จัดอันดับแหล่งท่องเที่ยวฟรีในญี่ปุ่นที่ต้องเช็คอินจากการจัดอันดับ Trip Advisor 2017

TripAdvisor ได้รวบรวมรายชื่อสถานที่ท่องเที่ยว และจุดชมวิวฟรีที่ดีที่สุดในญี่ปุ่นประจำปี 2017 โดยการจัดอันดับและรวมรวมข้อมูลจากเว็บไซด์มาทั้งหมด 20 อันดับ แต่เราจะเลือกมาสัก 5 อันดับที่น่าสนใจว่ามีอะไรบ้าง รับประกันได้เลยว่าสวยและน่าไปเช็คอินไม่แพ้แหล่งท่องเที่ยวดังๆ ที่ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมแรกเข้าเลยล่ะ

1. Tokyo Metropolitan Government Building (ตึกศาลาว่าการกรุงโตเกียว)

ติดโผมาเป็นอันดับ1 กับ Tokyo Metropolitan Government Building ของรัฐบาลตั้งอยู่ที่ ชินจูกุ เปิดให้ขึ้นไปชมวิวที่ชั้น 45 โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายซักเยน ตัวตึกมีอยู่ 2 อาคาร ได้แก่ North Tower และ South Tower ตั้งอยู่ทางทิศเหนือ และ ทิศใต้ บริเวณที่เปิดให้ขึ้นไปชมวิวเป็นชั้น 45 ที่ระดับความสูง 202 เมตร สามารมองเห็นวิวได้แบบพาโนรามา ทำให้นักท่องเที่ยวจำนวนมากเดินไปที่อาคารเพื่อชมวิวสวยๆ ถ้าไม่กี่ปีที่ผ่านมาคุณจะไม่เห็นคนต่อคิวขึ้นลิฟท์ แต่ตอนนี้ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกแต่อย่างใดที่จะเห็นคนต่อคิวยาวเหยียดเกือบถึง 50 เมตรในตอนเที่ยงของวันธรรมดา

2. Hiroshima National Peace Memorial Hall for the Atomic Bomb Victims

(หอรำลึกถึงผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ทิ้งระเบิดปรมาณูแห่งชาติฮิโรชิม่า)

ที่นี่คือสถานที่ที่สร้างขึ้นเพื่อไว้อาลัยผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ทิ้งระเบิดปรมาณูและเผยแพร่ประสบการณ์การประสบเหตุการณ์ทิ้งระเบิดปรมาณูของผู้เสียหาย เปิดในเดือนสิงหาคม ปีค.ศ. 2002 หออนุสรณ์แห่งนี้ยังให้ผู้เข้าชมได้มีโอกาสดูและฟังข้อมูลต่างๆ เช่น บันทึกความทรงจำเกี่ยวกับระเบิดปรมาณู วิดีโอเปิดเผยข้อเท็จจริงจากผู้รอดชีวิต รวมถึงเผยแพร่ชื่อและรูปถ่าย (ภาพวาด) ของเหยื่อผู้เสียชีวิตจากระเบิดปรมาณูต่อสาธารณชน นอกจากนี้ ทั้งยังมีการจัดการอ่านบันทึกความทรงจำและบทกวีเกี่ยวกับระเบิดปรมาณู

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.hiro-tsuitokinenkan.go.jp/

3. Shugakuin Imperial Villa

(พระตำหนักชุงะคุอิน)

อยู่ที่เกียวโต สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 17 ตามบัญชาของพระจักรพรรดิโกมิซูโน มีการต่อเติมพระตำหนักเเห่งนี้หลายครั้งด้วยกัน โดยครั้งสุดท้ายนั้นคือ ค.ศ.1964 บริเวณโดยรอบพระตำหนักนั้นเป็นพื้นที่เกษตรกรรมที่ทางสำนักพระราชวังญี่ปุ่นยังคงให้ชาวบ้านได้เช่าทำการเกษตรมาจนถึงทุกวันนี้ โดยมีการเเบ่งพื้นที่ออกเป็น 3 ส่วนด้วยกัน คือพระตำหนักส่วนบน, ส่วนกลาง เเละส่วนล่าง และเปิดให้เข้าชมถึง 5 รอบและไม่ต้องเสียค่าเข้าด้วย แต่มีข้อแม้ว่าต้องจองล่วงหน้า เน้นการเดินที่สวนเป็นหลัก

ดูรายละเอียดตามนี้ได้เลย http://sankan.kunaicho.go.jp/order/index_EN.html

วิธีเดินทางก็คือ เดิน 10-15 นาที จากสถานี Shugakuin Station [Eizan Railway Line]

4. Katsura Imperial Villa

(พระตำหนักคัตสึระ)

