HOME Search

ผลการค้นหาพบ – 76 รายการเกี่ยวกับ เที่ยวญี่ปุ่น

3 เทศกาลใหญ่สนุกสนานไปกับขบวนพาเหรดกลางเมืองที่ไม่ควรพลาดเมื่อไปเที่ยวญี่ปุ่นช่วงต้นซัมเมอร์ปี 2018

ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีงานเทศกาลมากมายในทุกจังหวัดและขึ้นชื่อเรื่องมีประเพณีที่เก่าแก่สืบทอดมาตั้งแต่สมัยโบราณกาล ทั้งยังคงสืบสานกันมาต่อเนื่อง ถ้าใครอยากสัมผัสกับวัฒนธรรมของญี่ปุ่นแบบใกล้ชิด โดยเฉพาะ 3 เทศกาลของญี่ปุ่นในช่วงซัมเมอร์ที่จัดอย่างยิ่งใหญ่ที่ควรลองหาโอกาสไปเที่ยวชมดู

1. Yosakoi Soran Festival , Hokkaido

เป็นเทศกาลประจำปีที่จัดขึ้นในช่วงต้นเดือนมิถุนายนที่เมืองซัปโปโรฮอกไกโด เทศกาลนี้เริ่มจัดในปี 1992 เป็นครั้งแรกและมีผู้เข้าร่วมถึง 2 ล้านคน เทศกาลนี้มีการเต้นรำในแบบ Yosakoi (จากจังหวัด Kochi) และ Soran Bushi (ดนตรีดั้งเดิมในฮอกไกโด) มีประมาณ 300 ทีมเข้าร่วมเทศกาล แต่ละทีมที่เข้าแข่งขันนั้น ก็จะมีการแต่งกายด้วยเสื้อผ้าสีสันที่สดใส มีสไตล์ที่แตกต่างกัน และทุกทีมที่เข้าร่วมแสดงต้องใช้เพลง SORAN BUSHI เป็นเพลงหลักในการแสดงอีกด้วย ปีนี้จัดวันที่ 9-12 มิถุนายน

การเดินทาง: จากสถานี Odori Park- Odori หรือเดิน 10 นาทีจากสถานี Sapporo

2. Sanno Festival, Tokyo

เป็นหนึ่งในเทศกาลสำคัญในกรุงโตเกียวซึ่งเป็นเทศกาลแห่ศาลเจ้าที่จัดขึ้นทุกปี ในเดือนมิถุนายนที่ศาลเจ้าฮิเอะ แต่ในทางปฎิบัติแล้วจัดเฉพาะในปีที่เป็นเลขคู่เท่านั้นสลับปีกับเทศกาลคังดะ (Kanda Matsuri) เป็นประเพณีที่สืบทอดกันมาตั้งแต่สมัยเอโดะ ปีนี้จัดตั้งแต่ 7 -17 มิ.ย. เป็นเวลา 10 วัน และในช่วงเทศกาลจะมีกิจกรรมและการออกร้านอาหารที่ศาลเจ้า จุดประสงค์หลักคือ ขอพรให้เจ้าเมือง ปัจจุบันก็คือราชวงศ์อิมพีเรียล รวมถึงประเทศญี่ปุ่นด้วย

ไฮไลต์งานนี้อยู่ที่ "Shinkosai" จัดวันที่ 10 มิ.ย. ถือเป็นกิจกรรมสำคัญเลยทีเดียว มีการจัดขบวนตามแบบแผนโบราณ ประกอบด้วยขบวนของพระและนักบวชถึง 300 คน และเกอิชาในชุดสมัยเอโกะ เพื่อดำเนินพิธีกรรมกับศาลเจ้าจำลอง (mikoshi) เรียกได้ว่า ดึงดูดสายตาผู้คนบริเวณโดยรอบเป็นอย่างมาก

การเดินทาง: เดิน 3 นาทีจากสถานี Akasaka Station หรือ Tameikesanno Station

3. Otaue Rice Planting Festival, Osaka

เทศกาลปลูกข้าว Otaue จัดขึ้นที่ศาลเจ้า Sumiyoshi Taisha ในโอซาก้าซึ่งเป็นศาลเจ้าที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และสำคัญที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศญี่ปุ่น จุดประสงค์คือขอพรให้การเก็บเกี่ยวข้าวอุดมสมบูรณ์ และจะมีการแสดงเต้นรำแบบดั้งเดิม จัดวันที่ 14 มิ.ย. 2018

การเดินทาง : เดิน 3 นาทีจากสถานี Sumiyoshi Taisha

แหล่งที่มา : https://jw-webmagazine.com/japans-3-biggest-festivals-in-june-2017-be91b612cf9f



ไปเที่ยวญี่ปุ่นต้องไม่พลาด “น้ำดื่มมหัศจรรย์” ดื่มแล้วหลับสบาย

ครบรอบ 1 ปีแล้วนะ ที่บริษัทโคคาโคล่าของประเทศญี่ปุ่น ได้ประกาศเปิดตัว Glaceau Sleep Water อย่างเป็นทางการกับสินค้าน้ำดื่มตัวใหม่ เจ้าน้ำแร่ในขวดสีน้ำเงินนี้เป็นสุดยอดน้ำดื่มที่ทางผู้ผลิตเคลมว่า ถ้าได้ดื่มก่อนนอนแล้วจะทำให้หลับสบาย คลายกังวล ตื่นมาสดชื่นแจ่มใสอีกครั้ง

สาเหตุหนึ่งที่ทำให้ผู้ผลิตโค้กต้องผลิตน้ำดื่มหลับสบายตัวนี้ขึ้นมา ก็เป็นเพราะว่าไลฟ์สไตล์ของคนญี่ปุ่นนั้น จะเน้นหนักไปที่การทำงาน บางคนทำงานมากกว่า 12 ชั่วโมงต่อวัน และมีภาวะความเครียดสูงมาก จึงประสบกับภาวะหลับยาก เพื่อเป็นการตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า ทางโคคาโคล่าเลยคิดค้นสูตรผสมที่ทำให้เราหลับสบายมากยิ่งขึ้น ก็มาจากการผสมสารอาหารสำคัญที่เรียกว่า L-Theanine และ กรดอะมิโน ซึ่งเชื่อว่าสามารถช่วยลดภาวะความเครียด และคลายกังวลได้ อีกทั้งยังช่วยให้เราดูสดชื่นแจ่มใสมากขึ้น ในเช้าวันถัดไปขึ้นมานั่นเอง

ต่อไป ถ้าเกิดอาการเจ็ทแลคตอนบินไปญี่ปุ่นแล้วนอนไม่หลับ ก็อย่าลืมไปแวะหา Glaceau Sleep Water ตามร้านค้าสะดวกซื้อมาดื่มกันสักขวดก่อนนอนดูล่ะ รับรองว่าหลับเต็มตื่น มีแรงเที่ยววันต่อไปอย่างแน่นอน

 

แหล่งที่มาและภาพประกอบ: http://www.odditycentral.com/funny/coca-cola-japan-launches-sleep-water-it-claims-could-help-you-sleep-better.html



F.I.T Fair งานเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง 2017

“งานเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง 2017”
Visit Japan F.I.T. Travel Fair 2017

จัดโดย   องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งประเทศญี่ปุ่น (JNTO) 


ในวันที่ 22 – 24 กันยายน 2560


ณ รอยัล พารากอน ฮอลล์ 3 ศูนย์การค้าสยามพารากอน ชั้น 5


ตั้งแต่เวลา 10.00-20.00 น.

