สบายๆ ให้คนไทยได้แวะมาทานกันง่ายๆ มี Open Bar บาร์ซูชิแบบเปิดที่คุณจะได้เห็นทุกขั้นตอนตั้งแต่การแล่ปลาสดๆ ไปจนถึงการปั้นซูชิ นอกจากนี้ลูกค้าสามารถพูดคุยใกล้ชิดกับเชฟซูชิชาวญี่ปุ่น คุณ คูโรคาว่า ได้อีกด้วย

ทุกเมนูของที่นี้ใช้ปลาสด นำเข้าจากแหล่งปลาชื่อดังของญี่ปุ่นโดยตรง อาทิตย์ละ 2-3 ครั้ง ทำให้ลูกค้าขาประจำแวะเวียนกันมาอย่างไม่ขาดสาย และยังเมนูพิเศษประจำเดือนของทางร้านที่เชฟจะคอยคิดค้นเมนูใหม่ๆ ให้เข้ากับวัตถุดิบที่ได้เข้ามาแต่ละเดือน

Comments Off on ซูชิ โคมัตสึ รปปงหงิ


เอ็นโด ซูชิ

ร้านซูชิต้นตำรับจากโอซาก้า ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ด้วยสไตล์แบบ Tsukami sushi คือการเสิร์ฟซูชิแบบข้าวอุ่นๆ และปั้นให้ไม่แน่นเหมือนซูชิทั่วไป รสชาติของข้าวจะออกหวานนิดๆ ตามสไตล์อาหารโอซาก้า ซึ่งในกรุงเทพฯ สามารถหาทานได้แค่ร้านนี้ที่เดียว

เมื่อบอกว่าเป็นร้านซูชิต้นตำรับจากโอซาก้า แน่นอนว่าปลาที่ใช้ถูกส่งตรงมาจากตลาดปลาโอซาก้าสดๆ มีพระเอกของร้านคือ Anago ปลาไหลทะเลเนื้อนุ่ม ฟูที่เชฟพิถีพิถันในการทำเอามากๆ และอีกหนึ่งสิ่งที่ทำให้ Endo Sushi เป็นซูชิไม่เหมือนที่อื่นก็เพราะเขาจะปั้นข้าวให้ไม่ใหญ่จนเกินไป รูปทรงดูอ้วนๆกลมๆ พอได้ลองกัดเข้าไปคำแรกคุณจะรู้สึกว่าเนื้อปลานั้นใหญ่เต็มๆคำและข้าวได้ละลายหายไปในปาก

Comments Off on เอ็นโด ซูชิ


ซูชิ มิซากิ

ร้านซูชิสไตล์ Omakase ภายในร้านจัดเป็นเค้าเตอร์ 10 ที่นั่ง หลังเค้าเตอร์มีเชฟชาวญี่ปุ่นประสบการณ์21ปี ยืนปั้นซูชิเสิร์ฟให้คุณทานคำต่อคำด้วยมือ  ทั้งบรรยากาศรวมไปถึงอุปกรณ์ถ้วยชามและรสชาติอาหาร ทุกอย่างดูลงตัวเหมือนหลุดเข้าไปอยู่ร้านซูชิที่ประเทศญี่ปุ่นจริงๆ

ร้านมิซากิแตกต่างจากที่อื่นตรงที่เป็นคอส Omakase sushi และยังมีอาหารแบบไคเซกิเสิร์ฟ โดยได้เชฟมิชชลินจากเมืองโยโกฮาม่ามาคอยรังสรรเมนูให้ ความสดใหม่ของซูชิที่ไม่เป็นรองใครเพราะปลานำเข้าจากญี่ปุ่นอาทิตย์ละ 3 ครั้ง แถมคุณภาพความอร่อยของที่นี้ เชฟรับประกันว่าคุมเองกับมือ จึงทำให้มีแค่ 10 ที่นั่ง

