When I was in Tokyo #12 : หิมะหลงฤดูในรอบ 54 ปี ในเดือนพฤศจิกายน

บทนำ

เพื่อนๆของเราในเอกญี่ปุ่นเกือบ 30 คนพร้อมใจกันเลือกมหาวิทยาลัยที่จะไปแลกเปลี่ยนในจังหวัดต่างๆ ที่ไม่ใช่ ‘โตเกียว’ แต่เรากลับต่างกว่าคนอื่นเพราะเราตัดสินใจเลือกไปเรียนในเมืองหลวงของญี่ปุ่นแห่งนี้ ตอนที่บอกเพื่อนๆ ว่าเราจะไปโตเกียว ทุกคนพากันพูดว่า ‘โห ! โตเกียวเลยเหรอ แพงนะ’ หรือไม่ก็ ‘ไปโตเกียว ไปทำอะไร?’ เราเริ่มหวั่นว่าสิ่งที่เราเลือกมันถูกต้องไหม เราจะอยู่ยังไง แถมนอกจากเงินค่าเทอมที่มหาวิทยาลัยออกให้เราก็ไม่ได้เงินสนับสนุนอะไรอีก เงินจะพอไหม เตรียมใจไว้เลยว่าต้องลำบากแน่ๆ แต่เชื่อไหม ว่าสิ่งที่เราได้เจอ ได้เรียนรู้มาจากโตเกียว ให้อะไรเรามากกว่า ‘ของแพง’ ให้อะไรเรามากกว่า ‘เมืองหลวงที่ไม่มีอะไร’ เสียอีก When I was in Tokyo จะเป็นเรื่องที่ให้ทุกคนได้เห็นภาพของโตเกียวมากขึ้น จะทำให้ได้รู้ว่าชีวิตในโตเกียวไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คิด

Chapter 1

#1 : เปิดหอพักนักศึกษาราคา 17,000¥ ในเมืองที่ว่ากันว่าค่าครองชีพแพงที่สุดในโลก เปิดหอพักเด็กแลกเปลี่ยนในโตเกียวให้ดูกันทุกซอกทุกมุม นี่แหละที่ที่เราจะอยู่ตลอด 1 ปีนี้

#2 : เริ่มต้นอะไรใหม่ๆ ไม่ใช่เรื่องง่าย โตเกียวก็เช่นกัน จะมาอยู่ญี่ปุ่นต้องทำอะไรบ้าง มีการต้อนรับเด็กนักเรียนแลกเปลี่ยนยังไงบ้าง มาหาคำตอบพร้อมกันเลย

#3 : มหา’ลัยของเราน่าอยู่ อู้หูงานดีทุกคน พาไปรู้จักกับมหาวิทยาลัยโคะคุชิคัง ที่ๆ คอยดูแลเรามาตลอด 1 ปี รวมถึงพาไปดูชีวิตในมหาวิทยาลัยญี่ปุ่น สนุกขนาดไหนห้ามพลาด

#4 : ความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นเริ่มต้นจาก ฮานามิ ใครจะไปรู้ว่าแค่ไปดูดอกไม้จะทำให้ความสัมพันธ์ของพวกเรามันพัฒนาได้มากขนาดนี้

#5 : จนขนาดนี้ต้องไบโตะ(งานพิเศษ)แล้วล่ะ!? เล่าเรื่องการทำไบโตะ (งานพิเศษ) ครั้งแรกในชีวิตเพื่อแลกกับความอยู่รอดในเมืองใหญ่ที่ทำให้เราได้เห็นคนญี่ปุ่นในมุมมองของลูกค้า

#6 : งบน้อยอ่ะกินอะไรดี ? พาไปหาแหล่งอาหารถูก และอร่อยที่เราชอบแวะเวียนไปตลอด 1 ปี

