ผลการค้นหาพบ – 69 รายการเกี่ยวกับ เที่ยวญี่ปุ่น

3 เทศกาลใหญ่สนุกสนานไปกับขบวนพาเหรดกลางเมืองที่ไม่ควรพลาดเมื่อไปเที่ยวญี่ปุ่นช่วงต้นซัมเมอร์ปี 2018

ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีงานเทศกาลมากมายในทุกจังหวัดและขึ้นชื่อเรื่องมีประเพณีที่เก่าแก่สืบทอดมาตั้งแต่สมัยโบราณกาล ทั้งยังคงสืบสานกันมาต่อเนื่อง ถ้าใครอยากสัมผัสกับวัฒนธรรมของญี่ปุ่นแบบใกล้ชิด โดยเฉพาะ 3 เทศกาลของญี่ปุ่นในช่วงซัมเมอร์ที่จัดอย่างยิ่งใหญ่ที่ควรลองหาโอกาสไปเที่ยวชมดู

1. Yosakoi Soran Festival , Hokkaido

เป็นเทศกาลประจำปีที่จัดขึ้นในช่วงต้นเดือนมิถุนายนที่เมืองซัปโปโรฮอกไกโด เทศกาลนี้เริ่มจัดในปี 1992 เป็นครั้งแรกและมีผู้เข้าร่วมถึง 2 ล้านคน เทศกาลนี้มีการเต้นรำในแบบ Yosakoi (จากจังหวัด Kochi) และ Soran Bushi (ดนตรีดั้งเดิมในฮอกไกโด) มีประมาณ 300 ทีมเข้าร่วมเทศกาล แต่ละทีมที่เข้าแข่งขันนั้น ก็จะมีการแต่งกายด้วยเสื้อผ้าสีสันที่สดใส มีสไตล์ที่แตกต่างกัน และทุกทีมที่เข้าร่วมแสดงต้องใช้เพลง SORAN BUSHI เป็นเพลงหลักในการแสดงอีกด้วย ปีนี้จัดวันที่ 9-12 มิถุนายน

การเดินทาง: จากสถานี Odori Park- Odori หรือเดิน 10 นาทีจากสถานี Sapporo

2. Sanno Festival, Tokyo

เป็นหนึ่งในเทศกาลสำคัญในกรุงโตเกียวซึ่งเป็นเทศกาลแห่ศาลเจ้าที่จัดขึ้นทุกปี ในเดือนมิถุนายนที่ศาลเจ้าฮิเอะ แต่ในทางปฎิบัติแล้วจัดเฉพาะในปีที่เป็นเลขคู่เท่านั้นสลับปีกับเทศกาลคังดะ (Kanda Matsuri) เป็นประเพณีที่สืบทอดกันมาตั้งแต่สมัยเอโดะ ปีนี้จัดตั้งแต่ 7 -17 มิ.ย. เป็นเวลา 10 วัน และในช่วงเทศกาลจะมีกิจกรรมและการออกร้านอาหารที่ศาลเจ้า จุดประสงค์หลักคือ ขอพรให้เจ้าเมือง ปัจจุบันก็คือราชวงศ์อิมพีเรียล รวมถึงประเทศญี่ปุ่นด้วย

ไฮไลต์งานนี้อยู่ที่ "Shinkosai" จัดวันที่ 10 มิ.ย. ถือเป็นกิจกรรมสำคัญเลยทีเดียว มีการจัดขบวนตามแบบแผนโบราณ ประกอบด้วยขบวนของพระและนักบวชถึง 300 คน และเกอิชาในชุดสมัยเอโกะ เพื่อดำเนินพิธีกรรมกับศาลเจ้าจำลอง (mikoshi) เรียกได้ว่า ดึงดูดสายตาผู้คนบริเวณโดยรอบเป็นอย่างมาก

การเดินทาง: เดิน 3 นาทีจากสถานี Akasaka Station หรือ Tameikesanno Station

3. Otaue Rice Planting Festival, Osaka

เทศกาลปลูกข้าว Otaue จัดขึ้นที่ศาลเจ้า Sumiyoshi Taisha ในโอซาก้าซึ่งเป็นศาลเจ้าที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และสำคัญที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศญี่ปุ่น จุดประสงค์คือขอพรให้การเก็บเกี่ยวข้าวอุดมสมบูรณ์ และจะมีการแสดงเต้นรำแบบดั้งเดิม จัดวันที่ 14 มิ.ย. 2018

การเดินทาง : เดิน 3 นาทีจากสถานี Sumiyoshi Taisha

แหล่งที่มา : https://jw-webmagazine.com/japans-3-biggest-festivals-in-june-2017-be91b612cf9f



ไปเที่ยวญี่ปุ่นต้องไม่พลาด “น้ำดื่มมหัศจรรย์” ดื่มแล้วหลับสบาย

ครบรอบ 1 ปีแล้วนะ ที่บริษัทโคคาโคล่าของประเทศญี่ปุ่น ได้ประกาศเปิดตัว Glaceau Sleep Water อย่างเป็นทางการกับสินค้าน้ำดื่มตัวใหม่ เจ้าน้ำแร่ในขวดสีน้ำเงินนี้เป็นสุดยอดน้ำดื่มที่ทางผู้ผลิตเคลมว่า ถ้าได้ดื่มก่อนนอนแล้วจะทำให้หลับสบาย คลายกังวล ตื่นมาสดชื่นแจ่มใสอีกครั้ง

สาเหตุหนึ่งที่ทำให้ผู้ผลิตโค้กต้องผลิตน้ำดื่มหลับสบายตัวนี้ขึ้นมา ก็เป็นเพราะว่าไลฟ์สไตล์ของคนญี่ปุ่นนั้น จะเน้นหนักไปที่การทำงาน บางคนทำงานมากกว่า 12 ชั่วโมงต่อวัน และมีภาวะความเครียดสูงมาก จึงประสบกับภาวะหลับยาก เพื่อเป็นการตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า ทางโคคาโคล่าเลยคิดค้นสูตรผสมที่ทำให้เราหลับสบายมากยิ่งขึ้น ก็มาจากการผสมสารอาหารสำคัญที่เรียกว่า L-Theanine และ กรดอะมิโน ซึ่งเชื่อว่าสามารถช่วยลดภาวะความเครียด และคลายกังวลได้ อีกทั้งยังช่วยให้เราดูสดชื่นแจ่มใสมากขึ้น ในเช้าวันถัดไปขึ้นมานั่นเอง

