ผลการค้นหาพบ – 328 รายการเกี่ยวกับ โตเกียว

โตเกียว ดิสนีย์ซี ทุ่มงบ 2.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายพื้นที่ใหม่ จะเปิดให้บริการปี 2022

โตเกียวดิสนีย์ซีเตรียมขยายพื้นที่อาณาจักรแห่งใหม่โดยจำลองจากการ์ตูนแอนิเมชั่นชื่อดังจากเรื่อง  Frozen  และใช้งบประมาณครั้งนี้สูงถึง 2.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ    โดยสร้างในพื้นที่ขนาด  100,000  ตารางเมตร  นักท่องเที่ยวจะสามารถเยี่ยมชมอาณาจักรอาเรนเดลจากเรื่อง Frozen  หอคอยที่ราพันเซลอาศัยอยู่ในเรื่อง Tangled และ Neverland จาก Peter Pan  แผนนี้ยังรวมไปถึงโรงแรมที่มีห้องพัก 475 ห้อง ร้านค้าและห้องอาหาร 3 แห่ง คาดว่าจะเปิดให้บริการปี 2022   ซึ่งผู้ประกอบการสวนสนุกแห่งนี้ ได้พยายามเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศและผู้สูงอายุเพื่อกระตุ้นยอดขายตั๋วท่ามกลางอัตราการเกิดของเด็กที่ลดลงในประเทศญี่ปุ่นรวมถึงการแข่งขันจาก Universal Studios Japan และ Disney Park ในเซี่ยงไฮ้และฮ่องกง



ไม่ต้องไปถึงตลาดทสึคิจิก็ฟินได้ ! 2 แหล่งอาหารทะเลสดใหม่ในโตเกียวที่ต้องไปโดนสักครั้ง

ไปญี่ปุ่น โดยเฉพาะโตเกียวทั้งทีก็อยากจะทานซาชิมิหรือปลาดิบสดๆ กันให้ฟินพุงแตกไปเลยใช่ไหมล่ะ แต่ทีนี้ปัญหาคือเราจะต้องดั้นด้นไปไกลกันถึงตลาดปลาทสึคิจิ ตลาดปลาแห่งใหญ่ที่สุดในโลกที่ทุกคนรู้จักดีกันเลยหรือเปล่า ? แถมเวลาที่จะไปทานได้ก็ต้องไปตั้งแต่เช้าตรู่ และอยู่ได้ถึงแค่บ่ายๆ เท่านั้น  ใครที่ไม่อยากจะตื่นเช้านี่คงขอบาย แต่ไม่เป็นไรค่ะ เพราะวันนี้เรามี 2 พิกัดแหล่งอาหารทะเลสดๆ ในโตเกียวที่ไม่ต้องไปไกลถึงตลาดทสึคิจิก็ฟินได้มาแนะนำเพื่อนๆ กัน

 

Okachimachi Yoshiike Main Store Building | Ueno

หลายๆ คนเมื่อไปอุเอโนะ หนึ่งในที่ที่ต้องไปให้ได้เลยก็คือตลาดอาเมะโยะโกะใช่ไหมล่ะคะ แน่นอนถ้าใครเคยไปก็จะรู้ว่ามีร้านข้าวหน้าปลาดิบขายอยู่มากมายและน่าทานทั้งนั้น แต่คราวนี้เราจะพาไปแหล่งอาหารทะเลอีกที่หนึ่งอยู่ในตึก Okachimachi Yoshiike Main Store Building ชั้น 1 ค่ะ เมื่อเข้าไปถึงจะเจอร้าน Uniqlo แต่ว่าพื้นที่ด้านในของชั้น 1 และด้านล่างที่ชั้น B1 จะเป็นซูเปอร์มาร์เก็ตอาหารทะเล มีประวัติยาวนานมาตั้งแต่ปี 1920 ชื่อร้านว่า Yoshiike (吉池) ที่จะรวบรวมกุ้ง หอย ปู ปลา สารพัดอาหารทะเลส่งตรงมาจากเกาะฮอกไกโดสดๆ และราคาถูกมาไว้ที่นี่

