ต้อนรับฤดูใบไม้ผลินี้ ด้วยการไปเก็บสตรอว์เบอร์รี่สีแดงฉ่ำลูกโตที่ฟาร์มใกล้โตเกียวกันเถอะ!

นอกจากการชมซากุระที่ถือเป็นธรรมเนียมที่ต้องทำกันทุกปีแล้ว อีกกิจกรรมหนึ่งที่น่าลองไม่แพ้กัน เมื่อไปญี่ปุ่นช่วงปลายเดือนธันวาคม - พฤษภาคมนั่น คือ การเก็บสตรอว์เบอร์รี่ ความสนุกในการเก็บสตรอว์เบอรี่นั้น คือ การที่ได้มีโอกาสเลือกและลิ้มรสลูกสตรอว์เบอร์รี่อันแสนหอมหวานจากต้นด้วยตัวเองยังไงล่ะ ถ้าซื้อกินแล้วจบก็ไม่คุ้มแถมยังแพงอีกด้วย ไหนๆ มาถึงที่แล้วลองบุกไปที่สวนกันเลยดีกว่า ที่แนะนำคราวนี้ก็จะเป็นฟาร์มใกล้กับโตเกียว จะได้ไม่ต้องเดินทางไกลเกินไป โดยมีคอนเซปต์อยู่ กินได้ไม่จำกัดเวลา และเป็นพันธุ์หายาก

1. ฟาร์มสตรอว์เบอร์รี่ Kawatsura (จังหวัดชิบะ)

หนึ่งในสวนสตรอว์เบอร์รี่ที่เป็นอุตสาหกรรมในครัวเรือนที่ดำเนินกิจการมายาวนานที่สุดแห่งหนึ่งในญี่ปุ่น ตั้งแต่ 1964 ซึ่งเป็นจุดเด่นคือ กินได้ไม่จำกัดเวลา อย่าลืมมาตั้งแต่เช้าตรู่ เพราะ Kawatsura จะปิดเมื่อสตรอว์เบอร์รี่สีแดงหมด (โดยปกติหมดตอนบ่าย) สตรอว์เบอร์รี่ที่นี่ลูกใหญ่และน่ากิน ให้เช็คว่าลูกไหนทานได้ต้องมีสีแดงตั้งแต่ปลายจนถึงโคน และถ้าเมล็ดบนผลสตรอว์เบอรี่กลายเป็นสีแดง และนูนออกมาแสดงว่าสุกและทานได้แล้ว ที่นี่ไม่ใช้สารฆ่าแมลง เลยไม่แปลกแต่อย่างใดที่จะเห็นผึ้งบินเต็มไปหมด

ที่อยู่ : Kawatsura Ichigoen, Japan, Yubinbango289-1311 Chiba Prefecture, Sanmu, Hayafune, 478

วิธีเดินทาง : นั่งรถรางสาย Sobu Line มาลงที่สถานี Naruto แล้วนั่งรถบัสฟรีเข้าไปยังฟาร์ม ใช้เวลาประมาณ 7 นาที หรือ นั่งรถไฟจากสถานี Tokyo ด้วยขบวน Limited Express Shiosai ใช้เวลาประมาณ 65 นาทีลงที่สถานี Naruto จากนั้นนั่งแท็กซี่จากสถานีอีกประมาณ 10 นาที

เวลาทำการ : 10.00-16.00 น. (วันหยุดเปิด 9.20 จนถึงเวลาที่สตรอเบอร์รี่หมด)

ราคา : นักเรียนประถมขึ้นไป 1,100 – 2,000 เยน,เด็กอายุ 4 – 6 ปี 700 – 1,500 เยน,เด็กอายุต่ำกว่า 3 ปี 300 – 500 เยน (แตกต่างกันตามช่วงเวลา)

2. ฟาร์มสตรอว์เบอร์รี่ Kondō ichigo-en (จังหวัดชิบะ)

ฟาร์มที่อยู่ไม่ไกลจากโตเกียว และมีสตรอว์เบอร์รี่อร่อยๆ ให้ได้ลองชิมกันถึง 26 สายพันธุ์ ใครอยากลองชิมพันธุ์ที่มีชื่อเสียง และหายากที่สุดพันธุ์หนึ่งอย่าง Awayuki ซึ่งเป็นสตรอว์เบอร์รี่ที่มีสีขาว หวาน หอม ต้องมาที่ฟาร์มแห่งนี้ และ Shinku-no-misuzu สตรอเบอร์รี่สีแดงอมม่วงที่มีน้ำตาล 17 % และที่นี่ยังมีขนมไดฟุกุสอดไส้สตรอว์เบอร์รี่ให้ซื้อเป็นของฝากด้วย