Comments Off on ซูชิ มิซากิ


เที่ยงนี้กินอะไรดี อร่อย ง่าย อยู่ได้ด้วยเหรียญเดียว (ฉบับโอซาก้า)

onecoin0002โอซาก้า ถือเป็นอีกหนึ่งจุดหมายของนักกินนักชิมทั้งหลายที่จะต้องมาให้ได้ซักครั้ง เพราะว่าถือเป็นอีกเมืองใหญ่ที่รวบรวมอาหารอร่อยๆ ไว้มากมาย ทั้งถูก ทั้งแพง ภัตตาคาร เดินกินมีมากมายหลายแบบให้เลือกกินตามสบายพุง แต่สำหรับเราแล้ว ไปเที่ยวทีไรก็ต้องคงคอนเซปค่ะ เน้นประหยัดและคุ้มค่า! (ไม่ได้งกนะ.. แต่บางครั้งก็อยากช็อปปิ้งอะแก //เสียงเบา)onecoin0001แนะเรื่องกินก่อนนิด ถ้าสมมติไปเที่ยวแล้วอยากจะคุมงบซักหนึ่งมื้อ แนะนำว่าต้องมื้อเที่ยงเลย เพราะส่วนใหญ่ที่ญี่ปุ่นแทบจะทุกร้าน ราคามื้อเที่ยงจะถูกกว่ามื้อเย็นอยู่แล้ว แล้วก็มีหลายร้านเลยที่สามารถกินได้ด้วยเงินเพียง 500 เยน หรือคนญี่ปุ่นจะเรียกกันว่า “วันคอนรันจิ” (ワンコインランチ) นิยามก็ประมาณว่ามื้อเที่ยงที่สามารถกินอิ่มได้ด้วยเงินเพียงเหรียญเดียวเท่านั้น (แต่ก็นั่นแหละค่ะ ยังไม่รวมภาษี++ แต่ก็บวกนิดหน่อยนะคะ)onecoin005หลายคนคงอาจจะคิดว่าถูกแล้วมันจะอร่อยใช่มั้ยแก อย่าเรียกว่าถูกเลย เรียกว่าคุ้มค่าดีกว่า 555555555 แบบนี้ต้องพาไปลองซักหน่อยแล้วล่ะค่ะ วันนี้เลยจัดหลายๆ ร้านมาให้ เผื่อใครไปครั้งต่อไปจะได้ไปลองกัน นอกจากน่าอร่อยและยังสบายกระเป๋าจ่ายเบาๆ ด้วยเงินเพียง 500++ เยนเท่านั้นเอ๊งงงงง

———————————————————————————————————————————–

เมนูวันคอนรันจิ มื้อเที่ยงง่ายๆ ไปกินไหนดีอะ!?

.

.

TONTONTEI (豚々亭) บุตะด้งหน้าแน่นonecoin0009

อร่อยง่ายสไตล์ข้าวด้ง เปิดกันด้วยที่ร้านแรกกับเมนูบุตะด้งที่ร้าน TONTONTEI แค่ชื่อก็บอกอยู่แล้ว ชื่อร้านใช้คันจิที่แปลว่าหมู ฉะนั้นร้านนี้ต้องเด่นเรื่องหมูแน่นอน เมนูที่อร่อยและประหยัด “บุตะคารุบิด้ง” และความพิเศษของข้าวบุตะด้งที่นี่นะ เยอะ! แน่น! อิ่ม! ฟิน! ขวัญใจมนุษย์เงินเดือน

เวลาทำการ : 11:00 – 21:30 (ไม่มีวันหยุด)
วิธีไป : เดินจากสถานี Higashi Umeda ประมาณ 3 นาที

[googlemaps https://www.google.com/maps/embed?pb=!1m18!1m12!1m3!1d3280.2429255468787!2d135.49620381507518!3d34.6990522908145!2m3!1f0!2f0!3f0!3m2!1i1024!2i768!4f13.1!3m3!1m2!1s0x6000e6ed0c604bbd%3A0xedf53765e05b5beb!2z6LGa44CF5Lqt!5e0!3m2!1sth!2sjp!4v1465985443799&w=700&h=350]

.

.

NagaGutsu Meat (ナガグツミート) ข้าวราดซอสฮายาชิที่ไม่ควรพลาดonecoin0010

เมนูวันคอนที่โดดเด่นของร้าน NagaGutsu Meat จะเป็นเมนูข้าวเนื้อบดซอสฮายาชิ ร้านนี้จะค่อนข้างถูกใจคุณผู้ชายค่ะ เพราะไซส์ค่อนข้างใหญ่แล้วก็ถูก อิ่มได้ด้วย 500 เยนแน่นอน

เวลาทำการ : 11:00 – 05:00 วันถัดไป (มื้อเที่ยง 11:00 – 15:00)
วิธีไป : เดินจากสถานี Umeda ประมาณ 5 นาที

[googlemaps https://www.google.com/maps/embed?pb=!1m14!1m8!1m3!1d3280.0763167155396!2d135.499315!3d34.703255!3m2!1i1024!2i768!4f13.1!3m3!1m2!1s0x6000e6936064db67%3A0x99f470cb141b61c!2z44OK44Ks44Kw44OEIOODn-ODvOODiCBOYWdhR3V0c3UgbWVhdA!5e0!3m2!1sth!2sjp!4v1465986065991&w=700&h=350]

.