แต่บอกก่อนเลยว่าบริเวณที่เป็นซูเปอร์มาร์เก็ตจะขายเฉพาะอาหารทะเลที่ต้องนำไปปรุงอาหารต่อเท่านั้นค่ะ (เว้นเสียแต่พวกซาชิมิที่นำไปหั่นทานได้เลย) ถ้าอยากจะลิ้มลองรสชาติเลยเดี๋ยวนั้นแนะนำให้เพื่อนๆ กดลิฟต์ขึ้นไปที่ชั้น 9 ซึ่งจะเป็นที่ตั้งของ Yoshiike Shokudo (吉池食堂) เป็นโซนรวมร้านอาหารต่างๆ ไว้ในที่เดียว หนึ่งในนั้นก็คือร้าน Sakana No Yoshiike (魚の吉池) ที่จะนำอาหารทะเลจากด้านล่างมาปรุงให้ทานกันแบบสดๆ มีซูชิและซาชิมิให้เพื่อนๆ ได้ฟินกันติดขอบเคาท์เตอร์เลยทีเดียว

ที่ตั้ง : 3-27-12, Ueno, Taitou-ku, Tokyo

เวลา :     Yoshiike (吉池) 9.30-20.30 น.

Yoshiike Shokudo (吉池食堂) จันทร์-เสาร์ 11.00-23.00 น. อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ 11.00-22.00 น.

การเดินทาง : ตัวตึกอยู่ติดกับสถานี JR Okachimachi (御徒町駅)

จากสถานี Ueno-hirokoji ด้วยรถไฟสาย Tokyo Metro Ginza หรือ Ueno-okachimachi ด้วยรถไฟสาย Toei Oedo เดินต่ออีก 1 นาที

หรือ จากสถานี Naka-okachimachi Station ด้วยรถไฟสาย Tokyo Metro Hibiya เดินต่ออีก 3 นาที

www.yoshiike-group.co.jp/

 

Big Tsukiji | Senkawa

ที่ต่อมาเป็นตลาดปลาขายส่งที่คนทั่วไปก็สามารถเข้าไปซื้อได้ นอกจากชื่อจะคล้ายๆ กับตลาดทสึคิจิแล้ว ในตอนเช้าก็ยังมีการประมูลปลาเหมือนกันด้วย อาหารทะเลวางขายแบบในตลาดทั่วไปไม่ได้เป็นร้านนั่งทาน จึงอาจจะเหมาะกับนักท่องเที่ยวที่พักในอพาร์ตเมนท์ที่มีครัวส่วนตัว แต่รับรองเลยค่ะว่าสดและน่าซื้อกลับไปทานแน่นอน

สำหรับสาวกแซลมอนก็สามารถเลือกซื้อปลาแซลมอนในราคาต่อแพคไม่ถึงพันเยน! ถือว่าถูกมากๆ ซื้อกลับมาทานที่ห้องพักสดๆ กันได้ อาจจะแวะซื้อเครื่องดื่มมาทานด้วยสักหน่อยรับรองเลิศค่ะ !

ที่ตั้ง : 3 Chome-8-5 Kanamechō, Toshima-ku, Tōkyō-to 171-0043

เวลา : 10.00-16.00 น.

การเดินทาง : รถไฟสาย Tokyo Metro Yurakucho สถานี Senkawa (千川駅) เดินต่ออีก 3 นาที

http://www.bigtsukiji.com/

แหล่งที่มาของเรื่อง : hotpepper

แหล่งที่มาของภาพ : r.gnaviyoshiike-group, bigtsukiji



ชวนไป 7 คาเฟ่ในโตเกียวที่มีเอกลักษณ์เฉพาะร้าน และคิ้วท์จนต้องรัวชัตเตอร์ไม่หยุด!

เราเชื่อว่าหลายคนเวลาที่ไปเที่ยวตามที่ต่างๆ ถ้าเจอสถานที่สวยๆ หรืออะไรน่ารักๆ จะต้องไม่พลาดที่จะกดชัตเตอร์มาลงไอจี หรือเก็บภาพสวยๆ ไว้จนเมมกล้องแทบจะเต็ม! วันนี้เราจะมาแนะนำคาเฟ่น่ารักๆ 7 ร้านในโตเกียวที่สายเซลฟี่หรือคนชอบถ่ายรูปห้ามพลาด เพราะนอกจากร้านน่ารักแล้ว ตัวเมนูของกินยังดีงามอีกด้วย

 

