HOME ท่องเที่ยว อัพเดตท่องเที่ยว 1 วันใน คิจิโจจิ – Kichijoji สายฮิป (& ดาร์ค) ทำอะไรได้บ้าง Part 2

1 วันใน คิจิโจจิ – Kichijoji สายฮิป (& ดาร์ค) ทำอะไรได้บ้าง Part 2

สวัสดีค่ะทุกคนนน หลังจากที่คราวก่อนพาทุกคนไปเที่ยว 1 วันใน คิจิโจจิ - Kichijoji ย่านสุดฮิปในโตเกียว เดินชมสวน ช็อปปิ้งถ่ายรูปเก๋ๆ ไปแล้ว คราวนี้เราก็ยังอยู่ที่คิจิโจจิค่ะ แต่คราวนี้เราจะพาไปที่กินดื่มกันด้วยเล็กน้อย (เอาใจสายดาร์คบ้างอะไรบ้าง) เข้ามิวเซียม เข้าวัดเข้าวากันบ้างประปราย นั่นไง อยากรู้กันแล้วล่ะสิว่าจะพาไปไหนบ้าง งั้นไปกันเล้ยยย

GHIBLI MUSUEM

มาเริ่มกันที่แรกแบบใสๆ กันก่อนที่ สตูดิโอ จิบลิ มิวเซียม แหล่งรวบรวมผลงานอนิเมะจากค่ายจิบลิ ที่ทุกคนน่าจะรู้จักกันดี ก็น่าจะเป็นเจ้าโทโทโร่ หรือการ์ตูนเรื่อง Spirited Away ดังนั้นหากใครมาญี่ปุ่นและเป็นแฟนค่ายนี้จะต้องมาให้ได้สักครั้ง เมื่อมาแล้วก็จะได้ฟินไปกับตัวละครหรือบรรยากาศที่ถูกจำลองออกมาให้จับต้องได้และใกล้ชิดกันแบบฟินๆ

แต่ๆ แม้ใครจะไม่ใช่แฟนตัวยงของค่ายนี้หรือไม่เคยรู้จักมาก่อนก็มาได้นะคะ เพราะด้านในนอกจากความน่ารักก็ยังสอดแทรกความรู้ให้เราด้วย เพราะเขามีห้องจำลองขั้นตอนทำอนิเมะเรื่องต่างๆ ห้องทำงานจำลองของคุณ Hayao Miyazaki ผู้ก่อตั้งอีกด้วย ไม่แน่นะจากคนที่ไม่รู้จักเลยไปแล้วอาจจะกลายเป็นแฟนคลับค่ายจิบลิไปเลยก็ได้ อ้อ ! หากใครสนใจจะต้องจองตั๋วล่วงหน้าทางออนไลน์เท่านั้นค่ะ สามารถจองได้ที่นี่เลย

ที่ตั้ง : 1-1-83 Simorenjaku, Mitaka-shi,Tokyo 181-0013
การเดินทาง : สามารถมาได้ 2 วิธี จาก Kichijoji Station (吉祥寺駅) เดินมาทาง Inokashira Park และทะลุออกทางด้านหลังของสวน ใช้เวลาประมาณ 20 นาทีค่ะ ส่วนอีกวิธีหนึ่งก็คือ Mitaka Station (三鷹駅) ทางออก South Exit ขึ้นรถบัสจากป้ายหมายเลข 9 สาย Loop Bus Via Ghibli Museum
เวลา : 10.00-18.00 น.
ราคา : ผู้ใหญ่ 1,000 เยน, เด็ก 13-18 ปี 700 เยน, เด็ก 7-12 ปี 400 เยน, เด็ก 4-6 ปี 100 เยน
เว็ปไซต์ : http://www.ghibli-museum.jp/en/

Temari no Ouchi Cat Cafe

เมื่อคิวท์แล้วก็ต้องคิวท์ไปให้สุดกับคาเฟ่แมวใจกลางย่านคิจิโจจินามว่า “เทะมาริโนะโอจิ” หากเดินมาจากสถานีคิจิโจจิก็ไม่ยากเลย เพราะใช้เวลาแค่ 5 นาทีเท่านั้นเอง ร้านจะอยู่บนชั้น 3 ค่ะ เมื่อขึ้นไปแล้วก็ต้องร้องว้าว เพราะเหมือนกำลังเดินเข้าไปในป่าที่เป็นอาณาจักรของน้องแมวทั้ง 20 ตัว มีหลากหลายสายพันธุ์ แถมยังมารอต้อนรับลูกค้าอย่างรู้งานอีกต่างหาก

