HOME Search

ผลการค้นหาพบ – 226 รายการเกี่ยวกับ หนัง be with you

รู้แล้วรีบบอกแฟนด่วน!!! พระเอกหนัง AV คนดังแดนอาทิตย์อุทัยเผยเคล็ดลับ ทํายังไงให้ยังปึ๋งปั๋งในวัย 38

จริงอยู่ที่เรื่องบนเตียงนั้นอาจจะดูเป็นเรื่องต้องห้ามของประเทศไทย ที่มีวัฒนธรรมและประเพณีอันดีงามมาอย่างยาวนานของชาติเรา แต่มันก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ว่าการสืบพันธุ์นั้นเป็นส่วนหนึ่งของการส่งต่อชีวิตจากรุ่นสู่รุ่นด้วยเช่นกัน ส่วนใหญ่กุลสตรีไทยมักจะไม่มีทักษะด้านนี้มากเท่าไหร่ ทําให้แฟนหรือสามีต้องไปหาของกินที่เด็ดกว่านอกบ้าน จนเกิดปัญหาเมียหลวงเมียน้อยที่เขาเอามาสร้างเป็นละครดังหลังข่าวกันอยู่บ่อยๆ จนผู้หญิงอยากลุกขึ้นมาเรียกร้องอธิปไตยของจุดซ่อนเร้นของตัวเองแข่งกับผู้ชายที่ออกตระเวนราตรี เหมือนละครดังหลังข่าวเรื่องเมีย 2018

ในความเป็นจริงแล้ว เรื่องแบบนี้หากเรารู้จักเปิดใจคุยกันกับคนรัก ปัญหาต่างๆ มันน่าจะบรรเทาเบาบางลงได้ และในตอนนี้เจ้าแห่งเซ็กส์ศาสตร์ของแดนปลาดิบก็ได้ตระหนักถึงความสําคัญของเรื่องนี้ จึงได้ออกหนังสือมาขายบน Amazon Japan ออกสื่อให้ความรู้ จัดสัมมนา รวมทั้งโพสต์ให้ความรู้ที่ถูกต้องผ่าน ทาง Twitter อีกด้วย เราเห็นว่าเรื่องนี้เป็นประโยชน์กับสาวๆ ชาว WOM Japan เลยได้นํามาแปลให้ได้อ่านกัน

ด้วยประสบการณ์โชกโชนเพราะผ่านผู้หญิงมามากเรือนหมื่น กับหนังใต้สะดือกว่า 7,000 เรื่อง ตลอดระยะเวลา 20 ปีที่ผ่านมา ส่งผลให้คุณ Ken Shimizu มีชื่อเสียงโด่งดังในเรื่องอย่างว่ามากที่สุดในประเทศญี่ปุ่นเลยก็ว่าได้ บางทีชื่อนี้อาจจะฟังดูไม่คุ้นหูเท่าไหร่นัก แต่ถ้าบอกว่าเขาคนนี้ก็คือ Shimiken เจ้าพ่อดารา AV แดนอาทิตย์อุทัยในตํานานแล้วล่ะก็ คิดว่าสาวๆ หลายคนอาจจะเคยผ่านหูผ่านตามาบ้าง เพราะถ้าชายไทยคลั่งไคล้ Miyabi สาวไทยก็คงปลื้มกับ Shimiken ไม่น้อยไปกว่ากัน เพราะด้วยวัย 38 กะรัต แต่เขายังฟิตปึ๋งปั๋งโดยไม่ใช้ยาหรือสารเคมีใดๆ ช่วยให้ปิกาจูแข็งตัวเลยแม้แต่น้อย โดยเคล็ดลับอยู่ที่การนอนหลับให้เพียงพอ ออกกำลังกายเป็นประจำ โดยเฉพาะท่าสควอช นั่งย่อยืด เนี่ย สำคัญมากๆ นอกนั้นก็จะเป็นเรื่องของอาหารที่ช่วยให้องคชาติแข็งตัวอย่างบรอคคอลี่ แยมมันฝรั่ง อโวคาโด้ ปลาหิมะที่อุดมไปด้วยโอเมก้าและดีเฮชเอ แต่ที่สำคัญที่สุดคือสภาพจิตใจ ถ้าสาวๆ พยายามไม่ทำให้แฟนเราเครียดก็จะช่วยได้มากเลยล่ะ

 

แหล่งข้อมูลอ้างอิง : nextshark,  twitter.com/avshimikenamazongrapee



7 หนังญี่ปุ่นแนวครอบครัวที่จะทำให้คุณรู้สึกอบอุ่นหัวใจ

ภาพยนตร์อีกแนวที่ได้รับความนิยมมากในประเทศญี่ปุ่นคือ ภาพยนตร์แนวครอบครัว โดยหนังญี่ปุ่นแนวนี้จะถูกส่งเข้าชิงรางวัลในต่างประเทศเป็นประจำเกือบทุกปี และมีหนังที่เคยได้รับรางวัลบนเวทีออสการ์ในสาขาภาพยนตร์ภาษาต่างประเทศยอดเยี่ยมมาแล้ว อย่างเรื่อง Departures ส่วนเรื่อง Tokyo Sonata กับ Like Father Like Son ก็เคยได้รับรางวัล Jury Prize จากเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ ดังนั้นลองมาดูกันดีกว่าว่า 7 หนังญี่ปุ่นแนวครอบครัวที่จะทำให้คุณรู้สึกอบอุ่นหัวใจจะมีเรื่องอะไรกันบ้าง

 

1. Be With You (2004)

หากจะพูดถึงหนังรักครอบครัวอันดับหนึ่ง หลายคนต้องนึกถึง Be With You ของผู้กำกับ โนบุฮิโระ โดอิ ที่นำแสดงโดย ยูโกะ ทาเคอุจิ, ชิโดะ นากามุระ และ อาคาชิ ทาไก ซึ่งกวาดรายได้ไปอย่างถล่มทลาย รวมถึงสร้างปรากฏการณ์เป็นหนังที่ทำให้คนดูเสียนํ้าตามากที่สุดเรื่องหนึ่งเลยทีเดียว

Be With You ถ้าฉันตายไป ปีหน้าในวันที่ฝนตก เราจะได้พบกันอีก นั่นคือคำสัญญาที่มิโอะให้ไว้กับ ทาคุมิ สามีและ ยูจิ ลูกชาย และเมื่อวันนั้นมาถึงพวกเขาก็เดินไปในป่าจริงๆ ที่นั่นทาคุมิและยูจิได้พบกับหญิงสาวคนหนึ่งที่หน้าตาเหมือนมิโอะ แต่เธอจำอะไรไม่ได้เลย พวกเขาพาเธอกลับบ้าน และเริ่มกลับมาใช้ชีวิตร่วมกันอีกครั้ง และเมื่อเวลาผ่านไป ทุกๆอย่างก็ดูเหมือนจะเป็นไปด้วยดี

หนังถ่ายทอดสายสัมพันธ์ของครอบครัวเล็กๆ อย่าง พ่อ แม่ และ ลูกชาย ออกมาได้อย่างซาบซึ้ง ขณะที่ความรักในช่วงหนุ่มสาวของ ทาคุมิ กับ มิโอะ ก็น่าประทับใจเช่นกัน ดูจบแล้วเชื่อว่าหลายคนจะเห็นคุณค่าของเวลาและให้ความสำคัญกับคนในครอบครัวมากขึ้น

ผู้กำกับ :  Nobuhiro Doi

นักแสดง :   Yuko Takeuchi, Shido Nakamura, Akashi Takei

https://www.youtube.com/watch?=PEeyIjOKBos&t=4s

 

 

2. Nada Sousou (2006)

Nada Sousou รักแรก รักเดียว รักเธอ หนังได้รับแรงบันดาลใจมาจากเพลง Nada SouSou ที่แต่งโดยวง Begin เขียนเนื้อร้องโดย Ryoko Moriyama ที่อ้างอิงจากความทรงจำของเธอที่มีต่อพี่ชายที่เสียชีวิตไป ตัวหนังเป็นผลงานการกำกับของ โนบุฮิโระ โดอิ จาก Be With You นำแสดงโดยนักแสดงหนุ่มสาวสุดฮอตในยุคนั้นอย่าง ซาโตชิ สึมะ กับ มาซามิ นางาซาว่า

เรื่องราวของ โยตารุ และ คาโอรุ เด็กชายวัย 8 ขวบ กับเด็กหญิงวัย  3 ขวบ ที่ต้องกลายมาเป็นพี่น้องกันเพราะพ่อของคาโอรุมาคุยกับแม่ของโยตารุ พวกเขาใช้ชีวิตกันที่โอกินาว่า แต่ต่อมาพ่อของคาโอรุทิ้งครอบครัวไป และแม่ของโยตารุก็เสียชีวิต 2 พี่น้องที่ไม่เกี่ยวข้องกันทางสายเลือดก็ต้องไปอาศัยอยู่กับยายในเกาะเล็กๆ ที่โอกินาว่า และเมื่อเติบโตขึ้นมาเป็นหนุ่มสาว ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็เริ่มมีปัญหา ทั้งในเรื่องของการวางตัว ความใกล้ชิด ไปจนถึงความรู้สึกวาบหวามในใจ

Nada Sousou เป็นหนังรักที่พูดถึงครอบครัวที่ไม่ได้เกี่ยวพันธ์ทางสายเลือด แถมยิ่งเมื่อพวกเขาโตขึ้นมาเป็นหนุ่มสาว ความรู้สึกในใจก็มีทั้งเรื่องราวที่หวานชื่นและอึดอัดไปในคราวเดียว แน่นอนว่าต่อให้ทั้งคู่คบกันแบบคนรักก็ไม่ผิด แต่ด้วยสถานะที่เริ่มต้นจากการเป็นพี่น้อง การก้าวข้ามเส้นดังกล่าวท่ามกลางสายตาจับจ้องของคนรอบข้างจึงไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ขณะที่บทสรุปก็ทำให้คนดูเกือบทุกคนเสียนํ้าตา

ผู้กำกับ :  Nobuhiro Doi

นักแสดง :   Satoshi Tsumabuki, Masami Nagasawa, Kumiko Aso

 

 

3. Departures (2008)

Departures มีชื่อไทยว่า ความสุขนั้นนิรันดร ได้รับการยกย่องว่าเป็น 1 ใน 100 ภาพยนตร์ที่ดีที่สุด การันตีด้วยรางวัลออสการ์สาขาภาพยนตร์ภาษาต่างประเทศยอดเยี่ยม หนังเรื่องนี้เป็นผลงานการกำกับของ โยจิโระ ทากิตะ นำแสดงโดย มาซาฮิโระ โมโทกิ, ซึโตมุ ยามาซากิ และ เรียวโกะ ฮิโรสุเอะ

เรื่องราวในหนังเกี่ยวกับชีวิตของ ไดโกะ ชายหนุ่มนักดนตรีที่ตกงานจากวงออเคสตร้าในเมืองหลวง เขาต้องพา มิกะ เดินทางกลับไปยังบ้านเกิดที่จังหวัดยามางาตะเพื่อตั้งต้นชีวิตใหม่ก่อนจะสมัครงานในบริษัทแห่งหนึ่งที่มีคำว่า Departures ซึ่ง ไดโกะ แปลเป็นคำว่า การเดินทาง นึกว่าเป็นงานบริษัททัวร์ แต่เมื่อได้พบกับ ซาซากิ เจ้าของบริษัทจึงได้รู้ว่าแท้จริงแล้วเป็นธุรกิจจัดการศพ ไดโกะ จำใจทำงานทั้งๆ ที่ไม่ชอบ จนต่อมาพบว่างานนี้ทำให้เขาเติบโตและเข้าใจโลกมากขึ้น

Departures ไม่ใช่หนังที่พูดถึงเรื่องราวในครอบครัวโดยตรง แต่มีแง่มุมหลายอย่างเกี่ยวกับความสัมพันธ์ในครอบครัว ไม่ว่าจะความขัดแย้งระหว่าง ไดโกะ กับพ่อ การพยายามสร้างครอบครัวเล็กๆ ของ ไดโกะ กับ มิกะ ขณะเดียวกันหนังก็พาผู้ชมไปสำรวจช่วงก่อนและหลังความตายของมนุษย์ผ่านงานกับพิธีการต่างๆของตัวละครในหนัง ที่ชวนให้เราครุ่นคิดถึงความหมายอันลึกซึ้งและงดงามของชีวิต