อย่ารอช้า!! ภายในงานพบกับกิจกรรมมากมายสำหรับผู้ที่สนใจเดินทางไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่น ได้แก่...

・การจำหน่ายแพ็คเกจเที่ยวอิสระ ตั๋วเครื่องบิน ที่พัก บัตรรถไฟแบบเหมาจ่ายใบเดียว บัตรเข้าสวนสนุก และบัตรสุดคุ้มอื่นๆ ในราคาพิเศษ เป็นต้น รวมทั้งจำหน่ายสินค้าทัวร์ไปญี่ปุ่นอีกด้วย ทั้งนี้เป็นการออกบูธโดยผู้ประกอบการท่องเที่ยวทั้งจากญี่ปุ่นและจากไทย เช่น บริษัททัวร์ชั้นนำ โรงแรม และสายการบิน รวมทั้งสิ้นมากกว่า  100 บูธ

・การแจกเอกสารและการให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่นที่บูธของ JNTO และที่บูธจากจังหวัดต่างๆ ในประเทศญี่ปุ่นที่มาเข้าร่วมงาน

・ชมมินิคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดังแสดง และ ร่วมพูดคุยถึงประสบการณ์ในการเดินทางท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่น บนเวที

นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมายที่คุณสามารถร่วมสนุกเพื่อลุ้นรับของที่ระลึกกลับบ้านอีกด้วย

Comments Off on F.I.T Fair งานเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง 2017


บินเดี่ยว เที่ยวญี่ปุ่น – ไป “โอซาก้า” คนเดียว ไม่ง้อทัวร์

อยากไปญี่ปุ่น แต่ไม่มีคนไปด้วย เอาไงดี? หลายคนคงมีคำถามนี้บ่อยๆ โสดไม่รู้จะไปยังไง เพื่อนก็เทเราหมด นกในนก

แต่ ฮัลโหล... สมัยนี้ สายสตรองคือผู้อยู่รอดเท่านั้นค่ะ  ญี่ปุ่นน่ะเป็นประเทศที่ลุยเดี่ยวเที่ยวเอง สบายใจ ปลอดภัยหายห่วง ยิ่งไปคนเดียวก็ยิ่งชิลล์ จะขยับตัวไปไหนก็คล่อง อยากกินอะไรก็ไม่ต้องมีคนขัด แถมการเดินทางก็ง่าย จะถ่ายรูปนานแค่ไหนก็ไม่มีใครบ่น อีกทั้งสถานที่น่าสนใจมีให้เลือกเที่ยวเป็นจำนวนมาก จะไปแถบคันโต คันไซ หรือคิวชู ที่ไหนก็ดี้ดี

ซึ่งครั้งนี้ wom japan ขออาสาพาเพื่อนๆ ไปเที่ยวโอซาก้าแบบฉบับไปเที่ยวคนเดียว ให้โลกรู้กันเลยว่า แล้วไงใครแคร์

 

เริ่มกันด้วยการเดินทางจากกรุงเทพฯไปลงที่สนามบินคันไซ (KIX) ซึ่งมีหลากหลายสายการบินทั้ง Full Service และ Low Cost ที่บินจากกรุงเทพฯไปสนามบินคันไซ ให้เลือกบินกัน ซึ่งใช้เวลาเดินทางประมาณ 5 ชั่วโมงครึ่ง

วิธีซื้อตั๋วเครื่องบินที่ได้ราคาดีที่สุดแนะนำให้ซื้อผ่าน Traveloka เพราะนอกจากจะได้ตั๋วราคาดีแล้ว การใช้งานก็สะดวก เพราะเขาเปรียบเทียบราคาแต่ละสายการบินให้เห็นกันชัดๆ และยังสามารถซื้อตั๋วเครื่องบินไปญี่ปุ่นได้แม้ไม่มีบัตรเครดิต                                              

เอาหล่ะ พอเราถึงสนามบินคันไซ ก็มุ่งหน้าเข้าสู่ตัวเมืองโอซาก้าโดยรถไฟด่วนพิเศษ HARUKA เพียงแค่ 30 นาที หรือหากใครจะเลือกนั่งรถบัสที่มีบริการตลอดทั้งวันก็ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง

ใครที่ไปเที่ยวคนเดียวก็เหมาะมากที่จะพักโรงแรมแคปซูลหรือโฮสเทล มีให้เลือกหลากหลายสไตล์ในราคาย่อมเยา บางทีอาจได้เพื่อนใหม่หลากหลายชาติ หรือเพื่อนร่วมเดินทางด้วยก็ได้นะ

และโรงแรมที่เราไปพักในครั้งนี้คือ First Cabin Midousuji-Namba  ด้วยราคาที่สบายกระเป๋า สามารถเดินจากสถานีรถไฟฟ้านัมบะแค่ 5 นาที  แถมยังมีอ่างน้ำให้แช่กันสบายๆ อีกด้วย สามารถเลือกจองที่พักกับ Traveloka ได้ตรงนี้เลย

Dotonburi

เริ่มทริปด้วย ย่านโดทงโบริ แลนด์มาร์คของโอซาก้าที่ไม่ว่าจะมาเดินเล่น ชอปปิ้ง หาอะไรกิน จะมากลางวันหรือกลางคืนก็ไม่มีผิดหวังจริงๆ  (ขอบอกว่ากลางคืนจะคึกคักยึกยักกว่ามาก) และไม่ว่านักท่องเที่ยวชาวต่างชาติหรือคนญี่ปุ่นเองที่มาเยือนโอซาก้า ก็พลาดไม่ได้ที่จะมาทำท่าชูมือ กระโดดขาหย่องแชะภาพคู่กับคุณ Glico Man  หรือใครจะโรแมนติกเดินชมแสงสีเพลินๆ ไปจนถึงสะพานนิปปงบาชิได้เลยนะ จะไปก็รีบไปนะ เพราะร้านค้าจะเริ่มปิดกันตอนประมาณสี่ทุ่ม