นอกจากน้องแมวจะน่ารักน่ากอด อาหารของที่ร้านนี้ก็น่ารักไม่แพ้กันเลย เมนูก็มีให้เลือกหลากหลายทั้งแกงกะหรี่ มันฝรั่งทอด ชีสเค้ก สโคนโฮมเมด ชา กาแฟ ช็อกโกแลตร้อน น้ำผลไม้ ฯลฯ แต่ต้องระวังอย่าให้น้องแมวมาแย่งขนมเรานะ ถ้าจะให้ต้องซื้อขนมสำหรับน้องในราคา 300 เยนค่ะ (ประมาณ 90 บาท) จะได้ใกล้ชิดกันมากขึ้นเนอะ และที่สำคัญต้องปฏิบัติตามกฏของทางร้านด้วย เช่น ห้ามกอด ห้ามถ่ายรูปใช้แฟลช ห้ามให้ของเล่นที่เอามาจากข้างนอก เป็นต้น ช่วยกันปฏิบัติตามเพื่อสุขภาพที่ดีของน้องๆ นะคะ

ที่ตั้ง : 2 −13-14 Kichijoji Honcho, Musashino, Tokyo, 180-0004 Musashi Forum lll, 3F
การเดินทาง : จาก Kichijoji Station (吉祥寺駅) ทางออก Central Exit (North Exit) เดินต่อ 5 นาทีร้านอยู่ในซอยด้านหลังห้าง Tokyu
เวลา : 10.00-21.00 น.
ราคา : ค่าเข้าไม่จำกัดเวลา วันธรรมดา 1,200 เยน วันหยุด 1,600 เยน ค่าเข้าหลัง 19.00 น. เป็นต้นไป 700 เยน
เว็ปไซต์ : http://www.temarinoouchi.com/ (ภาษาญี่ปุ่น)

Musashino Hajimangu Shrine

เที่ยวอะไรมุ้งมิ้งกันไปแล้ว ก่อนจะไปหาอะไรทานเรามาสงบจิตสงบใจที่ศาลเจ้า “มุซาชิโนะฮาจิมังงุ” กันหน่อย เขาบอกว่าศาลเจ้าแห่งนี้เป็นศาลเจ้าที่ใหญ่ที่สุดในเขตมุซาชิโนะซึ่งมีคิจิโจจิเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ แต่เดิมคิจิโจจิเป็นชื่อของชุมชนที่ตั้งอยู่ในแถบซุยโดบาชิมาก่อน แต่เมื่อเกิดเหตุไฟไหม้ขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1657 ผู้คนแถวนั้นก็ถูกสั่งให้ย้ายมาตั้งบ้านเรือนใหม่ที่มุซาชิโนะแห่งนี้ และเมื่อมีชุมชนก็ต้องมีศาลเจ้าใช่ไหมล่ะคะ มุซาชิโนะฮาจิมังงุเลยถูกสร้างขึ้นและกลายเป็นที่สักการะบูชาของชาวญี่ปุ่นมาจนถึงทุกวันนี้ค่ะ

แม้ว่าพื้นที่โดยรอบศาลเจ้าแห่งนี้จะมีห้างสรรพสินค้า หรือย่านการค้าอย่างคิจิโจจิล้อมรอบแต่เมื่อเข้ามาในพื้นที่กว่า 4,300 ตารางเมตร ของมุซาชิโนะฮาจิมังงุแล้วเราจะได้พบกับความเงียบสงบซึ่งต่างจากด้านนอกไปโดยสิ้นเชิง นอกจากนี้ที่นี่ยังมีรูปปั้นจักรพรรดิโอจินที่เป็นเทพเจ้าแห่งธนูให้มาสักการะกันด้วย ใครอยากมาขอพรเอาฤกษ์เอาชัยที่คิจิโจจิก็อย่าลืมมาที่นี่นะคะ อ้อ ! และถ้ามาช่วงฤดูใบไม้ร่วงทางศาลเจ้าก็จะมี Autumn Festival ที่เขาจะมีงานแห่เกี๊ยวให้ชมด้วย

ที่ตั้ง : 1-1-23, Higashicho, Kichijoji, Musashino, Tokyo 180-0002
การเดินทาง : จาก Kichijoji Station (吉祥寺駅) ทางออก Central Exit (North Exit) เดินต่อ 8 นาที

Harmonica Kitchen

ตกค่ำมาหน่อยก็ได้เวลาหาอะไรรองท้อง นั่งดื่มชิวๆ เมื่อตอนที่ 1 เราได้เกริ่นถึงตรอก Harmonica แหล่งกินดื่มประจำย่านคิจิโจจิไป คราวนี้เราจะพามาล้วงลึกตรอกนี้อีกนิดค่ะ ร้าน Harmonica Kitchen เขาบอกว่าเป็นเหมือนหน้าตาให้กับตรอกฮาร์โมนิก้า เพราะเดินเข้าตรอกมาปุ๊ปก็เจอปั๊ป แถมชื่อก็บอกถิ่นที่อยู่ไว้ชัดเจนขนาดนี้

