HOME Search

ผลการค้นหาพบ – 82 รายการเกี่ยวกับ เที่ยวญี่ปุ่น

โอชาเระเจแปน ให้เช่าชุดใส่เที่ยวในญี่ปุ่น Oshare Japan ร่วมออกบูธ เที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง 2018 FIT Fair มีของแจกในงานเพียบ!

งาน เที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง 2018 FIT Fair ที่จัดเป็นประจำทุกปีที่ รอยัล พารากอน ฮอลล์ 2 มีบูธที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวญี่ปุ่นมากันหลากหลาย โดยปลายปีอย่างนี้นักท่องเที่ยวก็เตรียมไปรับลมหนาว เล่นหิมะกันเต็มที่แล้ว

 

และปีนี้ก็มีบูธ โอชาเระเจแปน Oshare Japan สุดยอดบริการเช่าเสื้อกันหนาว-เสื้อโค้ทแบรนด์แฟชั่น โดยที่ลูกค้าสามารถเช่า-ใส่-ส่งคืน ได้ในประเทศญี่ปุ่น มาร่วมออกบูธ #2F ด้วย นอกจากจะเอาตัวอย่างเสื้อโค้ทสำหรับให้เช่าที่ญี่ปุ่นมาให้ลองสวมใส่กันแล้ว ยังมีของมาแจกในงานอีกเพียบ‼️
ทั้งผ้าเช็ดหน้า และพวงกุญแจน่ารักกรุบกริบจากประเทศญีปุ่น
ห้ามพลาด‼️ เพราะมีจำนวนจำกัดเพียง 500 ชิ้นเท่านั้น สำหรับผู้ที่แวะมาที่บูธแล้วกดไลค์ และทำแบบสอบถาม💜❤️

 

นอกจากนี้ยังมีอีกกิจกรรมเฉพาะในงานอีกหนึ่งอย่าง
#แจกฟรี ‼️เสื้อโค้ทกันหนาวสวยๆ 15 ตัว!

กติกาง่ายๆ เพียงแค่คุณ
1.เลือกเสื้อโค้ทที่เราเตรียมไว้ให้ที่บูธ ใส่ถ่ายรูปคู่กับฉาก
2.โพสต์รูป พร้อมติดแฮชแท็ค #osharejapan
3.ตั้งโพสต์นี้ให้เป็นสาธารณะ (Public only)
4. กดไลค์เพจ โอชาเระเจแปน ให้เช่าชุดใส่เที่ยวในญี่ปุ่น

เท่านี้ รับไปเลย เสื้อโค้ทที่คุณใส่
ทางทีมงานจะสุ่มเลือกรูป และประกาศผลให้ทราบหลังจากจบงาน FIT เที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง 2018 โดยจะตอบกลับ inbox ของผู้โชคดีทั้ง 15 ท่าน

*เสื้อโค้ทจะถูกจัดส่งให้ผู้โชคดีผ่านไปรษณีย์ หลังวันที่ 5 พฤศจิกายน
*มีเสื้อโค้ทบางตัวจะไม่สามารถแจกให้ได้
❄️❄️❄️

มากันเยอะๆ น้า

• เที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง 2018 FIT Fair
• ศูนย์การค้าสยามพารากอน ชั้น 5 บริเวณ รอยัล พารากอน ฮอลล์ 2
• 2–4 พฤศจิกายน 2018 (ศุกร์-อาทิตย์)
• 10.00-20.00 น.

Comments Off on โอชาเระเจแปน ให้เช่าชุดใส่เที่ยวในญี่ปุ่น Oshare Japan ร่วมออกบูธ เที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง 2018 FIT Fair มีของแจกในงานเพียบ!


3 เทศกาลใหญ่สนุกสนานไปกับขบวนพาเหรดกลางเมืองที่ไม่ควรพลาดเมื่อไปเที่ยวญี่ปุ่นช่วงต้นซัมเมอร์ปี 2018

ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีงานเทศกาลมากมายในทุกจังหวัดและขึ้นชื่อเรื่องมีประเพณีที่เก่าแก่สืบทอดมาตั้งแต่สมัยโบราณกาล ทั้งยังคงสืบสานกันมาต่อเนื่อง ถ้าใครอยากสัมผัสกับวัฒนธรรมของญี่ปุ่นแบบใกล้ชิด โดยเฉพาะ 3 เทศกาลของญี่ปุ่นในช่วงซัมเมอร์ที่จัดอย่างยิ่งใหญ่ที่ควรลองหาโอกาสไปเที่ยวชมดู

1. Yosakoi Soran Festival , Hokkaido

เป็นเทศกาลประจำปีที่จัดขึ้นในช่วงต้นเดือนมิถุนายนที่เมืองซัปโปโรฮอกไกโด เทศกาลนี้เริ่มจัดในปี 1992 เป็นครั้งแรกและมีผู้เข้าร่วมถึง 2 ล้านคน เทศกาลนี้มีการเต้นรำในแบบ Yosakoi (จากจังหวัด Kochi) และ Soran Bushi (ดนตรีดั้งเดิมในฮอกไกโด) มีประมาณ 300 ทีมเข้าร่วมเทศกาล แต่ละทีมที่เข้าแข่งขันนั้น ก็จะมีการแต่งกายด้วยเสื้อผ้าสีสันที่สดใส มีสไตล์ที่แตกต่างกัน และทุกทีมที่เข้าร่วมแสดงต้องใช้เพลง SORAN BUSHI เป็นเพลงหลักในการแสดงอีกด้วย ปีนี้จัดวันที่ 9-12 มิถุนายน

การเดินทาง: จากสถานี Odori Park- Odori หรือเดิน 10 นาทีจากสถานี Sapporo

2. Sanno Festival, Tokyo

เป็นหนึ่งในเทศกาลสำคัญในกรุงโตเกียวซึ่งเป็นเทศกาลแห่ศาลเจ้าที่จัดขึ้นทุกปี ในเดือนมิถุนายนที่ศาลเจ้าฮิเอะ แต่ในทางปฎิบัติแล้วจัดเฉพาะในปีที่เป็นเลขคู่เท่านั้นสลับปีกับเทศกาลคังดะ (Kanda Matsuri) เป็นประเพณีที่สืบทอดกันมาตั้งแต่สมัยเอโดะ ปีนี้จัดตั้งแต่ 7 -17 มิ.ย. เป็นเวลา 10 วัน และในช่วงเทศกาลจะมีกิจกรรมและการออกร้านอาหารที่ศาลเจ้า จุดประสงค์หลักคือ ขอพรให้เจ้าเมือง ปัจจุบันก็คือราชวงศ์อิมพีเรียล รวมถึงประเทศญี่ปุ่นด้วย