ต่อไป ถ้าเกิดอาการเจ็ทแลคตอนบินไปญี่ปุ่นแล้วนอนไม่หลับ ก็อย่าลืมไปแวะหา Glaceau Sleep Water ตามร้านค้าสะดวกซื้อมาดื่มกันสักขวดก่อนนอนดูล่ะ รับรองว่าหลับเต็มตื่น มีแรงเที่ยววันต่อไปอย่างแน่นอน

 

แหล่งที่มาและภาพประกอบ: http://www.odditycentral.com/funny/coca-cola-japan-launches-sleep-water-it-claims-could-help-you-sleep-better.html



F.I.T Fair งานเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง 2017

“งานเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง 2017”
Visit Japan F.I.T. Travel Fair 2017

จัดโดย   องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งประเทศญี่ปุ่น (JNTO) 


ในวันที่ 22 – 24 กันยายน 2560


ณ รอยัล พารากอน ฮอลล์ 3 ศูนย์การค้าสยามพารากอน ชั้น 5


ตั้งแต่เวลา 10.00-20.00 น.

อย่ารอช้า!! ภายในงานพบกับกิจกรรมมากมายสำหรับผู้ที่สนใจเดินทางไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่น ได้แก่...

・การจำหน่ายแพ็คเกจเที่ยวอิสระ ตั๋วเครื่องบิน ที่พัก บัตรรถไฟแบบเหมาจ่ายใบเดียว บัตรเข้าสวนสนุก และบัตรสุดคุ้มอื่นๆ ในราคาพิเศษ เป็นต้น รวมทั้งจำหน่ายสินค้าทัวร์ไปญี่ปุ่นอีกด้วย ทั้งนี้เป็นการออกบูธโดยผู้ประกอบการท่องเที่ยวทั้งจากญี่ปุ่นและจากไทย เช่น บริษัททัวร์ชั้นนำ โรงแรม และสายการบิน รวมทั้งสิ้นมากกว่า  100 บูธ

・การแจกเอกสารและการให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่นที่บูธของ JNTO และที่บูธจากจังหวัดต่างๆ ในประเทศญี่ปุ่นที่มาเข้าร่วมงาน

・ชมมินิคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดังแสดง และ ร่วมพูดคุยถึงประสบการณ์ในการเดินทางท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่น บนเวที

นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมายที่คุณสามารถร่วมสนุกเพื่อลุ้นรับของที่ระลึกกลับบ้านอีกด้วย

Comments Off on F.I.T Fair งานเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง 2017


บินเดี่ยว เที่ยวญี่ปุ่น – ไป “โอซาก้า” คนเดียว ไม่ง้อทัวร์

อยากไปญี่ปุ่น แต่ไม่มีคนไปด้วย เอาไงดี? หลายคนคงมีคำถามนี้บ่อยๆ โสดไม่รู้จะไปยังไง เพื่อนก็เทเราหมด นกในนก

แต่ ฮัลโหล... สมัยนี้ สายสตรองคือผู้อยู่รอดเท่านั้นค่ะ  ญี่ปุ่นน่ะเป็นประเทศที่ลุยเดี่ยวเที่ยวเอง สบายใจ ปลอดภัยหายห่วง ยิ่งไปคนเดียวก็ยิ่งชิลล์ จะขยับตัวไปไหนก็คล่อง อยากกินอะไรก็ไม่ต้องมีคนขัด แถมการเดินทางก็ง่าย จะถ่ายรูปนานแค่ไหนก็ไม่มีใครบ่น อีกทั้งสถานที่น่าสนใจมีให้เลือกเที่ยวเป็นจำนวนมาก จะไปแถบคันโต คันไซ หรือคิวชู ที่ไหนก็ดี้ดี

ซึ่งครั้งนี้ wom japan ขออาสาพาเพื่อนๆ ไปเที่ยวโอซาก้าแบบฉบับไปเที่ยวคนเดียว ให้โลกรู้กันเลยว่า แล้วไงใครแคร์

 

เริ่มกันด้วยการเดินทางจากกรุงเทพฯไปลงที่สนามบินคันไซ (KIX) ซึ่งมีหลากหลายสายการบินทั้ง Full Service และ Low Cost ที่บินจากกรุงเทพฯไปสนามบินคันไซ ให้เลือกบินกัน ซึ่งใช้เวลาเดินทางประมาณ 5 ชั่วโมงครึ่ง

วิธีซื้อตั๋วเครื่องบินที่ได้ราคาดีที่สุดแนะนำให้ซื้อผ่าน Traveloka เพราะนอกจากจะได้ตั๋วราคาดีแล้ว การใช้งานก็สะดวก เพราะเขาเปรียบเทียบราคาแต่ละสายการบินให้เห็นกันชัดๆ และยังสามารถซื้อตั๋วเครื่องบินไปญี่ปุ่นได้แม้ไม่มีบัตรเครดิต                                              

เอาหล่ะ พอเราถึงสนามบินคันไซ ก็มุ่งหน้าเข้าสู่ตัวเมืองโอซาก้าโดยรถไฟด่วนพิเศษ HARUKA เพียงแค่ 30 นาที หรือหากใครจะเลือกนั่งรถบัสที่มีบริการตลอดทั้งวันก็ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง

ใครที่ไปเที่ยวคนเดียวก็เหมาะมากที่จะพักโรงแรมแคปซูลหรือโฮสเทล มีให้เลือกหลากหลายสไตล์ในราคาย่อมเยา บางทีอาจได้เพื่อนใหม่หลากหลายชาติ หรือเพื่อนร่วมเดินทางด้วยก็ได้นะ

และโรงแรมที่เราไปพักในครั้งนี้คือ First Cabin Midousuji-Namba  ด้วยราคาที่สบายกระเป๋า สามารถเดินจากสถานีรถไฟฟ้านัมบะแค่ 5 นาที  แถมยังมีอ่างน้ำให้แช่กันสบายๆ อีกด้วย สามารถเลือกจองที่พักกับ Traveloka ได้ตรงนี้เลย

