HOME ท่องเที่ยว เทรนด์ ข้อมูลอัพเดต 5 นิทรรศการน่าสนใจตลอดฤดูร้อนในโตเกียวที่เหล่าคนรักศิลปะไม่ควรพลาด

5 นิทรรศการน่าสนใจตลอดฤดูร้อนในโตเกียวที่เหล่าคนรักศิลปะไม่ควรพลาด

SHARE THIS

หน้าร้อนในญี่ปุ่นนอกจากจะเต็มไปด้วยเทศกาลอันสนุกสนาน ดอกไม้ไฟ และเสียงจักจั่นที่ช่วยสร้างบรรยากาศแล้ว สำหรับผู้ที่เดินทางไปยังโตเกียวในช่วงนี้ ยังมีนิทรรศการศิลปะที่น่าสนใจมากมายที่จัดขึ้นตามสถานที่ต่างๆ ซึ่งเราได้รวบรวมมาแนะนำทั้งหมด 5 เทศกาลที่ไม่ใช่แค่สำหรับผู้ที่รักศิลปะเท่านั้น แต่คนที่รักการ์ตูน ชื่นชอบวัฒนธรรม เทคโนโลยี และประวัติความเป็นมาของประเทศญี่ปุ่น ก็สามารถแวะไปสัมผัสกับนิทรรศการที่น่าสนใจเหล่านี้ได้เช่นกัน

 

1. นิทรรศการ “Delicious! Animating Memorable Meals”

เริ่มต้นกันด้วยนิทรรศการจากค่ายอนิเมชั่นญี่ปุ่นที่อยู่ในใจของใครหลายๆ คนอย่าง “สตูดิโอจิบลิ” โดยนิทรรศการ “Delicious! Animating Memorable Meals” นี้ จะเป็นการรวบรวมภาพนิ่งจากอนิเมชั่นเรื่องต่างๆ ที่เป็นผลงานของสตูดิโอ ภายใต้ธีม “ฉากอาหารแสนอร่อย” ที่เคยปรากฏให้เห็นกันแทบทุกเรื่อง และอาจเคยทำให้ทุกคนน้ำลายสอกันมาแล้ว โดยทุกภาพนั้นผ่านการคัดเลือกและรวบรวมโดยโกโระ มิยาซากิ (Goro Miyazaki) ลูกชายของฮายาโอะ มิยาซากิ (Hayao Miyazaki) ที่เคยมีผลงานการกำกับอนิเมชั่นเรื่องดังอย่าง “Tales from Earthsea” และ “From Up on Poppy Hill” มาแล้ว

ระยะเวลาจัดนิทรรศการ: ตั้งแต่ตอนนี้ไปจนถึงเดือนพฤศจิกายน 2018

สถานที่: พิพิธภัณฑ์จิบลิ (GHIBLI MUSEUM)

การเดินทาง: ขึ้นรถไฟสาย JR Chuo มาลงที่สถานี Mikata จากนั้นขึ้นรถ Loop Bus ไปลงที่หน้าพิพิธภัณฑ์

ค่าเข้าชม: 1,000 yen (300 บาท)

 

2. นิทรรศการ “TeamLab Borderless”

ประเทศญี่ปุ่นนั้นได้ชื่อว่าเป็นเจ้าแห่งเทคโนโลยีมาตั้งแต่ไหนแต่ไร จนทำให้ในปัจจุบันกลายเป็นหนึ่งในประเทศที่ผลิตสินค้าหลากหลายรูปแบบที่มีความก้าวล้ำออกมามากมาย และรวมถึงงานนิทรรศการศิลปะอันล้ำสมัยอย่าง TeamLab Borderless” ด้วยเช่นกัน นิทรรศการแห่งนี้เป็นนิทรรศการชุดแรกที่ใช้เปิดตัวพิพิธภัณฑ์ศิลปะดิจิทัล “MORI Building DIGITAL ART MUSEUM” ที่เต็มไปด้วยความสวยงามและน่าตื่นตาจากการแปรเปลี่ยนพื้นที่การสร้างสรรค์งานศิลปะด้วยพู่กันบนผ้าใบ มาเป็นงานศิลปะแบบดิจิทัลที่รังสรรค์ขึ้นด้วยเทคโนโลยีที่ผสมผสานหลากหลายศาสตร์เข้าด้วยกัน และเชื่อว่าพิพิธภัณฑ์แห่งนี้จะกลายเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตในอนาคตอย่างแน่นอน

ระยะเวลาจัดนิทรรศการ: ตั้งแต่วันที่ 21 มิถุนายน 2018 เป็นต้นไป

สถานที่: พิพิธภัณฑ์ศิลปะดิจิตอล โมริ บิวล์ดิ้ง (MORI Building DIGITAL ART MUSEUM)

การเดินทาง: ขึ้นรถโมโนเรลสาย Yurikamome มาลงที่สถานี Aomi

ค่าเข้าชม: 3,200 yen (960 บาท)

 

3. นิทรรศการ “Jomon: 10,000 Years of Prehistoric Art in Japan”