.

SAKAE (回転すし さかえ) มาญี่ปุ่นก็ต้องกินซูชิสิ ถูกมะ?onecoin0008

ที่ SAKAE ถึงแม้ว่าจะเป็นร้านซูชิสายพานที่ดูยังง๊ายยังไงก็ไม่น่าจะมีเมนูวันคอนหรอก แต่ว่า.. ผิดค่ะ ในช่วงมื้อเที่ยงที่นี่จะมีเมนูราคาประหยัดซ่อนตัวอยู่ เมนูเซ็ทซูชิมื้อกลางวันนั่นเอง แล้วประเด็นคือมันจัดเต็มอะแก! ในเซ็ทมีซูชิ 8 คำและมากิอีก 4 คำ โอ้โห ไม่อิ่ม ไม่คุ้มก็ไม่รู้จะว่ายังไงแล้วเนี่ย

เวลาทำการ : 11:00 – 23:00
วิธีไป : เดินจากสถานี Umeda ประมาณ 7 นาที

[googlemaps https://www.google.com/maps/embed?pb=!1m18!1m12!1m3!1d3280.0877309277316!2d135.49985591520587!3d34.702967090604595!2m3!1f0!2f0!3f0!3m2!1i1024!2i768!4f13.1!3m3!1m2!1s0x6000e694a5086063%3A0x5ee56cdf92f98f59!2z44GV44GL44GI44GZ44GXIOWMl-W6lw!5e0!3m2!1sth!2sjp!4v1465988882010&w=700&h=350]

.

.

CinCin ถึงจะเป็นบาร์ก็มีแกงกะหรี่นะonecoin0007

บาร์เก๋ๆ แห่งนี้ในช่วงกลางวันจะมีขายเมนูข้าวแกงกะหรี่ที่ทางร้านเคี่ยวเอง ซึ่งราคา 500 เยนเท่านั้นเอง รสชาติเผ็ดนิดๆ (แต่สำหรับคนไทยก็เบเบ) เครื่องเคียงไม่อั้น และบรรยากาศดีด้วยนะ ทานข้าวแกงกะหรี่ไปพร้อมกับเพลงเพราะๆ ก็ดีไม่น้อยเลย

เวลาทำการ : 11:30 – 13:30 สำหรับช่วงแกงกะหรี่
วิธีไป : เดินจากสถานี Kitashinchi ประมาณ 5 นาที

[googlemaps https://www.google.com/maps/embed?pb=!1m18!1m12!1m3!1d13234331.886532903!2d136.35980403791612!3d35.921568459635665!2m3!1f0!2f0!3f0!3m2!1i1024!2i768!4f13.1!3m3!1m2!1s0x6000e6edc33cea7b%3A0xf6d102e97c5c8893!2sCinCin!5e0!3m2!1sth!2sjp!4v1466044990120&w=700&h=350]

.

.

RESTAURANT Maru Man ขวัญใจชาวออฟฟิศญี่ปุ่นสไตล์ All Day Lunchonecoin0006

ร้านนี้ถือว่าได้รับความนิยมจากหนุ่มสาวออฟฟิศวัยทำงานมากๆ ในช่วงเที่ยงพวกเมนูวันคอนจะขายดีมาก เพราะว่าส่วนใหญ่จะเร่งรีบก็จะสั่งอะไรกินแบบง่ายๆ และอีกอย่างหนึ่งคือที่นี่เป็น All Day Lunch สามารถทานเมนูมื้อกลางวันได้ถึงแม้จะเป็นช่วงค่ำก็ตาม

เวลาทำการ : 11:00 – 22:30 (วันจันทร์ – วันเสาร์) 11:00 – 22:00 (วันอาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์)
วิธีไป : เดินจากสถานี Umeda ประมาณ 2 นาที

[googlemaps https://www.google.com/maps/embed?pb=!1m18!1m12!1m3!1d3280.0615927570593!2d135.49609971520607!3d34.703626390569354!2m3!1f0!2f0!3f0!3m2!1i1024!2i768!4f13.1!3m3!1m2!1s0x6000e69241587e27%3A0x7dd4dcc92883921f!2sMARUMAN!5e0!3m2!1sth!2sjp!4v1466045997373&w=700&h=350]

.