Dotonburi

เริ่มทริปด้วย ย่านโดทงโบริ แลนด์มาร์คของโอซาก้าที่ไม่ว่าจะมาเดินเล่น ชอปปิ้ง หาอะไรกิน จะมากลางวันหรือกลางคืนก็ไม่มีผิดหวังจริงๆ  (ขอบอกว่ากลางคืนจะคึกคักยึกยักกว่ามาก) และไม่ว่านักท่องเที่ยวชาวต่างชาติหรือคนญี่ปุ่นเองที่มาเยือนโอซาก้า ก็พลาดไม่ได้ที่จะมาทำท่าชูมือ กระโดดขาหย่องแชะภาพคู่กับคุณ Glico Man  หรือใครจะโรแมนติกเดินชมแสงสีเพลินๆ ไปจนถึงสะพานนิปปงบาชิได้เลยนะ จะไปก็รีบไปนะ เพราะร้านค้าจะเริ่มปิดกันตอนประมาณสี่ทุ่ม

Osaka Castle

ปราสาทโอซาก้า”  อีกหนึ่งสถานที่สำคัญของโอซาก้าที่ห้ามพลาด ยิ่งถ้าหากมาในช่วงเดือนเมษายนนั้น แถบปราสาทโอซาก้าจะมีต้นซากุระถึง 600 ต้น บานสะพรั่งกันงดงามเต็มไปหมด มาคนเดียวก็อาจเปลี่ยวเหงานิดหน่อย เพราะคนญี่ปุ่นมักจะมาเป็นคู่ นั่งเดทกันใต้ต้นซากุระ เห็นแล้วอาจจะเจ็บหัวใจ ดั่งไฟสุมทรวงก็ได้นะ

Kaiyukan Aquarium

 พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำไคยุคัง จะไม่เหมาะกับมาคนเดียวได้อย่างไร เพราะอยากจะหยุดยืนดูปลาฉลามวาฬไฮไลท์ของที่นี่ในแทงค์มหาสมุทรแปซิฟิค นานเท่าไหร่ก็ยืนดูได้แบบไม่ต้องรีบ จะคุยกับเจ้านาก เจ้าเพนกวินผ่านตู้กระจกด้วยเสียงสาม หรือถ่ายรูปจนฉ่ำยังไงก็ได้ เห็นไหมล่ะ บอกแล้วว่ามาคนเดียวดีกว่าเป็นไหนๆ ค่าเข้าก็ไม่แพงเมื่อเทียบกับสิ่งที่จะได้สัมผัสด้านในพิพิธภัณฑ์

Universal Studios Japan

USJ ไปคนเดียวก็มันส์ได้จริงๆ นะ (แค่อาจจะต้องมีสกิลความอโลนสูงหน่อย) แต่ขอบอกว่าไปคนเดียวยิ่งดี เพราะว่ามีแถว Single Rider อยู่ สามารถไปต่อแถวขึ้นเครื่องเล่นได้เร็วกว่าแถวปกติอยู่หลายเท่า และเครื่องเล่นที่เจ๋งจนต้องอ้าปากร้องหู้วว พลาดไม่ได้ ก็เห็นจะเป็นสไปเดอร์แมน และ The Wizarding World of Harry Potter™  ที่เหล่ามักเกิ้ลทั้งหลายจะได้ไปเดินเล่นในหมู่บ้านฮอกส์มี้ดและสัมผัสโลกเวทมนต์ในปราสาทฮอควอตส์

Nara Town

ลองออกมานอกโอซาก้าที่สามารถไปเช้า-เย็นกลับกันได้บ้าง ซึ่งใกล้ๆ โอซาก้านั้นจะมีสถานที่น่าสนใจอีกมากมาย ที่แรกที่อยากแนะนำคือ เมืองนารา โดยสามารถเดินทางได้ผ่าน JR Yamatoji Line ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง เมื่อเดินทางมาถึงก็สามารถไปชม วัดโทไดจิที่โด่งดังในนารา เพราะทั้งตัววัดเองและบริเวณสวนข้างๆ มีกวางให้ชมเต็มไปหมด ไปคนเดียวก็สามารถไปให้อาหารกวาง เซลฟี่คู่กวางกี่ล้านรอบก็ได้ไม่มีใครว่า มีเวลาเหลือก็ไปเดินเล่นที่ พระราชวังเฮโจ ซึ่งเป็นพระราชวังที่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก มาทีเดียวต้องเที่ยวให้คุ้ม

ญี่ปุ่นนี้เรียกได้ว่าเป็นเมืองมินิมอล เรียบๆ ง่ายๆ ที่เหมาะสำหรับคนที่ต้องการจะหัดเที่ยวคนเดียวเป็นครั้งแรก เพราะคนญี่ปุ่นนั้นใจดี มีมารยาท และหากเราต้องการความช่วยเหลือถึงแม้เขาจะพูดภาษาอังกฤษไม่ค่อยได้ ก็จะพยายามอย่างมากในการช่วยเหลือเรา เรียกได้ว่าเป็นเมือง Tourist Friendly จริงๆ ใครจะไปก็อย่าลืมเข้าไปดูตั๋วเครื่องบินไปญี่ปุ่น และที่พักโอซาก้ากับ Traveloka หละ รับรองว่าราคาดีโดนใจไม่ผิดหวังแน่นอน



โซโล่ญี่ปุ่นครั้งแรก..เอาไงดี?! เทคนิคการเตรียมตัวสำหรับสาวๆมือใหม่ที่กำลังจะไปเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง

ญี่ปุ่นถือว่าเป็นอีกจุดหมายปลายทางหนึ่งที่หลายคนอยากไปเยือน และความใฝ่ฝันของผู้หญิงหลายคนอย่างหนึ่งคือการได้ออกไปเที่ยวคนเดียว ไหนๆก็มีโอกาสแล้ว อย่าปล่อยให้หลุดลอยไปค่ะ
ก่อนจะออกไปเที่ยวกันครั้งนี้เลยอยากจะแชร์เทคนิคไว้ให้สาวๆได้เตรียมตัวกันสักนิดเพื่อเป็นแนวทางกันสักหน่อยดีกว่า

เลือก Flight บินให้ถึงญี่ปุ่นตอนเช้า:

ใครที่เดินทางไปญี่ปุ่นเป็นครั้งแรก แม้ญี่ปุ่นจะเป็นประเทศที่ขึ้นชื่อในเรื่องของความปลอดภัยแต่ก็ประมาทไม่ได้ เวลาเลือกตั๋วเครื่องบิน แนะนำว่าให้เลือกเที่ยวบินที่เดินทางไปถึงญี่ปุ่นในเวลาเช้า เพราะนอกจากจะช่วยประหยัดเรื่องค่าที่พักไปหนึ่งคืนแล้ว ยังไม่ต้องกังวลกับการกลัวการตกรถที่จะนั่งเข้าเมืองไปหาที่พักในช่วงกลางคืนอีกด้วยนะ

