น้ำตาเยียวยาทุกสิ่ง ญี่ปุ่นออกนโยบายใหม่ ส่งเสริมให้คนร้องไห้มากขึ้น

การเป็นคนญี่ปุ่นนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ การที่เราไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่นแล้วรู้สึกว่าแดนอาทิตย์อุทัยนั้นเป็นประเทศที่น่าอยู่นั้น จริง ๆ แล้วหารู้ไม่ว่าผู้คนที่นั่นอาศัยอยู่ด้วยความยากลำบาก ไม่ว่าจะเป็นระบบอาวุโส หรือมารยาท ตลอดจนการใช้ชีวิตของคนในประเทศที่ต้องบริจาคเงิน ให้ของขวัญ และปฏิบัติตัวตามธรรมเนียมประเพณีอย่างเคร่งครัด ทำให้ชีวิตของชาวซากุระกดดันมากกว่าสังคมสบาย ๆ แบบไทย ๆ

มาลองดูวิดีโอตามลิงค์นี้ค่ะ

https://video.nationalgeographic.com/video/short-film-showcase/00000160-e6bb-d22c-a568-e6ff9ed30000

 

นี่ยังไม่รวมเรื่องการแข่งขันทางการศึกษาอย่างเข้มข้น แต่จบมากลับหางานทำยาก แถมยังมีภาระค่าใช้จ่ายมากมาย ทั้งค่าอาหารและค่าที่อยู่ ดังนั้นจึงมีคนเป็นจำนวนไม่น้อยตัดสินใจฆ่าตัวตายอยู่แทบทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นการกระโดดตึก หรือกระโดดลงไปหน้ารถไฟ จนขบวนรถไฟต้องหยุดกะทันหัน และมารับผู้โดยสารไม่ตรงเวลาอยู่เป็นประจำ

แต่ตอนนี้ ทางส่วนกลางเริ่มมีโครงการเรียกน้ำตาของประชาชน ไม่ว่าจะเป็นวัยเรียนหรือวัยทำงานให้ร้องไห้กันมากขึ้น โดยการจัดมุมให้ร้องไห้ระบายคลายเครียด และจัดคาเฟ่ดูหนังเศร้าแล้วซบอกคนหน้าตาดีเป็นการปลอบใจ เพราะพวกเขาเชื่อว่าการร้องไห้ช่วยผ่อนคลายประสาทอัตโนมัติด้วยการกระตุ้นการทำงานของระบบประสาทพาราซิมพาเตติกนั่นเอง

นอกจากนี้ Hidefumi Yoshida อดีตอาจารย์โรงเรียนมัธยมที่มีอีกฉายาว่า ‘Namida sensei’ หรืออาจารย์น้ำตา ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า การร้องไห้มีประโยชน์ และเขาได้กระตุ้นและจัดกิจกรรมให้นักเรียนทั้งในโรงเรียนและบริษัททั่วญี่ปุ่นเห็นประโยชน์ของน้ำตามากว่า 5 ปี “การร้องไห้มีประสิทธิภาพมากกว่าการหัวเราะ หรือการนอนหลับในการลดความเครียด” เขากล่าว ทั้งเขายังเล่าประสบการณ์ว่านักเรียนที่ปรึกษาเขามีอาการดีขึ้นหลังได้ร้องไห้ออกมาอย่างซื่อสัตย์

โชคดีจริง ๆ ที่เกิดมาในเมืองไทย และสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข ในบ้านเมืองที่ร่มเย็น และผู้คนมีไมตรีต่อกัน ในน้ำมีปลาในนามีข้าว ไม่ต้องดิ้นรนอะไรมากมายก็มีอยู่มีกินได้อย่างสุขสบายแบบนี้ เพื่อน ๆ คิดเหมือนกันมั้ยคะ

 

แหล่งข้อมูลอ้างอิง : news.nationalgeographicvideo.nationalgeographic, tvmtelegraphtwentytwowordstheatlanticvagabombtechly

FOLLOW US ON
FACEBOOK