HATTIFNATT - ハティフナット(吉祥寺 - Kichijoji

รูปจาก Tabelog

ร้านแรกที่จะแนะนำคือร้านนี้ค่ะ “HATTIFNATT” อยู่ที่ Kichijoji เป็นร้านกาแฟและของหวาน มีเมนูแนะนำอย่างเค้กมองบลังค์ซึ่งจะทำหลังจากที่ได้รับออเดอร์แล้วด้วยนะ รับประกันความสดใหม่แน่นอน นอกจากนี้เมนูอื่นๆ ก็ทำออกมาในรูปแบบที่น่ารักด้วยค่ะ อย่างเช่นพวกกาแฟ หรือเค้กที่ตกแต่งเป็นรูปหน้าต่างๆ ร้านนี้เหมือนเป็นจุดที่คนมา Kichijoji จะต้องมาถ่ายรูปด้วยค่ะ เพราะน่ารักและสะดุดตามากตั้งแต่ประตูภายนอกร้านแล้ว หน้าร้านเป็นเหมือนบ้านในอนิเมะของพวก Studio Ghibli เลย มีปลูกต้นไม้ ดอกไม้ อยู่หน้าร้าน ส่วนภายในร้านนั่นยิ่งน่ารักเข้าไปอีก เพราะภายในตกแต่งด้วยรูปวาดตรงผนังสวยๆ เหมือนนั่งอยู่ในโลกแห่งสมุดภาพระบายสีเลยล่ะ

รูปจาก Tabelog

รูปจาก https://www.facebook.com/hattifnatt.jpn

รูปจาก https://www.facebook.com/hattifnatt.jpn

รูปจาก https://www.facebook.com/hattifnatt.jpn

HATTIFNATT - ハティフナット(吉祥寺 - Kichijoji

ที่อยู่ : 2 – chome – 18 - 10, Koenji, Suginami, Tokyo 166-0002 (เดิน 4 นาที จากสถานี Koenji ทางออก North)

เวลาเปิด-ปิด : วันจันทร์ - วันเสาร์ 12.00 – 23.00 น. (รับออเดอร์สุดท้าย 22.00 น.)

วันอาทิตย์ 12.00 – 22.00 น. (รับออเดอร์สุดท้าย 21.00 น.)

http://www.hattifnatt.jp/

https://www.facebook.com/hattifnatt.jpn

https://www.instagram.com/hattifnatt__koenji/

รูปเพิ่มเติมจาก https://tabelog.com/en/tokyo/A1319/A131904/13040604/

 

Stationery Café (Bunbougu Café) - 文房具カフェ(表参道 – Omotesando)

รูปจาก Tabelog

ดูจากชื่อร้านว่า “Bunbougu – เครื่องเขียน” แล้ว ก็ตามชื่อร้านเลยค่ะ ร้านนี้เป็นคาเฟ่ที่มีคอนเซ็ปต์หลักๆ คือมีเครื่องเขียนจำหน่ายด้วย แต่ก็มีเมนูอาหารให้เลือกหลากหลายอย่างเช่น พาสต้า พิซซ่า ชา กาแฟ เครื่องดื่มต่างๆ

รูปจาก https://www.facebook.com/pg/bunbougucafe

รูปจาก https://twitter.com/bunbougucafe

เมนูแนะนำของทางร้านเป็นข้าวแกงกะหรี่ แล้วก็แพนเค้กค่ะ ที่ร้านใช้ที่รองจานแบบเป็นกระดาษเพื่อเอาไว้ให้เราวาดรูปลงไปได้ด้วยล่ะ เพลินไปอีกแบบเลย บางทีทางร้านก็จะมีพวกเวิร์คช็อปต่างๆ ด้วย สามารถติดตามได้จากเว็บไซต์หรือทวิตเตอร์ของทางร้านนะคะ

รูปจาก https://www.facebook.com/pg/bunbougucafe

รูปจาก Tabelog

รูปจาก Tabelog

Stationery Café (Bunbougu Café) - 文房具カフェ(表参道 – Omotesando)

ที่อยู่ : ตึก Uchida ชั้น B1, 4-8-1 Jingumae, Shibuya, Tokyo (เดิน 4 นาทีจากทางออก A2 สถานี Omotesando)

เวลาเปิด-ปิด : 10.00 – 23.00 น. (เมนูอาหารกลางวันช่วง 11.00 – 17.00 น.)

https://www.bun-cafe.com/

https://www.facebook.com/pg/bunbougucafe

https://twitter.com/bunbougucafe

รูปเพิ่มเติมจาก https://tabelog.com/en/tokyo/A1306/A130602/13142860/

 