ที่อยู่ : Chiba Prefecture Chosei-gun, Ichinomiya-machi, Ichinomiya 9177-7
วิธีเดินทาง : นั่งรถรางสาย JR Sotobo Line มาลงที่สถานี Kazusa-Ichinomiya เดินต่ออีกประมาณ 27 นาที
เวลาทำการ : เปิด 9.00 น.ไปจนกว่าสตรอเบอร์รี่จะหมด
ราคา:ต่ำกว่า 3 ขวบ 600 - 1,100 เยน, 4-6 ขวบ 900 - 1,700 เยน, เด็กประถมเป็นต้นไป 1,100 - 2,000 เยน

3. Nikko Strawberry Park (จังหวัดโทจิกิ)

เป็นฟาร์มสตรอว์เบอร์รี่ที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งในจังหวัดโทจิกิ สามารถชิมแบบบุฟเฟ่ต์ได้เป็นเวลา 30 นาที และยังมีนมข้นหวานสำหรับจิ้มกับสตรอเบอร์รี่อีกด้วย มีสตรอว์เบอร์รี่ 4 สายพันธุ์ประกอบด้วย “โทจิโอโตเมะ” สตรอว์เบอร์รี่ขึ้นชื่อประจำโทจิกิ, “สกายเบอร์รี่” สตรอว์เบอร์รี่สายพันธุ์ใหม่ ที่มีต้นกำเนิดในโทจิกิ, “เบนิฮอปเปะ” และ “ยาโยอิฮิเมะ

เวลาทำการ : 10:00-16:00 น. ปิดวันอังคาร
วิธีเดินทาง : JR Nikko Line, Imaichi Station หรือ Tobu Line, Shimo-imaichi Station ต่อรถแท็กซี่ อีก 7 นาที

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : http://www.nikkoichigo.com/

4. Dragon Farm (จังหวัดชิบะ)

ฟาร์มสตรอเบอร์รี่แห่งนี้ ขึ้นชื่อเรื่องความสงบ และมีบรรยากาศที่เป็นกันเองเสมือนอยู่บ้าน มีการปลูกสตรอเบอร์รี่มากถึง 17 สายพันธุ์ ซึ่งมีการใส่ใจดูแลเป็นอย่างดี ปราศจากยาฆ่าแมลงที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ทางสวนยังมีผลิตภัณฑ์แปรรูปมากมายให้ซื้อกลับไปเป็นของฝาก เช่น แยม คุ้กกี้ น้ำสตรอเบอร์รี่คั้นสด ฯลฯ

วิธีเดินทาง : นั่งรถไฟ JR มาลงสถานีซึกะ (Tsuga) และต่อแท็กซี่อีก 10 นาที มาถึงที่ฟาร์ม
เวลาทำการ : วันพุธเปิด 9.30 น. / สุดสัปดาห์และวันหยุดเปิด 8.30 น.
ช่วงฤดูกาลที่เปิดให้เก็บสตรอเบอร์รี่ : 1 มกราคม – 13 พฤษภาคม
ราคา : 2,000 เยน (1 มกราคม – 8 เมษายน) / 1,700 เยน (9 เมษายน – 13 พฤษภาคม)

5. Ichigo no Sato Farm (จังหวัดโทชิงิ)

จังหวัดโทชิงิเป็นพื้นที่ที่มีการปลูกสตรอเบอร์รี่ค่อนข้างเยอะ แต่สิ่งที่ทำให้ Ichigo no Sato Farm แตกต่างจากที่อื่นคือ การเก็บสตอรเบอร์รี่ 3 สายพันธุ์ ที่ค่อนข้างหายาก ซึ่งได้แก่ Skyberry, Tochiotome, และ Tochihine โดยแต่ละสายพันธุ์มีรสชาติ ขนาด และรสสัมผัสที่แตกต่างกันออกไป นอกจากนี้ที่นี่ยังมีร้านขนมเป็นของตัวเองอีกด้วยค่ะ

วิธีเดินทาง : นั่งรถไฟมาลงสถานีโอยามะ และต่อแท็กซี่อีก 50 นาทีมาถึงที่ฟาร์ม
เวลาทำการ : วันธรรมดาเปิด 10.30 น. / สุดสัปดาห์และวันหยุดเปิด 9.30 น.
ช่วงฤดูกาลที่เปิดให้เก็บสตรอเบอร์รี่ : 9 ธันวาคม – กลางเดือนพฤษภาคม
ราคา : 1,200 – 2,000 เยน (ราคาแตกต่างกันไปตามสายพันธุ์ที่อยากเก็บ)