สร้างขึ้นโดยเจ้าชายโทชิฮิโตะใน ค.ศ.1645 โดยออกแบบขึ้นเพื่อให้เหมือนฉากในตำนานเก็นจิ นวนิยายอันโด่งดังในศตวรรษที่ 11 ที่นี่มีความงดงามทางด้านสถาปัตยกรรม ,สวนญี่ปุ่นและเรือนน้ำชาที่ออกแบบแตกต่างกันไปจนกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวชื่อดัง ทั้งยังเคยได้ได้รับการกล่าวถึงในหนังสือของสถาปนิกชาวเยอรมันที่มีชื่อเสียงมากมายเช่น บรูโน เทาต์ ,เลอกอร์บูซีเยและวอลเตอร์ โกรเปียส สำหรับการเข้าชมสามารถชมได้แค่เฉพาะภายนอกประมาณ 1 ชั่วโมงและต้องติดต่อกับสำนักพระราชวังล่วงหน้า 2-3 วันในวันธรรมดา และไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด

5. Kyoto Museum of Traditional Crafts

(พิพิธภัณฑ์หัตถกรรมพื้นบ้านเกียวโต)

พิพิธภัณฑ์นี้มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมงานฝีมือแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่นทุกรูปแบบ ตั้งแต่ผ้าทอนิชิจิน-โอะริ ไปจนถึงตุ๊กตาแบบเกียวโต เกียว-นินเกียว มีการแสดงและการฝึกอบรม เช่นการเต้นรำแบบดั้งเดิมโดยไมโกะ ผู้ฝึกงานเป็นเกอิชา รวมทั้งการสาธิตการทำงานฝีมือโดยผู้เชี่ยวชาญสิ่งทอ พิพิธภัณฑ์มีทั้งหมด 4 ชั้น ชั้นแรกเป็นนิทรรศการตามแผนงานและบางครั้งใช้จัดแสดงผลงานของศิลปิน ชั้นสองจัดแสดงนิทรรศการศิลปะ ซึ่งล้วนเป็นผลงานระดับครูของมหาวิทยาลัยศิลปะโบราณเกียวโต

สถานที่อื่น ๆ ที่ติดอันดับในรายการคือสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับโรงเบียร์ โดยเฉพาะ ฮอกไกโด,ชิซูโอกะ, ไอจิ, เกียวโตและโอซาก้า ซึ่งรวมถึงโรงงานเบียร์อาซาฮีในฮอกไกโด,ซุยตะ (โอซาก้า) นาโกย่า (ไอจิ) และ "Baird Brewery Garden Shuzenji" ใน ชิซูโอกะ และโรงงาน Suntory Kyoto Beer ในเมืองเกียวโต ซึ่งทั้งหมดทัวร์เข้าชมได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย คุณสามารถชิมเบียร์ได้ฟรีที่โรงงาน Asahi Beer ทั้งสามแห่ง และ Suntory Beer Factory

และที่ติดอันดับเป็นครั้งแรกในปีนี้คือ โนซาว่าออนเซ็นเป็นน้ำพุร้อนที่ ตั้งอยู่ในจังหวัดนากาโนะ น้ำแร่ของน้ำพุร้อนที่โนซาวะมีคุณภาพดีกว่าที่อื่น ๆ เพราะเป็นน้ำพุธรรมชาติจาก 30 แหล่งที่ถูกส่งไปยังเรียวกัง(โรงแรมแบบญี่ปุ่น)และไปยังที่อาบน้ำสาธารณะอีก 13 แห่ง

และ "TOTO MUSEUM" พิพิธภัณท์เพียงแห่งเดียวของญี่ปุ่นที่เน้นการจัดแสดงสุขภัณท์ที่ใช้ภายในห้องน้ำที่ติดอันดับปีนี้เป็นปีแรกเช่นกัน โดยจะเป็นผลิตภัณท์แบรนด์ TOTO ที่เป็นหนึ่งในแบรนด์สุขภัณท์ที่มีเสียงชื่อและเก่าแก่มากของญี่ปุ่น โดยสร้างขึ้นเพื่อฉลองอายุครบ 100 ปีของบริษัท ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 1917 และได้เปิดพิพิธภัณท์แห่งนี้เมื่อวันที่ 28สิงหาคม 2015 โดยสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่คิตะคิวชู ฟุคุโอกะที่นี่คุณสามารถเรียนรู้เกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของธุรกิจและการพัฒนาผลิตภัณฑ์รวมทั้ง บทบาทของ TOTO ในประวัติศาสตร์การประปาและวิวัฒนาการทางวัฒนธรรมการประปา

แหล่งที่มาและภาพประกอบ : http://www.moshimoshi-nippon.jp/75873

FOLLOW US ON
FACEBOOK