Movie Review : รีวิว Isle of dogs ( 犬ヶ島 ) เกาะเซ็ตซีโร่หมา เพราะหมาก็คือหมา

สุนัขเป็นเพื่อนดีที่ที่สุดของมนุษย์ วลีนี้ถูกนำมาใช้จนไม่สามารถหาได้แล้วว่าใครเป็นผู้กล่าวคนแรก ดังนั้น การตีความของภาพยนตร์หลาย ๆ เรื่อง ที่เกี่ยวกับสุนัขที่ผ่านมา จะพูดถึงความซื่อสัตย์ ฉลาดแสนรู้ แต่จากตัวอย่างจากภาพยนตร์เรื่องนี้กลับแตกต่างออกไป เริ่มต้นด้วยการทอดทิ้ง จนเกิดคำถามว่าเกิดอะไรขึ้นกับเพื่อนผู้ซื่อสัตย์ของเรา อีกหนึ่งการตีความมุมกลับที่ไม่อยากให้เพื่อน ๆ พลาด

ล่าสุด วนมาอีกครั้งสำหรับงานประกาศรางวัลอันทรงเกียรติของโลกภาพยนตร์ อย่างรางวัลออสการ์ ครั้งที่ 91

สำหรับ ‘เกาะเซ็ตซีโร่หมา’ (Isle of Dogs) ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิง 2 รางวัล คือ สาขาอนิเมชั่นยอดเยี่ยม ที่ผู้กำกับหนุ่มสายงานละเอียดอย่าง เวส แอนเดอร์สัน (Wes Anderson) ที่เคยพาภาพยนตร์เรื่อง ‘คุณจิ้งจอกจอมแสบ’ (Fantastic Mr. Fox) เข้าชิงสาขานี้มาแล้ว เมื่อปี 2010 ด้วยเทคนิคสตอปโมชั่น เช่นเดียวกันกับภาพยนตร์เรื่องล่าสุด

และสาขาดนตรีประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยม โดยอเล็กซองดร์ เดส์ปลาต์ (Alexandre Desplat) เจ้าของ 2 รางวัลออสการ์ สาขาดนตรีประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยม เมื่อปี 2018 จากภาพยนตร์เรื่อง ‘เดอะ เชพ ออฟ วอเทอร์’ (The Shape of Water) และปี 2015 จากภาพยนตร์เรื่อง ‘คดีพิสดารโรงแรมแกรนด์บูดาเปสต์ ( The Grand Budapest Hotel) เรื่องหลังจากฝีมือการกำกับของเวส แอนเดอร์สัน นั่นเอง

ต้องมาลุ้นกันแล้วค่ะ ว่าปีนี้ เวส แอนเดอร์สันจะสมหวังหรือไม่ และอเล็กซองดร์ เดส์ปลาต์จะคว้าออสการ์ตัวที่ 3 มาครองได้หรือเปล่า ร่วมลุ้นไปพร้อม ๆ กันในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562 นี้ (หรือช่วงสายๆตามเวลาประเทศไทย)

เกาะเซ็ตซีโร่หมา หรือ Isle of dogs ภาพยนตร์เปิดเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเบอร์ลิน ครั้งที่ 68 ภาพยนตร์แนว Stop Motion (เทคนิคการถ่ายทำแบบถ่ายภาพนิ่งทีละเฟรม และนำภาพมาต่อกันจนเป็นภาพเคลื่อนไหว) เรื่องที่ 2 ต่อจาก Fantastic Mr. Fox (2009) ของ Wes Anderson ผู้กำกับที่มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง (หรือเรียกว่าแบบ Auteur ซึ่งหมายถึงผู้กำกับที่ หนังแต่ละเรื่องที่ผลิตออกมาสะท้อนความคิดความอ่านของเขา) โดยเจ้าตัวได้รับรางวัลผู้กำกับยอดเยี่ยมจากเวทีนี้ด้วย ภาพยนตร์เรื่องนี้อาจปิดประเด็นบทความ “หรือ เวส แอนเดอร์สัน เกลียดสุนัข (Does Wes Anderson hate dogs?)” ของ newyorker.com เมื่อปี 2012 เพื่อน ๆ ลองพูดชื่อภาพยนตร์เรื่องนี้เร็ว ๆ จะพบว่า Isle of dogs กลายเป็นคำว่า I love dogs

ประเทศญี่ปุ่นในอนาคต นายกเทศมนตรีโคบายาชิ(Mayor Kobayashi) ประกาศต่อหน้าที่ประชุมว่ามีโรคไข้หวัดสุนัขระบาดไปทั่วเมือง จึงออกกฎหมายใหม่และอนุมัติให้เนรเทศสุนัขทุกตัว จากเมืองเมกาซากิไปยังเกาะสำหรับทิ้งขยะขนาดใหญ่ที่อยู่ห่างไกล เพื่อป้องกันโรคไข้หวัดสุนัขที่จะมาติดต่อสู่มนุษย์ โดยสุนัขตัวแรกที่ได้รับเกียรติ(?)ไปปล่อยเกาะแห่งนี้คือ สปอตส์ (Spots) สุนัขอารักขาของ อาตาริ โคบายาชิ (Atari Koyabashi) เด็กชายวัย 12 ปี หลานชายในอุปการะของนายกเทศมนตรีเอง ถึงแม้ว่า ในตอนนั้น ศาสตราจารย์วาตานาเบ้(Professor Watanabe) จะคิดค้นเซรุ่มรักษาสำเร็จและพยายามคัดค้าน แต่ก็ไม่เป็นผล การเนรเทศสุนัขออกจากเมืองยังคงดำเนินต่อไป