ไฮไลต์งานนี้อยู่ที่ "Shinkosai" จัดวันที่ 10 มิ.ย. ถือเป็นกิจกรรมสำคัญเลยทีเดียว มีการจัดขบวนตามแบบแผนโบราณ ประกอบด้วยขบวนของพระและนักบวชถึง 300 คน และเกอิชาในชุดสมัยเอโกะ เพื่อดำเนินพิธีกรรมกับศาลเจ้าจำลอง (mikoshi) เรียกได้ว่า ดึงดูดสายตาผู้คนบริเวณโดยรอบเป็นอย่างมาก

การเดินทาง: เดิน 3 นาทีจากสถานี Akasaka Station หรือ Tameikesanno Station

3. Otaue Rice Planting Festival, Osaka

เทศกาลปลูกข้าว Otaue จัดขึ้นที่ศาลเจ้า Sumiyoshi Taisha ในโอซาก้าซึ่งเป็นศาลเจ้าที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และสำคัญที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศญี่ปุ่น จุดประสงค์คือขอพรให้การเก็บเกี่ยวข้าวอุดมสมบูรณ์ และจะมีการแสดงเต้นรำแบบดั้งเดิม จัดวันที่ 14 มิ.ย. 2018

การเดินทาง : เดิน 3 นาทีจากสถานี Sumiyoshi Taisha

แหล่งที่มา : https://jw-webmagazine.com/japans-3-biggest-festivals-in-june-2017-be91b612cf9f



ไปเที่ยวญี่ปุ่นต้องไม่พลาด “น้ำดื่มมหัศจรรย์” ดื่มแล้วหลับสบาย

ครบรอบ 1 ปีแล้วนะ ที่บริษัทโคคาโคล่าของประเทศญี่ปุ่น ได้ประกาศเปิดตัว Glaceau Sleep Water อย่างเป็นทางการกับสินค้าน้ำดื่มตัวใหม่ เจ้าน้ำแร่ในขวดสีน้ำเงินนี้เป็นสุดยอดน้ำดื่มที่ทางผู้ผลิตเคลมว่า ถ้าได้ดื่มก่อนนอนแล้วจะทำให้หลับสบาย คลายกังวล ตื่นมาสดชื่นแจ่มใสอีกครั้ง

สาเหตุหนึ่งที่ทำให้ผู้ผลิตโค้กต้องผลิตน้ำดื่มหลับสบายตัวนี้ขึ้นมา ก็เป็นเพราะว่าไลฟ์สไตล์ของคนญี่ปุ่นนั้น จะเน้นหนักไปที่การทำงาน บางคนทำงานมากกว่า 12 ชั่วโมงต่อวัน และมีภาวะความเครียดสูงมาก จึงประสบกับภาวะหลับยาก เพื่อเป็นการตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า ทางโคคาโคล่าเลยคิดค้นสูตรผสมที่ทำให้เราหลับสบายมากยิ่งขึ้น ก็มาจากการผสมสารอาหารสำคัญที่เรียกว่า L-Theanine และ กรดอะมิโน ซึ่งเชื่อว่าสามารถช่วยลดภาวะความเครียด และคลายกังวลได้ อีกทั้งยังช่วยให้เราดูสดชื่นแจ่มใสมากขึ้น ในเช้าวันถัดไปขึ้นมานั่นเอง

ต่อไป ถ้าเกิดอาการเจ็ทแลคตอนบินไปญี่ปุ่นแล้วนอนไม่หลับ ก็อย่าลืมไปแวะหา Glaceau Sleep Water ตามร้านค้าสะดวกซื้อมาดื่มกันสักขวดก่อนนอนดูล่ะ รับรองว่าหลับเต็มตื่น มีแรงเที่ยววันต่อไปอย่างแน่นอน

 

แหล่งที่มาและภาพประกอบ: http://www.odditycentral.com/funny/coca-cola-japan-launches-sleep-water-it-claims-could-help-you-sleep-better.html



F.I.T Fair งานเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง 2017

“งานเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง 2017”
Visit Japan F.I.T. Travel Fair 2017

จัดโดย   องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งประเทศญี่ปุ่น (JNTO) 


ในวันที่ 22 – 24 กันยายน 2560


ณ รอยัล พารากอน ฮอลล์ 3 ศูนย์การค้าสยามพารากอน ชั้น 5


ตั้งแต่เวลา 10.00-20.00 น.

อย่ารอช้า!! ภายในงานพบกับกิจกรรมมากมายสำหรับผู้ที่สนใจเดินทางไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่น ได้แก่...

・การจำหน่ายแพ็คเกจเที่ยวอิสระ ตั๋วเครื่องบิน ที่พัก บัตรรถไฟแบบเหมาจ่ายใบเดียว บัตรเข้าสวนสนุก และบัตรสุดคุ้มอื่นๆ ในราคาพิเศษ เป็นต้น รวมทั้งจำหน่ายสินค้าทัวร์ไปญี่ปุ่นอีกด้วย ทั้งนี้เป็นการออกบูธโดยผู้ประกอบการท่องเที่ยวทั้งจากญี่ปุ่นและจากไทย เช่น บริษัททัวร์ชั้นนำ โรงแรม และสายการบิน รวมทั้งสิ้นมากกว่า  100 บูธ

・การแจกเอกสารและการให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่นที่บูธของ JNTO และที่บูธจากจังหวัดต่างๆ ในประเทศญี่ปุ่นที่มาเข้าร่วมงาน

・ชมมินิคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดังแสดง และ ร่วมพูดคุยถึงประสบการณ์ในการเดินทางท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่น บนเวที

นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมายที่คุณสามารถร่วมสนุกเพื่อลุ้นรับของที่ระลึกกลับบ้านอีกด้วย

Comments Off on F.I.T Fair งานเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง 2017


บินเดี่ยว เที่ยวญี่ปุ่น – ไป “โอซาก้า” คนเดียว ไม่ง้อทัวร์

อยากไปญี่ปุ่น แต่ไม่มีคนไปด้วย เอาไงดี? หลายคนคงมีคำถามนี้บ่อยๆ โสดไม่รู้จะไปยังไง เพื่อนก็เทเราหมด นกในนก

แต่ ฮัลโหล... สมัยนี้ สายสตรองคือผู้อยู่รอดเท่านั้นค่ะ  ญี่ปุ่นน่ะเป็นประเทศที่ลุยเดี่ยวเที่ยวเอง สบายใจ ปลอดภัยหายห่วง ยิ่งไปคนเดียวก็ยิ่งชิลล์ จะขยับตัวไปไหนก็คล่อง อยากกินอะไรก็ไม่ต้องมีคนขัด แถมการเดินทางก็ง่าย จะถ่ายรูปนานแค่ไหนก็ไม่มีใครบ่น อีกทั้งสถานที่น่าสนใจมีให้เลือกเที่ยวเป็นจำนวนมาก จะไปแถบคันโต คันไซ หรือคิวชู ที่ไหนก็ดี้ดี

ซึ่งครั้งนี้ wom japan ขออาสาพาเพื่อนๆ ไปเที่ยวโอซาก้าแบบฉบับไปเที่ยวคนเดียว ให้โลกรู้กันเลยว่า แล้วไงใครแคร์