6. Kamakura Kanko Ichigo Farm (จัดหวัดคานาคาวะ)

ฟาร์มแห่งนี้มีการปลูก Benihoppe สายพันธุ์สตรอเบอร์รี่ที่เป็นที่ต้องการในท้องตลาด และเป็นที่ชื่นชอบของหลายๆ คน ด้วยรสชาติเปรี้ยวหวานกำลังดี นอกจากนี้ยังมี Benishizuka สายพันธุ์ออริจินัลที่ทางฟาร์มคิดค้นขึ้นมาเอง โดยสตรอเบอร์รี่มีการปลูกทั้งที่สูง และระดับสายตา เพื่อให้ลูกค้าสามารถเลือกเก็บตามที่ถนัดได้ค่ะ

วิธีเดินทาง : เดิน 8 นาทีจากสถานีโชวนัน-ฟุคุซาวะ (Shonan-Fukusawa)
เวลาทำการ : สุดสัปดาห์ และวันหยุดเปิด 9.30 น. (ปิดวันธรรมดา)
ช่วงฤดูกาลที่เปิดให้เก็บสตรอเบอร์รี่ : กลางเดือนธันวาคม – ต้นเดือนพฤษภาคม
ราคา : 2,000 เยน (กลางเดือนธันวาคม – กลางเดือนกุมภาพันธ์) / 1,800 เยน (กลางเดือนกุมภาพันธ์ – กลางเดือนเมษายน) / 1,500 เยน (กลางเดือนเมษายน ถึงหมดฤดูกาล)
Website : http://kamakura15.com/

7. Tokorozawa Kitada Farm Marche of Strawberry (จังหวัดไซตามะ)

ฟาร์มแห่งนี้มีประวัติยาวนานตั้งแต่สมัยเอโดะ หรือราวๆ ปี 1603 – 1868 โดยได้เปิดบริการให้เก็บสตรอเบอร์รี่ในปี 2014 Akihime และ Benihoppe เป็นสายพันธุ์ที่ฟาร์มนี้เน้นปลูก ต้นสตรอเบอร์รี่จะปลูกค่อนข้างต่ำ ไม่สูงมาก เพื่อความสะดวกต่อเด็กเล็กในการเก็บสตรอเบอร์รี่อย่างปลอดภัย นอกจากนี้ยังมีมุมนั่งเล่นพร้อมเพลงคลาสสิคเปิดบรรเลง ให้ได้พักผ่อนคลายเหนื่อยอีกด้วยค่ะ

วิธีเดินทาง : นั่งรถไฟ มาลงสถานีชิน-โทโคโรซาวะ (Shin-Tokorozawa) และต่อแท็กซี่อีก 7 นาที
เวลาทำการ : 10.00 น. – 14.00 น. (ปิดวันจันทร์)
ช่วงฤดูกาลที่เปิดให้เก็บสตรอเบอร์รี่ : 1 มกราคม – 13 พฤษภาคม
ราคา : 2,000 เยน (1 มกราคม – 18 มีนาคม) / 1,800 เยน (20 มีนาคม – 8 เมษายน) / 1,600 เยน (10 เมษายน – 7 พฤษภาคม) / 1,200 เยน (8 พฤษภาคม – หมดฤดูกาล)
Website : http://ichigo-marche.com/index.html

8. Strawberry House (จังหวัดคานางาวะ)

ฟาร์มแห่งนี้เหมาะอย่างมากสำหรับการมากันเป็นครอบครัว และการพาเด็กๆ มาเก็บสตรอเบอร์รี่ โดยมีทั้งหมด 4 สายพันธุ์ให้เลือกเก็บ ได้แก่ Akihime, Benihoppe, Yayoihime, Oishiberry นอกจากนี้ยังมีบริการนมข้นหวานให้มาทานกับสตรอเบอร์รี่ได้ไม่อั้นอีกด้วย เอาใจน้องๆ หนูๆ ที่ชอบของหวานสุดๆ

วิธีเดินทาง : นั่งรถไฟ มาลงสถานเอบินะ (Ebina) และต่อแท็กซี่อีก 15 นาที
เวลาทำการ : สุดสัปดาห์และวันหยุดเปิด 7.30 น. (ปิดวันธรรมดา)
ช่วงฤดูกาลที่เปิดให้เก็บสตรอเบอร์รี่ : มกราคม – มิถุนายน
ราคา : 1,800 เยน (มกราคม – มีนาคม) / 1,400 เยน (เมษายน – 6 พฤษภาคม) / 1,000 (12 พฤษภาคม – หมดฤดูกาล)

แหล่งที่มาข้อมูล : https://the-way-of-japan.com/fruits/th/2017/04/21/742/

http://www.kawatsura15.com/e/, http://www.nikkoichigo.com/, http://www.kondo-ichigo.com/

https://www.japanhoppers.com/en/features/leisure/347/

https://jw-webmagazine.com/5-best-strawberry-picking-farms-near-tokyo-in-2018s-spring-5b92c5faf494

http://www.dragon-farm.com/page/11

FOLLOW US ON
FACEBOOK