แชร์ประสบการณ์พัก Airbnb ที่ฮากาตะ และโตเกียว อบอุ่นเหมือนอยู่บ้านโฮสท์แฟมิลี่ ที่ไม่อาจลืมเลือน

ถึงเวลาไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่น สิ่งสำคัญรองจากตั๋วเครื่องบิน ก็คงหนีไม่พ้นการเลือกโรงแรมที่พักกันใช่ไหมล่ะคะ ซึ่งโรงแรมในญี่ปุ่นก็มีเยอะมากมายบางครั้งเราก็เลือกไม่ถูก วันนี้แอดนิดาขอแชร์ประสบการณ์การเข้าพักบ้านคนญี่ปุ่น โดยจองผ่าน AirBNB ค่ะ

จุดเริ่มต้องบอกว่าย้อนกลับไปเมื่อประมาณ 3 ปีที่แล้ว ตอนนั้นแอดนิดาได้ยินว่ามีบริการที่พักแบบที่เราเข้าไปพักในบ้านของคนท้องถิ่นแท้ ๆ หรือที่เรียกว่า AirBNB ซึ่งตอนนั้นก็กำลังจะไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่นด้วยค่ะ เลยคุยกับเพื่อนร่วมทริปว่าเราจะพักอันนี้กันนะ และแล้ว Tokyo ครั้งแรกของพวกเราก็ได้พักที่ Kiyo's House ไม่ไกลจากวัดอาซาคุสะ

Kiyo's House

Kiyo’s House

Kiyo's House คิโยเฮ้าส์ เป็นบ้านตึก 2 ชั้น พร้อมด้วยชั้นดาดฟ้า โดยแอดนิดาและเพื่อน ๆ ได้พักในห้องบนชั้นดาดฟ้าค่ะ เป็นส่วนตัวมากๆ จะมีก็แค่หนุ่มๆ นักท่องเที่ยวเหมือนกันขึ้นมาสูบบุหรี่บ้างเล็กน้อยเท่านั้นเอง ที่นี่มี คิโยซัง เป็นเจ้าของร่วมกับเพื่อนอีกหนึ่งคน เปิดบริการให้นักท่องเที่ยวเข้ามาเช็คอินตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งสามารถแจ้งเวลาไว้ล่วงหน้ากับคิโยซัง ทางข้อความแชทใน AirBNB ได้เลยค่ะ

การได้พักในบ้านคนญี่ปุ่นจริง ๆ นั้นเป็นอะไรที่น่าตื่นเต้นมากค่ะ เพราะเราจะคุ้นเคยกับบ้านคนญี่ปุ่นตามที่เห็นในการ์ตูนโดราเอมอน มีห้องที่เป็นเสื่อทาทามิ มีโต๊ะอุ่นขา อะไรอย่างนี้ใช่ไหมคะ ที่คิโยเฮ้าส์ ก็ใกล้เคียงกันเลยค่ะ เมื่อเข้าประตูบ้านไป จะเจอโซนหน้าประตูบ้านที่เป็นที่วางรองเท้า ถัดไปเป็นทางเดินเชื่อมเข้าห้องนั่งเล่น ตรงบริเวณห้องนั่งเล่นจะเป็นพื้นที่ส่วนกลาง มีโต๊ะที่เจาะพื้นให้เรานั่งห้อยขาได้ มีทีวีให้ดูรายการของญี่ปุ่นได้ ถัดจากห้องนั่งเล่นจะเป็นห้องครัวค่ะ ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถทำอาหารเองได้ หรือจะให้คิโยซังทำให้ก็ได้ โดยแจ้งไว้ล่วงหน้าก่อนค่ะ แอดนิดาไม่ได้ทำอะไรกินเอง แต่เพื่อนร่วมทริปของแอดนำขนมคบเคี้ยว และมาม่ารสต้มยำกุ้งจากเมืองไทยมาฝากคิโยซังด้วย (เผ็ดมาก คิโยซังบอก)