ที่พักต้องไม่เปลี่ยว:

จริงๆเรื่องของที่พักนี่แล้วแต่คนชอบ บ้างคนชอบที่อยู่ใกล้แหล่งช้อปปิ้ง บางคนชอบแหล่งที่เดินทางสะดวก แต่ไม่ว่าจะเลือกพักที่หนึ่ง อันดับแรกสำหรับนักเดินทางที่เป็นผู้หญิงที่ควรจะให้ความสำคัญคือ "เข้าออกต้องไม่เปลี่ยว" เข้าออกในที่นี้หมายถึง แม้เราจะกลับเข้าที่พักในเวลาดึกแค่ไหน ต้องไม่มืดและดูน่ากลัวจนเกินไป อาจจะจริงที่ว่าที่พักที่อยู่ไกลจะสถานีอาจจะถูกกว่า แต่หากต้องเดินเท้าไกลๆ เข้าซอยเปลี่ยวเกินไปก็ไม่ควรเสี่ยง
เพิ่มเงินอีกสักนิดแลกกับความสบายใจและความปลอดภัยดีกว่านะ

ฝึกภาษาก่อนไป:

หัดภาษาไว้นิดหน่อยก็ยังดี โดยเฉพาะญี่ปุ่นที่คนส่วนใหญ่สื่อสารด้วยภาษาอังกฤษไม่ค่อยคล่อง คำที่ควรจดจำไว้บ้าง เช่น คำทักทาย ขอโทษ ขอบคุณ หรือประโยคสั้นๆอย่าง "ห้องน้ำไปทางไหน" ไว้ใช้ในยามขับขัน
แต่อยากให้ทำใจว่า หากเราถามเป็นภาษาญี่ปุ่นออกไปเพียงไม่กี่คำ คนญี่ปุ่นจะคิดว่าเราเข้าใจจากนั้นก็รัวภาษาญี่ปุ่นกลับมาชุดใหญ่ ถึงตอนนั้นคงต้องเอาตัวรอดด้วยภาษามือแล้วหล่ะ

อย่าพึ่งดวงมากเกินไป:

ก่อนเดินทางควรให้ความสำคัญกับการหาข้อมูลเล็กๆน้อยๆ เช่น พยากรณ์อากาศ วันและเวลาเปิดปิดของสถานที่เราจะเดินทางไป คงไม่ดีแน่หากเดินทางไปถึงแล้วเมฆครื้มพายุเข้า หรือร้านปิด โอกาสที่จะได้มาเยือนไม่ได้มีบ่อยครั้ง หากเกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้นมาอาจจะทำให้หมดสนุกได้ไปทั้งวัน ก่อนจะพึ่งเรื่องดวงควรพึงพาตัวเองด้วยการเตรียมข้อมูลเสียก่อน จะได้ไม่เสียใจภายหลังนะจ้ะ

พกเงินสดติดตัวไว้บ้าง:

การเตรียมเงินสดให้พร้อมก็เป็นเรื่องสำคัญ หากเกิดเหตุขับคันเมื่อเดินทางคนเดียวไม่สามารถพึ่งพาใครได้ เพราะไม่ใช่ทุกที่ในญี่ปุ่นทีพร้อมสำหรับบัตรเครดิต เตรียมเงินสดไปดีกว่า เหลือมาดีกว่าขาด
แต่ต้องไม่ลืมที่จะพกเงินติดไว้กับตัว กระเป๋าลับ หรือเก็บในที่ๆปลอดภัย หลีกเลี่ยงต่อการให้คนอื่นเห็นที่เก็บเงินของเราด้วยล่ะ

สุขภาพก็เป็นเรื่องสำคัญ:

การเจ็บป่วยในทริปจะทำให้ความสนุกในการทางเที่ยวลดลงไปทันที ก่อนเดินทางสาวๆควรฟิตซ้อมร่างกาย เตรียมยาติดตัวไปด้วย ทั้งยาประจำตัวและยาสามัญทั่วไปสำหรับความเจ็บป่วยขึ้นได้ระหว่างการเดินทาง เช่น ยาแก้ปวด ยาแก้ท้องเสีย ยานวดคลายปวดกล้ามเนื้อ เป็นต้น เพราะในบางประเทศการซื้อยาในร้านขายยาเป็นเรื่องยุ่งยาก ทั้งอุปสรรคด้านภาษา หรือในบางที่เภสัชก็ไม่จ่ายยาให้ถ้าไม่มีใบสั่งแพทย์
นอกจากนี้ทำประกันการเดินทางก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง หากเจ็บป่วยรุนแรงหรือฉุกเฉินขึ้นมาจะได้อุ่นใจ กันไว้ดีกว่าแก้เสมอ



แนะนำร้านของฝากร้านเด็ดที่สุดในโอซาก้า พร้อมแนะนำของฝากยอดฮิตจากร้านที่การันตีความฮอตโดยเจ้าของร้าน!

เชื่อว่าเพื่อนๆ หลายคนที่ไปโอซาก้าคงจะตาลายกับการเลือกซื้อของฝากกลับมาให้คนรู้จักหรือญาติผู้ใหญ่กันใช่ไหมเอ่ย ไม่รู้ว่าจะซื้ออะไรที่ได้กลิ่นอายโอซาก้ากลับมาฝากทุกคนดี หลายคนมีเพื่อนเยอะ แวะซื้อของฝากย่านดังๆ แต่ละครั้งก็หมดเงินกันไปมาก วันนี้เราจะพาเพื่อนๆ มาพบกับสวรรค์แห่งของฝากในโอซาก้าที่นักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นจะต้องแวะมาซื้อของติดไม้ติดมือกลับจังหวัดตนเอง เพราะนอกจากที่นี่จะมีของฝากคุณภาพดีราคาถูกแล้ว ของฝากแต่ละชิ้นล้วนให้ความรู้สึกของโอซาก้าอย่างแท้จริง

 

3 อันดับของฝากยอดฮิตจากร้านสุดแนวอย่างร้าน Kokomo yotte (ココモよってぇ屋 )

 