ผู้กำกับ : Yojiro Takita

นักแสดง :  Masahiro Motoki, Ryoko Hirosue, Tsutomu Yamazaki

 

 

4. Still Walking (2008)

Still Walking คืออีกหนึ่งผลงานชิ้นเยี่ยมของ ฮิโรคาสุ โคเรเอดะ ที่ส่งให้เขาได้รับรางวัล ผู้กำกับยอดเยี่ยมจากเวที Asian Film Awards 2009 นำแสดงโดย ฮิโรชิ อาเบะ , คิกิ คิริน และ ยูอิ นัตสึคาวะ หนังว่าด้วยเรื่องราว 24 ชั่วโมงของครอบครัวที่กลับมาพบกัน

โดย เรียวตะ ลูกชายคนรองที่มาพร้อมกับเมียหม้ายและลูกชายที่เกิดจากการแต่งงานครั้งก่อน, พ่อ ที่ยังคงเศร้าและเสียใจกับการจากไปของลูกชาย และคิดเสมอว่าเรียวตะไม่สามารถเทียบกับพี่ชายได้เลย แม่ซึ่งเก็บความทุกข์ที่อยู่ในใจมาตลอดหลายปี และลูกสาวคนโต ลูกสาวที่ไม่ยอมจมปลักกับความเศร้าโศก ที่มาพร้อมกับสามีและลูกๆ ที่ไร้สาระไปวันๆ

หนังนำเสนอแบบเรียบง่าย พาผู้ชมค่อยๆ ทำความรู้จักกับตัวละครแต่ละตัวผ่านบทสนทนาที่สามารถนำมาเทียบเคียงกับชีวิตจริงของครอบครัวเราได้ ว่า ในวันที่ทุกคนมาพบหน้าพร้อมกันนั้น นอกจากจะชวนให้รำลึกถึงความหลังที่มีทั้งสนุกและน่ากระอักกระอ่วนแล้ว ยังทำให้เข้าใจได้เลยว่า คนบางคนก็ยังคงยึดติดกับอดีตไปตลอดชีวิต แต่คนบางคนก็เลือกที่จะปล่อยวางแล้วมองข้างหน้า เพื่อพบกับความสุข

ผู้กำกับ :   Hirokazu Koreeda

นักแสดง :   Hiroshi Abe, Yui Natsukawa, Kirin Kiki

 

 

5. Tokyo Sonata (2008)

ปี 2008 ต้องบอกว่าเป็นปีทองของหนังครอบครัวญี่ปุ่น เพราะนอกจาก Departures กับ Still Walking แล้ว Tokyo Sonata ของผู้กำกับ คิโยชิ คุโรซาว่า (Cure, Bright Future, Charisma) คืออีก 1 หนังญี่ปุ่นที่ได้รับเสียงชื่นชมจนได้รับรางวัล Jury Prize จากเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ หนังนำแสดงโดย เทรุยุกิ คางาวะ, เคียวโกะ โคอิซุมิ, ยู โคยานากิ และ อิโนวากิ ไค

Tokyo Sonata เล่าเรื่องราวของครอบครัวหนึ่งในโตเกียว ริวเฮย์ เป็นพนักงานบริษัทที่กำลังจะตกงาน ทว่าเขาตัดสินใจไม่บอกเรื่องนี้กับภรรยาของเขา เมกุมิ และลูกชายทั้งสอง ทาคาชิ กับ เคนจิ ทุกคนในบ้านพยายามใช้ชีวิตเหมือนเดิม แต่ก็รับรู้ว่ามีอะไรบางอย่างที่ไม่เหมือนเดิม กว่าริวเฮย์จะรู้ตัว ครอบครัวของเขาก็กำลังเผชิญกับภาวะใกล้ล่มสลายเสียแล้ว

สำหรับ Tokyo Sonata นอกจากจะพูดถึงความสัมพันธ์ของคนในครอบครัวญี่ปุ่นแล้ว ยังสะท้อนถึงปัญหาสภาพเศรษฐกิจและสังคมในกรุงโตเกียวได้เป็นอย่างดี รวมถึงยังเผยแง่มุมที่น่าสนใจเกี่ยวกับด้านมืดและด้านสว่างของมนุษย์ในภาวะวิกฤติของชีวิตอีกด้วย ส่วนตัวชอบที่ผู้กำกับนำเปียโนกับเพลงโซนาตามาแทรกในบทได้อย่างกลมกลืน และถึงแม้ว่าตัวละครจะดูไร้ความหวัง แต่บทสรุปของหนังก็ยังมีแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ให้มองเห็นอยู่

ผู้กำกับ :  Kiyoshi Kurosawa

นักแสดง :    Teruyuki Kagawa, Kyoko Koizumi, Yu Koyanagi, Kai Inowaki

 

 

6. Like Father Like Son (2013)

Like Father Like Son หรือชื่อไทย พ่อครับ รักผมได้ไหม? อีกหนึ่งผลงานชิ้นโบว์แดงของเจ้าพ่อหนังครอบครัวจากญี่ปุ่นอย่าง ฮิโรคาสุ โคเรเอดะ ที่เคยมีผลงานอันโด่งดังมากมายทั้ง Nobody Knows , Still Walking และ After the Storm แต่ความยอดเยี่ยมของ Like Father Like Son คือการคว้ารางวัล Jury Prize จากงานเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ปี 2013 แถมยังได้รับคำชมจากทั่วโลก จน สตีเว่น สปีลเบิร์ก ผู้กำกับเจ้าของฉายาพ่อมดแห่งฮอลลีวู้ดตัดสินใจซื้อลิขสิทธิ์หนังเรื่องนี้ไปรีเมกเลยทีเดียว

ภาพยนตร์เรื่องนี้รวมดารามากฝีมือของญี่ปุ่นไว้หลายคนไม่ว่าจะเป็น ฟุคุยามะ มาซาฮารุ, มาชิโกะ โอโนะ, ลิลลี่ แฟรงกี้ และ โยโกะ มากิ โดยหนังบอกเล่าเรื่องราวของ เรียวตะ ชายหนุ่มที่มีชีวิตเกือบจะสมบูรณ์แบบ กับครอบครัวสุขสันต์ 3 คน พ่อ แม่ และลูกชาย จนกระทั่งวันหนึ่ง เขา กับ มิโดริ ภรรยา ได้รับโทรศัพท์แจ้งผลตรวจเลือดจากโรงพยาบาลที่ชี้ชัดว่าลูกชายวัย 6 ขวบ เคตะ ไม่ใช่ลูกแท้ๆ ของพวกเขา โรงพยาบาลให้เด็กผิดไป นับจากวินาทีนั้นบททดสอบบางอย่างที่จะทำให้หัวอกของคนเป็นพ่อต้องร่ำไห้ก็ได้เริ่มต้นขึ้น

Like Father Like Son มีประเด็นที่น่าสนใจและแข็งแรงมากที่สุดคือ ระหว่าง สายเลือดของตัวเอง หรือ ความผูกพัน 6 ปี อะไรกันแน่ที่สำคัญ เพราะเหตุการณ์ในหนังก็อ้างอิงมาจากเรื่องจริงของหลายครอบครัวทั่วโลกที่ได้รับผลกระทบเรื่องลูกสลับคนกันจากความผิดพลาดของโรงพยาบาล ซึ่งหนังพยายามถ่ายทอดทั้งแง่มุมความรู้สึก รวมถึงการจัดการกับปัญหาของผู้ใหญ่และเด็กต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ส่วนตัวชอบเรื่องการที่หนังไม่ได้เน้นดราม่าฟูมฟาย แถมช่วยท้ายยังคลี่คลายปมต่างๆ ของหนังได้อย่างน่าประทับใจมากๆ

ผู้กำกับ : Hirokazu Koreeda

นักแสดง :   Masaharu Fukuyama, Machiko Ono, Yoko Maki , Lily Franky

 

 

7. Our Little Sister (2015)

Our Little Sister เป็นผลงานที่น่าจะฉีกแนวที่สุดเรื่องหนึ่งของ ฮิโรคาสุ โคเรเอดะ เพราะไม่ใช่หนังดราม่าหนักๆ เหมือนเรื่องก่อนๆ โดยภาพยนตร์ดัดแปลงมาจากการ์ตูนมังงะเรื่อง Umimachi Diary ผลงานของ โยชิดะ อาคิมิ นำแสดงโดย 4 สาวมากความสามารถ ฮารุกะ อายาเสะ, มาซามิ นางาซาวะ, คาโฮะ และ สึซึ ฮิโระเสะ

หนังเกี่ยวกับครอบครัวสามสาวพี่น้อง ซาจิ พี่สาวผู้เข้มงวด โยชิโนะ พี่สาวสายปาร์ตี้ และ จิกะ น้องสาวสุดติสต์ ที่พ่อทิ้งแม่และพวกเธอไปตั้งแต่เด็ก จนมีข่าวว่าพ่อเสียชีวิต เมื่อพวกเธอตัดสินใจไปร่วมงานศพจึงได้รู้ว่ามี ซึสุ น้องสาวต่างมารดาอีกหนึ่งคนที่ตอนนี้ไม่เหลือทั้งพ่อและแม่แล้ว ในนาทีสุดท้ายก่อนที่รถไฟจะออก ซาจิ พี่สาวคนโตก็เอ่ยปากชวนน้องสาวคนเล็กให้มาอยู่ด้วยกันที่เมืองคามาคุระ จังหวัดคานากาวะ และเธอได้ตอบตกลงแทบจะในทันที พี่น้องสี่ใบเถาจึงต้องสร้างครอบครัวขึ้นมาใหม่โดยปราศจาก พ่อ แม่

Our Little Sister คือหนังครอบครัวที่พูดถึงสายใยของพี่น้องได้อบอุ่น น่ารัก บทหนังละมุน เรียกรอยยิ้มสลับกับนํ้าตา มีความ Coming of age นิดๆ ดูจบแล้วคุณจะรู้สึกอิ่มเอมใจ โดยเฉพาะคนที่มีพี่น้อง อีกทั้งการแสดงของ 4 สาวก็ทำได้น่ารักสมวัย น่าจะได้ใจผู้ชมที่เป็นหนุ่มๆ ไปเต็มๆ

ผู้กำกับ :  Hirokazu Koreeda

นักแสดง :    Haruka Ayase, Masami Nagasawa, Kaho, Suzu Hirose



Movie Guide : รวม 6 หนังรักญี่ปุ่นเกี่ยวกับสายฝน ก่อนไปชม After the Rain หลังฝนตก คุณคิดถึงใคร

ช่วงเข้าสู่ฤดูฝนแบบนี้ บรรยากาศชุ่มฉํ่า อากาศเย็นสดชื่น เหมาะกับการนอนดูหนังเพลินๆ ยิ่งถ้าเป็นภาพยนตร์ที่เกี่ยวกับฝนด้วยคงจะอินเข้าไปใหญ่ วันนี้เราเลยขออนุญาตแนะนำ 6 หนังรักญี่ปุ่นเกี่ยวกับสายฝน ให้คุณได้หามาชมกันตอนฝนพรำดังนี้

 

 

1. เพียงเพื่อ รอพบหัวใจเรา April Story 四月物語 (1998)

April Story เป็นผลงานลำดับที่ 6 ของ อิวาอิ ชุนจิ สุดยอดผู้กำกับภาพยนตร์แนวโรแมนติกของญี่ปุ่น ซึ่งเรื่องนี้ถือว่าเป็นผลงานสร้างชื่อให้เขาไม่แพ้ Love Letter หนังรักขึ้นหิ้งในตำนานของใครหลายคน โดย April Story ยังได้ชื่อว่าเป็นหนังแจ้งเกิดให้กับ มัตสึ ทาคาโกะ ในวงการบันเทิงอีกด้วย

หนังเรื่องนี้ได้รับเสียงชื่นชมในเรื่องของการแอบรักใครสักคนแบบสุดหัวใจ โดยมีฉากหลังเป็นสายฝนในฤดูร้อน รวมถึงมีการถ่ายทอดภาพที่สวยงามของ นิเรโนะ อุซุกิ สาวน้อยจากต่างจังหวัด ผู้ไม่เคยก้าวออกจากบ้านเกิด เธอติดมหาวิทยาลัยมุซาชิในกรุงโตเกียว จึงได้ย้ายเข้ามาพักในเมืองหลวงคนเดียว ซึ่งนอกจากเรื่องเรียน เธอมีเป้าหมายอีกอย่างหนึ่งที่เก็บซ่อนเอาไว้ในหัวใจ ฉากในความทรงจำคือตอนที่ อุซุกิ กางร่มสีแดงเดินฝ่าสายฝนในเมืองหลวงพร้อมกับรอยยิ้ม