 

เริ่มกันด้วยการเดินทางจากกรุงเทพฯไปลงที่สนามบินคันไซ (KIX) ซึ่งมีหลากหลายสายการบินทั้ง Full Service และ Low Cost ที่บินจากกรุงเทพฯไปสนามบินคันไซ ให้เลือกบินกัน ซึ่งใช้เวลาเดินทางประมาณ 5 ชั่วโมงครึ่ง

วิธีซื้อตั๋วเครื่องบินที่ได้ราคาดีที่สุดแนะนำให้ซื้อผ่าน Traveloka เพราะนอกจากจะได้ตั๋วราคาดีแล้ว การใช้งานก็สะดวก เพราะเขาเปรียบเทียบราคาแต่ละสายการบินให้เห็นกันชัดๆ และยังสามารถซื้อตั๋วเครื่องบินไปญี่ปุ่นได้แม้ไม่มีบัตรเครดิต                                              

เอาหล่ะ พอเราถึงสนามบินคันไซ ก็มุ่งหน้าเข้าสู่ตัวเมืองโอซาก้าโดยรถไฟด่วนพิเศษ HARUKA เพียงแค่ 30 นาที หรือหากใครจะเลือกนั่งรถบัสที่มีบริการตลอดทั้งวันก็ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง

ใครที่ไปเที่ยวคนเดียวก็เหมาะมากที่จะพักโรงแรมแคปซูลหรือโฮสเทล มีให้เลือกหลากหลายสไตล์ในราคาย่อมเยา บางทีอาจได้เพื่อนใหม่หลากหลายชาติ หรือเพื่อนร่วมเดินทางด้วยก็ได้นะ

และโรงแรมที่เราไปพักในครั้งนี้คือ First Cabin Midousuji-Namba  ด้วยราคาที่สบายกระเป๋า สามารถเดินจากสถานีรถไฟฟ้านัมบะแค่ 5 นาที  แถมยังมีอ่างน้ำให้แช่กันสบายๆ อีกด้วย สามารถเลือกจองที่พักกับ Traveloka ได้ตรงนี้เลย

Dotonburi

เริ่มทริปด้วย ย่านโดทงโบริ แลนด์มาร์คของโอซาก้าที่ไม่ว่าจะมาเดินเล่น ชอปปิ้ง หาอะไรกิน จะมากลางวันหรือกลางคืนก็ไม่มีผิดหวังจริงๆ  (ขอบอกว่ากลางคืนจะคึกคักยึกยักกว่ามาก) และไม่ว่านักท่องเที่ยวชาวต่างชาติหรือคนญี่ปุ่นเองที่มาเยือนโอซาก้า ก็พลาดไม่ได้ที่จะมาทำท่าชูมือ กระโดดขาหย่องแชะภาพคู่กับคุณ Glico Man  หรือใครจะโรแมนติกเดินชมแสงสีเพลินๆ ไปจนถึงสะพานนิปปงบาชิได้เลยนะ จะไปก็รีบไปนะ เพราะร้านค้าจะเริ่มปิดกันตอนประมาณสี่ทุ่ม

Osaka Castle

ปราสาทโอซาก้า”  อีกหนึ่งสถานที่สำคัญของโอซาก้าที่ห้ามพลาด ยิ่งถ้าหากมาในช่วงเดือนเมษายนนั้น แถบปราสาทโอซาก้าจะมีต้นซากุระถึง 600 ต้น บานสะพรั่งกันงดงามเต็มไปหมด มาคนเดียวก็อาจเปลี่ยวเหงานิดหน่อย เพราะคนญี่ปุ่นมักจะมาเป็นคู่ นั่งเดทกันใต้ต้นซากุระ เห็นแล้วอาจจะเจ็บหัวใจ ดั่งไฟสุมทรวงก็ได้นะ

Kaiyukan Aquarium

 พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำไคยุคัง จะไม่เหมาะกับมาคนเดียวได้อย่างไร เพราะอยากจะหยุดยืนดูปลาฉลามวาฬไฮไลท์ของที่นี่ในแทงค์มหาสมุทรแปซิฟิค นานเท่าไหร่ก็ยืนดูได้แบบไม่ต้องรีบ จะคุยกับเจ้านาก เจ้าเพนกวินผ่านตู้กระจกด้วยเสียงสาม หรือถ่ายรูปจนฉ่ำยังไงก็ได้ เห็นไหมล่ะ บอกแล้วว่ามาคนเดียวดีกว่าเป็นไหนๆ ค่าเข้าก็ไม่แพงเมื่อเทียบกับสิ่งที่จะได้สัมผัสด้านในพิพิธภัณฑ์

Universal Studios Japan

USJ ไปคนเดียวก็มันส์ได้จริงๆ นะ (แค่อาจจะต้องมีสกิลความอโลนสูงหน่อย) แต่ขอบอกว่าไปคนเดียวยิ่งดี เพราะว่ามีแถว Single Rider อยู่ สามารถไปต่อแถวขึ้นเครื่องเล่นได้เร็วกว่าแถวปกติอยู่หลายเท่า และเครื่องเล่นที่เจ๋งจนต้องอ้าปากร้องหู้วว พลาดไม่ได้ ก็เห็นจะเป็นสไปเดอร์แมน และ The Wizarding World of Harry Potter™  ที่เหล่ามักเกิ้ลทั้งหลายจะได้ไปเดินเล่นในหมู่บ้านฮอกส์มี้ดและสัมผัสโลกเวทมนต์ในปราสาทฮอควอตส์

Nara Town

ลองออกมานอกโอซาก้าที่สามารถไปเช้า-เย็นกลับกันได้บ้าง ซึ่งใกล้ๆ โอซาก้านั้นจะมีสถานที่น่าสนใจอีกมากมาย ที่แรกที่อยากแนะนำคือ เมืองนารา โดยสามารถเดินทางได้ผ่าน JR Yamatoji Line ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง เมื่อเดินทางมาถึงก็สามารถไปชม วัดโทไดจิที่โด่งดังในนารา เพราะทั้งตัววัดเองและบริเวณสวนข้างๆ มีกวางให้ชมเต็มไปหมด ไปคนเดียวก็สามารถไปให้อาหารกวาง เซลฟี่คู่กวางกี่ล้านรอบก็ได้ไม่มีใครว่า มีเวลาเหลือก็ไปเดินเล่นที่ พระราชวังเฮโจ ซึ่งเป็นพระราชวังที่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก มาทีเดียวต้องเที่ยวให้คุ้ม