การได้พักที่คิโยเฮ้าส์ ทำให้เรารู้สึกเหมือนอยู่บ้านตัวเอง เวลามีเพื่อน ๆ มาหา เพราะนักท่องเที่ยวมาพักที่นี่ ส่วนใหญ่จะเป็นวัยรุ่น วัยทำงาน ที่รักความท้าทาย คุยกันถูกคอเป็นที่สุดค่ะ ด้านคิโยซัง เจ้าของบ้านก็ให้การต้อนรับ และดูแลเป็นอย่างดี ประทับใจมาก ซึ่งเมื่อหมดวันพัก การล่ำลาก็เกิดขึ้น แต่ยังไม่ลาก่อน เพราะทั้งเราและเพื่อนๆ และคุณคิโย ต่างก็กลายเป็นเพื่อนกันในชีวิตจริงไปแล้ว

ห้องนั่งเล่นแบบญี่ปุ่น นั่งบนเสื่อทาทามิครั้งแรก

ห้องอาบน้ำรวม

ห้องอาบน้ำรวม จะอยู่ชั้น 1 โดยอยู่ถัดจากห้องครัวไปค่ะ ส่วนชั้น 2 ของบ้านจะเป็นห้องพักรวมอีก 2 ห้อง ห้องน้ำ 1 ห้อง และมีโซนสำหรับล้างหน้า ขึ้นไปบนชั้นดาดฟ้า จะมีบริเวณให้ตากผ้า และริมสุดจะเป็นห้องพักที่แอดนิดาและเพื่อนๆ อยู่กันค่ะ กับห้อง Rooftop Private Room เรียกได้ว่าส่วนตัวสมชื่อห้องจริง ๆ ค่ะ

บนดาดฟ้าเป็นของพวกเรา

นอนกัน 4 คนแบบสบาย ๆ ที่นอนใครที่นอนมัน ^_^

จากห้องที่พวกเราพัก สามารถมองเห็นยอดของ Tokyo Sky Tree ได้ด้วยค่ะ สุดยอดไปเลยย

ข้อมูลสถานที่ Kiyo's House

〒111-0032 Tokyo-to, Taito-ku, Asakusa, 6 Chome−8
Google Map >> https://goo.gl/maps/vrBJjP9vnX42
AirBNB - Rooftop Private Room >> https://www.airbnb.com/rooms/5096425

หลังจากบ้าน AirBNB หลังแรกที่สร้างความประทับใจให้อย่างมาก ปีถัดมาแอดนิดาก็ออกเที่ยวคนเดียวฉายเดี่ยวไปเลย พอจะเลือกที่พัก ก็เลยพุ่งเป้าไปที่ AirBNB อีกครั้งอย่างไม่ต้องคิดมากเลยล่ะค่ะ จังหวัดที่จะไปคือ ฟุกุโอกะ ก็ไล่ค้นหาบ้านที่เข้าตา และราคาโดนใจ จนมาเจอบ้านที่รายละเอียดของบ้านโดนใจมาก เพราะห้อมล้อมไปด้วย สุนัข และแมว (มีไก่ด้วยค่ะ)

Guestroom for ANIMAL L♡VERS

Sumire’s House

Guestroom for ANIMAL L♡VERS เจ้าของบ้านคือ สุมิเระซัง เธออาศัยอยู่กับลูกชาย ฮิคารุ ซึ่งสุมิเระซังรับสอนภาษาอังกฤษแบบตัวต่อตัว หากเสิร์ชในแผนที่กูเกิล จะเจอในชื่อ English Place えいごっこ ค่ะ จากบ้านพัก Airbnb ที่โตเกียว มาสู่บ้านพักที่ฟุกุโอกะ ให้สไตล์แตกต่างกันเลยค่ะ ที่โตเกียว Kiyo’s House เป็นสไตล์บ้านตึก 2 ชั้น มีความเป็นโฮสเทลสูง เพราะจะมีนักท่องเที่ยวแบบแบ็คแพ็คเกอร์เข้ามาพักเป็นส่วนใหญ่ แต่สำหรับบ้านสุมิเระซัง จะให้ความรู้สึกอบอุ่นแบบคุณแม่ดูแลลูก ซึ่งนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ที่มาพักจะเป็นผู้หญิง ช่วงเดียวกับช่วงที่เราพักอยู่ ก็เป็นกลุ่มผู้หญิงล้วนจากไทเป