KAWAII MONSTER CAFE HARAJUKU (原宿 – Harajuku)

รูปจาก https://www.facebook.com/kawaiimonstercafe

เรื่องหลุดโลกแบบญี่ปุ่นๆ หรือวัฒนธรรมคาวาอี้สีสันแสบทรวงต้องนึกถึงที่นี่เลย “Harajuku” แหล่งรวมวัยรุ่นและการแต่งตัวแปลกๆ แหวกแนวไม่เหมือนใครในโลก! ที่นี่เป็นคาเฟ่ในฮาราจูกุที่คงคอนเซ็ปต์นี้อย่างชัดเจน ตั้งแต่การตกแต่งร้าน เมนูอาหาร ไปจนถึงพนักงานเสิร์ฟ ถ้าได้เข้ามาเยือนสักครั้งจะรู้สึกว่า “นี่มันสวนสนุกหรือคาเฟ่กันแน่!”

รูปจาก https://www.facebook.com/kawaiimonstercafe

รูปจาก https://www.facebook.com/kawaiimonstercafe

รูปจาก https://www.facebook.com/kawaiimonstercafe

บรรยากาศร้านตอนกลางวันกับกลางคืนถูกจัดให้แตกต่างกัน บางคืนจะมีโชว์จากทางร้าน (สามารถเช็คได้จากเฟซบุ๊กร้าน) ลองดูคลิปความคาวาอี้ของทางร้านนี้เป็นตัวอย่างก่อนได้เลยค่ะ

KAWAII MONSTER CAFE HARAJUKU

ที่อยู่ : ตึก YM Square Harajuku ชั้น 4, 4-31-10 Jingumae, Shibuya, Tokyo

เวลาเปิด-ปิด : วันจันทร์ - วันเสาร์ - วันหยุดทั่วไป ช่วงอาหารกลางวัน 11.30 – 16.30 น. / อาหารเย็น 18.00 – 22.30 น.

วันอาทิตย์ 11.00 – 20.00 น.

(บางวันทางร้านอาจปิดเพื่อจัดอีเว้นท์พิเศษ โปรดเช็คกับเฟซบุ๊กของทางร้าน)

http://kawaiimonster.jp/

https://www.facebook.com/kawaiimonstercafe

https://www.instagram.com/kawaiimonstercafe/

https://twitter.com/kawaiimonsterca

 

Q-pot CAFE. - キューポットカフェ(原宿 - Harajuku

รูปจาก https://www.facebook.com/pg/QpotcafeJP

Q-pot CAFE. เป็นคอนเซ็ปต์คาเฟ่ที่ร้านอาหารทำร่วมกันกับ Q-pot แบรนด์เครื่องประดับของญี่ปุ่นที่มีเอกลักษณ์ตรงที่ชอบทำเครื่องประดับออกมาในรูป “ขนมหวาน หรือบิสกิตต่างๆ” ตัวคาเฟ่เพิ่งเปิดเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา มีห้อง มีมุมให้ถ่ายภาพเยอะแยะ เหมือนอยู่ในโลกเทพนิยาย หรือในเรื่อง “อลิซในแดนมหัศจรรย์” เลยค่ะ เมนูอาหารในร้านก็จะเป็นเครื่องดื่ม เบเกอรี่ ขนมหวานที่ใช้ผลไม้ตามฤดูกาล สาวหวานที่ชอบแนวเจ้าหญิงๆ ต้องห้ามพลาดร้านนี้เลยล่ะ!

 

รูปจาก https://www.facebook.com/pg/QpotcafeJP

รูปจาก http://www.q-pot.jp/shop/cafe/menu

รูปจาก http://www.q-pot.jp/shop/cafe/menu

รูปจาก http://www.q-pot.jp/shop/cafe/menu

Q-pot CAFE (Harajuku)

ที่อยู่ : 3-4-8 Jingumae, Shibuya, Tokyo 150-0001

เวลาเปิด-ปิด : 11.00 – 20.00 น. (รับออเดอร์สุดท้าย 19.30 น.) / ปิดวันสิ้นปี – วันขึ้นปีใหม่

http://www.q-pot.jp/shop/cafe/?eng=1

https://www.facebook.com/QpotcafeJP/

https://www.instagram.com/qpot_official/

https://twitter.com/QpotCAFE

 

MR.FRIENDLY Café (代官山 – Daikanyama)