ญี่ปุ่นนี้เรียกได้ว่าเป็นเมืองมินิมอล เรียบๆ ง่ายๆ ที่เหมาะสำหรับคนที่ต้องการจะหัดเที่ยวคนเดียวเป็นครั้งแรก เพราะคนญี่ปุ่นนั้นใจดี มีมารยาท และหากเราต้องการความช่วยเหลือถึงแม้เขาจะพูดภาษาอังกฤษไม่ค่อยได้ ก็จะพยายามอย่างมากในการช่วยเหลือเรา เรียกได้ว่าเป็นเมือง Tourist Friendly จริงๆ ใครจะไปก็อย่าลืมเข้าไปดูตั๋วเครื่องบินไปญี่ปุ่น และที่พักโอซาก้ากับ Traveloka หละ รับรองว่าราคาดีโดนใจไม่ผิดหวังแน่นอน



โซโล่ญี่ปุ่นครั้งแรก..เอาไงดี?! เทคนิคการเตรียมตัวสำหรับสาวๆมือใหม่ที่กำลังจะไปเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง

ญี่ปุ่นถือว่าเป็นอีกจุดหมายปลายทางหนึ่งที่หลายคนอยากไปเยือน และความใฝ่ฝันของผู้หญิงหลายคนอย่างหนึ่งคือการได้ออกไปเที่ยวคนเดียว ไหนๆก็มีโอกาสแล้ว อย่าปล่อยให้หลุดลอยไปค่ะ
ก่อนจะออกไปเที่ยวกันครั้งนี้เลยอยากจะแชร์เทคนิคไว้ให้สาวๆได้เตรียมตัวกันสักนิดเพื่อเป็นแนวทางกันสักหน่อยดีกว่า

เลือก Flight บินให้ถึงญี่ปุ่นตอนเช้า:

ใครที่เดินทางไปญี่ปุ่นเป็นครั้งแรก แม้ญี่ปุ่นจะเป็นประเทศที่ขึ้นชื่อในเรื่องของความปลอดภัยแต่ก็ประมาทไม่ได้ เวลาเลือกตั๋วเครื่องบิน แนะนำว่าให้เลือกเที่ยวบินที่เดินทางไปถึงญี่ปุ่นในเวลาเช้า เพราะนอกจากจะช่วยประหยัดเรื่องค่าที่พักไปหนึ่งคืนแล้ว ยังไม่ต้องกังวลกับการกลัวการตกรถที่จะนั่งเข้าเมืองไปหาที่พักในช่วงกลางคืนอีกด้วยนะ

ที่พักต้องไม่เปลี่ยว:

จริงๆเรื่องของที่พักนี่แล้วแต่คนชอบ บ้างคนชอบที่อยู่ใกล้แหล่งช้อปปิ้ง บางคนชอบแหล่งที่เดินทางสะดวก แต่ไม่ว่าจะเลือกพักที่หนึ่ง อันดับแรกสำหรับนักเดินทางที่เป็นผู้หญิงที่ควรจะให้ความสำคัญคือ "เข้าออกต้องไม่เปลี่ยว" เข้าออกในที่นี้หมายถึง แม้เราจะกลับเข้าที่พักในเวลาดึกแค่ไหน ต้องไม่มืดและดูน่ากลัวจนเกินไป อาจจะจริงที่ว่าที่พักที่อยู่ไกลจะสถานีอาจจะถูกกว่า แต่หากต้องเดินเท้าไกลๆ เข้าซอยเปลี่ยวเกินไปก็ไม่ควรเสี่ยง
เพิ่มเงินอีกสักนิดแลกกับความสบายใจและความปลอดภัยดีกว่านะ

ฝึกภาษาก่อนไป:

หัดภาษาไว้นิดหน่อยก็ยังดี โดยเฉพาะญี่ปุ่นที่คนส่วนใหญ่สื่อสารด้วยภาษาอังกฤษไม่ค่อยคล่อง คำที่ควรจดจำไว้บ้าง เช่น คำทักทาย ขอโทษ ขอบคุณ หรือประโยคสั้นๆอย่าง "ห้องน้ำไปทางไหน" ไว้ใช้ในยามขับขัน
แต่อยากให้ทำใจว่า หากเราถามเป็นภาษาญี่ปุ่นออกไปเพียงไม่กี่คำ คนญี่ปุ่นจะคิดว่าเราเข้าใจจากนั้นก็รัวภาษาญี่ปุ่นกลับมาชุดใหญ่ ถึงตอนนั้นคงต้องเอาตัวรอดด้วยภาษามือแล้วหล่ะ

อย่าพึ่งดวงมากเกินไป:

ก่อนเดินทางควรให้ความสำคัญกับการหาข้อมูลเล็กๆน้อยๆ เช่น พยากรณ์อากาศ วันและเวลาเปิดปิดของสถานที่เราจะเดินทางไป คงไม่ดีแน่หากเดินทางไปถึงแล้วเมฆครื้มพายุเข้า หรือร้านปิด โอกาสที่จะได้มาเยือนไม่ได้มีบ่อยครั้ง หากเกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้นมาอาจจะทำให้หมดสนุกได้ไปทั้งวัน ก่อนจะพึ่งเรื่องดวงควรพึงพาตัวเองด้วยการเตรียมข้อมูลเสียก่อน จะได้ไม่เสียใจภายหลังนะจ้ะ

พกเงินสดติดตัวไว้บ้าง:

การเตรียมเงินสดให้พร้อมก็เป็นเรื่องสำคัญ หากเกิดเหตุขับคันเมื่อเดินทางคนเดียวไม่สามารถพึ่งพาใครได้ เพราะไม่ใช่ทุกที่ในญี่ปุ่นทีพร้อมสำหรับบัตรเครดิต เตรียมเงินสดไปดีกว่า เหลือมาดีกว่าขาด
แต่ต้องไม่ลืมที่จะพกเงินติดไว้กับตัว กระเป๋าลับ หรือเก็บในที่ๆปลอดภัย หลีกเลี่ยงต่อการให้คนอื่นเห็นที่เก็บเงินของเราด้วยล่ะ

สุขภาพก็เป็นเรื่องสำคัญ:

การเจ็บป่วยในทริปจะทำให้ความสนุกในการทางเที่ยวลดลงไปทันที ก่อนเดินทางสาวๆควรฟิตซ้อมร่างกาย เตรียมยาติดตัวไปด้วย ทั้งยาประจำตัวและยาสามัญทั่วไปสำหรับความเจ็บป่วยขึ้นได้ระหว่างการเดินทาง เช่น ยาแก้ปวด ยาแก้ท้องเสีย ยานวดคลายปวดกล้ามเนื้อ เป็นต้น เพราะในบางประเทศการซื้อยาในร้านขายยาเป็นเรื่องยุ่งยาก ทั้งอุปสรรคด้านภาษา หรือในบางที่เภสัชก็ไม่จ่ายยาให้ถ้าไม่มีใบสั่งแพทย์
นอกจากนี้ทำประกันการเดินทางก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง หากเจ็บป่วยรุนแรงหรือฉุกเฉินขึ้นมาจะได้อุ่นใจ กันไว้ดีกว่าแก้เสมอ



อย่าพลาดคริสต์มาสที่น่าตื่นตาตื่นใจที่สุดปีนี้ Universal Wonder Christmas 2018 !! พร้อมของที่ระลึกคิ้วท์ๆ ที่ใครเห็นก็ต้องอยากได้!