Osaka Castle

ปราสาทโอซาก้า”  อีกหนึ่งสถานที่สำคัญของโอซาก้าที่ห้ามพลาด ยิ่งถ้าหากมาในช่วงเดือนเมษายนนั้น แถบปราสาทโอซาก้าจะมีต้นซากุระถึง 600 ต้น บานสะพรั่งกันงดงามเต็มไปหมด มาคนเดียวก็อาจเปลี่ยวเหงานิดหน่อย เพราะคนญี่ปุ่นมักจะมาเป็นคู่ นั่งเดทกันใต้ต้นซากุระ เห็นแล้วอาจจะเจ็บหัวใจ ดั่งไฟสุมทรวงก็ได้นะ

Kaiyukan Aquarium

 พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำไคยุคัง จะไม่เหมาะกับมาคนเดียวได้อย่างไร เพราะอยากจะหยุดยืนดูปลาฉลามวาฬไฮไลท์ของที่นี่ในแทงค์มหาสมุทรแปซิฟิค นานเท่าไหร่ก็ยืนดูได้แบบไม่ต้องรีบ จะคุยกับเจ้านาก เจ้าเพนกวินผ่านตู้กระจกด้วยเสียงสาม หรือถ่ายรูปจนฉ่ำยังไงก็ได้ เห็นไหมล่ะ บอกแล้วว่ามาคนเดียวดีกว่าเป็นไหนๆ ค่าเข้าก็ไม่แพงเมื่อเทียบกับสิ่งที่จะได้สัมผัสด้านในพิพิธภัณฑ์

Universal Studios Japan

USJ ไปคนเดียวก็มันส์ได้จริงๆ นะ (แค่อาจจะต้องมีสกิลความอโลนสูงหน่อย) แต่ขอบอกว่าไปคนเดียวยิ่งดี เพราะว่ามีแถว Single Rider อยู่ สามารถไปต่อแถวขึ้นเครื่องเล่นได้เร็วกว่าแถวปกติอยู่หลายเท่า และเครื่องเล่นที่เจ๋งจนต้องอ้าปากร้องหู้วว พลาดไม่ได้ ก็เห็นจะเป็นสไปเดอร์แมน และ The Wizarding World of Harry Potter™  ที่เหล่ามักเกิ้ลทั้งหลายจะได้ไปเดินเล่นในหมู่บ้านฮอกส์มี้ดและสัมผัสโลกเวทมนต์ในปราสาทฮอควอตส์

Nara Town

ลองออกมานอกโอซาก้าที่สามารถไปเช้า-เย็นกลับกันได้บ้าง ซึ่งใกล้ๆ โอซาก้านั้นจะมีสถานที่น่าสนใจอีกมากมาย ที่แรกที่อยากแนะนำคือ เมืองนารา โดยสามารถเดินทางได้ผ่าน JR Yamatoji Line ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง เมื่อเดินทางมาถึงก็สามารถไปชม วัดโทไดจิที่โด่งดังในนารา เพราะทั้งตัววัดเองและบริเวณสวนข้างๆ มีกวางให้ชมเต็มไปหมด ไปคนเดียวก็สามารถไปให้อาหารกวาง เซลฟี่คู่กวางกี่ล้านรอบก็ได้ไม่มีใครว่า มีเวลาเหลือก็ไปเดินเล่นที่ พระราชวังเฮโจ ซึ่งเป็นพระราชวังที่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก มาทีเดียวต้องเที่ยวให้คุ้ม

ญี่ปุ่นนี้เรียกได้ว่าเป็นเมืองมินิมอล เรียบๆ ง่ายๆ ที่เหมาะสำหรับคนที่ต้องการจะหัดเที่ยวคนเดียวเป็นครั้งแรก เพราะคนญี่ปุ่นนั้นใจดี มีมารยาท และหากเราต้องการความช่วยเหลือถึงแม้เขาจะพูดภาษาอังกฤษไม่ค่อยได้ ก็จะพยายามอย่างมากในการช่วยเหลือเรา เรียกได้ว่าเป็นเมือง Tourist Friendly จริงๆ ใครจะไปก็อย่าลืมเข้าไปดูตั๋วเครื่องบินไปญี่ปุ่น และที่พักโอซาก้ากับ Traveloka หละ รับรองว่าราคาดีโดนใจไม่ผิดหวังแน่นอน



โซโล่ญี่ปุ่นครั้งแรก..เอาไงดี?! เทคนิคการเตรียมตัวสำหรับสาวๆมือใหม่ที่กำลังจะไปเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง

ญี่ปุ่นถือว่าเป็นอีกจุดหมายปลายทางหนึ่งที่หลายคนอยากไปเยือน และความใฝ่ฝันของผู้หญิงหลายคนอย่างหนึ่งคือการได้ออกไปเที่ยวคนเดียว ไหนๆก็มีโอกาสแล้ว อย่าปล่อยให้หลุดลอยไปค่ะ
ก่อนจะออกไปเที่ยวกันครั้งนี้เลยอยากจะแชร์เทคนิคไว้ให้สาวๆได้เตรียมตัวกันสักนิดเพื่อเป็นแนวทางกันสักหน่อยดีกว่า

เลือก Flight บินให้ถึงญี่ปุ่นตอนเช้า:

ใครที่เดินทางไปญี่ปุ่นเป็นครั้งแรก แม้ญี่ปุ่นจะเป็นประเทศที่ขึ้นชื่อในเรื่องของความปลอดภัยแต่ก็ประมาทไม่ได้ เวลาเลือกตั๋วเครื่องบิน แนะนำว่าให้เลือกเที่ยวบินที่เดินทางไปถึงญี่ปุ่นในเวลาเช้า เพราะนอกจากจะช่วยประหยัดเรื่องค่าที่พักไปหนึ่งคืนแล้ว ยังไม่ต้องกังวลกับการกลัวการตกรถที่จะนั่งเข้าเมืองไปหาที่พักในช่วงกลางคืนอีกด้วยนะ

ที่พักต้องไม่เปลี่ยว:

จริงๆเรื่องของที่พักนี่แล้วแต่คนชอบ บ้างคนชอบที่อยู่ใกล้แหล่งช้อปปิ้ง บางคนชอบแหล่งที่เดินทางสะดวก แต่ไม่ว่าจะเลือกพักที่หนึ่ง อันดับแรกสำหรับนักเดินทางที่เป็นผู้หญิงที่ควรจะให้ความสำคัญคือ "เข้าออกต้องไม่เปลี่ยว" เข้าออกในที่นี้หมายถึง แม้เราจะกลับเข้าที่พักในเวลาดึกแค่ไหน ต้องไม่มืดและดูน่ากลัวจนเกินไป อาจจะจริงที่ว่าที่พักที่อยู่ไกลจะสถานีอาจจะถูกกว่า แต่หากต้องเดินเท้าไกลๆ เข้าซอยเปลี่ยวเกินไปก็ไม่ควรเสี่ยง
เพิ่มเงินอีกสักนิดแลกกับความสบายใจและความปลอดภัยดีกว่านะ

ฝึกภาษาก่อนไป:

หัดภาษาไว้นิดหน่อยก็ยังดี โดยเฉพาะญี่ปุ่นที่คนส่วนใหญ่สื่อสารด้วยภาษาอังกฤษไม่ค่อยคล่อง คำที่ควรจดจำไว้บ้าง เช่น คำทักทาย ขอโทษ ขอบคุณ หรือประโยคสั้นๆอย่าง "ห้องน้ำไปทางไหน" ไว้ใช้ในยามขับขัน
แต่อยากให้ทำใจว่า หากเราถามเป็นภาษาญี่ปุ่นออกไปเพียงไม่กี่คำ คนญี่ปุ่นจะคิดว่าเราเข้าใจจากนั้นก็รัวภาษาญี่ปุ่นกลับมาชุดใหญ่ ถึงตอนนั้นคงต้องเอาตัวรอดด้วยภาษามือแล้วหล่ะ

อย่าพึ่งดวงมากเกินไป:

ก่อนเดินทางควรให้ความสำคัญกับการหาข้อมูลเล็กๆน้อยๆ เช่น พยากรณ์อากาศ วันและเวลาเปิดปิดของสถานที่เราจะเดินทางไป คงไม่ดีแน่หากเดินทางไปถึงแล้วเมฆครื้มพายุเข้า หรือร้านปิด โอกาสที่จะได้มาเยือนไม่ได้มีบ่อยครั้ง หากเกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้นมาอาจจะทำให้หมดสนุกได้ไปทั้งวัน ก่อนจะพึ่งเรื่องดวงควรพึงพาตัวเองด้วยการเตรียมข้อมูลเสียก่อน จะได้ไม่เสียใจภายหลังนะจ้ะ

พกเงินสดติดตัวไว้บ้าง:

การเตรียมเงินสดให้พร้อมก็เป็นเรื่องสำคัญ หากเกิดเหตุขับคันเมื่อเดินทางคนเดียวไม่สามารถพึ่งพาใครได้ เพราะไม่ใช่ทุกที่ในญี่ปุ่นทีพร้อมสำหรับบัตรเครดิต เตรียมเงินสดไปดีกว่า เหลือมาดีกว่าขาด
แต่ต้องไม่ลืมที่จะพกเงินติดไว้กับตัว กระเป๋าลับ หรือเก็บในที่ๆปลอดภัย หลีกเลี่ยงต่อการให้คนอื่นเห็นที่เก็บเงินของเราด้วยล่ะ

สุขภาพก็เป็นเรื่องสำคัญ:

การเจ็บป่วยในทริปจะทำให้ความสนุกในการทางเที่ยวลดลงไปทันที ก่อนเดินทางสาวๆควรฟิตซ้อมร่างกาย เตรียมยาติดตัวไปด้วย ทั้งยาประจำตัวและยาสามัญทั่วไปสำหรับความเจ็บป่วยขึ้นได้ระหว่างการเดินทาง เช่น ยาแก้ปวด ยาแก้ท้องเสีย ยานวดคลายปวดกล้ามเนื้อ เป็นต้น เพราะในบางประเทศการซื้อยาในร้านขายยาเป็นเรื่องยุ่งยาก ทั้งอุปสรรคด้านภาษา หรือในบางที่เภสัชก็ไม่จ่ายยาให้ถ้าไม่มีใบสั่งแพทย์
นอกจากนี้ทำประกันการเดินทางก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง หากเจ็บป่วยรุนแรงหรือฉุกเฉินขึ้นมาจะได้อุ่นใจ กันไว้ดีกว่าแก้เสมอ



7 ไอเท็มแฟชั่นควรมีติดตู้สำหรับแต่งสวยฉบับฤดูใบไม้ร่วง 2018

เผลอแป๊บเดียวปี 2018 ก็ล่วงเลยผ่านมาถึงช่วงปลายฤดูร้อนของญี่ปุ่นกันแล้ว แน่นอนว่าอากาศจากร้อนๆ ก็จะเริ่มเย็นขึ้นเรื่อยๆ แต่นอกจากนั้น สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับสาวๆ เลยคือเรื่อง ‘แฟชั่น’ ค่ะ จากสีสันของเสื้อผ้าที่ดูสดใสในหน้าร้อน เมื่อเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วงก็จะเริ่มเห็นโทนสีแดง น้ำตาล ออกมา แต่ทีนี้จะแต่งกันยังไงล่ะ ? เอาล่ะ ไม่ต้องห่วง เราจะพาเพื่อนๆ ไปเช็คกันว่าฤดูใบไม้ร่วงในปี 2018 นี้ มีไอเท็มอะไรที่เราควรจะต้องหามาติดตู้ไว้บ้าง

1. Volume Skirt

กระโปรงที่ดูพองๆ ดูมีวอลลุ่มหน่อยๆ เป็นหนึ่งไอเท็มที่ควรมีติดไว้ในซีซั่นนี้ แล้วไม่ใช่แค่นั้นนะ นอกจากฤดูใบไม้ร่วง เรายังสามารถใส่ยาวไปถึงฤดูหนาวได้ด้วย เนื่องจากอากาศช่วงนี้จะเย็นๆ หน่อย แนะนำให้ลองเลือกความยาวแบบคลุมเข่า ที่จะช่วยอำพรางขาของเราได้ อีกทั้งหากเลือกแบบที่เป็นเอวสูงก็จะยิ่งทำให้คุณผู้หญิงดูผอมเพรียวมากยิ่งขึ้น ส่วนสีที่อยากแนะนำเลยคือสีน้ำเงินเข้มเนวี ยิ่งสะพายกระเป๋าแดงด้วยนะ เลิศ !

2. Military Jacket

หากรู้สึกว่าชุดของเราวันนี้มันหวานไปแนะนำให้ลองหยิบแจ็คเก็ตทรงทหารสีกากีมาใส่ทับดูก็จะได้ลุคที่ดูทะมัดทะแมง ดูเท่ขึ้นมาทันที หากลองมิกซ์แอนด์แมทช์กับเดรสที่มีอยู่ที่บ้านก็จะช่วยให้ได้ลุคที่ดูไม่หวานเกินไป สีเขียวขี้ม้า หรือสีกากีเรียบๆ เข้ากันได้หลายชุด เหมาะสำหรับเป็นไอเท็มกันตายในฤดูนี้ค่ะ

3. Long Coat

แน่นอนว่าเมื่อไปเจออากาศเย็นๆ ของฤดูใบไม้ร่วง เราก็ต้องเตรียมตัวรับมือกับความหนาวให้พร้อม ไอเท็มที่ขาดไม่ได้เลยก็คือเสื้อโค้ทตัวยาวๆ ที่ปีนี้โค้ทรูปทรงกระบอกกำลังมาแรงสุดๆ ใส่แล้วก็จะช่วยให้เราดูผอมแพรียวมากยิ่งขึ้นด้วยนะ