ละแวกบ้านแถวนี้ตัวบ้านจะใกล้เคียงกับบ้านคนญี่ปุ่นที่เราเห็นในการ์ตูนต่าง ๆ มากกว่า หากพูดถึงสิ่งที่เราชอบในประเทศญี่ปุ่นรองจากการ์ตูน ก็เห็นจะเป็นการจัดวางผังเมืองของที่นี่ แบ่งสัดส่วนที่อยู่อาศัยไว้อย่างเป็นระเบียบ สำหรับนักท่องเที่ยวตาดำ ๆ อย่างเราที่ไม่รู้ภาษาญี่ปุ่น ก็สามารถใช้ที่อยู่ของบ้านยื่นให้คนขับแท็กซี่ ขับพามาส่งถึงหน้าบ้านได้เลยเชียวล่ะ...ประทับใจมากกกก

หลังจากทุลักทุเลนั่งรถไฟหลายต่อจากสถานีฮากาตะ มาลงสถานี Kashii Jingu เราก็มาถึงบ้านพักกันแล้ว ความรู้สึกตื่นเต้นยังคงอยู่ และเมื่อเปิดประตูบ้านเข้าไปแล้วในใจก็ได้แต่คิดว่า “นี่คือบ้านคนญี่ปุ่นจริง ๆ ดูสิ เปิดมาเจอ genkan โซนใส่รองเท้าก่อนเลย”

สำหรับห้องที่เราจองไว้ ชื่อห้อง Guestroom for ANIMAL L♡VERS จะอยู่ตรงกับประตูทางเข้าบ้าน เดินเข้าไปด้านทางขวาจะเป็นโซนรับประทานอาหาร และนั่งเล่นทำกิจกรรมอื่นๆ ไปในตัว ด้านในสุดถัดจากโซนนั่งเล่นนี้จะเป็นห้องพักแบบญี่ปุ่นแบ่งเป็น 2 ห้อง ซึ่งสามารถเปิดรวมกันเป็นห้องพักใหญ่ได้ ส่วนด้านทางซ้ายของประตูบ้านเป็นโซนห้องน้ำและห้องอาบน้ำค่ะ

ภาพ Panorama เรียงจากซ้ายไปขวา คือ ทางเข้าบ้าน, โซนนั่งเล่น ห้องครัว (ถัดจากโซนนั่งเล่นเป็นห้องพักญี่ปุ่น), ห้อง Guestroom for ANIMAL L♡VERS และขวามือสุดของภาพคือทางเข้าโซนห้องน้ำ ห้องอาบน้ำ

ประตูทางเข้าบ้าน

โซนนั่งเล่น และทำครัว

ห้องอาบน้ำ และห้องน้ำ

ด้านห้องอาบน้ำ และห้องน้ำ ก็เป็นความใฝ่ฝันอีกอย่างหนึ่ง เมื่อเข้ามายังโซนนี้ จะเป็นบริเวณที่เปลี่ยนเสื้อผ้า โดยห้องน้ำขับถ่ายจะถูกแยกออกจากกันกับห้องสำหรับอาบน้ำ มีอ่างอาบน้ำขนาดเล็ก (แต่ลึก คนสามารถลงไปนั่งแช่ได้ค่ะ) เมื่อเราเดินทางท่องเที่ยว และยิ่งได้มาพักบ้านคนญี่ปุ่นแท้ๆ แบบนี้ แน่นอนว่าเราก็ต้องทำตามวิธีการอาบน้ำของคนญี่ปุ่นด้วยค่ะ ซึ่งนิยมอาบน้ำชำระล้างเหงื่อไคลต่าง ๆ ออกก่อน แล้วจึงตามด้วยการแช่น้ำร้อนในอ่าง (แต่เราไม่ได้ลงแช่นะคะ แบบว่าเกรงใจค่ะ)