ร้านนี้เขาจะเป็นร้านกึ่งๆ บาร์หน่อยๆ ชั้น 1 จะเป็นที่นั่งแบบเคาท์เตอร์ ชั้น 2 เป็นโต๊ะสำหรับมาเป็นหมู่คณะ และชั้นบนสุดจะเป็นดาดฟ้าให้ขึ้นไปนั่งชิลได้ อาหารของเขาจะเสิร์ฟมาในจานเล็กๆ มีให้เลือกหลากหลาย ส่วนใหญ่เมนูจะเป็นอาหารจีนเอาไว้ทานแกล้มเบียร์ เครื่องดื่มเขาก็จะมีเบียร์หรือเหล้าให้เลือกหลากหลายชนิดให้ลิ้มลองกัน

ที่ตั้ง : 1-1-2 Kichijoji Honcho, Musashino, Tokyo,180-0004
การเดินทาง : จาก Kichijoji Station (吉祥寺駅) ทางออก Central Exit (North Exit) เดินต่อ 1 นาที ร้านอยู่ปากทางฮาร์โมนิก้าโยโกะโจเลยค่ะ
เวลา : วันหยุด 12.00-24.00 น. วันธรรมดา 15.00-24.00 น.

Ahiru Beer Hall

อีกหนึ่งร้านในย่านฮาร์โมนิก้าโยโกะโจที่อยากจะแนะนำให้ทุกคนได้รู้จักกันก็คือร้านน้องเป็ดเหลืองนามว่า อะฮิรุ เบียร์ฮอล แค่ฟังชื่อนี่นักดื่มก็ร้องอู้หูวกันแล้วใช่ไหมล่ะ เป็นเบียร์ฮอลแสดงว่าเครื่องดื่มต้องอลังการงานสร้างแน่ๆ และที่เรียกว่าร้านน้องเป็ดเหลืองก็เพราะว่าหน้าร้านเขามีรูปปั้นเป็ดน้อยสีเหลืองคอยต้อนรับเราอยู่นั่นเอง ทำให้มองหาได้ไม่ยากเลย

โซนหน้าร้านจะเป็น Standing Bar ที่เอาไว้สั่งเครื่องดื่มแล้วจิบกันตรงนั้นเลย แต่หากใครไม่สะดวกแบบนี้ ที่ชั้นสองเขาก็มีโต๊ะให้นั่งกันนะ เหมาะกับการสั่งอาหารมาทานพลางจิบเครื่องดื่มไปเบาๆ อีกด้วย เมนูแนะนำของที่นี่จะเป็นสลัดโรสต์บีฟที่จะเหมาะมากถ้าได้ทานกับไวน์ ซึ่งเขาก็มีให้เราเลือกชนิดและยี่ห้อต่างๆ เยอะมากๆ ด้วยค่ะ

ที่ตั้ง : 1-1-2 Kichijoji Honcho, Musashino, Tokyo,180-0004
การเดินทาง : จาก Kichijoji Station (吉祥寺駅) ทางออก Central Exit (North Exit) เดินต่อ 1 นาที จากปากซอยฮาร์โมนิก้าโยโกะโจ เดินตรงเข้ามาและเลี้ยวซ้าย
เวลา : กลางวัน 11.30-15.00 น. บาร์ 15.00-24.00 น.

แหล่งที่มา :  http://musashino-kanko.com/en/enjoy/spot/
https://retrip.jp/articles/66860/?page=2
http://karenkaren.jp/129098?from=karen_ios
http://www.ghibli-museum.jp/en/welcome/

FOLLOW US ON
FACEBOOK

Haruna_SP

หลังจากไปเรียนแลกเปลี่ยนที่โตเกียวมาเป็นเวลา 1 ปีเต็มก็หอบเอาประสบการณ์ในญี่ปุ่นทั้งหมดกลับมาเรียนต่อเป็นนิสิตชั้นปีที่ 5 นิสิตเอกญี่ปุ่น คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยทั้งเรื่องเที่ยว ไบต์ ที่ช็อปปิ้ง แฟชั่น การใช้ชีวิต คาเฟ่เก๋ๆ รวมไปถึงคลังรูปนับพันที่ตะบี้ตะบันถ่ายกลับมาด้วยกล้องคู่ใจ และมีแนวโน้มว่ามันจะต้องเพิ่มเป็นหมื่นเป็นแสนแน่ๆ หลังจากนี้ !