4. Wide Pants

สำหรับสายหวานต้องลุคนี้เลย กระโปรงยีนส์ทรงเอ กับท่อนบนลายดอกน่ารักๆ ไม่ต้องใส่อะไรเพิ่มมากมายก็ดูดีได้ง่ายๆ เลย

กางเกงขาบานๆ นี่เดี๋ยวนี้เห็นฮิตใส่กันเต็มไปหมด ที่ญี่ปุ่นเองก็ยังฮิตไม่เลิกเช่นกัน ยิ่งเดี๋ยวนี้มีเนื้อผ้า หรือดีไซน์ใหม่ๆ ออกมาต้อนรับฤดูที่กำลังจะมาถึงกันด้วยแล้ว มิกซ์แอนด์แมทช์ได้ไม่มีเบื่อเลย เหตุผลที่สาวๆ ชอบใส่กางเกงแบบนี้กันก็เพราะความยาวที่คลุมขาทั้งหมด ทำให้ดูสูงและผอมเพรียวมากขึ้น ลุคที่อยากให้ทุกคนลองแต่งตามกันเลยคือลุคเท่ๆ แบบ All Black สีดำตั้งแต่เสื้อยันกางเกงขาบานความยาวคลุมถึงข้อเท้า นำแจ็คเก็ตทรงนักบิน MA-1 มาคลุมไหล่นิด สวมแว่นตากันแดดหน่อยก็จะได้ลุคที่คูลสุดๆ ในฤดูใบไม้ร่วง

5.  Velour Wool

ผ้าแบบ Velour Wool หรือที่เราเรียกกันว่าผ้ากำมะหยี่ กำลังเป็นไอเท็มเด็ดประจำฤดูใบไม้ร่วงที่สาวๆ ญี่ปุ่นต่างลงความเห็นว่าต้องมีเก็บไว้ในตู้เสื้อผ้าเพราะใส่แล้วก็จะช่วยอัพลุคของเราให้ดูสวยแพง จะใส่แบบสไตล์ชิคๆ หรือเรโทรแบบเด็กแนวก็ได้หมดเลย ตัวเนื้อผ้าก็นุ่มนิ่ม สัมผัสแล้วก็รู้สึกฟิน แถมยังใส่แล้วอุ่นเหมาะกับอากาศเย็นๆ ของฤดูใบไม้ร่วงดีจริงเชียว

6. High West

ตอนนี้ที่ญี่ปุ่นกางเกงหรือกระโปรงเอวสูงกำลังมาเลยค่ะเพราะใส่แล้วช่วยอำพรางหุ่นให้ดูผอมสวย ยิ่งเดี๋ยวนี้มีเข็มขัดแบบ Closet หรือแบบผูก เมื่อนำมามิกซ์กันแล้วให้ลุคที่ดูแพงสุดๆ เหมาะกับสาวๆ มากๆ

7. Jeans Jacket

เสื้อแจ็คเกตยีนส์นี่ถือเป็นไอเท็มที่ควรมีติดตู้ไว้ตลอดกาลของสาวญี่ปุ่น ใส่ฤดูไหนก็ไม่มีเอาท์ ไม่ว่าจะฤดูใบไม้ผลิเอย ฤดูใบไม้ร่วงเอย ยิ่งตอนนี้บางแบรนด์ก็มีการเพิ่มเลเยอร์ด้านในของแจ็คเกตให้มีความหนามากยิ่งขึ้น แม้ตอนอากาศเย็นๆ ของฤดูหนาวก็ใส่ได้หายห่วง ในช่วงใบไม้ร่วงแนะนำให้ลองนำมามิกซ์กับไอเท็มสีแดงอย่างเสื้อ กระเป๋า หรือรองเท้า หรือหากใครมีเสื้อแจ็คเกตยีนส์ทรงโคร่งๆ หน่อยๆ แนะนำให้ใส่กับกางเกงขาบานเอวสูงเลย น่ารักสุดๆ

เป็นยังไงกันบ้างคะ ดูแล้วพอจะแต่งตามกันได้บ้างหรือเปล่า ? หากใครกำลังจะไปเที่ยวญี่ปุ่นในช่วงฤดูใบไม้ร่วงที่กำลังจะถึงนี้ก็อย่าลืมลองหาไอเดียจากไอเท็มเหล่านี้ไว้ แล้วไปแต่งสวยให้เจิดจรัสสู้กับสาวญี่ปุ่นกันไปเลย เอาไว้หากมีเรื่องราวใหม่ๆ เกี่ยวกับเทรนด์ญี่ปุ่นอีก เราจะรีบมาอัพเดทให้เพื่อนๆ ได้ทราบก่อนใครแน่นอน แล้วเจอกันใหม่ค่ะ !

เรื่องและรูปจาก : arine.jp



Blaze Smart EV มอเตอร์ไซด์แบบใหม่ของญี่ปุ่นที่ขับขี่ได้รวดเร็ว เก็บพับได้เหมือนจักรยาน เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ผู้หญิงอย่างเราใช้งานได้สะดวกสบาย

ขับขี่ได้สนุกกว่าจักรยาน  สะดวกกว่าสกู๊ตเตอร์ เพราะนี่คือ Blaze Smart EV มอเตอร์ไซค์พับได้รุ่นใหม่ของญี่ปุ่น เทคโนโลยีที่ดีที่สุดในการเดินทางรอบเมือง เมื่อคุณอาศัยอยู่ในเมืองใหญ่    มีวิธีมากมายในการเดินทางโดยไม่ต้องใช้รถเช่นรถจักรยานยนต์   สกู๊ตเตอร์และรถจักรยาน แต่รถจักรยานยนต์อาจจะอันตรายนิดหน่อย สกู๊ตเตอร์ก็อาจต้องมีค่าบำรุงรักษา ส่วนจักรยานถึงจะราคาไม่แพง แต่ก็ช้าเกินไป และปั่นทีก็เหนื่อยแถมเมื่อยอีกต่างหาก
Blaze Smart EV เป็นพาหนะขนาดเล็กกว่ามอเตอร์ไซค์ทั่วไป แต่สะดวกสบายกว่าสกู๊ตเตอร์ธรรมดา มีขนาดกะทัดรัด สะดวกสบาย แถมยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเพราะใช้พลังงานไฟฟ้า 100%

สามารถชาร์จได้ด้วยไฟบ้านเป็นเวลา 3 ชั่วโมงครึ่ง และวิ่งได้เป็นระยะทาง 30 กิโลเมตรต่อการชาร์จ 1 ครั้ง ด้วยพลังของแบตเตอรี่ลิเธียม
เจ้านี่เจ๋งตรงที่มีขนาดเพียง 120 เซนติเมตร (ไม่เกินสี่ฟุต) ที่สำคัญมันยังสามารถพับเก็บได้เพียง  5 นาทีเท่านั้น อีกทั้งยังมีน้ำหนักเพียง 18 กิโลกรัมเท่านั้น (น้อยกว่า 40 ปอนด์)