ถ้าพูดถึงจุดหมายปลายทางยอดฮิตสำหรับคนที่ไปเที่ยวญี่ปุ่น แน่นอนว่าจะต้องมี Universal Studios Japan (USJ) ติดอันดับอยู่ในนั้น ไม่เพียงแค่เครื่องเล่นสนุกๆ เท่านั้นแต่ยังรวมไปถึงการแสดงโชว์อลังการงานสร้างที่พอได้ชมแล้วก็ต้องขอบอกเลยว่าคุ้มค่าตั๋วจริงๆ!

หนึ่งในอีเว้นท์ยอดนิยมประจำปีคือ Universal Wonder Christmas ซึ่งจะจัดขึ้นในช่วงเทศกาลคริสต์มาสตั้งแต่ต้นเดือนพฤศจิกายนถึงต้นเดือนมกราคมของทุกปี และสำหรับ ‘Universal Wonder Christmas 2018’ จะจัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 9 พฤศจิกายน 2018 ถึง 6 มกราคม 2019 โดยสวนสนุกจะถูกตกแต่งเป็นธีมคริสต์มาสทั้งหมด แถมยังมี ‘Universal Illusion Tree’  ต้นไม้ที่ขึ้นชื่อว่ามีแสงสว่างมากที่สุดในโลก! ซึ่งได้รับรางวัล Guinness World Record ว่าเป็น “Most lights on an artificial Christmas tree” (ต้นคริสต์มาสที่ไฟเจิดจ้าที่สุด) เมื่อปีที่แล้ว

ไฮไลท์ของ Universal Christmas Wonder คืองานแสดงสุดพิเศษของเทศกาลคริสต์มาสชุด "ของขวัญเทวดา III: เสียงทูตสวรรค์" [The Gift of Angels III: The Voice of an Angel] ซึ่งจัดขึ้นที่ Universal Studios Japan มาแล้วนานนับ 10 ปี การแสดงที่ได้รับรางวัลหลายต่อหลายรายการชุดนี้บรรยายเกี่ยวกับเรื่องราวในฤดูหนาวอันแสนโรแมนติกพร้อมกับการแสดงแสงไฟตระการตาและดนตรีเพราะๆราวกับอยู่บนสวรรค์

สวนสนุกเพิ่งประกาศว่าในปีนี้จะเป็นตอนจบที่ยิ่งใหญ่ของ “The Gift of Angels III: The Voice of an Angel” ดังนั้นนี่จึงเป็นโอกาสสุดท้ายที่จะได้เห็นการแสดงอันน่าตื่นเต้นที่ทำให้หัวใจอบอุ่นขึ้นชุดนี้!

พื้นที่ในโซนต่างๆ ของ Universal Studios Japan จะถูกประดับตกแต่งเป็นพิเศษในธีมคริสต์มาส ทั้งการแสดง เมนูอาหารและสินค้าคริสต์มาสรวมถึงโซน Winter In The Wizarding World ของ Harry Potter ™ และโซน Minion Park ด้วย

พร้อมกับการเที่ยวเล่นและการชมการแสดงที่น่าตื่นเต้นสนุกสนานแล้ว คอลเล็กชันสินค้าตัวการ์ตูนต่าง ๆที่ Universal Studios ก็ยังเป็นที่นิยมอย่างมากในหมู่ผู้เข้าชมทั่วโลก เช่น Minions, Sesame Street, Snoopy, Hello Kitty และอีกมากมาย ที่ทั้งป๊อปปูล่าและน่ารักสุดๆ เหมาะกับการนำมาทำเป็นของขวัญ ของที่ระลึก ของฝาก และแน่นอนว่ามีวางจำหน่ายมากมายที่สวนสนุกแห่งนี้ นอกจากคอลเลกชันสินค้าปกติที่ขายตลอดทั้งปีแล้วแล้วก็ยังมี Limited Collection ตามเทศกาลต่างๆที่ดังมากๆ เช่น ช่วงฮาโลวีน คริสต์มาสและอื่น ๆ

ในครั้งนี้เราก็จะขอแนะนำสินค้าคอลเลกชันวันคริสต์มาสที่มีจำนวนจำกัด และวางจำหน่ายเฉพาะเทศกาลคริสต์มาสปี 2018 เท่านั้น! ถ้าหากใครไปเที่ยวก็อย่าลืมซื้อติดมือกลับมานะคะ เพราะบอกก่อนว่าพลาดแล้วพลาดเลยค่ะ

1. ตุ๊กตาขวัญใจสวมชุดซานต้า [ Christmas Character Plush Toy ]

ตุ๊กตาตัวละครขวัญใจแฟนๆ ทั่วโลก มาในธีมสุดพิเศษวันคริสต์มาส!

ราคา (จากซ้ายไปขวา): Sesame Street (Elmo) 2,800 เยน ( 809 บาท)/ Hello Kitty 2,800 เยน ( 809 บาท)/ Minion (บ๊อบ) 2,900 เยน (838 บาท)

 

2. Snoopy Christmas  Wreath

พวงมาลัย Christmas Snoopy ฟูๆ อันนี้ ใครเห็นใครก็ชอบและอาจเป็นของขวัญคริสต์มาสที่น่ารักที่สุดประจำปี!

ราคา: 2,500 เยน (722 บาท รวมภาษี)

 

3. ตุ้มหู Minion Christmas Pom Pom

ตุ้มหูปอมๆ กลมๆ รูปมินเนี่ยนน่ารักสุดๆ ใส่แล้วจะทำให้คริสต์มาสของคุณมีสีสันมากขึ้น!

ราคา: 1,800 เยน (520 บาท รวมภาษี)

 

4. คุกกี้ Christmas หลากหลายตัวการ์ตูน

หนึ่งในขนมที่ขายดีที่สุดจากยูนิเวอร์แซลสตูดิโอ ก็คือคุกกี้ลายตัวการ์ตูนต่างๆ แต่งลายธีมคริสต์มาสแบบนี้ มีจำหน่ายเฉพาะในช่วงเวลานี้เท่านั้น!

ราคา: 1,500 เยน (433 บาท รวมภาษี)

 

5. สายคล้องคอใส่ตั๋ว Minion Christmas (Bob)

ที่ใส่ตั๋วเป็นสิ่งที่ต้องมีเมื่อคุณมาเที่ยวที่ Universal Studios Japan! พลาดไม่ได้กับแบบมินเนี่ยนแสนน่ารักที่ใส่ชุดซานต้าในธีมคริสต์มาส!