อันดับที่ 3 ขนมเมเปิลฟินองเซีย โอซาก้า

สาเหตุที่เจ้าขนม OSAKA Maple Financier กล่องนี้เป็นขวัญใจนักท่องเที่ยวญี่ปุ่น ก็เพราะมีราคาเพียง 1,290 เยน / 377 บาท (มี 8 ชิ้น) กล่องเล็ก 650 เยน / 190 บาท (4 ชิ้น) เท่านั้น หากใครเป็นสาวกเบเกอรี่จะทราบกันดีว่า นอกจากเจ้าขนมฟินองเซียนี้จะเป็นดั่งสวรรค์ของคนรักของหวานแล้ว ยังเป็นของขวัญที่ดูดีมีราคาเหมาะแก่การซื้อกลับไปฝากเพื่อนหรือญาติผู้ใหญ่ที่เคารพอีกด้วยค่ะ

 

อันดับที่ 2 เอมงจี้ (ええもんちぃ)

เอมงจี้เป็นขนมมาเดอลีนที่ทำจากแป้งข้าวจ้าว ว่ากันง่ายๆ คือคล้ายขนมไข่บ้านเรา เอมงจี้ของร้านนี้เขาว่ากันว่าเด็ด แป้งฟูฟ่องเด้งดึ๋งละมุนลิ้น ทำเอาถูกอกถูกใจลูกค้าจนติดอันดับของอร่อยอันดับต้นๆ ของร้าน เจ้าเอมงจี้ของร้านนี้ไม่เพียงแต่รสชาติดีเท่านั้น แต่ราคายังน่ารักน่าคบหาอีกด้วย 1 กล่องเพียง 1,080 เยน / 316 บาท (10 ชิ้น) และ 1,620 เยน / 473 บาท (15 ชิ้น) เท่านั้น

 

อันดับที่ 1 คัสเทลล่า Billiken

อันดับ 1 ขนมยอดฮิตของร้านตกเป็นของ Billiken รูปปั้นยอดฮิตในคันไซ คราวนี้มาในรูปแบบขนมที่แลดูแปลกตา หากมองเผินๆ คงคิดว่าเป็นตุ๊กตาดินเผาเป็นแน่ รสชาติเหมือนขนมคัสเทลล่าทั่วไปไม่มีผิดเพี้ยน เพียงแต่เพิ่มความครีเอทเข้าไปก็สร้างมูลค่าได้อีกเป็นกอง ใครที่มาเยือนโอซาก้าก็ห้ามพลาดนะคะ 520 เยน / 152 บาท เท่านั้น (มีตั้ง 20 ชิ้นแหน่ะ)

 

นอกจากนี้ยังมีคุกกี้ภาษาถิ่นโอซาก้า คุกกี้ Billiken คุกกี้โยชิโมโต้ และอีกมากมาย ที่นี่ไม่เพียงแต่ขายของฝากที่เป็นขนมเท่านั้น แต่ยังมีของฝากน่าสนใจสำหรับคนรักโอซาก้าอีกเพียบ ไม่ว่าจะเป็นแว่นตาภาษาคันไซเอย แม่เหล็กติดตู้เย็นเอย และของฝากอื่นๆ ที่รอให้เพื่อนๆ เข้ามาเลือกสรรอีกเพียบ

ร้านเปิด 10.00 - 19.30 น. ไม่มีวันหยุดค่ะ

แหล่งที่มาข้อมูล : osakalucci



แต่งกิโมโนแล้วไปเดินเล่น กินขนม ชมวิวเมืองเก่า ที่คาวาโกเอะ ไซตามะกับสถานที่ลับสำหรับคนอยากมีความรักกันกันเถอะ

เที่ยวสนุก สไตล์ย้อนยุค ที่ Kawagoe (คาวาโกเอะ) เมืองเก่าสุดน่ารักฉายา ‘ลิตเติ้ลเอโดะ’ ที่ไปได้ง่ายไม่ไกลโตเกียว ไม่ว่าจะแต่งกิโมโนเดินชมเมืองเก่า ซื้อขนมโบราณ

ในวันนี้เราจะพาไปเดินเล่นกันที่เมืองเก่าแห่งคาวาโกเอะ โดยการเดินทางไปที่เมืองนี้นั้นก็ไม่ยากเลย เพราะสามารถหาซื้อ One day pass ได้ที่สถานี Ikebukuro ราคา 950 เยนเท่านั้นเอง

แต่เจ้าพาสนี้ ไม่ได้มีแค่ตัวเดียว ว่าแต่มีอะไรบ้าง ลองดูเลยจ้า

ตัวแรกคือ KAWAGOE DISCOUNT PASS

โดยพาสตัวนี้ จะครอบคลุมแค่รถไฟจากสถานี Ikebukuro ไปถึง สถานี Kawagoe หรือ Kawagoe-shi นั่นเอง

ราคา: ผู้ใหญ่ 700 เยนหรือ 210 บาท เด็ก 360 เยนหรือ 108 บาท (ที่เรท 0.3)

ตัวที่สองคือ KAWAGOE DISCOUNT PASS Premium

ส่วนตัวนี้จะครอบคลุมตั้งแต่รถไฟจากสถานี Ikebukuro ไปถึง สถานี Kawagoe หรือ Kawagoe-shi และเมื่อไปถึงแล้ว สามารถขึ้นรถบัสสายที่เราต้องการเพื่อท่องเที่ยวรอบเมืองอีกด้วย

ราคา: ผู้ใหญ่ 950 เยน หรือ 285 บาท เด็ก 480 เยน หรือ 144 บาท (ที่เรท 0.3)

และนี่คือแผนที่รถบัสภายในเมือง โดยแต่ละสีจะมีเส้นทางต่างกัน ดูป้ายขึ้นรถกันดีๆ นะจ๊ะ

เอาล่ะหลังจากมาถึงเราก็เริ่มกันเลย จุดแรกที่เราไปนั่นก็คือร้านเช่ากิโมโน เรนทัลกิโมโนคันดะ (Rental Kimono かんだ)  ซึ่งร้านนี้ให้บริการเช่าชุดกิโมโน จนถึงทำผม และมีเครื่องประดับให้เราด้วยนั่นเองค่ะ และชุดนี้สามารถใส่ได้ทั้งวัน แต่ต้องนำกลับมาคืนก่อน 16.30 น. ของวันนั้น

(รายละเอียดการเช่าตามรูปแนบด้านล่าง)