ทางเข้าห้องพัก Guestroom for ANIMAL L♡VERS

สำหรับห้องที่ได้พักเป็นห้องนอนเก่าของลูกชายคนโตของสุมิเระซังค่ะ ประกอบด้วยเตียง 1 โต๊ะเขียนหนังสือ 1 มีที่แขวนผ้าให้ใช้ได้ด้วย มีที่นอนแมวเหมียว และบางคืนก็มีน้องแมวเข้ามานอนเป็นเพื่อนด้วย

ห้องนี้เป็นของเรา ส่วนตัวสุดๆ ไปเลยค่ะ

ในคืนที่อากาศหนาวอุณหภูมิเพียง 10 กว่าองศา ที่มีแมวมานอนด้วย ฟินที่สุดเลย

เรียกได้ว่า ถูกใจคนรักแมวจริง ๆ ฟินสุด ๆ ไปเลยค่ะ แม้บ้านนี้จะอยู่ไกลจากสถานีฮากาตะมากโข แต่เราก็เลือกพักที่บ้านสุมิเระซัง เพราะเพื่อนซี้สี่ขานี่แหละค่ะ หากถามว่าไกลขนาดไหน บ้านสุมิเระซังอยู่ในย่านคาชิอิ เขตฮิงาชิ ของจังหวัดฟุกุโอกะ ซึ่งห่างจากสถานีฮาตากะร่วม 13 กิโลเมตรค่ะ วิธีเดินทางนั่งรถไฟ 2 ต่อ โดยต่อที่ 1 นั่งจาก สถานีฮากาตะ มาลงสถานี Kashii จากนั้นต่อที่ 2 นั่งสายท้องถิ่นเพื่อไปลงสถานี Kashii Jingu และต้องเดินเท้ามาอีกประมาณ 750 เมตรอีกด้วยค่ะ

สถานี Kashii Jingu สถานีเล็กๆ ที่ต้องลงเวลากลับบ้าน เป็นสถานีที่ตอนเช้าๆ จะคลาคล่ำไปด้วยนักเรียน และคนทำงาน พวกเขาก็มารอรถไฟเพื่อออกเดินทางไปตามความฝันกันค่ะ

ขบวนรถไฟสายท้องถิ่นที่แอดนิดาต้องขึ้นที่สถานี Kashii เพื่อกลับบ้านสุมิเระซัง มี 2 ตู้เองค่ะ แต่จุคนได้มากนัก ประทับใจมาก

จากสถานี Kashii Jingu ระหว่างทางเดินมายังบ้านของสุมิเระซัง เราจะได้เพลิดเพลินไปกับบ้านเรือนที่ถูกปลูกสร้างอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย มีโซนสวนสาธารณะ มีโรงเรียน มีโรงพยาบาลไว้พร้อมสรรพ เหมาะแก่การเป็นที่อยู่อาศัยมาก และใกล้เคียงกันยังมีวัดโบราณกว่า 400 ปี ซึ่งรู้จักในนาม Kashii Shrine อยู่คู่บ้านคู่ย่านนี้มาช้านาน ซึ่งเราก็ได้ไปมาด้วย สมกับคำที่สุมิเระซังกล่าวไว้ว่า ร่มรื่นไปด้วยต้นไม้ใหญ่ จิตใจสงบ

ความประทับใจจากการเข้าพัก AirBNB นอกจากได้เพื่อนใหม่แล้ว เรายังได้เรียนรู้วัฒนธรรมการอยู่อาศัยภายในบ้านอันอบอุ่นของพวกเขากลับมาด้วยค่ะ หากมีโอกาสไปฟุกุโอกะ แอดก็คิดว่าจะแวะกลับไปพักที่บ้านสุมิเระซังอีกสักรอบค่ะ

คิดถึงเจ้าเหมียว <3 <3

ข้อมูลสถานที่ Guestroom for ANIMAL L♡VERS

〒813-0014 Fukuoka-ken, Fukuoka-shi, Higashi-ku, Kashiidai, 1 Chome-23-4
Google Map >> https://goo.gl/maps/azW6hN63ZfA2
AirBNB - Guestroom for ANIMAL L♡VERS >> https://th.airbnb.com/rooms/6037866

FOLLOW US ON
FACEBOOK