รูปจาก http://www.mrfriendly.jp/main/02_shop/

ร้านต่อมาที่จะแนะนำเป็นร้าน “Mr.Friendly Café” ที่เห็นแค่ภายนอกก็สะดุดตาในความน่ารักของ “Mr.Friendly” ที่เป็นตัวเอกของทางร้านนี้แล้วค่ะ มุมที่คนชอบมาถ่ายรูปกันมากที่สุดคือ “ม้านั่งข้างร้าน ริมกำแพงสีขาว”

รูปจาก http://www.mrfriendly.jp/main/02_shop/

ภายในร้านจะมีขายของที่ระลึกของคุณ Mr.Friendly เยอะแยะไปหมดเลย ส่วนเมนูของทางร้านก็มาในแบบน่ารัก เห็นแล้วอดไม่ได้ที่ต้องหยิบกล้องมาแชะภาพเสียหน่อยค่ะ เพราะเกือบทุกเมนูประดับไปด้วย “ฮอตเค้กรูป Mr.Friendly” สุดน่ารักแถมยังอร่อยด้วย

รูปจาก Tabelog

รูปจาก Tabelog

รูปจาก Tabelog

Mr.Friendly Café - ミスター・フレンドリー カフェ

ที่อยู่ : ตึก SP ชั้น 1, 2-18-6 Ebisunishi, Shibuya, Tokyo 150-0021

เวลาเปิด-ปิด : 11.00 – 20.00 น. / ปิดวันสิ้นปี – วันขึ้นปีใหม่

http://www.mrfriendly.jp/main/02_shop/

https://www.facebook.com/MR.FRIENDLYcafe/

รูปเพิ่มเติมจาก https://tabelog.com/en/tokyo/A1303/A130303/13049605/

 

Cafe Lotta - カフェ・ロッタ(世田谷 - Setagaya

คาเฟ่คิ้วท์ๆ สีขาวสบายตาในย่าน Setagaya การตกแต่งในร้านดูเรียบง่ายแต่มีสไตล์ มานั่งพักผ่อนชิลๆ ได้ เมนูแนะนำคือกาแฟที่ตกแต่งลาเต้อาร์ทเป็นรูปหน้าคนน่ารักๆ หรือข้าวห่อไข่ (Omu Rice) ที่ตกแต่งด้วยชื่อร้าน

รูปจาก Tabelog

รูปจาก Tabelog

Cafe Lotta – Setagaya

ที่อยู่ : 4-2-12 Setagaya, Setagaya, Tokyo

เวลาเปิด-ปิด : 11.00 – 18.00 น. (รับออเดอร์สุดท้าย 17.30 น.) / หยุดทุกวันพุธ – พฤหัสบดี

http://cafelotta0322.jugem.jp/

รูปเพิ่มเติมจาก https://tabelog.com/en/tokyo/A1317/A131709/13013128/

 

ALL C’S CAFE - オールシーズカフェ(高円寺 - Koenji)

รูปจาก Tabelog

ร้านสุดท้ายที่จะแนะนำในครั้งนี้คือร้าน “ALL C’S CAFÉ” ค่ะ เป็นร้านที่มีครบทั้งของคาวของหวาน มีเมนูให้เลือกเพียบ แถมเปลี่ยนการตกแต่งร้านไปตามแต่ละเทศกาลด้วยนะ เรียกได้ว่าหากไปต่างช่วงเวลากัน ไม่ว่าจะเป็นวาเลนไทน์ ฮาโลวีน หรือคริสต์มาส ก็จะได้เห็นการตกแต่งภายในร้านที่ต่างกันออกไป สามารถไปซ้ำได้โดยไม่มีเบื่อค่ะ (แถมหน้าตาอาหารยังน่าทาน คิ้วท์ๆ ไปเสียหมดทุกอย่างเลย!) เมนูแนะนำของที่นี่จะเป็นพวกเครป เค้ก คุกกี้ กาแฟ ค่ะ

รูปจาก Tabelog

รูปจาก https://twitter.com/all_cscafe

รูปจาก Tabelog

รูปจาก Tabelog

รูปจาก Tabelog

ALL C’S CAFÉ

ที่อยู่ : ตึก Miyake ชั้น 2, 3-25-24 Takamadera, Suginami, Tokyo 166-0002 (เดินจากสถานี Koenji 5 นาที)

เวลาเปิด-ปิด : 12.00 – 22.00 น. / หยุดวันขึ้นปีใหม่

http://www.allcscafe.com/

https://www.facebook.com/pages/ALL-Cs-CAFEオールシーズカフェ/733415723409805

https://twitter.com/all_cscafe

รูปเพิ่มเติมจาก https://tabelog.com/en/tokyo/A1319/A131904/13131476/

แหล่งที่มา: retrip



พลาดไม่ได้! 5 โรงแรมสุดคุ้มย่านกินซ่าในโตเกียว ที่งบไม่ถึง 1,000 ก็พักได้!!