เพื่อให้สะดวกสบายยิ่งขึ้นนอกจากนี้ยังมี  การเชื่อมต่อกับ Bluetooth และ USB บวกกับระบบรักษาความปลอดภัยในตัว โดยมีให้เลือกด้วยกันทั้งหมด 4 สี    สีดำ, สีขาว, สีกากี  และไวน์แดง   ราคาอยู่ที่ 128,000 เยน (38,047 บาท)

อย่างไรก็ตามยังไม่มีกำหนดการวางขายนอกญี่ปุ่นแต่อย่างใด กำลังอยู่ในระหว่างการหาดีลเลอร์เพื่อหาตัวแทนจำหน่ายนอกประเทศอยู่  แต่ถ้าใครวางแผนจะไปเที่ยวญี่ปุ่นปลายปีนี้ อาจลองหาซื้อมาใช้ดู  แถมยังมีขนาดเล็กและเบาพอที่จะเช็กอินเป็นสัมภาระบนเครื่องบินได้อีกด้วย

แหล่งที่มาข้อมูล : soranews24

 



อร่อยแถมได้บุญ Kitkat ออกรสใหม่สไตล์ฮิโรชิม่าเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมครั้งใหญ่ที่ญี่ปุ่น

ช่วงนี้ญี่ปุ่นงานเข้าซ้ำแล้วซ้ำเล่าไม่ว่าจะเป็นแผ่นดินไหวและพายุไต้ฝุ่น น้ำท่วมครั้งใหญ่ แถมยังเจอความร้อนอุณหภูมิสูงถึง 40 องศาอีกด้วย ทำให้เราได้เห็นคนดังต่างๆ ได้ออกมาช่วยเหลืออย่างจริงจัง ไม่ว่าจะเป็นการบริจาคในรูปแบบต่างๆ
และล่าสุดบริษัทเนสท์เล่ ญี่ปุ่นประกาศว่าจะจำหน่ายคิทแคทรส Momiji Manju เป็นการผสมผสานรสชาติของเวเฟอร์เคลือบไวท์ช็อกโกแล็ตกับ โมมิจิมันจู ขนมหวานดั้งเดิมของญี่ปุ่น ลักษณะคล้ายขนมเค้กสอดไส้ถั่วแดงกวน ทำรูปทรงเป็นรูปใบโมมิจิ ซึ่งก็คือใบเมเปิ้ล ปกติรสนี้ขายเฉพาะที่  ฮิโรชิม่า  แต่เพื่อการระดมทุนจึงคิดโครงการนี้ขึ้นมา โดยจะนำเงินที่ได้ 10 เยนจากการจำหน่ายคิทแคทรส  Momiji Manju  บริจาคให้กับผู้ประสบภัย  ใครไปเที่ยวญี่ปุ่นช่วง 9 ต.ค.นี้  ซื้อสามารถซื้อกันได้

นอกจากอร่อยแล้ว ยังได้ร่วมทำบุญอีกด้วย และที่สำคัญมีวางขายที่ซูเปอร์มาเก็ตทั่วไป อย่าลืมไปจัดกันล่ะ!

แหล่งที่มาข้อมูล : soranews24.com



แนะนำร้าน 100 เยนในโอซาก้า ถูกและดีมีอยู่จริง

ไม่ว่าจะวางแผนอยู่ญี่ปุ่นในระยะสั้นหรืออยากแวะซื้อของใช้จิปาถะยามไปท่องเที่ยวแถวโอซาก้า กระทู้นี้สามารถช่วยชีวิตคุณให้รอดได้ในระยะเวลาไม่สั้นก็ยาวด้วยขนมและของใช้น่ารักๆ ต่างๆ มากมาย ร้านร้อยเยน

 

1. ร้าน Daiso สาขา Umeda Opa

ร้านตั้งอยู่ชั้นใต้ดิน (2) ที่ Umeda Opa อย่างที่เราทราบกันดีว่าภายในร้านไดโซ ของในร้านมีราคา 100 เยนเกือบทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นของใช้จุกจิก อุปกรณ์สำหรับแม่บ้าน หรือแม้แต่ข้าวของเครื่องใช้ภายในห้องน้ำก็มีให้เลือกซื้อกันอย่างหลากหลาย มาที่นี่เรียกได้ว่าซื้อได้ครบทุกอย่างมี่ต้องการคุ้มค่าคุ้มราคาจริงๆ ค่ะ

วันหยุด : หยุดตามวันหยุดของ UMEDA OPA

เวลาเปิดร้าน : 11:00-2100 น.

วิธีการเดินทาง : เดินออกประตูทางออกใต้ (ชั้น3) ของสถานีอุเมะดะ จากนั้นเดิน 2 นาทีถึงร้าน

ที่อยู่: Ōsakashikitaku Chayamachi 1 - 27 ABC - MART Umeda Biru B 2F

แผนที่ :  https://goo.gl/maps/KbaLuGZ7PJt

 

2. Natural Kitchen (ナチュラルキッチン)

ถัดจาก UMEDA OPA ก็มาต่อกันที่ Whity Umeda (E14) ว่ากันว่าร้านร้อยเยนของที่นี่เป็นร้านยอดนิยมของสาวๆ หากเดินเข้าไปในร้านเราจะสามารถพบเห็นสาวน้อยใหญ่เดินเกลื่อนกันทั่วร้าน รับประกันความน่ารักถูกใจผู้หญิงด้วยของสุดฟรุ้งฟริ้งชนิดต่างๆ ของในร้านน่ารักจนหาคำบรรยายมาเขียนไม่ถูกกันเลย

ของใช้จิปาถะและเครื่องครัวเครื่องแต่งบ้านเล็กๆ น้อยๆ มีขายกันเรียงราย และที่สำคัญดูสวยงามอย่าบอกใคร

ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมที่นี่ถึงเป็นขวัญใจลูกค้าสาวๆ

สินค้าบางรายการดูดีและน่ารักเกินกว่าจะราคา 100 เยน ด้วยซ้ำ เป็นใครจะอดใจไหวล่ะเนอะ รีบไปตามกันเร็ว!!

วันหยุด: ไม่มีวันหยุด

เวลาเปิดทำการ: 10:00-21:00 น.