ราคา: 1,500 เยน (433 บาท รวมภาษี)

 

6. ขวดสแตนเลสเก็บความร้อน Snoopy Christmas

เอาชนะความหนาวด้วยขวดสเตนเลสแบบพกพาลายสนูปปี้และชาร์ลีบราวน์ ที่จะช่วยให้ร่างกายคุณอุ่นยิ่งขึ้น

ราคา: 3,300 เยน (953 บาท รวมภาษี)

 

7. ที่คาดผม Minion Christmas

สนุกไปกับการเดินเที่ยวใน Universal Studios Japan ด้วยที่คาดผมธีมวันคริสต์มาสน่ารักๆ สีสันสะดุดตาอันนี้ สวมแล้วคุณจะโดดเด่นและมีแต่คนอยากจะหามาใส่ตามเลยค่ะ

ราคา: 2,600 เยน (751 บาท รวมภาษี)

 

 

คริสต์มาสเป็นหนึ่งในเทศกาลที่ดีที่สุดในการไปเที่ยว Universal Studios Japan! นอกเหนือจากการสะสมสินค้าคอลเล็กชันคริสต์มาสแล้ว ก็ยังมีเมนูอาหารและเครื่องดื่ม รวมถึงกิจกรรมพิเศษและของประดับตกแต่งที่มีให้บริการเฉพาะในช่วงเทศกาลคริสต์มาสเท่านั้น! อย่าพลาดโอกาสที่จะได้สัมผัสกับเทศกาลคริสต์มาสที่ยิ่งใหญ่ที่สุดใน Universal Studios Japan ในฤดูหนาวนี้!

 

แหล่งที่มา : jw-webmagazine1jw-webmagazine2



Christmas 2018 นี้ เตรียมท้องตระเวนร้าน buffet ขนมหวานสุดพิเศษภูมิภาคคันไซกันเถอะ

เทศกาลคริสต์มาสที่กำลังจะมาถึง เพื่อนๆ ที่มีแพลนไปท่องเที่ยวญี่ปุ่นเดินชมไฟในแถบคันไซ อย่าลืมเตรียมท้องไปตระเวนบุฟเฟต์ขนมหวานสุดพิเศษ ที่เราจะนำมาฝากกันในตอนนี้ มีเฉพาะช่วงเทศกาลเท่านั้นนะคะ สาวๆ ที่ชื่นชอบขนมหวานห้ามพลาดเด็ดขาด

 

<Kyoto Century Hotel>

ขนมคริสต์มาสที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก "Toy country"

Kyoto Century Hotel "Christmas Sweets Buffet 2018 ~ Jolly Christmas in Toyland ~" ขอต้อนรับเทศกาลแห่งความสุข ด้วย ธีม "ดินแดนแห่งของเล่นที่มีชีวิตชีวาและสนุกสนานของคริสต์มาส” ที่ถูกสรรสร้างมาเป็นขนมมากกกว่า 60 ชนิด เช่น Gateau au Opera, Tart Fluy Raclette และอีกมากมายให้ได้เลือกชิม ทั้งหมดเป็นเมนู All-you-can-eat

ระยะเวลา: 2 พฤศจิกายน - 24 ธันวาคม 2018

สถานที่ตั้ง: Kyoto Century Hotel 2F All-day dining

ราคา: ผู้ใหญ่ 4,500 เยน / 7-12 ปี 2,500 เยน / 4-6 ปี 1,200 เยน (รวมภาษี )

*จำกัดเวลา 90นาที

https://goo.gl/maps/y6t2PLrAvm92

 

<Kyoto Tower Hotel>

บุฟเฟ่ต์ช็อกโกแลตเบอร์รี่ ความต่างของรสชาติที่ลงตัว

Kyoto Tower Hotel "Chocolate × Berry Sweets Buffet ~ Christmas ~” ฉลองเทศกาลคริสมาสต์ในรูปแบบช็อคโกแลตที่นำความแตกต่างของรสชาติและความเข้มข้นของโกโก้, เบอร์รี่ มา Mix กัน จนกลายเป็นจุดเด่นของซอสเบอร์รี่ หรือ ช็อคโกแลต ที่ระดับความเข้มข้นของโกโก้ 35% ถึง 100% เช่น Gateau chocolate, chocolate chiffon cake, Macaroon chocolate, Blackberry and chocolate mousse เหมาะกับผู้ใหญ่ที่ชอบรสขมของโกโก้และหวานเปรี้ยวของเบอร์รี่

ระยะเวลา: 23 พฤศจิกายน - 25 ธันวาคม 2018

เปิดบริการ: 15:30-17:00 น.

สถานที่: Kyoto Tower Hotel 3rd Floor "Restaurant Tower Terrace"

ราคา: ผู้ใหญ่ 3,900 เยน / ประถม 2,300 เยน / เด็ก(เกิน 3 ปี) 1,500 เยน (รวมภาษี)

https://goo.gl/maps/xDRYjFSCN3C2

 

<The Ritz-Carlton Osaka>

บุฟเฟต์ช็อกโกแลตยามบ่ายกับธีม Beauty and the Beast

The Ritz-Carlton Osaka มาในธีม “Beauty and the Beast” กับรูปแบบของบุฟเฟ่ต์ช็อคโกแลตยามบ่าย ที่จะชวนคุณเพลิดเพลินไปในศตวรรษที่ 18 ของ The Ritz-Carlton ในเมนู "Apple tart rose style" ทาร์ตแอปเปิ้ลกลีบกุหลาบ, Black Forest ที่ผสมเนื้อเชอรี่และความลับส่วนผสมของความคิดสร้างสรรค์ และเมนูอื่นอย่าง Rose Chocolate Financier, Rose Flavor Chocolate Tart

ระยะเวลา: 1 ตุลาคม - 26 ธันวาคม 2018

สถานที่: The Ritz-Carlton Osaka Italian cuisine "Splendido"

ราคา: ผู้ใหญ่ 4,700 เยน / 6-12ปี 2,350 เยน (ไม่รวมภาษี )

*จำกัดเวลา 90นาที

https://goo.gl/maps/a1HvTtdwoxo

 

<Conrad Osaka>

บุฟเฟ่ต์ที่ผสมผสานความสุขในวันคริสต์มาสกับสีขาวบริสุทธิ์

Conrad Osaka ขอนำเสนอธีม "Snow & White" ที่จะขอรับความประทับใจและสร้างโลกแห่งจินตนาการอันน่าจดจำของโลกสีเงินที่ไม่เหมือนใครในฤดูหนาว ภายใต้ต้นคริสต์มาสสีขาวที่ประดับประดาบนโต๊ะ พร้อมเสิร์ฟด้วยเมนูคริสต์มาสนานาชนิด อาทิเช่น Log cake of almond praline, Bush de Noel

ระยะเวลา: 1 พฤศจิกายน - 21 ธันวาคม 2018

เปิดบริการ: 15: 00 ~ 17: 00

สถานที่: Conrad Osaka Atmos · Dining (40th Floor)

ราคา: วันธรรมดา: 4,700 เยน / เด็ก 2,350 เยน (ไม่รวมภาษี)

