ร้านราเมงที่คนอยู่โตเกียวต้องไปลอง แนะนำ 5 ร้านราเมงที่เดินทางไปถึงได้ด้วยรถไฟสาย Chuo line

โตเกียวเรียกได้ว่าเป็นเมืองหลวงแห่งราเมง ร้านราเมงทุกแห่งต่างก็พยายามอย่างดีที่สุดที่จะนำเสนอราเมงที่มีเอกลักษณ์แปลกใหม่ไม่เหมือนใคร ส่วนผสมที่นำมาทำเป็นเส้นราเมง รวมทั้งน้ำซุปและเครื่องเคียง ต่างก็ถูกคัดสรรกันมาอย่างดี นักท่องเที่ยวหรือใครที่มีโอกาสได้ไปเยือนโตเกียว จึงพลาดไม่ได้เลยที่จะลิ้มลองสุดยอดราเมงจาก 5 ร้านดังตั้งอยู่แนวรถไฟสาย Chuo line ซึ่งเริ่มตั้งแต่ Tokyo station ไปจนถึง Takao Station

 

1. ร้าน SHICHISAI 麺や 七彩 (Hatchobori Station)

ร้านราเมง Shichisai มีเอกลักษณ์ตรงที่เส้นราเมงจะสด ใหม่ ขนาดที่เชฟจะยังไม่ตัดแผ่นแป้งให้เป็นเส้นจนกว่าลูกค้าจะออเดอร์ ฉะนั้นแต่ละชามคือการหั่นเส้นสดด้วยมือเป็นชาม ๆ ไปเท่านั้น นอกจากอร่อยกับราเมง ลูกค้ายังสนุกกับโชว์ของเชฟที่จะทำเส้นให้เราดูตรงหน้าเลย

เมนูยอดนิยมที่ต้องลอง คือ Kitakata Ramen ราคา 820 เยน หรือประมาณ 275 บาท น้ำซุปของร้าน Shichisai ก็โดดเด่นไม่แพ้กัน ปรุงรสด้วยซอสถั่วเหลืองและปลาซาร์ดีนแห้ง ลูกค้าทุกคนที่ได้ลองต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าเส้นราเมงที่นี่มีรสสัมผัสที่นุ่มนวล พร้อมกลิ่นหอมของแป้งสาลี เมื่อกินพร้อมกับซุปร้อน ๆ ก็ทำให้รู้สึกได้เลยว่าชามเดียวไม่เคยพอ

ที่อยู่ : Domino Bldg. 1F, 2-13-2 Hatchobori, Chuo-ku, Tokyo

Google map : Shichisai Ramen

 

2. ร้าน SORANOIRO ソラノイロ (Kojimachi Station)

ร้าน SORANOIRO ร้านราเมงชื่อดังที่ออกสื่อมาหมดแล้วครบทุกแขนง เพราะราเมงของที่นี่ไม่เหมือนใครและน่าสนใจจริง ๆ ได้รับการขนานนามว่าเป็น Heathly Ramen ที่ไม่ว่าจะสายกินคลีน สายลดน้ำหนัก สายมังสวิรัติ หรือเวจจี้ก็สามารถกินได้

เมนู signature ของที่นี่คือ Veggie Soba ราคา 900 เยน หรือ 300 บาท ราเมงที่ทำจากผักล้วน ไม่ว่าจะเป็นซุป เส้น หรือเครื่องเคียง แต่พิเศษสำหรับคนที่แพ้แป้งหรือกำลังควบคุมน้ำหนัก สามารถสั่ง Veggi soba โดยเลือกเป็นเส้นที่ทำจากข้าวกล้องได้ด้วย เพียงเพิ่มเงินอีก 150 เยน หรือ 50 บาท และสำหรับชาว Vegan ทางร้านขอแนะนำเมนู Vegan Veggie Soba ราคา 1,100 เยน หรือ 365 บาท ชามนี้ส่วนผสมทั้งหมดไม่มีเนื้อสัตว์ และเพิ่มอีก 150 เยน เปลี่ยนเป็นเส้นข้าวกล้องได้ ร้านตกแต่งสไตล์คาเฟ่ชิค ๆ รอต้อนรับลูกค้าอย่างน่ารัก