แผนที่:  https://goo.gl/maps/zJnoCp1qoUG2

 

3. ร้าน 3COINS HEP FIVE

เป็นร้านที่ขายสินค้าในราคา 100 เยน และ 300 เยน เท่านั้น สินค้าภายในร้านเป็นสินค้าคุณภาพดี (มาก) ขอแนะนำร้านนี้เนื่องจากสินค้าหลายอย่างภายในร้านคุณภาพดีเกินราคา คุณอาจไม่สามารถหาซื้อสินค้าคุณภาพดีในราคาแสนถูกเช่นนี้ได้จากที่ใดอีก (หากเลือกดีๆ คุณอาจเจอสินค้าสุดเทพก็เป็นได้)

บางเทศกาลก็ออกคอลเลคชั่นใหม่ๆ มาด้วยแหละ ตัวอย่างเช่น คอลเลคชั่นโปเกม่อนที่ออกเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา

อย่าพลาดทุกคอลเล็คชั่นใหม่ของ 3COINS โดยเด็ดขาด ถ้าหากไปญี่ปุ่นกันเมื่อไร อย่าลืมเฝ้าหน้าเว็บไซต์ของร้านกันให้ดี เพื่อจะได้ไม่พลาดทุกสินค้าน่ารักๆ ใหม่ๆ เสมอ

วันหยุด : หยุดตาม ตาม HEP FIVE

เวลาเปิดร้าน : 11:00-21:00 น.

เว็บไซต์ : http://www.3coins.jp/

แผนที่ :  https://goo.gl/maps/NDTQxu5kzn42

 

4. ร้าน meets. (สาขาอาคารหลังที่สามหน้าสถานีโอซาก้า 大阪駅前第3ビル)

ร้าน meets. เป็นร้านร้อยเยนประเภทขนมจุบจิบต่างๆ ขวัญใจวัยรุ่นวัยเรียน รวมไปถึงพ่อแม่ของเด็กๆ เพราะที่นี่เต็มไปด้วยขนมจุบจิบมากหน้าหลายตา ที่สำคัญมีหลากหลายยี่ห้อน่าเลือกสรรไปรับประทานกันจริงๆ ค่ะ ใครมาเที่ยวญี่ปุ่นแล้วอยากหิ้วขนมกลับไปฝากแก๊งเพื่อนๆ ในราคาไม่แพง ที่นี่เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ดีจริงๆ!!

วันหยุด: ไม่แน่นอน

เวลาเปิดร้าน : 10:00-21:00 น.

วิธีการเดินทาง : เดินจากจาก JR สถานีคิตะชินจิ (北新地駅) ไป 2 นาที หรือ เดินจากรถไฟใต้ดินสถานีอุเมดะ (梅田駅) ไป 5 นาที จากนั้นไปยังอาคารที่ 3 หน้าสถานีโอซาก้า (B2F)

แผนที่ : https://goo.gl/maps/hjCjaedG4H32

 

แหล่งที่มาเรื่องและภาพ : osakaluccistevejobko



15 ขนมหวานญี่ปุ่นที่นิยมมอบให้กันเพื่อเป็นของขวัญในทุกเทศกาล

หากพูดถึงเทศกาลต่างๆ ญี่ปุ่นมักมีวันเฉลิมฉลองและนิยมมอบของขวัญให้กันและกันเป็นธรรมเนียม เพราะเป็นเหมือนการแสดงออกถึงการสร้างสัมพันธ์อันดีต่อญาติ ครอบครัว แขกที่มาเยี่ยม รวมไปถึงคนรู้จัก ให้เกิดความประทับใจต่อกัน

สิ่งที่ชาวญี่ปุ่นนิยมมอบให้กันในวันสำคัญหรือเทศกาลต่างๆ คงหนีไม่พ้น "ขนม" เพราะญี่ปุ่นที่ประเทศที่ขึ้นชื่อในเรื่องของขนมอยู่แล้ว วันนี้เราจึงมีเรื่องราวของขนม 15 ชนิด ที่ชาวญี่ปุ่นนิยมมอบให้เป็นของขวัญกันตลอดทั้งปี จะมีอะไรบ้างตามมาดูกัน

 

1. คุกกี้งา (Sesame Cookies)

สำหรับชาวญี่ปุ่นแล้ว คุกกี้งาเป็นที่นิยมมากกว่าคุกกี้ช็อกโกแลตแบบสไตล์อเมริกัน เป็นอีกหนึ่งขนมยอดนิยมสำหรับการมอบให้เป็นของขวัญ เพราะนอกจากอร่อยแล้วยังได้ประโยชน์จากงาอีกด้วย  ทั้งงาขาว งาดำ ต่างก็เป็นที่นิยมมากเช่นกัน

 

2. ชีสเค้กญี่ปุ่น (Japanese Cheesecake)

ในญี่ปุ่นเองชีสเค้กเป็นขนมที่เมื่อไหร่ที่คุณมอบให้เป็นของขวัญ คุณจะได้รับรอยยิ้มแห่งความประทับใจของผู้รับได้อย่างแน่นอน ความอร่อยแบบเฉพาะตัวของเนื้อเค้กที่นุ่มละลายในปาก จะมอบให้ใครก็ไม่มีผิดหวัง

 

3. เค้กโรลชาเขียว (Matcha Swiss Roll)

ชาเขียวของขึ้นชื่อของญี่ปุ่นที่ไม่ว่าจะเอาไปทำอะไรก็อร่อย โดยเฉพาะขนม และเค้กโรลชาเขียวนี้ก็เป็นอีกขนมยอดฮิตที่นิยมมอบให้กันในช่วงวันหยุดพิเศษ ด้วยความนุ่มของตัวเค้กรวมกับความหอมละมุนของชาเขียว ไม่ว่าใครได้ไปก็ต้องหลงรักแน่นอน

 

4. เค้กคัสเตลา (Castella Cake)

คัสเตลาเป็นเค้กที่มีส่วนผสมเพียง 4 อย่าง ได้แก่ แป้ง ไข่ เนย และโดดเด่นด้วยตัวน้ำผึ้ง บางคนเรียกเค้กน้ำผึ้ง คัสเตลาเป็นเค้กที่มีความชุ่มฉ่ำและหอมน้ำผึ้งแบบขั้นสุด เป็นเค้กอีกชนิดที่ฮิตมากในญี่ปุ่น และนิยมมอบให้กันในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ ทำให้วันหยุดของคุณนั้นเป็นวันหยุดที่แสนมีความสุขที่สุด

 

5. คุกกี้เนย (Butter Cookies)

คุกกี้เนยของ Hato Sabure เป็นคุกกี้ที่ฮิตมากในญี่ปุ่นเพราะว่ารูปร่างเป็นนกพิราบ มีส่วนผสมเพียง 5 อย่าง ได้แก่ แป้ง น้ำตาล เนย ไข่ และ ผงฟู เท่านั้น แต่สามารถทำขนมที่อร่อยออกมาให้ผู้คนชื่นชอบ แถมยังสามารถเอาไปมอบเป็นของขวัญได้อีกด้วย ถ้าได้ลองกินสักครั้งคงประทับใจไม่น้อย

 

6. พายฟักทอง (Kabocha Squash Pie)