คุณกำลังมองหาที่พักที่อยู่ในใจกลางกรุงโตเกียวอยู่หรือเปล่าคะ? ย่านกินซ่าเป็นหนึ่งในทำเลที่สะดวกที่สุดในโตเกียว ซึ่งเป็นที่นิยมในหมู่นักท่องเที่ยว อีกทั้งยังมีโรงแรมอยู่บริเวณนี้เป็นจำนวนมาก

กินซ่าได้รับการขนานนามว่าเป็นย่านที่ราคาที่ดินแพงที่สุดในประเทศญี่ปุ่น ดังนั้นคุณจะพบว่าราคาค่าที่พักแถวนี้อยู่ในระดับสูง อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีโรงแรมที่เป็นมิตรกับงบประมาณอยู่หลายแห่งในกินซ่า ซึ่งคุณสามารถเข้าพักในราคาที่ถูกที่สุดไม่ถึง 1,000 บาท ต่อคืน!!

เราได้เลือก 5 โรงแรมราคาไม่แพงที่ดีที่สุด ที่คุณต้องอยากเข้าไปเช็คอินด้านล่างนี้เลยค่ะ!

 

1. IMANO TOKYO GINZA HOSTEL

IMANO TOKYO GINZA HOSTEL เพิ่งเปิดตัวในเดือนกันยายนปี 2017 ดังนั้นห้องพักและสิ่งอำนวยความสะดวกของโรงแรมจึงยังคงเป็นของใหม่ ตั้งอยู่ใกล้กับสถานี Shintomicho ซึ่งอยู่ใกล้กับไฮสตรีทของกินซ่า มีบริการทั้งห้องพักรวมและห้องแบบส่วนตัวรวมทั้งเลานจ์ส่วนกลางที่ให้บริการอาหารเช้าที่ชั้น 2F มีเมนูร้านกาแฟในช่วงเช้า และเมนูบาร์ในช่วงเย็น นอกจากนี้ โรงแรมยังมีข้อเสนอสุดพิเศษสำหรับผู้จองล่วงหน้าหรือเข้าพักติดต่อกันหลายวันอีกด้วยค่ะ

IMANO TOKYO GINZA HOSTEL

ราคาห้องพัก: 3,000 เยน

การเดินทาง: เดิน 5 นาทีจากสถานี Shintomicho

แผนที่: https://goo.gl/Z57bcu

เว็บไซต์: https://imano.jp/ginza/en/

 

2. THE PRIME POD GINZA TOKYO

ถ้าคุณต้องการลองโรงแรมสไตล์แคปซูลที่กำลังได้รับความนิยมในกรุงโตเกียวอย่างน้อยหนึ่งครั้ง แต่มีความกังวลเกี่ยวกับความสะอาดหรือความปลอดภัยนี้อาจเป็นทางเลือกที่เพอร์เฟกต์สำหรับคุณ

THE PRIME POD GINZA TOKYO ตกแต่งสไตล์โทนเย็นและมีความหรูหราขึ้นมาเล็กน้อย มีชั้นที่แยกชายหญิงชัดเจน มีห้องน้ำรวมที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบ และสะอาดมากแม้แต่ฝักบัวก็ได้รับการดูแลอย่างดี อีกทั้งยังมีเลานจ์พร้อมบาร์ที่มองออกไปจะเห็นวิวทิวทัศน์อันสวยงามของกินซ่าสตรีท โรงแรมแห่งนี้ตั้งอยู่ใจกลางเมืองกินซ่า และสำหรับสถานที่แบบนี้ถือว่าราคาห้องพักอยู่ในเรทที่คุ้มค่าสุดๆ เลยล่ะค่ะ!