วันเสาร์อาทิตย์และวันหยุด 4,700 เยน / เด็ก 2,450 เยน (ไม่รวมภาษี)

*จำกัดเวลา 90นาที

https://goo.gl/maps/UDeaPwpZ38F2

 

<Sir Winston Hotel, Nagoya>

บุฟเฟ่ต์สไตล์เจ้าหญิง Cinderella & Christmas sweets

Sir Winston Hotel มาในธีม "Princess Cinderella's Christmas Ball" ที่ห้องอาหารบุฟเฟต์ "Scala Terrace" พร้อมเสิร์ฟความอร่อยจากท้องเรื่องนิทานชวนฝัน ทั้งพาร์ทของคาว และของหวาน ให้ได้เลือกสรรตามความชอบ อาทิเช่น  Tiramisu at midnight, Berry Moose Ball, Mob Blanc of Pumpkin

ระยะเวลา: 12 พฤศจิกายน - 25 ธันวาคม 2018 * ปิดทุกวันพุธ

สถานที่: Sir Winston Hotel Buffet Restaurant "Scala Terrace"

เวลา: บุฟเฟต์อาหารกลางวันกับขนม 11:30-13:00 / 12:00-13:30

ราคา: วันธรรมดา: ผู้ใหญ่ 3,800 เยน / ประถม 2,000 เยน / 3-5 ปี 1,000 เยน / 0-2 ปี ฟรี (ไม่รวมภาษี)

วันเสาร์อาทิตย์และวันหยุด: ผู้ใหญ่ 4,300 เยน / ประถม 2,000 เยน / 3-5 ปี 1,000 เยน / 0-2 ปี ฟรี (ไม่รวมภาษี)

บุฟเฟ่ต์ขนม 14:00-15:30 / 16:00-17:30

ราคา:  วันธรรมดา: ผู้ใหญ่ 3,200 เยน / ประถม1,800 เยน / 3-5 ปี 800 เยน / 0-2 ปี ฟรี (ไม่รวมภาษี)

วันเสาร์อาทิตย์และวันหยุด: ผู้ใหญ่ 3,600 เยน / ประถม1,800 เยน / 3-5 ปี 800 เยน / 0-2 ปี ฟรี(ไม่รวมภาษี)
*จำกัดเวลา 90นาที

https://goo.gl/maps/yDvUmPaaL2S2

 

แหล่งที่มาเรื่องและภาพ:

fashion-press



ดื่มด่ำไปกับเทศกาลประดับไฟ Shinjuku Terrace City Illumination ที่มาในคอนเซปต์ดอกไม้สีสวยกลางมหานคร

ใครมาเที่ยวญี่ปุ่นช่วงพฤศจิกายน- กุมภาพันธ์ต้องไม่พลาดกับเทศกาลประดับไฟชินจุกุ ที่จัดขึ้นบริเวณ Shinjuku Terrace City ซึ่งครั้งนี้มาในคอนเซปต์ของดอกไม้ และจะเนรมิตหลายพื้นที่ของ Shinjuku ตั้งแต่ Shinjuku West Exit HALC ไปจนถึง Shinjuku Southern Terrace ในชื่อว่า  “Shinjuku Terrace City Illumination”  ธีมในปีนี้คือ “BE CONNECTED” ให้แสงไฟประดับเป็นเชื่อมโยงใจคนสองคนเข้าไว้ด้วยกัน งานจัดตั้งแต่วันที่ 14 พฤศจิกายน 2018 ถึงวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2019 และจัดขึ้นเป็นปีที่ 18 แล้ว

โดยทั่วไปแล้ว สีของงานจะเน้นไปที่โทนสีชมพูอ่อนที่เหมือนดอกซากุระอันเป็นสัญลักษณ์ที่สื่อถึงความเป็นญี่ปุ่นที่ทั้งชาวเมืองและนักท่องเที่ยวต่างชาติรู้จัก ราวกับดอกซากุระที่เบ่งบานท่ามกลางฤดูหนาว ซึ่งจะกระจายสีสันไปทั่วทุกพื้นที่รอบสถานีชินจุกุ และยังกลายเป็นหนึ่งในสถานที่ที่โรแมนติคสำหรับคู่รักที่มาเดินเล่น นอกจากนี้ภายในงานยังมีจุดถ่ายภาพที่ระลึกในธีม “FAIRY OF FLOWERS”

Shinjuku Terrace City Illumination ’18-19

สถานที่จัดงาน : Shinjuku Terrace City เขตชินจุกุ โตเกียว

ระยะเวลาจัดงาน : 14 พฤศจิกายน 2018 – 14 กุมภาพันธ์ 2019

เวลาเปิดไฟ : ตั้งแต่เวลา 17:00 – 24:00 น.

การเดินทาง : ทางรถยนต์ : ขับเข้าสู่ถนน Koshu-kaido และไปทางชินจูกุทางพิเศษ ทางด่วน 4 สายชินจูกุ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 5 นาที

                      ทางรถไฟ : นั่งรถไฟสาย Odakyu Line มาลงที่สถานีชินจุกุ (Shinjuku Station) เดินเท้าต่ออีกนิด

Map: https://goo.gl/maps/MKH8oNjbBiD2

แหล่งที่มาและภาพประกอบ :

jw-webmagazine

emotta



เพราะชีวิตต้องการทะเล! แนะนำ 5 ชายหาดสวยที่สุดในญี่ปุ่นที่ไม่ได้อยู่ในโอกินาว่า!!

ถ้าพูดถึงชายหาดที่สวยงามของญี่ปุ่นแล้วคนส่วนใหญ่จะนึกถึง "โอกินาว่า" แต่ก็ยังมีทะเลแสนงดงามอีกหลายแห่งในญี่ปุ่นที่มีหาดทรายขาวและน้ำทะเลใสเหมือนคริสตัล! บางแห่งก็เป็นตัวเลือกที่ดีมากในการดำน้ำตื้นชมปลา และการดำน้ำดูปะการังหลากสีและสัตว์ใต้ทะเลหลายสีสัน

ในครั้งนี้ เราจึงอยากแนะนำทะเลสุดอเมซิ่ง 5 แห่งที่ไม่ได้อยู่ในโอกินาว่า นอกจากชายหาดเหล่านี้จะมีความงดงามแล้ว ทั้ง 5 แห่งก็ยังมีตัวเลือกน่าสนใจอื่นๆ ที่ผู้ไปเยือนจะได้สัมผัสกับประสบการณ์สุดแสนพิเศษ น่าสนใจใช่มั้ยล่ะคะ? งั้นลองไปดูกันเลยดีกว่าค่ะว่ามีที่ไหนบ้าง

 

1. ชิโมดะ จังหวัดชิซุโอะกะ (Shimoda, Shizuoka)