ขนมตัวนี้เป็นขนมพิเศษที่มักจะทำกันในช่วงวันหยุด อาจทำในครอบครัวหรือมอบให้เพื่อนบ้านได้ โดยจะมีส่วนผสมของฟักทองเป็นหลัก และผสมกับเหล้ารัมและครีมสด ทำให้ตัวขนมหอมละมุนอบอวลไปทั่วบ้าน เหมาะสุดสำหรับเป็นกิจกรรมที่จะร่วมกันลงมือทำขนมในช่วงวันหยุดแบบนี้

 

7. เค้กกาโตว์ช็อกโกแลต (Chocolate Cake)

เค้กช็อกโกแลตสไตล์ญี่ปุ่นที่เต็มไปด้วยความเข้มข้นของช็อกโกแลตและความชุ่มฉ่ำ จะเสิร์ฟพร้อมผลไม้และโรยไอซิ่งหรือราดช็อกโกแลตกานาชเพิ่มความอร่อยก็ย่อมได้ เป็นอีกหนึ่งขนมหวานที่สาวๆ ญี่ปุ่นมักจะมอบให้กับหนุ่มๆ ในเทศกาลวันวาเลนไทน์

 

8. คุกกี้ชาเขียว (Green Tea Cookies)

คุกกี้ ขนมหวานที่เหมาะสำหรับเลือกทานคู่กับน้ำชายามบ่าย แต่ด้วยความเป็นญี่ปุ่นก็ยังคงไม่ลืมที่จะใส่เอกลักษณ์ของตนเองลงไป นั่นคือ ชาเขียว ดังนั้นจึงทำให้คุกกี้ชาเขียวไม่ใช่คุกกี้ธรรมดาอีกต่อไป แต่สามารถแสดงถึงความใส่ใจในการทำคุกกี้ชนิดนี้ออกมา และเมื่อคุณได้นำคุกกี้ไปมอบให้ใครก็จะทำให้รู้ว่าพิเศษกว่าขนมชนิดอื่นนั่นเอง

 

9. เค้กนึ่ง (Mushi-pan)

เค้กนึ่ง เค้กที่ชาวญี่ปุ่นนิยมลักษณะคล้ายมัฟฟินแต่มีเนื้อที่นุ่มเบากว่า บางคนเรียกว่าเค้กเพื่อสุขภาพเพราะคุณสามารถเลือกส่วนผสมเพิ่มเข้าไปได้ในตัวเค้ก ไม่ว่าจะเป็นข้าวโพดหรือช็อกโกแลตและที่สำคัญทำง่ายไม่ยุ่งยากแม้ไม่มีเตาอบก็ทำได้ จึงเป็นขนมที่นิยมทำเพื่อมอบให้คนพิเศษในโอกาสพิเศษ

 

10. ไดฟูกุ (Daifuku)

ขนมหวานที่คนไทยรู้จักและคุ้นหน้าคุ้นตากันดี นั่นก็คือ ไดฟุกุ...เป็นขนมที่นิยมมากเช่นกันในญี่ปุ่นลักษณะเป็นเหมือนขนมโมจิขนาดเล็กไส้ด้านในเป็นถั่วแดง เชื่อกันว่าถ้าได้ทานขนมไดฟุกุจะทำให้โชคดี จึงไม่แปลกใจเลยที่ขนมนี้จะกลายเป็นที่นิยมนำไปมอบให้กันในเทศกาลหรือวันพิเศษต่างๆ

 

11. เครปเค้กชาเขียว (Matcha Mille Crepe Cake)

เครปเค้กชาเขียวเป็นขนมยอดฮิต ด้วยความหอมของชาเขียวมัทฉะทีทำออกมาในรูปแบบแป้งเครปบางๆ ซ้อนกันหลายชั้นแล้วขั้นระหว่างชั้นด้วยวิปปิ้งครีมนุ่มๆ ทำให้องค์ประกอบดูหรูหรากลายเป็นเครปเค้กสีเขียวที่สะท้อนถึงความอุดมสมบูรณ์ เตรียมพร้อมมอบให้แขกพิเศษได้เลย

 

12. เยลลี่ถั่วแดงสอดไส้เกาลัด (Mizu Yokan)

ชื่อและหน้าตาอาจจะไม่คุ้นเท่าไหร่นัก แต่ Mizu Yokan ชาวญี่ปุ่นได้เอาเทคนิคการทำเยลลี่แบบตะวันมาประยุกต์กับวัตถุดิบขึ้นชื่ออย่างถั่วแดงและเกาลัด จนได้ออกมาเป็นขนมที่แสนพิเศษแบบเช่นนี้ ลักษณะคล้ายเยลลี่และสอดใส่เกาลัดไว้ด้านใน เป็นขนมที่นิยมทานและมอบให้กันในวันหยุดแสนพิเศษเป็นเมนูของหวานหลังอาหาร

 

13. ช็อกโกแลตนามะ (Nama Chocolate)

ช็อกโกแลตนามะหรือช็อกโกแลตสด ถือว่าเป็นของฝากขึ้นชื่อจาญี่ปุ่น ไม่ว่าใครที่ไปเที่ยวญี่ปุ่นก็ต้องซื้อช็อกโกแลตนามะกลับมากันทั้งนั้น โดยเฉพาะแบรนด์ Royce ถือว่าเป็นแบรนด์ขึ้นชื่อเรื่องความโดดเด่นของรสชาติเลยก็ว่าได้ เสน่ห์ของขนมชนิดนี้อยู่ที่ความกลมกล่อมของช็อกโกแลต นิยมนำมาห่อให้สวยงามเข้าธีมเทศกาลต่างๆ จึงกลายเป็นขนมที่นิยมซื้อและมอบให้กันมากในญี่ปุ่น

 

14. พุดดิ้งญี่ปุ่น (Japanese Pudding)

หรือจะเรียกว่า คัสตาร์ดพุดดิ้ง ก็ไม่ว่ากัน ขนมพุดดิ้งนี้ถือเป็นขนมพื้นฐานใครๆ ก็ทำได้ ไม่ยุ่งยากอุปกรณ์ไม่เยอะ เป็นขนมที่นิยมทำกันในวันหยุดกับครบครัว ให้เด็กๆ หรือคนในครอบครัวได้มีกิจกรรมทำ พร้อมทั้งได้กินขนมอร่อยๆ แถมยังเอาแบ่งเพื่อนบ้านได้อีกด้วย

 

15. มัทฉะทีรามิสุ (Matcha Tiramisu)

และขนมหวานอย่างสุดท้ายก็คงหนีไม่พ้นเมนูชาเขียว แต่รอบนี้เป็นการดัดแปลงจากทีรามิสุแบบดั้งเดิมโดยการใช้ชาเขียวมัทฉะแทนกาแฟนั่นเอง ทำให้ขนมนี้โดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร ไม่ว่าใครที่ได้ชิมก็ต้องชอบและประทับใจอย่างแน่นอน

 

แหล่งที่มาของเรื่อง : justonecookbook

ภาพประกอบ pinterest