ผู้กำกับ : อิวาอิ ชุนจิ : Iwai Shunji (岩井俊二)

นักแสดง (พากย์เสียง) : มัตสึ ทาคาโกะ : Matsu Takako (松 たか子), ทานาเบะ เซอิจิ : Tanabe Seiichi (田辺誠一), ฟูอิจิ คาโอริ : Fujii Kaori (藤井かほり)

 

 

2. ปาฏิหาริย์ 6 สัปดาห์ เปลี่ยนฉันให้รักเธอ Be With You いま、会いにゆきます (2004)

ถ้าจะพูดถึงหนังฤดูฝน เกือบทุกลิสต์จะต้องมี Be With You อยู่ด้วย เพราะหนังของ โดอิ โนบุฮิโร่ เรื่องนี้สร้างความประทับใจจนทำรายได้ทั่วโลกไปถึง 48 ล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ ทำให้ประเทศเกาหลีใต้ต้องซื้อลิขสิทธิ์ไปรีเมกเป็นหนังเวอร์ชั่นเกาหลี และเพิ่งเข้าฉายในไทยเมื่อต้นปีที่ผ่านมา

ภาพยนตร์โรแมนติกดราม่าเรื่องนี้สร้างจากหนังสือนิยายชื่อดังของ อิชิคาว่า ทาคุจิ และในกองถ่ายนักแสดงนำอย่าง ทาเคอุจิ ยูโกะ กับ นากามูระ ชิโดะ ก็พบรักกันจนได้แต่งงานในชีวิตจริง โดย Be With You เล่าเรื่องราวของ มิโอะ หญิงสาวที่ฟื้นกลับจากความตายมาหาสามีกับลูกชายในฤดูฝน ก่อนที่จะต้องลาจากไปก่อนฝนเม็ดสุดท้ายหยดลงมา หนังมีซีนน่าประทับใจเกี่ยวกับสายฝนหลายซีน ทั้งการที่สามีของ มิโอะ กาปฏิทินนับถอยหลังช่วยหมดหน้าฝน หรือตอนที่ลูกชายของเธอทำตุ๊กตาไล่ฝนกลับหัว ซึ่งหลังจากดู Be With You จบ มุมมองที่คุณมีต่อฤดูฝนจะเปลี่ยนแปลงไป

ผู้กำกับ : โดอิ โนบุฮิโร่ : Doi Nobuhiro (土井裕泰)

นักแสดง : ทาเคอุจิ ยูโกะ : Takeuchi Yuko (竹内結子), นากามูระ ชิโดะ : Nakamura Shido (中村獅童), ทาเคอิ อากาชิ : Takei Akashi (武井証)

 

 

3. กว่าจะรู้ว่ารัก(เพื่อน) Rainbow Song 虹の女神(2006)

Rainbow Song คือหนังรักที่อำนวยการสร้างโดย อิวาอิ ชุนจิ ผลงานการกำกับของ คุมาซาวะ นาโอโตะ จาก Letters from Kanai Nirai ซึ่งครั้งนี้เขาได้นักแสดงวัยรุ่นที่มีชื่อเสียงอย่าง อิชิฮาระ ฮายาโตะ จาก All about Lily Chou Chou, อุเอโนะ จูริ จาก Swing Girl และ อาโออิ ยู จาก Hana and Alice มาร่วมงานกัน

ตัวหนังเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของ โทโมยะ กับ อาโออิ นักศึกษามหาลัยที่รู้จักกันโดยบังเอิญ เมื่อ โทโมยะ แอบชอบเพื่อนของ อาโออิ ทว่าเพื่อนของ อาโออิ ไม่เล่นด้วย ก่อนที่ต่อมา โทโมยะ และ อาโออิ จะกลายมาเป็นเพื่อนสนิทกัน รวมถึงมีทีท่าว่าอาจพัฒนาไปจนกลายเป็นความรัก กระนั้นความสดใสของป็อปปี้เลิฟที่ดูคล้ายสายรุ้งสวยงามหลังฝนตก กลับหม่นลงด้วยอุบัติเหตุที่ไม่คาดฝัน ทำให้หนึ่งคนกลายเป็นเพียงความทรงจำที่ฝังแน่นอยู่ในหัวใจไปตลอดกาล หนังให้ความสำคัญกับสายรุ้งที่เกิดขึ้นหลังฝนตก แต่ก็มีช็อตหม่นๆ อย่างฝนที่ตกกระหน่ำในพิธีศพของตัวละครหลัก บ่งบอกถึงความเศร้าต่อการจากลาของใครบางคน

ผู้กำกับ :  คุมาซาวะ นาโอโตะ : Kumazawa Naoto (熊澤尚人)

นักแสดง : อิชิฮาระ ฮายาโตะ : Ichihara Hayato (市原隼人), อุเอโนะ จูริ : Ueno Juri (上野樹里), อาโออิ ยู : Aoi Yu (蒼井優)

 

 

4. รักสะดุดฝน My Rainy Days 天使の恋 (2009)

My Rainy Days ภาพยนตร์รักเรื่องแรกของ คันจิคุ ยูริ ผู้กำกับสาวชาวญี่ปุ่น ดัดแปลงมาจากนิยายทางมือถือที่โด่งดัง นำแสดงโดยไอดอลสาว ซาซากิ โนโซมิ กับ ทานิฮาระ โชวซึเกะ อดีตนายแบบหนุ่มที่ลงทุนลดนํ้าหนักหลายกิโลเพื่อเล่นหนังเรื่องนี้

หนังรักในฤดูฝนเรื่องนี้เล่าถึง ริโอะจัง สาวน้อยแสนสวยวัย 17 ปี ที่ใช้ชีวิตแบบสุดกู่และไร้จุดหมาย แต่โชคชะตากับสายฝนได้พาให้เธอมาพบกับ โอซาว่า อาจารย์หนุ่มวัย 35 ปี เธอตกหลุมรักเขาจนยอมเปลี่ยนแปลงชีวิตตัวเองให้ดีขึ้น โดยไม่รู้เลยว่าชายหนุ่มมีความลับบางอย่างที่ปิดบังเอาไว้ แน่นอนว่าฉากสุดอบอุ่นหัวใจก็คือการที่ โอซาว่า กับ ริโอะจัง อยู่ใต้ร่มคันเดียวกันท่ามกลางสายฝนสุดชุ่มฉ่ำ

ผู้กำกับ : คันจิคุ ยูริ : Kanchiku Yuri (寒竹ゆり)

นักแสดง : ซาซากิ โนโซมิ : Sasaki Nozomi (佐々木 希) , ทานิฮาระ โชวซึเกะ : Tanihara Shosuke (谷原章介) , ยามาโมโต้ ฮิคารุ : Yamamoto Hikaru (山本 ひかる)

 

 

5. ยามสายฝนโปรยปราย The Garden of Words 言の葉の庭 (2013)

The Garden of Words เป็นอนิเมชั่นเรื่องที่ 5 ของ ชินไค มาโกโตะ ผู้กำกับภาพยนตร์อนิเมชั่นคลื่นลูกใหม่ของประเทศญี่ปุ่น กับลายเซ็นที่เป็นเอกลักษณ์อย่างเรื่องราวความรักเหงาๆ และลายเส้นอันแสนแฟนตาซีสุดงดงาม โดยความโด่งดังของเรื่องนี้ถึงขั้นที่มีแฟนคลับของหนังตามรอยไปเก็บภาพในสถานที่จริงอย่าง ศาลาที่ตัวละครใช้หลบฝนในวนอุทยานชินจุกุ -Shinjuku Gyoen สวนสาธารณะสีเขียวใจกลางกรุงโตเกียว

สำหรับอนิเมชั่นเรื่อง The Garden of Words เล่าถึงช่วงเวลาที่สายฝนโปรยปรายลงมาในสวนสาธารณะ ทาคาโอะ เด็กชายมัธยมที่ฝันอยากเป็นช่างทำรองเท้าที่ได้มาพบกับ ยูคาริ หญิงสาววัยทำงานซึ่งนั่งดื่มเบียร์อยู่ในศาลาแห่งหนึ่ง และหลังจากนั้น ทั้งสองคนก็ได้มาพบกันอีกเป็นประจำที่สวนสาธารณะตอนฝนตก เมื่อสนิทสนมกันมากขึ้น สองคนก็ได้พัฒนาจนสามารถแบ่งปันเรื่องราวความสุขและความทุกข์ในชีวิตแก่กันได้ ทว่าเมื่อหมดช่วงปิดเทอมฤดูร้อน ทาคาโอะ กับ ยูคาริ ก็พบว่า เกิดสถานะใหม่ที่ขวางกั้นความสัมพันธ์อันเปราะบางของพวกเขา ขณะที่ฉากสะเทือนอารมณ์ในเรื่องคือบทสนทนาของทั้งคู่ตรงบันไดหนีไฟที่ฝนกระหน่ำลงมาอย่างหนัก หนังสื่อให้เห็นว่าบางครั้งการติดฝนกับคนแปลกหน้าก็ไม่ใช่เรื่องน่าเบื่อเสมอไป

ผู้กำกับ : ชินไค มาโกโตะ : Shinkai Makoto (新海 誠)

นักแสดง (พากย์เสียง) : ฮานาซาว่า คานะ : Hanazawa Kana (花澤 香菜), อิริโนะ มิยู : Irino Miyu (田辺誠一), ฮิราโนะ ฟูมิ : Hirano Fumi (平野 文)

 

 

6. ความรักเหมือนฟ้าหลังฝน After the Rain 恋は雨上がりのように (2018)

After The Rain เวอร์ชั่นอนิเมชั่นฉายทางทีวีความยาว 12 ตอน มีชื่อภาษาญี่ปุ่นคือ Koi wa Ameagari no You ni แปลเป็นไทยว่า ความรักเหมือนฟ้าหลังฝน เป็นซีรีส์แนวโรแมนติกคอเมดี้ที่ดัดแปลงมาจากการ์ตูนมังงะผลงานของ มายูซูกิ จุน กำกับโดย วาตานาเบะ อายุมุ เจ้าของผลงาน โดราเอมอนเดอะมูฟวี่หลายตอน

อนิเมชั่น After The Rain บอกเล่าเรื่องราวของ ทาจิบานะ อากิระ เด็กสาวอดีตดาวเด่นชมรมกรีฑาที่ดันเกิดอุบัติเหตุจนต้องพักฟื้นขาของตัวเอง และไปบังเอิญตกหลุมรักกับ คอนโด มาซามิ พ่อม่ายวัย 45 ผู้จัดการร้านอาหารที่เธอทำงานพิเศษอยู่ เนื้อหาเล่าถึงความรักต่างวัยของสาววัยรุ่นกับหนุ่มใหญ่สูงวัย ที่มีบรรยากาศฝนตกพรำๆ มาช่วยสร้างสถานการณ์ให้ตัวละครหวั่นไหวเป็นระยะๆ ส่วนความรักของพวกเขาจะสวยงามเหมือนฟ้าหลังฝนหรือไม่ ต้องไปลุ้นกันดู

ผู้กำกับ : วาตานาเบะ อายุมุ : Watanabe Ayumu (渡辺 歩)

นักแสดง (พากย์เสียง) : วาตาเบะ ซายูมิ : Watabe Sayumi (渡部 紗弓), ฮิราตะ  ฮิโรอากิ : Hirata Hiroaki (平田 広明), มิยาจิม่า เอมิ : Miyajima Emi (宮島 えみ)

 

และในวันที่ 13 กันยายน นี้ จะมีภาพยนตร์รักโรแมนติกเกี่ยวกับสายฝนเรื่องเดียวกันกับอนิเมชั่นข้างต้นเข้าฉายในไทย นั่นก็คือ After the Rain หลังฝนตก คุณคิดถึงใคร เวอร์ชั่น Live action หรือ คนแสดง ภาพยนตร์โรแมนติกสุดซึ้ง แด่ทุกคนที่เชื่อมั่นในความรัก ผลงานใหม่จากผู้กำกับ นากาอิ อากิระ จาก If Cats Disappeared from the World ที่จะบอกเล่าเรื่องราวความรักของสองคนสองวัย นำแสดงโดย โคมัตสึ นานะ (Tomorrow I Will Date with Yesterday's You) และ โออิสุมิ โย (I Am a Hero)