อาตาริ จึงตัดสินใจออกเดินทางด้วยการขับเครื่องบินใบพัดเพียงลำพัง เพื่อตามหาสปอตส์ด้วยตัวเอง ณ เกาะขยะ อาตาริ ได้พบกับกลุ่มสุนัขแก๊งอัลฟ่า ที่ดูจากชื่อก็รู้ว่าเป็นตัวเทพ ประกอบด้วย เร็ก (Rex), คิง (King), ดุค (Duke), บอส (Boss) และ ชีฟ (Chief) ที่คอยช่วยเหลือและร่วมเดินทางออกตามหา สปอตส์ การผจญภัยในครั้งนี้ อาตาริ จะได้พบกับ สปอตส์ หรือไม่ ชะตาชีวิตของสุนัขในเกาะขยะแห่งนี้จะเป็นอย่างไร เกิดอะไรขึ้นกับเพื่อนที่ซื่อสัตย์ของมนุษยชาติ

สำหรับเสียงพากย์ของภาพยนตร์เรื่องนี้ ได้นักแสดงตัวท็อปทั้งจากฝั่งฮอลลีวูด และฝั่งญี่ปุ่นมาอย่างคับคั่ง เช่น อาตาริ (Atari) พากย์โดย Koyu Rankin, สปอตส์ (Spots) พากย์โดย Liev Schreiber, ชีฟ (Chief) พากย์โดย Bryan Cranston, เร็ก (Rex) พากย์โดย Edward Norton, นายกเทศมนตรีโคยาบาชิ (Mayor Kobayashi) พากย์โดย Kunichi Nomura, นัทเม็ก (Nutmeg) พากย์โดย Scarlett Johansson, ผู้ประกาศข่าวโยจิโร่ โนดะ พากย์โดย Yojiro Noda (นักร้องนำวง RADWIMPS) และผู้ช่วยนักวิทยาศาสตร์โยโกะ โอโนะ พากย์โดย Yoko Ono เป็นต้น

 

เนื้อหาต่อไปนี้เป็นการสปอยล์

เรื่องชวนยิ้มของภาพยนตร์เรื่องนี้ เล่นคนดูตั้งแต่เริ่ม คือการขึ้นจอให้ทราบล่วงหน้าว่า มีการพากย์เสียงสุนัข แต่ไม่การแปลซับสำหรับตัวละครที่พูดภาษาญี่ปุ่น สิ่งที่เติมแต่งในภาพยนตร์พยายามสื่อถึงความเป็นญี่ปุ่นแทรกไปตลอดเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นดอกซากุระ เสียงกลองไทโกะ (Taiko : 太鼓) คอยนำพาความรู้สึกของ
คนดูเป็นระยะ ๆ ละครคาบูกิ กีฬาซุโม กลอนไฮกุ ที่ปรุงออกมาได้อย่างกลมกล่อม ดูไม่ยัดเยียดจนเกินไป

การหักมุมของตัวละครในเรื่อง รับรองมีว้าวแน่นอน จนผู้เขียนรู้สึกว่า “อย่างนี้ก็ได้หรอ” ตลกกว่าที่คิด น่ารักกว่าที่คาดหวัง นอกจากนี้ยังเสียดสีสังคมการเลือกข้าง โดยนำเสนอด้วยวิธีนิยมแมวไม่เอาหมา การต่อสู้เพื่อความยุติธรรมโดยกลุ่มคนรุ่นใหม่ ที่เป็นปรากฏการณ์คล้าย ๆ กันทั่วโลก สิ่งที่นายกเทศมนตรีโคบายาชิกิทำในตอนท้าย คือสิ่งที่ผู้ใหญ่จะมอบให้เด็กได้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ต่อไปได้ในอนาคต แอบมีน้ำตาซึมแน่นอน

สิ่งที่เห็นได้อย่างชัดเจนแน่นอน คือ การสะท้อนจิตใจของสุนัขทั้งจรจัดและมีเจ้าของ ถึงแม้เป็นการตีความจากความคิดของมนุษย์ก็ตาม หลาย ๆ การกระทำของเจ้าสี่ขาในภาพยนตร์ ทำให้ Dog Lovers ใจละลาย คนทั่วไปดูแล้วไม่เลี่ยนแน่นอน สำหรับผู้เขียน น่าจะเป็นภาพยนตร์ที่เกี่ยวกับสุนัขเรื่องแรก ๆ เลยที่ไม่ฟูมฟาย มีเพียงรอยยิ้มกว้างที่ปรากฏอยู่บนหน้า ถึงแม้ว่าจะมีน้ำตารื้น ๆ อยู่บ้างก็ตาม

ออกจากโรงภาพยนตร์แล้ว อยากจะรีบกลับบ้านไปกอดหมาที่บ้านแน่น ๆ ไม่ปล่อยไปไหน จนกว่ามันจะรำคาญ…

เรื่องย่อภาพยนตร์

ที่มาของข้อมูลและภาพ : sahamongkolfilm, isleofdogsmovie, flickeringmyth, foxmovies.com, bcslogic.com, washingtonpost.com, wikipedia.org, newyorker.com

 

FOLLOW US ON
FACEBOOK