เอาล่ะอย่ารอช้า เริ่มเลือกชุดกันเลย ซึ่งทางร้านมีคนแต่งตัวให้เป็นคุณป้าสองคน น่ารักมากๆ โดยจะดูแลตลอดทั้งการแต่งตัวและทำผมนั่นเอง  แบบผ้าก็มีให้เลือกกันหลากหลาย มีกระเป๋าถือแบบต่างๆ และรองเท้าเกี๊ยะ ให้เราได้เลือกใส่ให้เข้ากับชุดอีกด้วย

หลังจากที่เราแปลงร่างเป็นสาวญี่ปุ่นสมัยเอโดะแล้วก็ออกเดินเที่ยวกันเลย

โดยเมื่อเดินมาสักพักเราจะเจอกับซอยนึงซึ่งมีรูปแปะไว้บริเวณกำแพง แสดงให้เห็นถึงวัฒนธรรมและจุดเด่นของที่นี่นั่นเอง

และเมื่อเดินต่อมาเรื่อยๆ ก็จะพบคนวาดรูปเหมือนอยู่ในซอยขนมหวานนั่นเอง โดยในซอยนี้ก็จะมีร้านอาหารขึ้นชื่อ และร้านขนมมากมายจนเลือกทานไม่ถูกกันเลยทีเดียว

จุดนี้ก็คือ ย่านคาชิยะ โยโกโช หรือตรอกขนมหวานนั่นเอง บริเวณนี้เป็นศูนย์รวมขนมหวานต่างๆ นานา ลูกอมเอย ไอศกรีมเอย น่าทานทั้งนั้น

และเมื่อเราเดินกันตามตรอกซอกซอยก็จะพบกับร้านขายของจุกจิกทั้งของเก่าโบราณ ของเล่นสมัยก่อน และคนที่นั่งวาดภาพเหมือน และภาพล้อเลียนอยู่

โทคิโนะคาเนะ หอระฆังสมัยเอะโดะ แสดงให้เห็นถึงสถาปัตยกรรม และวัฒนธรรม การใช้ชีวิตในสมัยเอโดะ

และสุดท้ายขอปิดไปด้วยมุมสวยๆ ให้ได้ถ่ายรูปย้อนยุค ย้อนเวลาไปสู่ยุคเอโดะ

สถานที่นี้ พิกัดอยู่ซอยเดียวกันกับร้านเช่ากิโมโน

สำหรับใครที่กำลังเดินทางไปเที่ยวญี่ปุ่นก็อย่าลืมเก็บแลนด์มาร์คนี้ไว้ในแพลนเชียวนะคะ เพราะเมืองคาวาโกเอะนี้อยูไม่ไกลจากโตเกียวเลย เดินทางก็ไม่ยาก แถมได้ขอพรความรัก เดินเล่นกินลมชมวิวเก๋ๆ ไม่เหมือนใคร ถ่ายรูปชาตินี้ ลงได้ถึงชาติหน้ากันเลยทีเดียว

ยังไงก็ฝากเมืองนี้ไว้ในอ้อมอกอ้อมใจของทุกคนด้วยนะคะ

 

แหล่งที่มาของข้อมูล :

tobukoedorental.gofuku-kandaemagtravel



JR West เปิดตัวรถไฟวิ่งระยะไกลแบบใหม่ของประเทศญี่ปุ่นที่มีการตกแต่งและอำนวยความสะดวกให้ผู้โดยสารอย่างดีเยี่ยม

พิเศษเสมอมาสำหรับการรถไฟของญี่ปุ่นที่จัดเต็มด้วยดีไซน์ เทคโนโลยี ความสะดวกสบาย และมอบประสบการณ์ที่น่าประทับใจให้แก่ผู้โดยสาร ล่าสุด JR West ได้เผยโฉมห้องโดยสารแบบใหม่สำหรับรถไฟทางไกล ออกแบบโดย JR West และเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ 2022 Middle Management Project ที่เป็นการปรับโฉมใหม่ของรถไฟโมเดล 117 series มีทั้งหมด 6 ตู้ โดยสารและรองรับได้ถึง 90 ที่นั่ง

แต่ละตู้โดยสารมีดีไซน์ต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับฟังก์ชันการใช้งานเป็นหลัก รถไฟขบวนนี้มีทั้งหมด 6 ตู้โดยสาร พร้อมกับการตกแต่งภายในที่ทันสมัย ห้องส่วนตัวเตียงสองชั้นและพื้นที่ที่ออกแบบมาเพื่ออำนวยความสะดวกสบายสูงสุดสำหรับผู้โดยสารที่เดินทางเป็นเวลานาน เช่น รถตู้แรกและตู้ที่ 6 จะถูกกำหนดให้เป็น "Green Car" ซึ่งมีที่นั่งที่หรูหรามากกว่าตู้อื่น

ตู้โดยสารที่ 2 เป็นตู้โดยสารเฉพาะผู้โดยสารผู้หญิง ตกแต่งให้ความสว่าง สดใส ที่นั่งสะดวกสบาย และมีพื้นที่สำหรับยืดขาได้

ตู้โดยสารที่ 3 เหมาะสำหรับครอบครัวและมีเด็กเล็ก มีที่นั่งปรับให้เป็นเสื่อรองนั่งบนพื้นเพื่อเป็นพื้นที่ให้เด็กใช้เป็นที่นั่งหรือนอนเล่น

ตู้โดยสารที่ 4 เป็นตู้โดยสารที่มีการตกแต่งให้เป็น “Free Space Area”

ตู้โดยสารที่ 5 เป็นตู้โดยสารสำหรับเตียงนอนสองชั้น คล้ายหอพัก

 

สำหรับเส้นทางของรถไฟทางไกลนี้ดำเนินการโดย Keihanshin ที่ให้บริการในบริเวณพื้นที่เขต Kyoto, Osaka และ Kobe ไปยังย่าน San’in และ Sanyo ในเขตตะวันตกเฉียงใต้ของญี่ปุ่น มีกำหนดเปิดตัวในฤดูใบไม้ผลิของปี 2020 เพื่อต้อนรับผู้ที่เดินทางมาเที่ยวญี่ปุ่นช่วงการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกที่ญี่ปุ่นเป็นเจ้าภาพจัดงานในปี 2020

 

แหล่งที่มาเรื่องและภาพ : soranews24



7 ตลาดประจำ 7 จังหวัดของญี่ปุ่น ที่มีครบตั้งแต่แฟชั่นและของกินในราคาที่จับต้องได้!