.

TORIDORI (とり鳥) ร้านนี้มีดีที่ไก่onecoin0013

มากันอีกหนึ่งข้าวด้ง แต่ร้านนี้จะเป็นเกี่ยวกับไก่แทน เมนูวันคอนรันจิของที่นี่จะมีเป็นเมนูประจำสัปดาห์ค่ะ แต่ว่าหลักๆ แล้วจะเป็นสึกุนะด้งหรือว่าข้าวหน้าลูกชิ้นไก่สไตล์ญี่ปุ่นนั่นเองจ้า อีกเมนูยอดฮิตของร้าน คือ โอยาโกะด้ง (ข้าวหน้าไก่) ของร้านนี้ก็ไม่ธรรมดานะ ต้องลองแล้วแหละ!

เวลาทำการ : 11:30 – 15:00 Lunch 17:30 – 23:00 Dinner (หยุดวันอาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์)
วิธีไป : เดินจากสถานี Kitashinchi ประมาณ 1 นาที

[googlemaps https://www.google.com/maps/embed?pb=!1m18!1m12!1m3!1d410.0366958003012!2d135.4961282319448!3d34.69777478657357!2m3!1f0!2f0!3f0!3m2!1i1024!2i768!4f13.1!3m3!1m2!1s0x6000e6f286025a2d%3A0x3e8fd0dcd5265fd2!2s1+Chome-3-25+Sonezakishinchi%2C+Kita-ku%2C+%C5%8Csaka-shi%2C+%C5%8Csaka-fu+530-0002!5e0!3m2!1sth!2sjp!4v1466049232787&w=700&h=350]

.

.

KAEN (天丼かえん) สายเทมปุระต้องมาonecoin0011

มาต่อกันที่เทมปุระจ้า ใครชอบเทมปุระบ้างงงงงง ร้าน KAEN ก็มีเมนูวันคอนรันจิที่สามารถกินข้าวหน้ากุ้งเทมปุระได้ด้วยนะ ภายในข้าวหน้าเทมปุระวันคอนจะประกอบไปด้วยกุ้งขนาด 15 ซม. ฟักทอง มะเขือม่วง และกระเจี๊ยบทอด มาลองใช้เวลามื้อเที่ยงกินอะไรอร่อยๆ ที่นี่ดูนะคะ

เวลาทำการ : 11:00 – 05:00 วันถัดไป (หยุดวันเสาร์ อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์)
วิธีไป : เดินจากสถานี Kitashinchi ประมาณ 1 นาที

[googlemaps https://www.google.com/maps/embed?pb=!1m18!1m12!1m3!1d3280.2525067705965!2d135.49382731520583!3d34.69881059082712!2m3!1f0!2f0!3f0!3m2!1i1024!2i768!4f13.1!3m3!1m2!1s0x6000e6f2a0ca741f%3A0xdb3b7888066b83c7!2z44GL44GI44KT!5e0!3m2!1sth!2sjp!4v1465986698660&w=700&h=350]

.

.

มาบอกพร้อมชี้พิกัดกันไปพอหอมปากหอมคอกับ 7 ร้าน 7 สไตล์แบบวันคอนรันจิ ใครไปโอซาก้าก็แวะไปลองกันนะคะ แต่ละที่เดินทางไม่ยากเลย อยู่ใกล้สถานีนิดเดียว นอกอิ่มสบายท้องแถมมีเงินเหลือเที่ยวเหลือช็อปอีกด้วย ขอให้สนุกกับการไปเที่ยวญี่ปุ่นนะค้าาาาาา ครั้งหน้าจะพาไปไหน กินอะไร แนะนำอะไร ติดตามชมตอนต่อไป 🙂

ชอบกด Like ใช่กด Share >>>> J-reco Let’s go around Japan.

ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพ
おすすめワンコインランチ / 大阪駅周辺でワンコインランチ / motyomomo / 食べロク / 食べロク / hotpepper