“ยุคโจมง” ของประเทศญี่ปุ่นนั้นหมายถึงช่วงเวลากว่า 14,000 ปีก่อนคริสต์ศักราช ซึ่งนักวิชาการบางส่วนยังเชื่อว่าสมัยนั้นแผ่นดินประเทศญี่ปุ่นยังเชื่อมต่อกับแผ่นดินทวีปเอเชียด้วยน้ำแข็ง ผู้คนในสมัยนั้นดำรงชีวิตด้วยการล่าสัตว์ หาของป่า และใช้เครื่องมือที่ทำจากหิน ซึ่งนิทรรศการ Jomon: 10,000 Years of Prehistoric Art in Japan” นั้นได้นำงานศิลปะรวมถึงเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันหลากหลายรูปแบบทั้งถ้วยชาม รูปปั้น อุปกรณ์ต่างๆ ที่ถูกสร้างจากหินและเครื่องปั้นดินเผาในยุคโจมง ซึ่งมีอายุมากกว่าหมื่นปีมาจัดแสดงให้ชมกัน ไล่เรียงตามลำดับเวลาตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นมาจนถึงช่วงสิ้นสุดยุค นับว่าเป็นผลงานที่หาโอกาสชมได้ยากและไม่ควรพลาด

ระยะเวลาจัดนิทรรศการ: 2 กรกฎาคม – 2 สิงหาคม 2018

สถานที่: พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติโตเกียว (Tokyo National Museum)

การเดินทาง: ตั้งอยู่ที่สวนอูเอโนะ (Ueno Park) ติดกับสถานี Ueno

ค่าเข้าชม: 1,600 yen (480 บาท)

4. นิทรรศการ “The Ryukyu Kingdom: A Treasure Chest of Beauty”

เมื่อพูดถึงโอกินาว่านั้น หลายคนอาจนึกถึงภาพชายหาดสวยๆ และน้ำทะเลใสๆ ขึ้นมาเป็นอันดับแรก แต่นอกเหนือจากการเป็นเมืองที่ขึ้นชื่อเรื่องความสวยงามของท้องทะเลแล้ว โอกินาว่ายังมีประวัติศาสตร์ความเป็นมาที่น่าสนใจจากการที่เคยเป็น “อาณาจักรริวกิว” อาณาจักรทางใต้ที่เคยรุ่งเรืองอย่างมากในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น โดยนิทรรศการ The Ryukyu Kingdom: A Treasure Chest of Beauty” นั้นเป็นการนำงานศิลปะ ชุดกิโมโน และข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ในยุคนั้นมาจัดแสดงให้ชมกัน ซึ่งความโดดเด่นของผลงานจากอาณาจักรริวกิวนั้น คือการได้รับอิทธิพลจากประเทศจีนมาอย่างเข้มข้น ทำให้เมื่อดูเผินๆ อาจมีความคล้ายคลึงกับงานศิลปะแบบจีน แต่เมื่อมองในรายละเอียดแล้วจะพบว่ามีการผสมผสานกลิ่นอายของท้องถิ่นอันเป็นเอกลักษณ์และความเป็นญี่ปุ่นลงไปอย่างลงตัว

ระยะเวลาจัดนิทรรศการ: 18 กรกฎาคม – 2 สิงหาคม 2018

สถานที่: พิพิธภัณฑ์ศิลปะซันโทรี่ (Suntory  Museum of Art)

การเดินทาง: ขึ้นรถไฟใต้ดินสาย Hibiya หรือ Oedo ไปลงที่สถานี Roppongi

ค่าเข้าชม: 1,300 yen (390 บาท)

5. นิทรรศการ “Bento-Design for Eating, Gathering and Communicating”

นิทรรศการลำดับสุดท้าย เป็นวัฒนธรรมในชีวิตประจำวันแบบญี่ปุ่นที่ถูกใจใครหลายคน นั่นก็คือ “เบนโตะ” หรือข้าวกล่องสไตล์ญี่ปุ่น ที่มีการผสมผสานทั้งเมนูหลากหลายรูปแบบ เข้ากับไอเดียการตกแต่งกล่องข้าวในสไตล์ต่างๆ อย่างสวยงามและน่ารัก ในนิทรรศการ Bento-Design for Eating, Gathering and Communicating” นั้น จะไม่ใช่แค่การจัดแสดงภาพถ่ายเบนโตะในแบบต่างๆ เพียงเท่านั้น แต่ยังมีการให้ความรู้และบอกเล่าแนวคิดต่างๆ ผ่านมุมมองของชุมชนนักออกแบบในญี่ปุ่น ซึ่งจะทำให้เราเข้าใจได้ว่าเหตุใดวัฒนธรรม “เบนโตะ” นั้นถึงมีความสำคัญ มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และอยู่คู่กับประเทศญี่ปุ่นมาจนถึงทุกวันนี้

ระยะเวลาจัดนิทรรศการ: 21 กรกฎาคม – 8 ตุลาคม 2018

สถานที่: พิพิธภัณฑ์ศิลปะมหานครโตเกียว (Tokyo Metropolitan Art Museum)

การเดินทาง: ตั้งอยู่ที่สวนอูเอโนะ (Ueno Park) ติดกับสถานี Ueno

ค่าเข้าชม: 800 yen (240 บาท)

 

แหล่งที่มาเรื่องและภาพ : savvytokyoghibli-museumborderless.teamlab.artsuntoryartexhibitiontobikan

SHARE THIS
FOLLOW US ON
FACEBOOK