หากใครกำลังจะเดินทางไปเที่ยวญี่ปุ่นด้วยงบที่มีจำกัด วันนี้เราขอแนะนำตลาดชื่อดังประจำสถานที่ท่องเที่ยวดังๆ ที่เต็มไปด้วยของกินแสนอร่อย แถมยังเป็นแหล่งช้อปปิ้งราคาถูกและดี สามารถเซฟเงินได้เยอะเลยค่ะ (แต่ระวังช้อปเพลินจนของเต็มมือนะคะ)

 

Tsukiji Fish Market (Tokyo)

รูปจาก https://www.japan-guide.com/e/e3021.html

รูปจาก https://www.japan-guide.com/e/e3021.html

คงไม่ต้องอธิบายกันให้มากมาย สำหรับตลาดปลาสึคิจิชื่อดัง ที่ใครๆ ก็ต้องไปลิ้มลองความสดใหม่ของปลาหลากหลายชนิดตั้งแต่เช้าตรู่ ตลาดแห่งนี้ไม่ได้มีแค่ปลาเท่านั้น แต่ยังเป็นศูนย์รวมของอาหารทานเล่น ราเมง และอาหารอีกมากมายในราคาที่ไม่แพง เมื่ออิ่มท้องแล้ว ก็สามารถเดินย่อย เลือกดูเสื้อผ้า และของตกแต่งบ้านได้อย่างเพลินๆ เลยค่ะ

เวลาทำการ: เปิดตั้งแต่เช้าตรู่ – ร้านค้าต่างๆ เริ่มปิดตั้งแต่บ่ายสองเป็นต้นไป, ปิดวันพุธ วันอาทิตย์ และวันหยุดราชการ

Website: http://www.tsukiji.or.jp/english/index.html

แผนที่: https://goo.gl/9fUq9b

 

Nijo Fish Market (Hokkaido)

รูปจาก https://www.japan-guide.com/e/e5310.html

รูปจาก https://www.japan-guide.com/e/e5310.html

หากโตเกียวมีตลาดปลาสึคิจิ ฮอกไกโดก็มีตลาดปลานิโจไว้ให้ทั้งคนในพื้นที่และนักท่องเที่ยวจับจ่ายซื้อของ ทานอาหารทะเลที่สดใหม่ และเพิ่มพลังระหว่างวันด้วยอาหารชื่อดังมากมาย ที่นี่ยังขึ้นชื่อเรื่องความเป็นกันเองของพนักงานที่สามารถพูดภาษาอังกฤษได้อีกด้วย สะดวกสำหรับนักท่องเที่ยวมากๆ ค่ะ

เวลาทำการ: เปิดทุกวัน 7.00 น. – 18.00 น.

Website: http://nijomarket.com/

แผนที่: https://goo.gl/keKCK9

 

Katsuura Morning Market (Chiba)

รูปจาก https://japan-chiba-guide.com/sys/data/index/page/id/15076

รูปจาก https://trip101.com/article/a-stroll-of-a-port-city-and-piping-hot-red-katsuura-tantanmen-loved-soulfood-of-50-years

ตลาดเช้าคัตสึอุระประจำจังหวัดชิบะ มีประวัติยาวนานมามากกว่า 400 ปีแล้วค่ะ! ด้วยสถานที่กลางแจ้งและร้านค้าที่มีจำนวนกำลังพอดี ทำให้บรรยากาศที่นี่มีความเป็นกันเอง สบายๆ เป็นพิเศษ ของขึ้นชื่อของที่นี่ที่ใครๆ ต่างก็ห้ามพลาดได้แก่ วาราบิโมจิ และทันทันเมนร้อนๆ เหมาะแก่การอบอุ่นร่างกายในตอนเช้าสุดๆ !

เวลาทำการ: เปิดทุกวัน 7.00 น. – 11.00 น.

Website: http://www.katsuura-sanpo.com/

แผนที่: https://goo.gl/CwMTBF

 

Hida Takayama Miyagawa Morning Market (Gifu)

รูปจาก https://www.tripadvisor.com/LocationPhotoDirectLink-g298113-d1516746-i306396385-Hida_Takayama_Miyagawa_Morning_Market-Takayama_Gifu_Prefecture_Chubu.html

รูปจาก https://www.tripadvisor.com/LocationPhotoDirectLink-g298113-d1516746-i306396385-Hida_Takayama_Miyagawa_Morning_Market-Takayama_Gifu_Prefecture_Chubu.html

ที่นี่เป็นอีกหนึ่งตลาดเช้าชื่อดังของของประเทศญี่ปุ่นค่ะ มีของกินชื่อดังมากมายได้แก่ เนื้อฮิดะเสียบไม้ ลาเต้ในแก้วคุกกี้สุดน่ารัก และมิทาราชิดังโงะ ซึ่งทุกอย่างเหมาะแก่การถือทานระหว่างเดินเล่นดูงานฝีมือ และเสื้อผ้า Handmade เมื่อเหนื่อยแล้ว ใกล้ๆ กันยังมี สวนสาธารณะติดแม่น้ำ ให้เพื่อนๆ นั่งกินลมชมวิวชิลล์ๆ กันค่ะ

 

Misaki Fish Market (Kanagawa)

รูปจาก https://en.japantravel.com/kanagawa/bidding-for-tuna-at-kanagawa-s-misaki-fish-market/884

รูปจาก https://en.japantravel.com/kanagawa/bidding-for-tuna-at-kanagawa-s-misaki-fish-market/884

ตลาดมิซาคิ เป็นตลาดปลาที่ติดกับท่าเรือค่ะ อาหารทะเลที่จับมาได้จะถูกจัดส่งมาขายและแล่กันสดๆ ตั้งแต่เช้าตรู่ เพื่อนๆ สามารถซื้ออาหารไปนั่งทานได้ที่ริมท่าเรือ ยิ่งมาเช้า ยิ่งมีโอกาสได้เห็นพระอาทิตย์ขึ้นสวยๆ  และเนื่องจากที่นี่ขึ้นชื่อว่าเป็น ตลาดปลามากุโร่ การซื้อเนื้อปลามากุโร่สดๆ จากทะเลมาทานชมวิว จึงเป็นเรื่องที่ห้ามพลาดค่ะ!

เวลาทำการ: เปิดเฉพาะวันอาทิตย์ 5.00 น. – 10.00 น.