ที่อยู่ : Blue Bldg. Main Hall 1F, 1-3-10 Hirakawa-cho, Chiyoda-ku, Tokyo

Google map : Soranoiro

 

3. ร้าน Fu-unji 風雲児 (Shinjuku Station)

ร้านราเมง Fu-unji ตั้งโดดเด่นอยู่ที่ Shinjuku สังเกตเห็นได้ง่ายเพราะมักจะมีลูกค้ายืนต่อคิวอยู่หน้าร้านตลอดเวลา ราเมงร้านนี้จะเสิร์ฟแบบ Tsukemen คือราเมงที่แยกเส้นกับน้ำซุป เวลากินจะเหมือนจิ้มจุ่มคือเอาเส้นไปจุ่มในน้ำซุป เชฟที่นี่จะพิถีพิถันในการปรุงซุปมาก รสชาติของซุปจะอร่อย เข้มข้นเพราะมีส่วนผสมของซีฟู้ดและไก่ สังเกตได้เลยว่าไม่มีชามไหนที่ลูกค้าทานน้ำซุปเหลือ Tsukemen ได้รับความนิยมมากทั้งในหมู่นักท่องเที่ยวและคนท้องถิ่น ราคา 800 เยน หรือ 365 บาท ไปลองกันได้เลย

ที่อยู่ : Hokuto Dai-Ichi Bldg. 1F, 2-14-3 Yoyogi, Shibuya-ku, Tokyo

Google map : Fu-unji

 

4. ร้าน Kojitsu (Higashi-Nakano Station)

ร้านราเมง Kojitsu ร้านที่ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่บ้าน ตั้งอยู่ใกล้สถานี Higashi-Nakano เดินจากสถานีเพียง 2 นาทีก็ถึง เจ้าของร้านหรือเชฟที่นี่เป็นผู้หญิง นิสัยน่ารักและอบอุ่น ทำให้ร้านราเมง Kojitsu เป็นที่นิยมในหมู่คนท้องถิ่น และลูกค้าที่มาแบบครอบครัว

เมนูแนะนำของร้านนี้คือ Ni-tamago Ramen ราคา 800 เยน หรือ 365 บาท ราเมงแบบเบสิคที่น้ำซุปมีส่วนผสมของโชยุหรือซอสถั่วเหลืองและส่วนผสมอื่น ๆ จากธรรมชาติโดยปราศจากผงชูรส และที่พิเศษอยากให้ลองในราเมงนี้คือ ไข่ต้มยางมะตูม ซึ่งช่วยให้ราเมงมีรสกลมกล่อมมากขึ้น จนลูกค้าต้องติดใจกลับมาอีกครั้งอย่างแน่นอน

ที่อยู่ : 1-53-7 Higashi Nakano, Nakano-ku, Tokyo

Google map : Kojitsu Ramen

 

5. ร้าน Harukiya春木屋荻窪 (Ogikubo Station)

ร้าน Harukiya ร้านราเมงเก่าแก่มีอายุกว่า 60 ปี เชื่อกันว่าที่นี่คือต้นกำเนิดของ Shoyu Ramen รสชาติที่อร่อยและความเป็นต้นตำรับ ทำให้ผู้คนทั้งที่อยู่ในโตเกียวและเมืองอื่น ๆ ต่างเดินทางมาเพื่อชิมราเมงของร้าน Harukiya แห่งนี้ จึงไม่แปลกเลยที่จะเห็นคนยืนรอต่อคิวยาวเหยียดอยู่หน้าร้าน

เมนูยอดนิยมของที่นี่ คือ Chuka Soba เป็นราเมงชามแรกที่ทางร้าน Harukiya ปรุงและคิดค้นขึ้น ราคา 850 เยน หรือ 283 บาท อีกเมนูหนึ่งที่อยากให้ลองคือ บะหมี่เกี๊ยว ราคา 1,250 เยน หรือ 415 บาท เกี๊ยวที่ทั้งนุ่มทั้งรสชาติเข้มข้น จะทำให้ลูกค้าวางช้อนแทบไม่ลงเลยทีเดียว

ที่อยู่ : 1-4-6 Kamiogi, Suginami-ku, Tokyo

Website : http://www.haruki-ya.co.jp/english/

Google map : Harukiya Ogikubo

 

แหล่งที่มาและรูปประกอบ : wow-j , ramenbeast

FOLLOW US ON
FACEBOOK