คาบสมุทรอิซุในจังหวัดชิซุโอะกะเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวสำหรับพักผ่อนยอดนิยม อีกทั้งยังมีออนเซ็นที่มีชื่อเสียงหลายแห่งเรียงตามแนวชายฝั่ง ชิโมดะคือชายทะเลที่อยู่ทางตอนใต้ของคาบสมุทรและมีชายหาดที่สวยงามหลายที่ที่มีหาดทรายสีขาวและน้ำทะเลใส

หาดชิราฮามะ(Shirahama) เป็นชายหาดที่ใหญ่ที่สุดในบริเวณนั้น ที่นี่มีทั้งโรงแรม ร้านอาหาร ร้านริมชายหาดและอื่นๆ หลายแห่งตั้งอยู่และจะมีผู้คนหลั่งไหลไปเยือนมากที่สุดในช่วงฤดูร้อน แต่หากคุณต้องการไปชายทะเลที่เงียบสงบกว่านี้ ให้มุ่งหน้าไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของชิโมดะซึ่งเป็นที่ตั้งของชายหาดเล็กๆ ที่คนไม่ค่อยพลุกพล่านอีกจำนวนหนี่ง

การเดินทางจากโตเกียวมาชิโมดะใช้เวลาเพียง 2-3 ชั่วโมงโดยรถไฟและรถประจำทางท้องถิ่นที่คุณจะเห็นวิวทิวทัศน์รอบๆ ตลอดการเดินทางได้อีกด้วย

แผนที่ : https://goo.gl/ovPuKq

 

 

2. ชายหาดชิริฮามะ (Chirihama)

ชายหาดชิริฮามะตั้งอยู่ที่คาบสมุทรโนโตะในจังหวัดอิชิคะวะ ชายหาดอาจจะไม่ได้ดูดีที่สุดในครั้งแรกที่เห็น แต่ที่นี่มีชื่อเสียงในด้านเอกลักษณ์เฉพาะตัวเนื่องจากเป็นชายหาดแห่งเดียวในญี่ปุ่นที่ผู้มาเยือนสามารถขับรถบนชายหาดได้ ถนนที่ทอดยาวตามชายฝั่งทะเลมีความกว้างถึง 50 เมตรและมีระยะทางถึง 8 กม. บางทีที่นี่อาจเป็นถนนที่ดีที่สุดในการขับรถชมวิวในญี่ปุ่น!!

เด็กๆ นิยมมาเล่นน้ำที่ชายหาดฝั่งตื้นและผู้คนก็มักจะมาขุดหอยบริเวณนี้อีกด้วย ที่นี่ตั้งอยู่ทางทิศเหนือห่างจากคานาซาวะเมืองที่มีชื่อเสียงทางประวัติศาสตร์ประมาณ 40 กม.

แผนที่ : https://goo.gl/we9eeY

 

 

3. หาดชิราฮาม่า (Shirahama) จังหวัดวากายาม่า

หาดชิราฮาม่าตั้งอยู่ที่ชายฝั่งด้านใต้ของจังหวัดวากายามะ และเป็นหนึ่งในรีสอร์ทริมชายหาดที่ใหญ่ที่สุดและได้รับความนิยมมากที่สุดในญี่ปุ่น คำว่าชิราฮามะหมายถึง "White Beach" ซึ่งหมายถึงชายหาดทรายสีขาวที่สวยงามทอดยาวถึง 500 เมตรจึงดึงดูดผู้เยี่ยมชมจำนวนมาก นอกจากนี้หาดชิราฮาม่ายังมีชื่อเสียงในด้านแหล่งน้ำพุร้อนและมีออนเซ็นเป็นจำนวนมาก ในฐานะที่เป็นหนึ่งในรีสอร์ทที่ใหญ่ที่สุดในภาคตะวันตกของญี่ปุ่นจีงมีสถานที่ท่องเที่ยวอย่างอื่นอีกหลายแห่ง เช่นพิพิธภัณฑ์  สวนสนุก รวมถึงโรงแรมและร้านอาหารริมทะเล

แผนที่: https://goo.gl/URouCC

 

 

4. เกาะสึโนะชิมะ (Tsunoshima) จังหวัดยามากุจิ

สึโนะชิมะ เป็นเกาะที่อยู่ในเมืองชิโมโนเซกิ จังหวัดยามากุจิ ซึ่งเชื่อมต่อกับแผ่นดินใหญ่โดยสะพานสึโนะชิมะชื่อดัง สะพานที่งดงามอลังการได้กลายเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่ฮอตฮิตที่สุดในช่วงหลายปีที่ผ่านมา และเกาะสึโนะชิมะได้กลายมาเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมอันดับต้นๆ ของการไปเที่ยวชายทะเล เกาะที่นี่ล้อมรอบไปด้วยทะเลญี่ปุ่น และมีชายหาดสวยงามที่มีทรายขาวละเอียดและน้ำทะเลใสมาก น้อยคนที่จะรู้ว่าทางด้านตะวันตกของจังหวัดยามากุจิมีชายหาดที่สวยงามมากมายอยู่ที่นี่ด้วย

แผนที่: https://goo.gl/UfWkvR

 

 

5. เกาะอามามิโอชิมะ(Amami Oshima) จังหวัดคาโกชิม่า

เกาะอามามิโอชิมะเป็นเกาะในจังหวัดคาโกชิม่าที่ตั้งอยู่บนทะเลระหว่างเขตคิวชูและโอกินาว่า เกาะอามามิโอชิมะแห่งนี้มีภูมิอากาศแบบเขตร้อนของภาคใต้เช่นเดียวกับเกาะโอกินาวา ที่นี่มีธรรมชาติอันสวยงามบริสุทธิ์ของแท้ที่ยังไม่เสื่อมสลายรวมถึงชายหาดแสนงดงามและป่าชายเลน นอกจากนี้ยังมีแนวปะการังและสัตว์ทะเลจำนวนมากจึงเป็นที่นิยมในหมู่นักดำน้ำจากทั่วทุกมุมโลก

ดังที่ได้กล่าวมาข้างต้น ที่นี่ค่อนข้างคล้ายกับโอกินาว่าแต่ที่ดีกว่านั้นคือยังไม่มีนักท่องเที่ยวพลุกพล่านมากนัก ในปัจจุบันมีเที่ยวบินภายในประเทศซึ่งเชื่อมต่อเกาะอามามิโอชิมะกับเมืองใหญ่ๆ ในญี่ปุ่น เช่น โตเกียว โอซาก้า ฟุกุโอกะ และคาโกชิม่า การเดินทางมาที่นี่สามารถนั่งเครื่องบินจากโตเกียว ใช้เวลา 2 ชั่วโมง 50 นาที

แผนที่: https://goo.gl/BVXfCu

 

เป็นอย่างไรบ้างคะ ชายหาดที่ไหนน่าสนใจสำหรับคุณบ้าง? หากได้ไปเที่ยวญี่ปุ่น ชายหาดเหล่านี้ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับการเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจของคุณนะคะ

 

แหล่งที่มาของเรื่องและภาพ :jw-webmagazine