หลังฝนตก คุณคิดถึงใคร After the Rain 恋は雨上がりのように (2018)

ผู้กำกับ : นากาอิ อากิระ : Nagai Akira (永井聡)

นักแสดง : โคมัตสึ นานะ : Komatsu Nana (小松菜奈), โออิสุมิ โย : Oizumi Yo (大泉洋), ฮามาดะ มาริ : Hamada Mari (浜田麻里)



Movie Review : รีวิว ถักทอใจ สายใยรัก Close-knit (彼らが本気で編むときは、) ภาพยนตร์ญี่ปุ่น LGBT เรื่องแรกที่ได้รางวัลบนเวทีเทศกาลหนังเบอร์ลิน 2017

ถักทอใจ สายใยรัก Close-knit (彼らが本気で編むときは、) ภาพยนตร์ญี่ปุ่นที่นำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับพลังความเป็นแม่และเมียจากหญิงข้ามเพศ เป็นภาพยนตร์ LGBT เรื่องแรกของญี่ปุ่นที่ได้รับรางวัล Teddy Award รางวัลสำหรับภาพยนตร์ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับกลุ่มบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ (LGBT) จากเวทีเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเบอร์ลิน ครั้งที่ 67 (67th Berlin International Film Festival) ประจำปี 2017 ด้วยฝีมือการกำกับของ นาโอโกะ โอกิกามิ: Naoko Okikami (荻上直子)

โดยผู้กำกับนาโอโกะ โอกิกามิ : Naoko Okikami (荻上直子) ได้รับแรงบันดาลใจภาพยนตร์เรื่องนี้มาจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นรอบ ๆ ตัว ในช่วงวัย 20 ปี ผู้กำกับหญิงคนนี้อาศัยอยู่ที่ LA มีเพื่อนทั้งเกย์ เลสเบี้ยน และหญิงข้ามเพศ แต่เมื่อกลับบ้านเกิด เธอไม่สามารถหาความหลากหลายได้เหมือนตอนที่อยู่ต่างประเทศ เลยรู้สึกแปลก ๆ กับสิ่งที่เป็นอยู่ กระทั่ง 2 – 3 ปีก่อน เธอได้อ่านบทความทางหนังสือพิมพ์ที่เล่าเรื่องหญิงข้ามเพศคนหนึ่ง ในช่วงอายุ 14 ปี เขาได้บอกกับแม่ว่าอยากมีหน้าอก อยากเป็นผู้หญิง แม่ของเขาจึงตัดสินใจทำหน้าอกปลอมให้ เหตุการณ์นั้นสร้างแรงบันดาลใจให้กับตัวผู้กำกับเป็นอย่างมาก จนพัฒนากลายมาเป็นภาพยนตร์เรื่องนี้

เรื่องย่อ

โทโมะ (รินกะ คาคิฮาระ : Rinka Kakihara (柿原りんか)) เด็กหญิงวัย 11 ปี อาศัยอยู่กับแม่เลี้ยงเดี่ยวที่ไม่ค่อยใส่ใจ เติบโตด้วยข้าวปั้นจากร้านสะดวกซื้อ แม่ของเธอมักจะหายจากบ้านไปครั้งละหลาย ๆ วัน โทโมะจึงมักไปขออาศัยอยู่กับมาคิโอะ (เคนตะ คิริทานิ : Kenta Kiritani (桐谷健太) น้าชายของเธอ

วันหนึ่ง เหตุการณ์เดิม ๆ วนมาอีกครั้ง แต่คราวนี้น้าชายของเธอไม่ใช่ตัวคนเดียวอีกต่อไป หากแต่อาศัยอยู่กับ รินโกะ (โทมะ อิคุตะ : Toma Ikuta (生田斗真)) หญิงข้ามเพศ แฟนสาวที่เข้ากันได้ทุกเรื่อง ครบเครื่องทั้งงานเรือนและงานนอกบ้าน เมื่อโทโมะอยู่ในความดูแลของรินโกะ รินโกะเอาใจใส่โทโมะราวกับแม่คนหนึ่ง (ตามหน้าที่ของผู้หญิงในโลกอุดมคติ) ที่พึงทำให้ลูก ไม่ว่าจะเป็นการทำกล่องเบนโตะ อาหารกลางวัน สอนให้ถักไหมพรม โอบกอดเด็กหญิงให้ได้รับความอบอุ่น จนเธอปรารถนาโทโมะมาเป็นลูกแท้ ๆ ของตัวเอง

ทั้งสามคนอยู่ร่วมกันราวกับเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขกันจริง ๆ อย่างมีความสุข ทำกิจกรรมที่คนในครอบครัวทำร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นการไปเที่ยว ช็อปปิ้ง หรือแม้แต่ไปปิกนิกร่วมกันในวันหยุด ทุกอย่างดำเนินไปอย่างสวยงาม จนกระทั่งแม่ของโทโมะกลับมา

เนื้อหาต่อไปนี้มีการสปอยล์

ถ้าหากใครเคยชมภาพยนตร์เรื่อง 先生!、、、好きになってもいいですか? (My Teacher : หัวใจฉัน แอบรักเซนเซย์) คงกรี๊ดกร๊าดกับอาจารย์วิชาประวัติศาสตร์หน้าซึนแสนอบอุ่นอย่างอาจารย์อิโตะ ที่รับบทโดย โทมะ อิคุตะ : Toma Ikuta (生田斗真) ภาพยนตร์เรื่องนี้ถือเป็นการฉีกบทบาทครั้งสำคัญของเขากับการรับบทรินโกะ หญิงข้ามเพศ ที่ละมุนจนเชื่อว่าเขาคือผู้หญิงคนหนึ่ง

ภาพยนตร์ค่อย ๆ ป้อนพัฒนาการความรู้สึกของโทโมะ เปิดใจยอมรับการดูแลจากรินโกะ เพราะสิ่งที่รินโกะทำนั้น โทโมะไม่เคยได้รับจากแม่เลยสักครั้ง เช่น เก็บอาหารกลางวันที่รินโกะห่อมาให้ โทโมะค่อย ๆ กินอย่างเสียดาย จนอาหารบูด เพราะไม่เคยได้รับข้าวกล่องแบบนี้จากใครมาก่อน

ในภาวะที่เด็กน้อยโทโมะกำลังสับสนกับความสัมพันธ์ระหว่างน้าชายและแฟนสาวของเขา ไค เพื่อนชายร่วมห้องที่พยายามตีสนิทกับโทโมะ ได้มาสารภาพความรู้สึกกับโทโมะ ว่าเขามีความรู้สึกพิเศษแบบแปลก ๆ กับเพื่อนชายอีกคนหนึ่ง ยิ่งทำให้โทโมะใคร่ครวญว่าสิ่งที่เธอกำลังเผชิญอยู่ไม่ใช่เรื่องแปลก

วันหนึ่ง โทโมะและรินโกะ ได้พบกับแม่ของไคโดยบังเอิญ ด้วยความหวังดีของผู้ใหญ่ และเห็นโทโมะอยู่กับผู้ชายแต่งหญิง แม่ของไครู้สึกว่าไม่ถูกต้องที่โทโมะอาศัยอยู่ในสภาพที่ไม่เหมาะสม หากแต่นั่น ทำให้โทโมะแสดงความก้าวร้าวออกมาเพื่อปกป้องรินโกะ รินโกะจึงสอนวิธีเอาชนะความโกรธด้วยการถักไหมพรม ทว่าไหมพรมรูปร่างแปลก ๆ ที่รินโกะกำลังถักอยู่นั้นคือตัวแทนความเป็นชายของเธอ โดยมีเป้าหมายเพื่อถักให้ครบ 108 ชิ้น 108 หมายถึงความปรารถนาของมนุษย์ หลังจากนั้นเธอจะเปลี่ยนคำนำหน้าของเธอในทะเบียนบ้านให้เป็นผู้หญิง

ตัวภาพยนตร์ได้ตั้งคำถามปลายเปิดให้คนดูได้ขบคิดหลายประการ บทบาทคุณแม่เฟียส ๆ แม่ของรินโกะ เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ทำให้รินโกะเติบโตมาเป็นกุลสตรีในอุดมคติอย่างสง่างาม นั่นทำให้เห็นว่าการเลี้ยงดูอย่างเข้าใจมีผลต่อการเติบโตอย่างมีคุณภาพของคน

ความเป็นแม่คืออะไร? แน่นอนว่าผู้หญิงเป็นผู้หญิงมาก่อนที่จะเป็นแม่ แต่ถ้าใครสักคนหนึ่งเป็นแม่ไม่ได้เพราะไม่ได้เป็นผู้หญิงมันจริงหรือไม่? ความขัดแย้งของประเด็นดังกล่าวชวนกลับรีเซ็ตความคิดให้ตกตะกอนว่าแท้ที่จริงความเป็นแม่คือ… ผู้เขียนคิดว่าความเป็นแม่อาจไม่ขึ้นอยู่กับเพศสภาพ บทบาทแม่ต่างหากที่สำคัญ แม่ที่จะเลี้ยงดูเด็กสักคนให้เติบโตขึ้นมาเป็นผู้ใหญ่อย่างสมบูรณ์ นั่นแหละแม่

 

ตัวอย่างภาพยนตร์

 

แหล่งที่มาข้อมูล : theupcoming.co.uk

แหล่งที่มารูปภาพ : gettyimages.com, hagureonee.com



Movie Guide 5 หนังอนิเมชั่นน่าสนใจของ โฮโซดะ มาโมรุ ผู้กำกับ Mirai มิไร มหัศจรรย์วันสองวัย

โฮโซดะ มาโมรุ คืออีกหนึ่งผู้กำกับอนิเมชั่นที่น่าจับตาที่สุดของประเทศญี่ปุ่น โดยในเดือนสิงหาคมนี้จะมีผลงานใหม่ของเขาเรื่อง Mirai มิไร มหัศจรรย์วันสองวัย เขาฉายในเมืองไทย ซึ่งหนังหลายๆเรื่องของเขาจะออกแนวแฟนตาซี และมีการพูดถึงเรื่องปรัชญาชีวิต อย่าง เกิด แก่ เจ็บ ตาย

ดังนั้น ก่อนจะไปชมภาพยนตร์เรื่องใหม่ของเขา ลองมาทำความรู้จักกับ โฮโซดะ มาโมรุ ผ่านผลงาน 5 หนังอนิเมชั่นที่น่าสนใจของเขากันเลย

 

 

1. ดิจิมอนแอดเวนเจอร์ สงครามเกม Digimon Adventure: Our War Game!