Website: http://www.umigyo.co.jp/

แผนที่: https://goo.gl/EJ4wYZ

 

Nishiki Market (เกียวโต)

รูปจาก http://elinchow.blogspot.com/2017/01/japan-2016-kyoto-nishiki-market.html

รูปจาก http://elinchow.blogspot.com/2017/01/japan-2016-kyoto-nishiki-market.html

ตลาดนิชิคิ ณ ใจกลางเมืองเกียวโตสุดจะกว้างขวางนี้ มีร้านค้าเป็นจำนวนมากถึง 130 ร้าน เพื่อนๆ สามารถหาทุกอย่างได้ในตลาด ทั้งของกิน ร้านกาแฟ เสื้อผ้า รองเท้า ปาจิงโกะ ร้านเกมอาร์เคด ฯลฯ ที่นี่จึงคึกคัก เป็นส่วนรวมของคนทุกเพศทุกวัย แถมไม่ต้องกลัวทั้งฝนทั้งแดด เพราะเป็นตลาดในร่มค่ะ

เวลาทำการ: เปิดทุกวัน 9.30 น. – 18.00 น.

Website: http://www.kyoto-nishiki.or.jp/

แผนที่: https://goo.gl/7WXXNm

 

Makishi Public Market (Okinawa)

รูปจาก https://www.tripadvisor.com.au/LocationPhotoDirectLink-g298224-d1372626-i285273941-Makishi_Public_Market-Naha_Okinawa_Prefecture_Kyushu_Okinawa.html

รูปจาก https://www.tripadvisor.com.au/LocationPhotoDirectLink-g298224-d1372626-i285273941-Makishi_Public_Market-Naha_Okinawa_Prefecture_Kyushu_Okinawa.html

มาถึงเกาะทางใต้สุดอย่างโอกินาว่าบ้าง ตลาดมาคิชิ มีสองชั้นด้วยกัน ชั้นแรกมีร้านค้ามากกว่า 120 ร้าน ประกอบไปด้วยของฝาก ขนม และวัตถุดิบชื่อดังประจำเกาะมากมาย หากใครช้อปจนหิว ชั้นสองคือส่วนรวมร้านอาหาร ซึ่งบางร้านเราสามารถใช้วัตถุดิบที่ซื้อมาจากด้านล่าง ให้เชฟปรุงให้ได้อีกด้วย ใครอยากสัมผัสความ Local ของเกาะโอกินาว่า ห้ามพลาดมาเดินเล่นตลาดมาคิชิเชียวค่ะ

เวลาทำการ: ทุกวัน 8.00 น. – 21.00 น. (ปิดในวันหยุดราชการ และทุกวันอาทิตย์ที่ 4 ของเดือน นอกจากเดือนธันวาคม)

Website: https://kosetsu-ichiba.com/en/

แผนที่: https://goo.gl/DLfxpd

 

แหล่งที่มาและภาพประกอบเพิ่มเติม: wow-j



3 เรียวกังในโอซาก้าที่เว็บการท่องเที่ยวให้เรตติ้งการจัดอันดับความนิยมสูงสุด

ใครไปเที่ยวญี่ปุ่นแล้วอยากพักในที่ที่มีบรรยากาศแบบญี่ปุ่น ใส่ชุดยูคะตะ แช่ออนเซ็นสบายๆ สามารถมองเห็นวิวธรรมชาติสวยๆ เราขอแนะนำ 3 เรียวกังในโอซาก้าที่เว็บการท่องเที่ยวจัดอันดับความนิยมไว้เพื่อใช้เป็นตัวช่วยประกอบการหาที่พักให้ทุกท่าน

 

1. Nanten-en (Amami Onsen)

ตัวเรียวกังมีขนาด 9,900 ตารางเมตร และมีสวนญี่ปุ่นที่สามารถเพลิดเพลินไปกับความงามของแต่ละฤดูกาล เช่น ซากุระในฤดูใบไม้ผลิ ชมหิ่งห้อยในฤดูร้อน และสีสันของใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วง มีความเป็นมาเก่าแก่ถึง 100 ปี สถาปัตยกรรมของที่นี่ได้รับการประกาศให้เป็น Tangible Cultural Properties หรือมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องได้ของญี่ปุ่น ภายในตกแต่งด้วยสุนทรียศาสตร์แบบญี่ปุ่น อารมณ์ประมาณห้องพิธีชงชา ห้องพักที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือ Izuminada ซึ่งเป็นห้องที่อยู่ชั้นหนึ่ง สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ของสวน และมีอ่างอาบน้ำรวมแบบออนเซ็น พนักงานต้อนรับสามารถพูดภาษาอังกฤษได้

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.ryokan.or.jp/english/yado/main/60700

 

2. Fudoguchikan (Inunakiyama Onsen)

ที่นี่เป็นเรียวกังที่ล้อมรอบด้วยทิวทัศน์ธรรมชาติเขียวขจีรวมถึงหุบเขาที่สวยงามและน้ำตกขนาดใหญ่ 48 แห่ง มีห้องพักทั้งหมด 11 ห้อง แบ่งออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ ห้องพักสไตล์ญี่ปุ่นอันเงียบสงบพร้อมห้องอาบน้ำแบบเปิดโล่งที่สามารถมองเห็นภูเขา และห้องเตียงคู่สไตล์ญี่ปุ่นบางห้องมีอ่างอาบน้ำส่วนตัวแบบเปิดโล่ง มีอินเทอร์เน็ตไร้สาย (Wi-Fi) ฟรี และมีรถรับส่งฟรีประจำวันจากสถานี JR Hinone

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.fudouguchikan.com/en/

 

3. Sansuikan (Hananosato Onsen)

เรียวกังนี้ตั้งอยู่ต้นน้ำในหุบเขา Settsu-kyo ซึ่งเป็นหุบเขาที่มีชื่อเสียงในเรื่องหินธรรมชาติรูปร่างแปลกตา มีออนเซ็นสองเเบบ เเบบเเรกเป็นออนเซ็นหินในร่มมีน้ำธาตุด่างเเละเรดอน อีกแบบหนึ่งเป็นออนเซ็นกลางเเจ้งมีน้ำโซเดียมไบคาร์บอเนต

มาพักที่นี่จะรู้สึกผ่อนคลายเป็นอย่างมาก เนื่องจากมีห้องพักให้เลือกอย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นห้องพิเศษที่มีห้องอาบน้ำแบบเปิดสามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ได้หรือห้องแบบมาตรฐาน อาหารในเรียวกังเป็นอาหารสไตล์ญี่ปุ่นที่ผลิตจากวัตถุดิบในท้องถิ่น

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.sansuikan.com/

 

แหล่งที่มาและภาพประกอบ : wow-j