#7 : ขึ้นชื่อว่าคนญี่ปุ่น... ความสัมพันธ์กับเพื่อน เจ้านาย คนญี่ปุ่นที่บางทีก็ไม่ได้เป็นอย่างที่เราคิด มีอะไรมากมายที่เรายังไม่เข้าใจพวกเขาหรืออาจจะเข้าไม่ถึงเลย

#8 : เมื่อต่างด้าวอยากคาวาอี้แบบสาวญี่ปุ่น รู้แหละว่าเงินมีจำกัด แต่อยากช็อปปิ้งอ่ะมันช่วยไม่ได้ เราจะพาทุกคนไปหาแหล่งช็อปปิ้งถูกๆ ในโตเกียวที่เราชอบไปเอง

#9 : ฉะโด พิธีชงชา กิโมโน พามาดูพิธีชงชาแบบเต็มรูปแบบ จัดเต็มในชุดกิโมโนครั้งแรกในชีวิต ดื่มจริง นั่งจริง เมื่อยจริง

#10 : ทัศนศึกษาฟูจิที่ไม่เห็นฟูจิ เล่าความเฟลแต่ประทับใจกับการไปตามหาฟูจิซังกับทริปครั้งสุดท้ายกับมหาวิทยาลัย

#11 : My routine in 1 day อยู่ๆ มาเกือบจะครบปี ชีวิตก็เริ่มวนลูปไปมา มาดูกันว่าเมื่อมาอยู่ญี่ปุ่นเราต้องทำอะไรบ้างใน 1 วัน

#12 : หิมะตกในเดือนพฤศจิกายน เล่าเรื่องความตื่นเต้นของสองเด็กไทยเมือครั้งมีหิมะหลงฤดูตกในรอบ 50 ปีของญี่ปุ่น

#13 : เรื่องที่รู้สึกขัดใจในญี่ปุ่น ตอนแรกๆ ก็ตื่นตาตื่นใจอยู่หรอก แต่พออยู่มานานๆ เข้าก็รู้สึกคิดถึงสิ่งที่คุ้นชินตอนอยู่ที่ไทยขึ้นมา ที่ไทยทำได้ แต่ที่ญี่ปุ่นทำไม่ได้

#14 : เม้ามอยเพื่อนรัก ความทรงจำสุดแสนประทับใจของเพื่อนๆที่คอยอยู่ข้างๆเราตลอด 1 ปีที่ญี่ปุ่น

#15 : ถึงเวลาอำลา ‘พิธีจบการศึกษา’ ข้อคิดต่างๆ ที่ได้ในวันพิธีจบการศึกษาของนักเรียนแลกเปลี่ยน ในที่สุดการจากลาก็มาถึงจนได้

เอาจริงๆ นะ หนึ่งในเรื่องที่ตั้งตารอมากที่สุดตอนอยู่ที่ญี่ปุ่นสำหรับเราคือ ‘หิมะ’ คือเราเคยเห็นหิมะมาบ้างแล้วนะ แต่ไม่เคยเห็นหิมะที่กำลังตกลงมาจากฟ้าอ่ะ 55555 เพราะฉะนั้นเราเลยอยากเห็นและหวังมากๆ ว่าระหว่างที่เราอยู่หิมะมันจะต้องตกลงมาให้เราเห็นบ้าง แต่เนื่องจากเราต้องกลับไทยช่วงสิ้นเดือนมกราคม เลยปลงว่าอาจจะไม่ได้เห็นซะแล้ว แต่ว่า ! เช้าวันหนึ่งในฤดูใบไม้ร่วง เดือนพฤศจิกายน 2016 เรากลับตื่นขึ้นมาพบกับโลกสีขาวโพลนข้างนอกหน้าต่าง !