デジモンアドベンチャー / ぼくらのウォーゲーム (2000)

Digimon Adventure: Our War Game! เป็นภาพยนตร์อนิเมชั่นขนาดสั้นที่สร้างชื่อให้กับ โฮโซดะ มาโมรุ กับการนั่งแท่นในตำแหน่งผู้กำกับครั้งแรก โดยมีความยาวประมาณ 40 นาที

ตัวหนังเล่าถึงเหตุการณ์ 1 ปี ปีหลังจากเหตุการณ์การแข่งขันมอนสเตอร์ในฤดูกาลแรก ไวรัส ดิจิมอน ที่เรียกว่า Diaboromon ออกโจมตีระบบอินเทอร์เน็ตทั่วโลก ไทจิ เด็กประถมที่มีความกล้า พร้อมกับเพื่อนๆและเหล่าดิจิมอนจึงต้องรวมตัวกันเพื่อปกป้องโลกเอาไว้ให้ได้

 

ผู้กำกับ :  โฮโซดะ มาโมรุ : Hosoda Mamoru (細田勝)

นักแสดง (พากย์เสียง) :   มัตสึโมโตะ มิวะ  : Matsumoto Miwa (松本 美和), มิยาตะ โคกิ : Miyata Koki(宮田 幸季), โนดะ จุงโกะ : Noda Junko (野田 順子)

 

2. กระโดดจั้มพ์ทะลุข้ามเวลา The Girl Who Leapt Through Time 時をかける少女 (2006)

The Girl Who Leapt Through Time ผลงานการกำกับหนังอนิเมชั่นเรื่องยาวครั้งแรกของ โฮโซดะ มาโมรุ โดยเขานำโครงเรื่องมากจากนิยายชื่อเดียวกันที่ตีพิมพ์เมื่อปี 1967 ของ สึสึอิ ยะซุทากะ ซึ่งภาพยนตร์เรื่องนี้โดดเด่นกว่าเรื่องที่ผ่านมาในแง่ของการมีลายเส้นตัวละครที่สวยงาม เป็นเอกลักษณ์ให้ผู้ชมเริ่มจดจำได้ และสามารถคว้ารางวัล Japan Academy Awards มาได้

เนื้อหาของเรื่องเล่าถึง มาโคโตะ หญิงสาววัยรุ่นที่ใช้ชีวิตอยู่อย่างสงบสุข กระทั่งเมื่อเธอได้รับอุบัติเหตุส่งผลให้เธอได้รับความสามารถพิเศษในการกระโดดย้อนเวลาเพื่อแก้ไขอดีตที่ผ่านมาของเธอได้ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กหรือเรื่องใหญ่ก็ตาม โดยเธอรู้สึกสนุกสนานกับสิ่งที่ตัวเองได้กระทำ แต่การกระทำแต่ละสิ่งไม่ว่าถูกหรือผิดนั้น ได้ส่งผลลัพธ์ที่เธอไม่คาดคิดทั้งต่อตนเองและผู้อื่นอยู่เสมอ

 

 

ผู้กำกับ :  โฮโซดะ มาโมรุ : Hosoda Mamoru (細田勝)

นักแสดง (พากย์เสียง) :   นากะ รีซะ : Naka Riisa (仲 里依紗), อิชิดะ ทาคุยะ :Ishida Takuya (石田卓也), อิทากุระ มิสึทะกะ  : Itakura Mitsutaka (板倉光隆)

 

 

3. ซัมเมอร์วอร์ส Summer Wars サマーウォーズ (2009)

Summer Wars ภาพยนตร์อนิเมชั่นยาวเรื่องที่ 3 ของ โฮโซดะ มาโมรุ ที่ได้ โอคุเดระ ซาโตโกะ มาเป็นมือเขียนบทหนังให้ กับหนังแนวแอ็คชั่นคอมเมดี้ครอบครัวที่พาเขาคว้ารางวัล Japan Academy Awards ได้อีกครั้งในปี 2009

หนังเกี่ยวข้องกับเรื่องโลกของอินเทอร์เน็ต เค็นจิ โคอิโสะ นักเรียนชั้นมัธยมปลายผู้มีพรสวรรค์ด้านคณิตศาสตร์ที่ตอบรับการว่าจ้างของ นัตสึกิ ชิโนฮาระ ที่มาทราบทีหลังว่าถูกหลอกให้มาเป็นคู่หมั้นเพื่อแนะนำตัวกับคุณยายทวดและคนในตระกูลจินโนะอุจิอีกกว่า 20 ชีวิตได้ยอมรับ แต่เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็ได้เกิดขึ้นเมื่อเค็นจิได้ตอบอีเมล์ที่นำพาความวุ่นวายมาสู่ OZ ระบบสื่อสังคมออนไลน์ที่ทรงอิทธิพลในโลก และนี่อาจจะเป็นจุดเริ่มต้นของ จุดจบของโลก ซึ่งผู้ที่เกี่ยวข้องกับภัยร้ายนี้ก็คือคนในบ้านจินโนะอุจินี่เอง ดังนั้นเค็นจิจึงต้องใช้ความสามารถของเขาร่วมมือกับคนตระกูลจินโนะอุจิที่มีทักษะหลากหลายด้าน และรวมใจกันในฐานะครอบครัวเดียวกันเพื่อปกป้องทั้ง OZ และโลกใบนี้

 

 

ผู้กำกับ :  โฮโซดะ มาโมรุ : Hosoda Mamoru (細田勝)

นักแสดง (พากย์เสียง) :   คามิกิ เรียวโนสุเกะ : Kamiki Ryunosuke (神木隆之介) , ซากุราบะ นานามิ : Sakuraba Nanami (桜庭ななみ), ทานิมูระ มิทสึกิ : Tanimura Mitsuki (谷村美月)

 

 

4. คู่จี๊ดชีวิตอัศจรรย์ Wolf Children おおかみこどもの雨と雪 (2012)

Wolf Children คือหนังอนิเมชั่นลำดับที่ 3 ของ โฮโซดะ มาโมรุ แต่เป็นผลงานเรื่องแรกของสตูดิโอชิซุที่เขาก่อตั้งขึ้นมาเอง แน่นอนว่ายังคงได้มือเขียนบทคู่ใจอย่าง โอคุเดระ ซาโตโกะ มาร่วมงาน พร้อมด้วย โยชิยูกิ ซาดาโมโตะ ที่มาช่วยงานออกแบบตัวละคร หนังเน้นนำเสนอเรื่องราวดราม่าครอบครัวเกี่ยวกับแม่ลูกได้ซาบซึ้ง งานภาพงดงามตามสไตล์ จนได้รางวัล Japan Academy Awards อีกรอบ

อนิเมชั่นเรื่องราวชีวิตอันเหลือเชื่อของ ฮานะ สาวมหาลัย วัย 19 ปี ที่ได้พบรักกับ โอกามิ ชายหนุ่มมนุษย์หมาป่าและตัดสินใจใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน จนได้กำเนิดลูกสาวครึ่งหมาป่าคนแรกชื่อ ยูคิ และลูกชายคนรอง ชื่อ อาเมะ ก่อนที่ไม่นานโอกามิจะเสียชีวิตลงอย่างกะทันหัน ฮานะจึงต้องย้ายมาอยู่แถบชนบทห่างไกล เพื่อใช้ธรรมชาติปกป้องความลับของลูกๆ พร้อมกับเลี้ยงดูทั้งสองให้เติบโตอย่างที่ทั้งสองเลือกจะเป็น ทั้งนี้ยังมีอีกหลายสิ่งหลายอย่างที่ฮานะต้องเผชิญ พร้อมๆ กับการเปลี่ยนแปลงที่ค่อยๆ เกิดขึ้น และทำให้สายใยความผูกพันของพวกเขายิ่งงดงาม

 

 

ผู้กำกับ :  โฮโซดะ มาโมรุ : Hosoda Mamoru (細田勝)

นักแสดง (พากย์เสียง) :   มิยาซากิ อาโออิ : Miyazaki Aoi (宮﨑 あおい), โอซาว่า ทาคาโอะ : Osawa Takao (大沢 たかお), คุโรกิ ฮารุ : Kuroki Haru (黒木 華)

 

 

5. ศิษย์มหัศจรรย์กับอาจารย์พันธุ์อสูร The Boy and the Beast バケモノの子 (2015)

The Boy and the Beast เปลี่ยนแนวมาทำหนังอนิเมชั่นแฟนตาซีที่เล่าเรื่องราว Coming of age ของเด็กผู้ชายใน จูเต็น หรือ สวรรค์ของสัตว์ ซึ่งภาพยนตร์เรื่องนี้ โฮโซดะ มาโมรุ ควบทั้งตำแหน่งผู้กำกับและเขียนบท หนังสร้างความประทับใจในแง่ของการสร้างโลกมิติคู่ขนานได้น่าสนใจ รวมถึงสายใยความสัมพันธ์ของตัวละครหลักอย่าง อาจารย์ปีศาจ กับ ศิษย์ที่เป็นมนุษย์ ทำให้เขาได้รางวัล Japan Academy Awards อีกแล้ว

เรื่องราวการเดินทางผจญภัยในดินแดนคาบเกี่ยวคู่ขนานระหว่าง ชิบุย่า (โตเกียว) และ บาเคโมโนะ ของ เคียวตะ เด็กชายวัย 9 ปี ที่หนีออกจากบ้านญาติมาใช้ชีวิตตามลำพังข้างถนน หลังจากแม่ของเขาเสียชีวิตและพ่อของเขามีครอบครัวใหม่ ก่อนี่เขาจะได้ข้ามมาโลกของสัตว์ครึ่งมนุษย์ และมีโอกาสได้ฝึกวิชากับ คุมะเทะสึ จอมอันธพาลผู้แข็งแกร่งที่มีอดีตอันปวดร้าว

 

 

ผู้กำกับ (พากย์เสียง) :  โฮโซดะ มาโมรุ : Hosoda Mamoru (細田勝)

นักแสดง :  ยากุโช โคจิ : Yakusho Koji (役所 広司) , โซเมะทานิ โชตะ  : Shota Sometani (染谷 将太), มิยาซากิ อาโออิ : Miyazaki Aoi (宮﨑 あおい)

 

และเตรียมเปิดประตูแห่งสายสัมพันธ์ข้ามกาลเวลา สู่การผจญภัยมหัศจรรย์เหนือจินตนาการของพี่สาวตัวใหญ่และน้องชายตัวเล็ก MIRAI มิไร มหัศจรรย์วันสองวัย 23 สิงหาคมนี้ ในโรงภาพยนตร์



ไขข้อข้องใจ ต้องเด็ดแค่ไหนถึงจะเป็นผู้หญิงโมเอะได้ และทำไมอรอุ๋ง BNK48 ถึงได้รับฉายานี้ในหนัง App War แอปชนแอป หาคำตอบกันได้ที่นี่

เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา ใครๆ ก็พากันพูดถึงกระแสภาพยนตร์เรื่อง App War แอปชนแอป ที่ว่าด้วยบริษัทสตาร์ทอัพ 2 แห่ง ที่ดันสร้างแอปหาเพื่อนขึ้นมาในเวลาไล่เลี่ยกัน จนเกิดปัญหาเรื่องการขอทุนการต่อยอดผลงาน ทำให้เรื่องราววุ่นวายต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย หลังจากที่ต่างฝ่าย ต่างส่งสายลับเข้าไปล้วงข้อมูลจากบริษัทตรงข้าม ซึ่งเราได้ไปดูหนังเรื่องนี้กับเค้าเหมือนกัน แล้วก็คิดว่า อืมม… เป็นหนังที่น่าสนใจดีจริงๆ นะ เพราะพล๊อตเรื่องก็ดี ตัวละครก็น่ารัก แต่ว่าดันไปสะดุดกับคำพูดของหนึ่งในผู้ก่อตั้งแอปพลิเคชั่น Inviter ว่าต้องการผู้หญิง “โมเอะ” มาทำงานด้วย ก็เลยอยากชวนเพื่อนๆ มาหาคำตอบกัน ว่าต้องสวย เด็ด เผ็ด ดุ แค่ไหน ถึงจะกลายเป็นผู้หญิง “โมเอะ” ได้

โดยคาแรคเตอร์ที่น่าจะเชื่อมโยงกับความ “โมเอะ” ได้มากที่สุด ก็น่าจะเป็น “อรอุ๋ง BNK48” ที่พกความน่ารักแบบทะลุจอ จนหลายคนต้องร้องขอ “โอชิ” กันแบบหัวปักหัวปำเลยทีเดียว ซึ่งน้องอรเองก็ต้องทำตัวให้ “โมเอะ” เป็นพิเศษอยู่หลายครั้ง เพื่อสืบหาข้อมูลจาก Inviter ไปให้ฝ่ายตรงข้าม ไม่ว่าจะเป็นการส่งยิ้มหวานๆ ทอดสายตา ชวนคุย ขยับปกเสื้อ สะบัดผม รวมไปถึงการที่ต้องแตะตัวฝ่ายตรงข้ามแบบดูไม่ตั้งใจ

หลังจากค้นหาข้อมูลก็พบว่า “โมเอะ” (ญี่ปุ่น: 萌え moe) นั้นมีหลายนิยาม โดยคนชอบการ์ตูนญี่ปุ่นหรือ “โอตาคุ” เมืองไทยส่วนใหญ่ จะใช้คำนี้ไปกับการบรรยายความน่ารักและไร้เดียงสาของตัวละครผู้หญิง แต่ตามความเป็นจริงแล้ว “โมเอะ” เป็นศัพท์สแลงในภาษาญี่ปุ่น ซึ่งสื่อถึงอาการที่ผู้ชายที่รู้สึกมีอารมณ์ทางเพศเมื่อได้เห็นตัวการ์ตูนที่ตัวเองชอบ ซึ่งส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดในบุคคลทั่วๆ ไป แต่มักจะพบได้ในกลุ่มเด็กเนิร์ด ที่ไม่ค่อยมีปฏิสัมพันธ์กับคนจริงๆ แต่หมกมุ่นอยู่กับตัวละครในจินตนาการ

