จะไปเที่ยวญี่ปุ่นต้องเตรียมตัว รู้หรือยังว่าค่าโดยสารของบริษัทรถไฟญี่ปุ่น จะปรับขึ้นเป็น 10 % ตั้งแต่ตุลาคมนี้

JR หรือ Japan Railway บริษัทรถไฟญี่ปุ่นทั้ง 5 บริษัท (ยกเว้น JR Hokkaido) และบริษัทรถไฟเอกชนอีก 16 บริษัท ได้แจ้งขอขึ้นค่าโดยสารรถไฟ เนื่องจากรัฐบาลญี่ปุ่นเตรียมขึ้นภาษีการบริโภค (Consumption tax) และเป็นการปรับขึ้นครั้งแรกในระยะเวลา 5 ปีครึ่ง ซึ่งเคยปรับมาแล้วในปี 2014 โดยอัตราการปรับครั้งนี้จาก 8% เป็น 10% เริ่มมีผลบังคับใช้ในเดือนตุลาคมนี้

 

JR East จะเพิ่มค่าโดยสารเริ่มต้นสำหรับสาย Yamanote และชานเมืองโตเกียว เป็น 136 เยน (ปัจจุบัน 133 เยน) โดยใช้บัตร IC ส่วนราคาตั๋วโดยสารปกติจะยังคงเริ่มต้นอยู่ที่ 140 เยน และค่าโดยสารเริ่มต้นสำหรับเส้นทางภูมิภาคอื่น ๆ จะเพิ่มขึ้นเป็น 147 เยน (จากเดิม 144 เยน) ในกรณีที่ใช้บัตร IC จะขึ้นเป็น150 เยน (จากเดิม 140 เยน) อย่างไรก็ตาม ในเส้นทางส่วนภูมิภาคนั้นอาจมีบางพื้นที่ ที่ราคาค่าโดยสารเมื่อใช้ตั๋วโดยสารทั่วไปจะถูกกว่าการใช้บัตร IC เช่น เส้นทางระหว่างโยโกฮาม่า – อาตามิ ซึ่งจะมีราคาถูกกว่า 2 เยน

ในส่วน JR West จะเพิ่มค่าโดยสารขั้นต่ำในบางโซนรวมถึงศูนย์กลางของโอซาก้าในญี่ปุ่นฝั่งตะวันตก จาก 120 เยน เป็น 130 เยน ถือว่าเป็นการเพิ่มค่าโดยสารขั้นต่ำขึ้น 10 เยนครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1987

ในส่วนของ JR Shikoku และ Kyushu Railway Co. ( JR Kyushu) ก็ปรับค่าโดยสารขั้นต่ำขึ้นด้วยเช่นกันจาก 160 เยน เป็น 170 เยน หลังจากที่ปรับครั้งล่าสุดในเดือนมกราคมปี 1996

JR Tokai จะเพิ่มค่าโดยสารรถไฟหัวกระสุนชินกันเซ็นสาย Tokaido Shinkansen ขบวนรถ Nozomi ในเส้นทางโตเกียว- ชินโอซาก้า (ตั๋วระบุที่นั่ง) เป็น 14,720 เยน (ปัจจุบัน 14,450 เยน) ส่วน JR ฮอกไกโดที่ยังคงเจอมรสุมกับปัญหาการบริหารอยู่นั้นได้ยื่นคำร้องต่อกระทรวงคมนาคมและการท่องเที่ยวในเดือนพฤษภาคมเพื่อเพิ่มค่าโดยสารเฉลี่ย 15.7% ซึ่งสอดคล้องกับการปรับขึ้นภาษีการบริโภคในเดือนตุลาคม หากได้รับอนุญาตค่าโดยสารขบวนแรกจะอยู่ที่200 เยนจากปัจจุบัน 170 เยน

บริษัท รถไฟเอกชนซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในเขตตัวเมืองจะปรับค่าบริการของบัตร IC สำหรับค่าโดยสารหน่วยละ 1 เยน ในส่วนตั๋วทั่วไปอาจจะมีการขึ้นราคาหน่วยละ 10 เยนหรือคงราคาเดิม แต่สำหรับ โตเกียวเมโทรจะเพิ่มค่าโดยสารพื้นฐานจากบัตร IC เป็น 168 เยน ส่วนตั๋วโดยสารทั่วไปจะอยู่ที่ 170 เยน เช่นเดิม

แหล่งที่มา : https://www.asahi.com, https://mainichi.jp

FOLLOW US ON
FACEBOOK