จำได้ว่าเช้าวันนั้นเราล้างหน้าแต่งตัวออกไปเรียนเร็วกว่าปกติพร้อมกับกล้องคู่ใจเพราะว่าจะชวนใบเฟิร์นไปถ่ายรูปหลังเลิกเรียนด้วยกัน พอไปเคาะห้องใบเฟิร์นนางก็รีบออกมาด้วยความตื่นเต้นเช่นเดียวกัน และประโยคแรกที่เราทักนางในเช้าวันนั้นคือ “แกกก หิมะตก ><”

ในชั่วโมงเรียนของวันนั้น เรื่องที่หิมะตกในฤดูใบไม้ร่วงกลายเป็นเรื่อง Talk of The Town ไปโดยปริยาย และข่าวในวันนั้นก็รายงานว่าหิมะที่ตกหลงฤดูในโตเกียวแบบนี้เป็นเคสหายากในรอบ 54 ปีเลยทีเดียว! แต่น่าเสียดายที่ว่ามันจะตกเพียงวันเดียว ไม่เกินเย็นนี้ก็จะหยุดตก

หลังเลิกเรียนเรากับใบเฟิร์นพากันไปถ่ายรูปกับหิมะแถวศาลเจ้าโชอินจินจะ สลับกันเป็นตากล้อง ถ่ายกันไปถ่ายกันมาปรากฏว่าได้รูปโปรไฟล์ใหม่กันอีกแล้ว ภาพวิวของโชอินจินจะและถนนย่านการค้าเล็กๆ ตรงนั้นที่มีปุยหิมะสีขาวตกลงมาก็กลายเป็นภาพแปลกตาที่สวยและดูมีเสน่ห์กว่าทุกวัน

ใบเฟิร์นนางรีเควสต์เราว่าอยากไปถ่ายตรงสนามเด็กเล่น นางอยากลื่นสไลด์เดอร์เลยวิ่งขึ้นไปบนนั้น แต่ก่อนที่จะได้ลื่นลงมากลับลื่นหิมะล้มก้นจ้ำเบ้าไปเสียก่อนทำเอาเราหัวเราะดังลั่น คนญี่ปุ่นที่เดินผ่านไปผ่านมาต่างก็มองเราสองคนด้วยสายตาประมาณว่า “นี่เธอมาเล่นอะไรกันกลางหิมะตกแบบนี้?” วันนั้นพวกเราเลยกลายเป็นของแปลกไปเลย แต่ก็ช่วยไม่ได้นี่นา เพิ่งเคยได้ซึมซับบรรยากาศแบบนี้ครั้งแรกก็ต้องเอาให้คุ้ม

อาจจะเป็นเพราะอากาศในช่วงนี้ยังไม่ได้หนาวมาก หิมะที่ตกลงมาเมื่อถึงพื้นก็ละลายกลายเป็นน้ำเหมือนตอนฝนตก ระหว่างที่ถ่ายรูปกันก็คุยกันว่าไหนๆ ก็ออกมาแล้ว ไปหาร้านคาเฟ่นั่งชิวๆ ดีกว่า เลยมาจบกันที่ร้านประจำ Asahiya Parlor (旭屋パーラー) ที่บรรยากาศดี ชั้นลอฟต์ที่ปกติเคยแน่นวันนี้กลับว่าง เราเลยเลือกขึ้นไปนั่งบนนั้นอย่างไม่ลังเลเพื่อมองบรรยากาศเหมือนฝันด้านนอก

นั่งๆ ไปสักพักก็ตัดสินใจกลับหอกัน คุ้มแล้วสำหรับวันนี้ เราสองคนคงแปลกจริงๆ นั่นแหละ เพราะบนถนนวันนี้เห็นคนญี่ปุ่นที่จะออกมาเดินเล่นตื่นเต้นกับหิมะน้อยมาก (แหงล่ะ) แต่ถึงจะดูแปลกก็ยอม และคิดถูกแล้วล่ะที่ออกมาเพราะหลังจากนั้น ไม่ว่าจะเดือนมกราหรือกุมภาในปีถัดมาที่เรากลับไทย ในโตเกียวหิมะก็ไม่เห็นจะตกเลย แม้จะเป็นฤดูหนาวก็ตาม

FOLLOW US ON
FACEBOOK