อย่างไรก็ตาม ที่มาของคำว่า "โมเอะ" ไม่แน่ชัดนัก บางคนบอกว่า “โมเอะ” อาจมาจากชื่อของ โทโมเอะ โฮตารุ จากเรื่อง เซเลอร์มูน หรือ ซางิซาวะ โมเอะ จากเรื่อง Kyoryu Wakusei)

บ้างก็ว่าเกิดจากการเล่นคำจากคำว่า "โมเอรุ" (ญี่ปุ่น: 燃える moeru) ที่แปลว่า "เผาไหม้" กล่าวคือตัวละครที่เป็นโมเอะทำให้เกิดไฟรักขึ้นมาในใจนั่นเอง

นอกจากนี้คุณทามากิ ไซโต (Saitou Tamaki) นักจิตวิทยาผู้ศึกษาพฤติกรรมของโอตากุเห็นว่า “โมเอะ” คือ อาการหลงรักความห่ามในอาการไร้เดียงสาของสาววัยรุ่น ที่กำลังเรียนรู้สิ่งใหม่ และก้าวไปสู่การเป็นผู้ใหญ่ในที่สุด

ส่วนวัยรุ่นญี่ปุ่นใช้คำว่า “โมเอะ” เพื่อแสดงถึงความรักที่ตัวเองมีต่อบางสิ่ง ซึ่งใกล้เคียงกับคำว่า “โอตะ” โดยไม่ได้มีความสัมพันธ์ฉันชู้สาวเข้ามาเกี่ยวข้องแต่อย่างใด

จากข้อมูลทั้งหมด เราน่าจะได้ข้อสรุปแล้วว่า หญิงสาวที่มีความ “โมเอะ” นั้น น่าจะมีคุณสมบัติดังนี้

・เป็นผู้หญิง

・ยังเป็นวัยรุ่น

・ไร้เดียงสา

・สวย

・น่ารัก

・น่าปกป้อง

・มีเสน่ห์

・มีความเป็นไปได้ที่จะเซ็กซี่นิดๆ

และแน่นอนว่าคุณสมบัติทั้งหมดนี้ มีอยู่ในตัวน้อง อร BNK48 ทุกข้อเลย งั้นเราขอสรุปสั้นๆ ง่ายๆ ไว้ตรงนี้เลยว่า“ผู้หญิงโมเอะ คือ ผู้หญิงแบบอรอุ๋ง

แล้วเจอกันบทความต่อไปค่ะ มะงึกๆ อุ๋งๆ

แหล่งที่มาและภาพประกอบ :

https://www.facebook.com/AppWarMovie/

http://www.majorcineplex.com/movie/app-war

http://www.trueplookpanya.com

https://pantip.com/

https://th.wikipedia.org/wiki/



Movie Guide 5 หนังญี่ปุ่นที่เหมาะจะชมในช่วงเทศกาล วันแม่

สำหรับ 12 สิงหาคม ซึ่งเป็น วันแม่ ของประเทศไทย บางคนอาจมีกิจกรรมที่จะทำกับแม่คิดไว้อยู่ในใจแล้ว แต่ใครที่อยู่ไกลกับคุณแม่ หรืออยากชวนคุณแม่มาดูหนังซึ้งๆด้วยกัน เรามี 5 หนังญี่ปุ่นที่เหมาะจะชมในช่วงเทศกาล วันแม่ มาฝากดังนี้

 

ปาฏิหาริย์ 6 สัปดาห์ เปลี่ยนฉันให้รักเธอ : Be With You (いま、会いにゆきます) - 2004

 

Be With You ต้นฉบับของญี่ปุ่นกำกับโดย โดอิ โนบุฮิโร่ เจ้าของผลงานซีรีส์ Good Luck!! และหนัง Hanamizuki ดัดแปลงจากนิยายขายดีของ ทาคุจิ อิชิคาวะ นักเขียนชื่อดัง โดยผู้ที่รับหน้าที่เขียนบทภาพยนตร์คือ โยชิคาซึ โอคาดะ จาก If Cats Disappeared from the World

นอกจากหนังจะนำเสนอเรื่องราวความรักโรแมนติกของ มิโอะ กับ ทาคุมิ แล้ว การกลับมาของแม่ในวันฝนพรำก็สร้างความประทับใจให้กับผู้ชมอย่างมาก โดยเฉพาะการแสดงของ ทาเคอุจิ ยูโกะ กับน้อง ทาไก อคาชิ ทั้งสองสื่อสารอารมณ์ของความเป็นแม่ลูกออกมาได้ยอดเยี่ยมจนคนดูต้องเสียนํ้าตา จนมีคำกล่าวว่า หลังจากดูหนังเรื่องนี้จบลง คุณจะมองฤดูฝนเปลี่ยนไป

 

 

ผู้กำกับ :  โดอิ โนบุฮิโระ : Doi Nobuhiro (土井裕泰)

นักแสดง :   ทาเคอุจิ ยูโกะ : Takeuchi Yuko (竹内結子) , นากามูระ ชิโด : Nakamura Shido (二代目 中村 獅童) , อคาชิ ทาไก : Akashi Takei (武井証)

 

รักยิ่งใหญ่ หัวใจให้เธอ : Tokyo Tower: Mom and Me, and Sometimes Dad (東京タワー オカンとボクと、時々、オトン) - 2007

 

Tokyo Tower: Mom and Me, and Sometimes Dad ที่เข้าฉายในปี 2007 สามารถทำรายได้ขึ้นอันดับ 1 Boxoffice Japan รวมถึงคว้ารางวัล Japan Academy Award มาได้ ซึ่งหนังเรื่องนี้  มัตสึโอกะ โจจิ (Snow Prince , Midnight Diner) ผู้กำกับอ้างอิงเนื้อหามาจากงานเขียนของ แฟรงกี้ ลิลลี่ ศิลปินและนักแสดงชื่อดังชาวญี่ปุ่น

หนังได้ โอดางิริ โจ มารับบทนำคู่กับ คิกิ คิริน บอกเล่าเรื่องราวชองศิลปินหนุ่มมาดเซอร์ที่ใช้ชีวิตเรื่อยเปื่อย ไล่ตามความฝันของตัวเองอยู่ในโตเกียวนานหลายปี กระทั่งวันหนึ่งเขารู้ข่าวว่าแม่กำลังป่วยเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย และนั้นคือจุดเริ่มต้นของการที่ผู้ชายคนหนึ่งได้เรียนรู้คุณค่าของการมีชีวิตอยู่อีกครั้งหนึ่ง ผ่านความทรงจำแห่งความรักที่แม่มีให้แก่เขา กับโอกาสในการได้ใช้เวลาร่วมกันในช่วงสุดท้าย นี่คือหนังอีกเรื่องที่ ถ่ายทอดเรื่องราวสายสัมพันธ์แม่ลูกได้น่าประทับใจ

 

 

ผู้กำกับ :  มัตสึโอกะ โจจิ  : Matsuoka Joji  (松岡錠司)

นักแสดง :    โอดางิริ โจ  :  Odagiri Joe (オダギリ ジョー) , คิกิ คิริน  :  Kiki Kirin (樹木 希林) , อุชิดะ ยายาโกะ  :  Uchida Yayako (内田也哉子)

 

คู่จี๊ดชีวิตอัศจรรย์ : Wolf Children (おおかみこどもの雨と雪) - 2012

 

Wolf Children ภาพยนตร์อนิเมชั่นแฟนตาซีจากประเทศญี่ปุ่น เขียนบทและกำกับโดย โฮโซดะ มาโมรุ เจ้าของผลงาน The Girl Who Leapt Through Time และ Summer Wars โดยได้นักแสดงชื่อดังอย่าง มิยาซากิ อาโออิ, โอซาวะ ทาคาโอะ, นิชิอิ ยูกิโตะ, โซเมทานิ โชะ และ ทานิมูระ มิทสึกิ มาร่วมพากย์เสียงตัวละคร หนังเล่าถึง ฮานะ แม่เลี้ยงเดี่ยวที่หอบ ยูกิ ลูกสาวกับ อาเมะ ลูกชาย ออกจากเมืองใหญ่ไปใช้ชีวิตในบ้านเก่าแก่กลางหุบเขาอันห่างไกลผู้คน

ความน่าสนใจคือ นอกจากจะเป็นหนังแม่เลี้ยงเดี่ยวแล้ว สิ่งที่ยากกว่าแม่คนอื่นๆคือ ฮานะ เป็นแม่ลูกที่เป็นลูกครึ่งมนุษย์ครึ่งหมาป่า จึงทำให้เธอต้องดูแลเอาใจใส่ลูกๆอย่างใกล้ชิด รวมถึงเก็บความลับเรื่องนี้เอาไว้ เพื่อความปลอดภัยของครอบครัว แต่ลูกๆของ ฮานะ ก็มีการเติบโตไปในทิศทางที่แตกต่างกัน ลูกๆที่ได้ชมแอนิเมชั่นเรื่องนี้แล้วจะเข้าใจถึงความรักของแม่ได้ดียิ่งขึ้นแน่นอน

 

ผู้กำกับ :  โฮโซดะ มาโมรุ  : Hosoda Mamoru (細田 守)

นักแสดง (พากย์เสียง) :    อาโออิ มิยาซากิ : Aoi Miyazaki (宮﨑 あおい), ทาคาโอะ โอซาว่า  : Takao Osawa (大沢 たかお) , คุโรกิ ฮารุ : Kuroki Haru (黒木華)

 

 

เจ้าหญิงกระบอกไม้ไผ่ : The Tale of the Princess Kaguya (かぐや姫の物語) - 2013

 

The Tale of the Princess Kaguya หรือ เจ้าหญิงกระบอกไม้ไผ่ คือภาพยนตร์อนิเมชั่นของสตูดิโอจิบลิ ค่ายหนังอนิเมะเบอร์ 1 ของญี่ปุ่น ผลงานการกำกับของ ทาคาฮาตะ อิซาโอะ เจ้าของผลงาน Grave of the Fireflies หรือ สุสานหิ่งห้อย ที่เรียกนํ้าตาจากคนทั่วโลก โดยครั้งนี้เขาหยิบเอา เจ้าหญิงกระบอกไม้ไผ่ นิทานพื้นบ้านของญี่ปุ่นมาถ่ายทอดลงบนแผ่นฟิล์ม

เรื่องราวของสองตายายที่ได้ค้นพบเด็กทารกขณะตาออกไปตัดไม้ไผ่และได้นำมาชุบเลี้ยงจนเติบโต ซึ่งงสองพบว่าเด็กน้อยที่นำมาเลี้ยงเติบโตเป็นเด็กหญิงได้อย่างรวดเร็ว พอๆกับการที่พวกเขาสามารถได้รับเงินทองจำนวนมากจากท่อนไม้ไผ่ แต่แล้วการเปลี่ยนแปลงก็เกิดขึ้นสู่เรื่องเศร้าที่สะเทือนใจ และประทับใจกับความรักของ แม่ ที่ไม่ได้ผูกพันธ์ทางสายเลือด แต่ก็มีความรักให้ลูกบุญธรรมอย่างมากมายไม่แพ้แม่คนไหนในโลก

 

ผู้กำกับ :   อิซาโอะ ทาคาฮาตะ : Takahata Isao (高畑 勲)

นักแสดง (พากย์เสียง) :  อาซากุระ อากิ : Asakura Aki (朝倉あき), โคระ เคนโกะ  : Kora Kengo (高良健吾), มิยาโมะโตะ โนบุโกะ : Miyamoto Nobuko (宮本 信子)

 

มิโซะซุปของฮานะจัง : Hana's Miso Soup (はなちゃんのみそ汁) - 2015

 

Hana's Miso soup มีชื่อไทยว่า มิโซะซุปของฮานะจัง กำกับโดย อากูเนะ โทโมะเอกิ จากซีรีส์เรื่อง Hanachan no misoshiru โดยดัดแปลงจากเรื่องจริง ผลงานหนังสือ Hana-chan no Miso Shiru ของครอบครัว ยาสึตาเกะ ที่เขียนขึ้นจากงานเขียนบันทึกผ่านบล็อกส่วนตัวก่อนที่ ยาสึตาเกะ จิเอะ ผู้เป็นแม่จะเสียชีวิตลง ซึ่งเวอร์ชั่นหนังได้ ฮิโรสุ ริวโกะ, ทาคิโตะเคนิชิ, ฮิโตโตะ โย, อากามัตซึ อีมินะ และ ฮาราดะ คิวาโกะ มาแสดงนำ

