HOME บทความ ท่องเที่ยว 2 DAYS in KANAZAWA (ตอนที่ 1) – สถานีคานาซ่าว่าและสวนเคนโรคุเอน

2 DAYS in KANAZAWA (ตอนที่ 1) – สถานีคานาซ่าว่าและสวนเคนโรคุเอน

สะพายกล้อง แบกกระเป๋าไปที่สถานีโตเกียวตอนเช้าตรู่ มองเห็นแสงอาทิตย์แรกแย้มในยามเช้าที่สดใส Kagayaki 501 พร้อมที่จะออกเดินทางในเวลา 06.19น. จากโตเกียว มุ่งตรงสู่สถานีคานาซาว่าด้วยโฮคุริคุ ชินคันเซ็น “The future of Japanese sense of hamony” คือคอนเซปท์ของการออกแบบซึ่งเป็นการสื่อถึงวัฒนธรรมของโฮคุริคุได้เป็นอย่างดี

เพียง 2 ชั่วโมงครึ่งจากโตเกียว เราก็มาถึงสถานีคานาซาว่า จุดหมายของเราในครั้งนี้ เดินออกจากสถานีมาทางประตูฝั่งตะวันออก เราก็จะเจอกับโดมกระจกขนากใหญ่ที่มีชื่อว่า โมเตะนาชิโดม โดมที่มีสื่อความหมายถึงการต้อนรับอย่างอบอุ่นเชื่อต่อไปด้วยประตูไม้ขนาดใหญ่ที่มีชื่อว่า สึซุมิมง ซึ่งมีการนำเอาแบบมาจากกลองสึซุมิ หรือกลองที่ใช้เล่นประกอบละครโนห์ซึ่งเป็นละครที่ได้รับความนิยมอย่างมากของคานาซาว่าในอดีต

โฮคุริคุชินคันเซ็น

โฮคุริคุชินคันเซ็น

โมเตะนาชิโดม

 สึซุมิมง

สึซุมิมง

ตลาดโอมิโจ

คืนนี้ตั้งใจจะนอนพักที่โรงแรมแถวสถานี ดังนั้นหากใครมีของเยอะก็สามารถเข้าไปฝากของไว้กับรีเซปชั่นของโรงแรมที่เราพักก่อนได้เพื่อความสะดวกสบายในการท่องเที่ยว เวลานี้ก็ถึงเวลาอาหารเช้าแล้ว เราไปเริ่มต้นกันที่ตลาดโอมิโจกันก่อนดีกว่า เพื่อความรวดเร็วและความคุ้มค่าสูงสุด ก็ต้องซื้อ Kanazawa Loop Bus Pass มาใช้ในการเดินทางเที่ยวรอบเมือง แต่ใครจะเริ่มต้นด้วยการเดินก็สามารถทำได้เช่นกัน เมื่อมาถึงตลาดโอมิโจ หากยังไม่หิวก็สามารถเดินดูตลาดก่อนได้ เราส่วนใหญ่จะเปิดตั้งแต่เวลา 08.00น. ตลาดแห่งนี้ไม่ได้ขายแค่อาหารทะเลเท่านั้น ที่นี่ยังเป็นตลาดที่รวบรวมผลผลิตและวัตถุดิบชั้นเลิศจากทุกหนแห่งของจังหวัดอิชิคาว่าเอาไว้ด้วยกัน ทั้งปู ปลา ผัก เห็ด และอื่นๆ อีกมากมายล้วนแต่มารวมตัวกันอยู่ที่นี่ สำหรับนักท่องเที่ยวแล้วเป้าหมายหลักของการมาที่นี่ก็คือการกินไคเซนด้ง(ข้าวหน้าปลาดิบรวม) ซึ่งมีร้านอยู่มากมายซ่อนอยู่ตามจุดต่างๆ ของตลาด ร้านส่วนใหญ่ก็ล้วนแต่ได้รับความนิยมของผู้คน ขนาดตอนเช้ายังมีคนต่อคิวกันเยอะแล้ว นี่ก็เป็นเครื่องการันตีว่าของเค้าดีจริง หรือจะกินเป็นอาหารประเภทอื่นก็มีให้เลือกเช่นกัน แถมราคาก็ไม่แพงด้วย

ตลาดโอมิโจ

ตลาดโอมิโจ

Kanazawa Loop Bus Pass
Kanazawa Loop Bus Pass

Kanazawa Loop Bus Pass

นั่งรถบัสท่องเที่ยวได้ไม่จำกัดใน 1 วัน
ราคา: 500 เยน
ซื้อได้ที่:  Hokutetsu Ekimae Center (หน้าสถานีคานาซาว่าฝั่งตะวันออก)
Katamachi Center (หน้าสถานีคานาซาว่าฝั่งตะวันออก บริเวณสถานีรถบัส)
http://www.kanazawa-tourism.com/eng/guide/guide3.php

พิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยศตวรรษที่ 21 คานาซาว่า

พิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยศตวรรษที่ 21 คานาซาว่า

หลังจากกินอาหารเช้าจนอิ่มแล้ว ก็ถึงเวลาที่จะไปเที่ยวต่อ สถานที่ต่อไปก็คือพิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยศตวรรษที่ 21 คานาซาว่า ด้วยการนั่งรถบัสต่อมาอีกเพียงไม่กี่นาทีเท่านั้น หากใครเลือกเดินก็สามารถทำได้หากไม่รีบ ทำไมถึงเลือกมาที่นี่ก่อนสวนหรือปราสาท นั่นก็เพราะเวลานี้จะเป็นเวลาประมาณเที่ยง แสงแดดอาจจะแรงและตรง จึงไม่อยากที่จะไปเที่ยวในเวลานี้ ดังนั้นเราไปเที่ยวในที่ร่มก่อนดีกว่า พิพิธภัณฑ์แห่งนี้มีขนาดใหญ่ แถมมีความสวยงามและความสนุกแฝงเข้าไปในงานแต่ละชิ้น ใครที่ชอบแนวนี้คงจะแช่อยู่ที่นี่นานแน่นอน หรือใครเที่ยวไว ก็ลองแวะไปจิบชากินขนมหวานสไตล์ตะวันตกที่คาเฟ่ PATISSERIE OFUKU HIROSAKA ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง หรือจะลองไปกินขนมโมจิโบราณที่ร้าน Tsubomi ก็น่าสนใจไม่น้อย

พิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยศตวรรษที่ 21 คานาซาว่า

พิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยศตวรรษที่ 21 คานาซาว่า

พิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยศตวรรษที่ 21 คานาซาว่า

Tsubomi

ร้านขนมหวานแบบญี่ปุ่น มีทั้งเซ็ทโมจิ พาเฟ่ต์ หรืออาหารเบาๆ ให้เลือกมากมายในบรรยากาศที่เหมือนกับบ้าน
เวลาเปิดบริการ: 11:00น. – 19:00น.

ตอนนี้ก็ใกล้เข้าสู่ช่วงเย็นแล้ว ถึงเวลาที่จะไปสวนเคนโรคุเอน 1 ใน 3 สวนที่สวยที่สุดในประเทศญี่ปุ่น หากใครยังอยู่แถวพิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยศตวรรษที่ 21 คานาซาว่า ก็สามารถเดินข้ามถนนไปที่สวนได้เลย เมื่อจ่ายค่าเข้าแล้ว ก็เดินชมสวนกันไปยาวๆ  ค่อยๆ ละเมียดละไมไปกับสวนในแต่ละจุด เที่ยวแบบช้าๆ ไม่ต้องรีบ แวะดื่มชาในโรงน้ำชาด้วยก็ได้ จุดเด่นของสวนที่หากไม่ไปชมก็เหมือนกับไม่ได้ไปคานาซาว่าก็คือ โคมหินโคโตจิ ซึ่งเป็นโคมไฟหินสองขา มีขานึงอยู่ในน้ำ และอีกขานึงอยู่บนดิน เป็นสัญลักษณ์ของสวนเคนโรคุเอนที่สวยงาม ประกอบกับฉากหน้าและฉากหลังที่วางองค์ประกอบได้อย่างลงตัว หากได้มาในช่วงฤดูใบไม้ร่วงจนถึงปลายฤดูหนาว เราก็จะได้พบกับยูคิสึริ หรือเชือกขึงกิ่งไม้ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์สำคัญของสวนเคนโรคุเอนและเมืองคานาซาว่า

ยูคิสึริคือเทคนิคการเพิ่มความแข็งแรงของต้นไม้ เป็นการป้องกันการแตกหักจากการทับถมของหิมะที่ตกลงมาอย่างหนักในช่วงฤดูหนาว เป็นเทคนิคที่ได้รับความสนใจจากคนญี่ปุ่นเป็นอย่างมาก และขั้นตอนการติดตั้งนั้น ก็เป็นการทำด้วยแรงงานคนล้วนๆ ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจที่ยูคิสึริกลายมาเป็นจุดเด่นของเมืองคานาซาว่าได้อย่างไม่น่าแปลกใจ

ยูคิสึริ

สวนเคนโรคุเอน

ซากุระในสวนเคนโรคุเอน

สวนเคนโรคุเอน

สวนเคนโรคุเอน

เมื่อเดินเที่ยวจนพอใจแล้ว ก็ยังพอจะมีเวลาข้ามไปเที่ยวปราสาทคานาซาว่าได้ด้วย ถ้าหากมาช่วงต้นเดือนเมษายน เราก็จะได้พบกับดอกซากุระบานรอบประตูอิชิคาว่า เป็นภาพที่สวยงามน่าชมมากเลยทีเดียว แต่ครั้งนี้เลือกที่จะนั่งรถต่อไปยังโรงน้ำชาชื่อดังแห่งคานาซาว่า ฮิงะชิ ชายะ ไก นั่งรถบัสและเดินอีกเพียงเล็กน้อยก็เข้ามาถึงถนนที่คุ้นตา ถนนที่สวยงามและดูสงบนิ่ง ไม่เหมือนกับสถานที่ท่องเที่ยว ย่านโรงน้ำชาแต่เดิมนั้น ใช้เป็นที่สำหรับให้บริการด้านความบันเทิงสำหรับลูกค้าตั้งแต่สมัยเอโดะ จนในปี 1820 ก็ถูกแบ่งออกเป็น 4 เขต และย้ายที่ตั้งออกจากใจกลางเมือง ส่วนเขตที่ใหญ่ที่สุดก็คือ ฮิงะชิ ชายะ ไก บริเวณชั้นที่หนึ่งของอาคารร้านค้าต่างๆ จะมีระแนงไม้แนวตั้งติดไว้อยู่ทุกที่ เรียกว่าคิมุสุโคะ ปัจจุบันนี้ร้านต่างๆ ก็เริ่มมีการปรับเปลี่ยนเป็นร้านค้า ร้านขนมกันมากขึ้นแต่ก็ยังคงความเป็นโรงน้ำชาเก่าแก่ไว้อย่างดี เมื่อเที่ยวเสร็จแล้วเราก็นั่งรถบัสกลับไปที่โรงแรมพักผ่อนเตรียมลุยคานาซาว่าต่ออีกหนึ่งวัน

โรงน้ำชาฮิงะชิ ชายะ ไก

เซ็ทน้ำชาและขนมหวาน

ถนนเคนโรคุเอน

FOLLOW US ON
FACEBOOK