หนังเล่าเรื่องราวอันน่าซาบซึ้งของ ครอบครัวยาสึตาเกะ หลังการแต่งงานของ ชินโงะ กับ จิเอะ พวกเขาพบว่า นอกจาก จิเอะ กำลังป่วยเป็นโรงมะเร็งเต้านมระยะสุดท้ายแล้ว เธอและชินโงะก็กำลังจะมีลูกสาวตัวน้อยด้วยกัน เมื่อ ฮานะ เกิดขึ้นมา จิเอะ ก็ค่อยๆทรุดลงและจากโลกนี้ไป แต่สิ่งที่แม่ฝากเอาไว้ก็คือ ซุปมิโซะ รสชาติอร่อยที่ จิเอะ สอน ฮานะ ลูกสาว เพื่อให้เธอทำให้พ่อของเธอทาน แน่นอนว่าคนดูจะได้อมยิ้มและร้องไห้ไปกับสายใยแห่งความรักของครอบครัวนี้

 

ผู้กำกับ :    อาคูเนะ โทโมอากิ : Akune Tomoaki (阿久根知昭)

นักแสดง  : ฮิโรสุเอะ เรียวโกะ : Hirosue Ryoko (広末涼子), ทาคิโตะ เคนอิจิ : Takito Kenichi  (滝藤賢), ฮิโตโตะ โย : Hitoto Yo (一青 窈)



เปิดประสบการณ์ดูหนังแบบใหม่กับโรงภาพยนตร์อ่างน้ำที่ MAG Park บนดาดฟ้าตึก SHIBUYA109

เปิดประสบการณ์ดูหนังแบบใหม่กับโรงภาพยนตร์อ่างน้ำที่ MAG Park บนดาดฟ้าตึก SHIBUYA109  ไอเดียสุดเก๋นี้เริ่มขึ้นที่กรุงลอนดอนประเทศอังกฤษ ซึ่งผู้ชมภาพยนตร์จะได้แช่อ่างพร้อมจิบเครื่องดื่มและสนุกสนานไปกับเพื่อนฝูง และในครั้งนี้ญี่ปุ่นได้นำมาใช้เป็นครั้งแรก เหมาะกับช่วงซัมเมอร์ตอนนี้

มีช่วงเวลาจำกัดแค่ 3 วันเท่านั้นนั่นคือ  17-19 สิงหาคม 2018 โดยจะมีทั้งหมด 12 อ่าง นั่งได้อ่างละ 4 คน ให้ได้ชมกันพร้อมจอขนาด 220 นิ้ว โดยภาพยนตร์ที่จะฉายได้แก่ Jumanji : Welcome to the Jungle (17 ส.ค.) , Baby Driver (18 ส.ค.) , Spider-Man (19 ส.ค.)

สำหรับบัตรชมภาพยนตร์จะเริ่มจำหน่ายวันที่ 28 กรกฏาคม ตั้งแต่เวลา 10.00 น.  เช็ครายละเอียดได้ใน   http://afroand.co/bathtubcinema ราคา 18,000 เยน (5,410 บาท) ต่อหนึ่งอ่าง โดยในการฉายแต่ละครั้งจะมีดีเจมาเปิดเพลง  พร้อมเครื่องดื่มและอาหารจำหน่ายในบริเวณนั้น ซึ่งจะเปิดให้เข้าตั้งแต่เวลา 18.30 น. หนังจะเริ่มฉายเวลา 19.30 น. และสามารถอยู่ในอ่างได้จนถึงเวลา 22.30 น.

แหล่งที่มาของเรื่อง :soranews24.com



Movie Review : รีวิว 50 First Kisses หนังญี่ปุ่นรีเมก 50 First Dates

Wani91

จูบครั้งแรก…ของครั้งสุดท้าย

ทุก ๆ เช้า ผมรักเธอมากขึ้นทุกวัน แต่เธอในวันพรุ่งนี้ก็จะลืมผมไป คำโปรยหัวจากโปสเตอร์ 50 First Kisses จูบเธอไม่ให้ลืม ทำให้ขบคิดกันเล่น ๆ ว่า จะทำอย่างไร ถ้าหากในทุก ๆ วันที่ตื่นขึ้นมา คนที่เรารักไม่สามารถจดจำเราได้

จูบเธอไม่เคยจำ (50 First Kisses : 50回目のファーストキス)
ภาพยนตร์ญี่ปุ่นฉบับรีเมกเวอร์ชั่นฮอลลีวูด จีบเธอไม่เคยจำ (50 First Dates : 2004) ได้ผู้กำกับบ้าพลัง ยูอิจิ ฟูคาดะ : Yuichi Fukuda (福田雄一 )
เพราะเขาอยากจะทำหนังรักมานานแล้ว จนเสียน้ำตาด้วยความอินทั้งช่วงการถ่ายทำ
และตัดต่อ เขากล่าวอย่างติดตลกในภายหลังว่าตัวเองร้องบ่อยกว่านักแสดงนำของเรื่องเสียอีก

เพราะภาพยนตร์ต้นฉบับได้รับความนิยมอย่างสูงในช่วงออกฉาย ดังนั้น นักแสดงหลักจึงมีความสำคัญมากกับการถ่ายทอดการแสดงกับบทพระนางในเวอร์ชั่นใหม่ โดยบทพระเอกตกเป็นของ ยามาดะ ทาคายูกิ : Takayuki Yamada (山田孝之 (やまだ たかゆき) นักแสดงหนุ่มมากความสามารถ (ผู้เขียนประทับใจเสียงเขาเวลาดัดเป็นผู้หญิงมากที่สุด) ที่ถ่ายทอดบทเพลย์บอยได้น่าหยิก ในขณะเดียวกันก็แสดงได้น่าสงสารจนอยากเอาใจช่วยให้ความรักของเขาสมหวัง

สำหรับบทนางเอกได้ นากาซาวะ มาซามิ  : Nagasawa Masami   (長澤まさみ) ที่มีรอยยิ้มน่ารักสดใสเปล่งประกายแข่งกับความสวยของทะเลที่ฮาวาย โดยทั้งคู่เคยร่วมงานกันมาก่อน จากเรื่อง そのときは彼によろしく(Say Hello for Me) เมื่อ 11 ปีก่อน ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมทั้งคู่ดูเข้ากันราวกับเป็นคู่รักจริง ๆ

ไดสุเกะ ยูเกะ  ยามาดะ ทากายูกิ: Yamada Takayuki (山田孝之)  ไกด์ทัวร์หนุ่มเพลย์บอย รักสนุกแต่ไม่ผูกพัน ที่ชีวิตอยู่มุมนึงคือ ความใฝ่ฝันที่จะได้เป็นนักวิทยาศาสตร์ วิจัยด้านดาราศาสตร์ วันหนึ่งรถคู่ใจเกิดเสีย เขาจึงจำใจต้องเข้าไปในร้านอาหารแห่งหนึ่งเพื่อฆ่าเวลา ที่นั่นเองทำให้เขาได้พบกับ รุอิ ฟูจิชิม่า (นากาซาวะ มาซามิ)  สาวสวยที่กำลังขะมักเขม้นกับการสร้างบ้านจากวอฟเฟิล ไดสุเดะเดินหน้าจีบรุอิแบบเต็มสตรีม ดูเหมือนเหตุการณ์จะไปได้สวย วันถัดมาเขาจึงไปร้านอาหารแห่งนั้นอีกครั้งเพื่อเจอรุอิ ทว่า รุอิกลับทำท่าไม่รู้จักเขาไปเสียอย่างนั้น ไดสุเกะจึงทราบภายหลังว่า รุอิ ป่วยเป็นโรคความจำระยะสั้นเสื่อม หลังจากที่เธอและพ่อของเธอประสบอุบัติเหตุรถชนต้นไม้เมื่อปีก่อน รุอิ หยุดความทรงจำไว้ที่ก่อนเกิดอุบัติเหตุได้ แต่ความทรงจำหลังจากนั้นจะถูกลบทิ้งไปภายใน 1 วัน ไดสุเกะ จะทำอย่างไรกับรักแรกพบครั้งนี้ และจะพิชิตใจว่าที่พ่อตาที่พยายามขัดขวางความรักครั้งนี้ได้อย่างไร

ต่อไปนี้เป็นการสปอยล์เนื้อหา

ถ้าหากใครได้ดู จีบเธอไม่เคยจำ (50 First Dates) เวอร์ชั่นต้นฉบับแล้ว หลายคนอาจจะเดาทิศทางของเรื่องถูกตั้งแต่ต้นจนจบ บอกเลยว่าภาพยนตร์เรื่องนี้คือการรีเมกที่ให้เกียรติเวอร์ชั่นต้นฉบับจริง ๆ แม้แต่มุกที่ปรากฏในเวอร์ชั่นเดิมก็ใส่มาจนครบ โดยสามารถนำแต่ละซีนมาเทียบกันช็อตต่อช็อตได้เลย จุดที่แตกต่างที่จับได้สองสิ่ง นั่นก็คือ อาชีพของพระเอกจากเจ้าหน้าที่พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่มีความฝันได้ท่องโลกกว้างของเวอร์ชั่นเดิม เป็นไกด์นำเที่ยวที่มีเป้าหมายเป็นนักวิทยาศาสตร์วิจัยด้านดาราศาสตร์ ซึ่งจุดนี้ดูสมเหตุสมผลกับการดั้นด้นมาถึงฮาวายของพระเอก และอีกหนึ่งจุดนั่นก็คือการพยายามใส่ความเป็นเพศทางเลือกให้กับน้องชายของนางเอก หลายคนอาจจะฟินกับความวาย แต่มุมมองของผู้เขียนกลับมองว่า โลกความจริงมีการตระหนักถึงสิทธิของมนุษย์ ความเท่าเทียมกันทางเพศ แต่ในภาพยนตร์ยังคงมอบหัวโขนของตัวตลกให้กับคนกลุ่มนี้อยู่

อีกหนึ่งสิ่งที่เติมเต็มให้กับภาพยนตร์เรื่องนี้คือ คือเพลงประกอบภาพยนตร์ที่มีชื่อว่า Todokanai Kara (トドカナイカラ) ที่ได้นักร้องหนุ่มเสียงดี (มากกก) อย่างคุณเคน ฮิราอิ : Ken Hirai (平井堅) ที่มีเพลงดัง ๆ หลายเพลง (เพลงในดวงใจผู้ของเขียนคือ Hitomi Wo Tojite (瞳をとじて) มาเป็นผู้ถ่ายทอดความรักของพระเอกที่มีต่อนางเอก

เพลงประกอบภาพยนตร์

 

การทุ่มเทและเสียสละเพื่อความรัก โดยไม่กำหนดว่าใครเป็นผู้ให้ และใครเป็นผู้รับ แต่ต่างฝ่ายต่างก็เป็นทั้งผู้ให้และผู้รับ บทพระเอกเห็นได้ชัดว่าทุ่มเทกับรักแรกพบครั้งนี้แค่ไหน ในขณะที่นางเอกไม่เป็นแต่เพียงฝ่ายรับเท่านั้น หากยังเลือกที่จะมอบอิสรภาพให้กับพระเอกเมื่อรู้ตัวว่า ถ้าหากพระเอกยังคบกับตน เขาจะสูญเสียความฝัน เสียโอกาสความก้าวหน้าของชีวิตกับสิ่งที่ใฝ่ฝันมาตลอดอย่างการเป็นนักวิทยาศาสตร์ด้านการวิจัยเกี่ยวกับดาราศาสตร์ นี่กระมังที่เป็นจุดจับใจคนดู ไม่ว่าจะเป็นเวอร์ชั่นไหนก็ตาม

เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย
1. สำหรับโรคที่รุอิเผชิญในภาพยนตร์ อย่างโรค Goldfield Syndrome ชื่อโรคดังกล่าวไม่มีจริงในทางการแพทย์
2. ในภาพยนตร์เซอร์ไพรส์คนดูด้วยฉากการล้อเลียนนักแสดงคนหนึ่งของญี่ปุ่น (ยอมรับว่าเหมือนจริงๆ)

แหล่งที่มาข้อมูลและรูปภาพ : sahamongkolfilm

NokCyber

50 First Kisses มีชื่อไทยว่า 50 เดท จูบเธอไม่ให้ลืม คือภาพยนตร์ญี่ปุ่นที่รีเมกจากหนังโรแมนติกคอเมอดี้ชื่อดังจากฮอลลีวู้ดเมื่อปี 2004 อย่าง 50 First Dates ที่นำแสดงโดย อดัม แซนด์เลอร์ กับ ดรูว์ แบร์รี่มอร์ ส่วนเวอร์ชั่นญี่ปุ่นได้ ทาคายูกิ ยามาดะ จาก Train Man มาจับคู่กับ มาซามิ นางาซาวะ จาก Nada so so ซึ่งทั้งคู่เคยแสดงร่วมกันมาแล้วครั้งหนึ่งในหนังรักเรื่อง Say Hello for Me

สำหรับ ยูอิจิ ฟูคาดะ เจ้าของผลงาน Gintama รับหน้าที่เป็นทั้งผู้กำกับ พ่วงกับแปลงบทภาพยนตร์ต้นฉบับของ จอร์จ วิง ให้มีความเป็นเอเชีย และดูร่วมสมัยมากขึ้น พร้อมเปลี่ยนจากคำว่า เดท มาเป็นคำว่า จูบ แทน แน่นอนว่ามันย่อมแฝงความหมายบางอย่างเอาไว้

50 First Kisses เล่าถึง รุอิ สาวญี่ปุ่นที่อาศัยอยู่ใน ฮาวาย กับครอบครัว เธอประสบอุบัติเหตุรถคว่ำทำให้สูญเสียความทรงจำระยะสั้น และจดจำได้แต่เรื่องที่เคยเกิดขึ้นก่อนอุบัติเหตุ แต่สมองจะไม่บันทึกสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นเลย ทุกวันสมองของเธอจะรีเซ็ตใหม่และกลับไปดำเนินชีวิตแบบเดิมซ้ำไปซ้ำมา และนั่นทำให้ รุอิ จำ ไดสุเกะ ชายหนุ่มที่ตกหลุมรักเธอได้แค่ 24 ชั่วโมงเท่านั้น แต่ ไดสุเกะ ก็ไม่ยอมแพ้ แม้ว่าอุปสรรคก็คือ ต่อให้วันนั้นพวกเขาจะรักกันมากแค่ไหน ไดสุเกะ ก็เป็นได้แค่คนแปลกหน้าของเธอในเช้าวันใหม่

ผู้กำกับซื่อสัตย์ต่อต้นฉบับพอสมควร เก็บรายละเอียดตัวละครกับฉากเด่นๆในหนังต้นฉบับเอาไว้เกือบทั้งหมด ด้วยการยกกองไปถ่ายทำที่ ฮาวาย เหมือน 50 First Dates แต่รูปแบบการนำเสนอส่วนใหญ่ก็แตกต่างจากเวอร์ชั่นออริจินอล 50 First Kisses ถูกทำให้เข้ากับยุคสมัยมากขึ้น รวมถึงมีการใส่ความเป็นญี่ปุ่นเข้าไป สำหรับใครที่เคยดู 50 First Dates มาแล้ว จึงสามารถดูเวอร์ชั่นญี่ปุ่นได้ โดยที่ไม่ต้องกลัวว่าจะเบื่อในความซํ้าซากใดๆ

พาร์ทความตลกของ 50 First Kisses ต้องบอกว่ามีความฮาไม่แพ้ต้นฉบับ โดยเฉพาะคนเอเชียน่าจะอินกับมุขต่างๆในหนังได้ดีกว่าคนทวีปอื่นๆ ขณะที่พาร์ทความโรแมนติกส่วนตัวมองว่าโดดเด่นมาก อย่างการหยิบเอาเงื่อนไขเรื่อง ความรัก กับ ความฝัน มาให้ตัวละครชั่งนํ้าหนักและเลือก

อีกจุดที่สร้างความประทับใจคือเสน่ห์ของตัวละครนำทั้งฝ่ายชายและหญิง ยามาดะ ทาคายูกิ และ นางาซาวะ  มาซามิ เป็นคู่ที่ลงตัว เคมีเข้ากัน ยามาดะ อาจจะไม่เหมาะกับบทหนุ่มเจ้าชู้จอมกะล่อน แต่ในเรื่องความจริงจังในความสัมพัน์กับการมุ่งมั่นทำตามฝัน เขาถ่ายทอดออกมาได้ยอดเยี่ยมมาก เช่นเดียวกับ นางาซาวะ นอกจากความน่ารักสดใส การแสดงของเธอก็สามารถเรียกนํ้าตาจากคนดูได้ไม่ยาก

กิมมิคการชูประเด็น จูบ มาแทน เดท ก็น่าสนใจ เป็นเรื่องที่น่าเจ็บปวดไม่น้อยเลยกับการที่คู่รักจูบกันทุกวัน โดยที่ฝ่ายหญิงรู้สึกว่ามันเป็นทั้ง จูบแรก และ จูบสุดท้าย ในเวลาเดียวกัน เพราะความทรงจำของเธอมีแค่ 1 วัน

50 First Kisses มีองค์ประกอบของการเป็นภาพยนตร์โรแมนติกคอเมอดี้ที่ดีอยู่ครบถ้วน ซึ่งนอกจากเรื่องราวความรักที่น่าประทับใจ คละเคล้ากับซีนตลกสนุกสนานที่อาจทำให้คุณหัวเราะจนตัวโยนแล้ว บรรยากาศของเกาะฮาวายในหนังก็สวยงามจนเราอยากเก็บกระเป๋าบินไปเที่ยวตามรอยภาพยนตร์เรื่องนี้

ตัวอย่างหนัง

ผู้กำกับ :Fukuda Yuichi

นักแสดง :  Yamada Takayuki , Nagasawa Masami

 

 



Movie Review : รีวิว Norwegian Wood หนังที่สร้างจากนิยายขายดีของ ฮารูกิ มูราคามิ

Norwegian Wood คือภาพยนตร์โรแมนติกดราม่าจากประเทศญี่ปุ่นที่สร้างมาจากหนังนิยายขายดีชื่อเดียวกันของ ฮารูกิ มูราคามิ - Haruki Murakami นักเขียนชื่อดัง โดยได้ ตรัน อานห์ ฮุง ผู้กำกับชาวเวียดนามเจ้าของรางวัล Golden Lion จากหนังเรื่อง Cyclo ในเทศกาลหนังเวนิส รวมถึงรางวัล  Award of the Youth for Best French Film กับ  Caméra d'Or จากเทศกาลหนังเมืองคานส์ และเคยถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์สาขาภาพยนตร์ภาษาต่างประเทศยอดเยี่ยมจากหนังเรื่อง The Scent of Green Papaya มารับหน้าที่กำกับ พ่วงเขียนบทภาพยนตร์

สำหรับ Norwegian Wood ฉบับหนังใหญ่ เข้าฉายในปี 2010 มีชื่อไทยว่า ด้วยรักความตายและเธอ (เวอร์ชั่นหนังสือชื่อไทยคือ ด้วยรัก ความตาย และหัวใจสลาย) โดยนักแสดงได้ เคนอิจิ มัตสึยามะ นักแสดงหนุ่มจาก Death Note , ริงโกะ คิคุจิ นักแสดงสาวจาก Babel และ กิโกะ มิซูฮาร่า นางแบบสาวชื่อดัง (นี่เป็นผลงานการแสดงหนังเรื่องแรกของ กิโกะ) มารับบทนำ

หนังเล่าถึงกรุงโตเกียวยุคปี 1960 โทรุ วาตานาเบะ (เคนอิจิ มัตสึยาม่า) เด็กหนุ่มที่ตกอยู่ในความว้าวุ่นทั้งเรื่องส่วนตัวและความรัก เขาทุ่มเทหัวใจให้กับ นาโอโกะ (ริงโกะ คิคุจิ) รักแรก ผู้หญิงที่เคยเป็นแฟนของเพื่อนสนิทที่คิดสั้นฆ่าตัวตายไปในตอนปิดเทอมช่วงมัธยม

พอเข้ามหาวิทยาลัย โทรุ ตกหลุมรัก นาโอโกะ แบบถอนตัวไม่ขึ้น เขาพยายามสานสัมพันธ์กับเธอตลอด ถึงแม้ว่า นาโอโกะ จะป่วยเป็นโรคซึมเศร้าจนต้องเข้ารับการรักษาตัว และในช่วงเวลาเดียวกัน โทรุ ก็ได้รู้จักกับ มิโดริ (คิโกะ มิสุฮาระ) สาวสวยสุดแนว เพื่อนร่วมมหาวิทยาลัยที่มีใจให้กับเขาด้วยเช่นกัน แต่ โทรุ ก็ไม่อาจปลดปล่อยตัวเองจากความคิดถึงที่มีต่อ นาโอโกะ ลงได้

ในแง่ของความเป็นหนัง Norwegian Wood อาจไม่ใช่หนังที่มีความบันเทิง หรือเข้าใจได้ง่าย เท่ากับหนังรักญี่ปุ่นเรื่องอื่นๆ การดำเนินเรื่องช้าจนเข้าใกล้กับคำว่าน่าเบื่อ ในส่วนของคอหนังที่ไม่คุ้นกับภาพยนตร์แนวอาร์ทหรืออินดี้อาจไม่ชอบ เพราะตัวละครยังสื่อสารกันด้วยภาษากายมากกว่าบทสนทนา อย่างไรก็ตาม การที่ผู้กำกับถ่ายทอดเนื้อหาของหนังออกมาได้ตรงตามเวอร์ชั่นหนังสือมาก เชื่อว่าน่าจะสร้างความพอใจให้กับแฟนๆ นิยายของ มูราคามิ ทั่วโลก

จุดที่โดดเด่นที่สุดของหนังน่าจะเป็นงานภาพอันแสนงดงาม เอกลักษณ์เฉพาะตัวของ ตรัน อานห์ ฮุง โลเคชั่นที่เขาเลือกมาต้องบอกว่าสุดยอดมากๆ โดยเฉพาะฉากที่ตัวละครอยู่ท่ามกลางหิมะ ต้องบอกว่าหลายซีนในหนังมีสไตล์สุดๆ ทำให้ภาพยนตร์ออกมาดูอยู่กึ่งกลางระหว่างความจริงกับโลกแห่งจินตนาการ

การแสดงของ เคนอิจิ มัตสึยาม่า สุดมากในฉากร้องไห้ตรงโขดหินริมทะเล ด้าน ริงโกะ คิคุจิ แสดงความรู้สึกของตัวละครออกมาได้ยอดเยี่ยม ส่วน กิโกะ มิซูฮาร่า ก็แจ้งเกิดบนโลกภาพยนตร์ได้อย่างสวยงาม และอีกคนที่ได้รับบทเด่นพอสมควรคือ เรกะ คิริชิมะ ที่เล่นเป็น เรโกะ สาวรุ่นพี่ที่คอยดูแล นาโอโกะ รวมถึงมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับ วาตานาเบะ ตัวละครที่ทำให้หนังไปไกลกว่าคำว่า รักสามเส้า

Norwegian Wood เป็นหนังที่นำเสนออารมณ์ความโศกเศร้าของการสูญเสียคนรักได้อย่างเจ็บปวด ฟูมฟาย แต่ก็ตราตรึงน่าจดจำ แน่นอนว่าคุณคงไม่มีวันลืมรักแรกของคุณ ไม่ว่ามันจะจบลงอย่างไรก็ตาม

และใครที่สนใจอยากชมภาพยนตร์ที่สร้างจากผลงานของ มูราคามิ อีกเรื่อง ขอแนะนำ Burning หนังเกาหลีผลงานของสุดยอดผู้กำกับอย่าง อีชางดง ที่ดัดแปลงจากเรื่องสั้นชื่อ มือเพลิง ของ มูราคามิ เข้าฉาย 19 ก.ค.นี้ ที่ SF, House RCA และ Bangkok Screening Room

 

Norwegian Wood (2010)

ผู้กำกับ : Tran Anh Hung

นักแสดง :  Kenichi Matsuyama, Rinko Kikuchi, Kiko Mizuhara, Reika Kirishima