THE PRIME POD GINZA TOKYO

ราคาห้องพัก: 3,000 เยน

การเดินทาง: 1 นาทีจากสถานี Higashi Ginza หรือ 4 นาทีจากสถานี Ginza

แผนที่: https://goo.gl/koRweR

เว็บไซต์: https://theprimepod.jp/ginza/en

 

3. Tokyo Ginza Bay Hotel

Tokyo Ginza Bay Hotel เป็นอีกหนึ่งโรงแรมที่มีทำเลที่ดีในย่านกินซ่า ทางโรงแรมจึงรายล้อมไปด้วยร้านอาหาร คาเฟ่ และร้านค้าต่างๆ มากมาย ยิ่งไปกว่านั้น ยังเป็นโซนที่ดีสามารถเชื่อมต่อสถานีรถไฟใต้ดินหลากหลายสาย โรงแรมมีระดับการรักษาความปลอดภัยยอดเยี่ยม มีคีย์การ์ดเข้าออก ทั้งสะอาดและมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน รวมถึงชั้นแยกสำหรับผู้หญิงอีกด้วย

Tokyo Ginza Bay Hotel

ราคาห้องพัก: 3,000 เยน ~

การเดินทาง: 5 นาทีจากสถานี Higashi Ginza หรือ 8 นาทีจากสถานี Ginza

แผนที่: https://goo.gl/caom7n

เว็บไซต์: https://www.bay-hotel.jp/ginza/eng/

 

4. WISE OWL HOSTELS TOKYO

WISE OWL HOSTELS TOKYO เป็นหนึ่งในโฮสเทลสไตล์ชิคๆ ที่ดีที่สุดในโตเกียว และกำลังเป็นที่นิยมในบรรดาเหล่าฮิปสเตอร์ มีตั้งแต่ห้องพักรวมจนถึงห้องส่วนตัว จึงเหมาะสำหรับนักเดินทางคนเดียว คู่รัก เที่ยวเป็นกลุ่ม หรือมาทั้งครอบครัวก็ได้ มีพื้นที่หลายแห่งที่คุณมีโอกาสที่จะพบปะสังสรรค์กับนักเดินทางคนอื่นๆ ในโฮสเทลอันอบอุ่นแห่งนี้ เช่น เลานจ์คาเฟ่ที่ชั้นล่าง และบาร์ชั้นใต้ดินซึ่งเปิดให้บริการจนถึงเที่ยงคืน ตั้งอยู่ใกล้สถานี Hacchobori ซึ่งสามารถเดินทางไปยังสถานีโตเกียว, กินซ่า และตลาดปลาสึคิจิได้

WISE OWL HOSTELS TOKYO

ราคาห้องพัก: 2,500 เยน ~

การเดินทาง: 1 นาทีจากทางออกสถานี Hacchobori ทางออก A1 หรือ B1

แผนที่: https://goo.gl/GtCJnU

เว็บไซต์: https://wiseowlhostels.com/tokyo/

 

5. Bed & Breakfast Renga

Bed & Breakfast Renga เปิดให้บริการในเดือนกันยายนปี 2017 เป็นที่พักสไตล์ B & B ที่สะดวกสบายและเป็นมิตรกับงบประมาณที่ตั้งอยู่ในย่านกินซ่า ทั้งอาคารมี 5 ชั้น ประกอบด้วย เลานจ์คาเฟ่ที่ตกแต่งอย่างมีสไตล์ สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ห้องพักรว มที่สะอาดและกว้างขวาง (แยกชายและหญิง) และห้องพักสำหรับครอบครัวขนาดใหญ่ซึ่งสามารถรองรับได้ถึง 10 คน โรงแรมตั้งอยู่หน้าสถานีและสามารถเดินทางไปยังถนนช้อปปิ้งกินซ่าและตลาดปลาสึคิจิได้โดยง่าย

Bed & Breakfast Renga

ราคาห้องพัก: 3,000 เยน ~

การเดินทาง: เดิน 1 นาทีจากสถานี Shintomicho หรือเดิน 5 นาทีจากสถานี Higashi Ginza

แผนที่: https://goo.gl/1mD6qz

เว็บไซต์: http://www.bb-renga.jp/english/

หวังว่าคุณจะมีความสุขในการเข้าชมข้อมูลของโรงแรมที่เป็นมิตรกับงบประมาณในย่านกินซ่านี้นะคะ กินซ่าเป็นพื้นที่ที่เหมาะสำหรับการเข้าพักที่คุณสามารถเดินทางไปยังถนนช้อปปิ้งที่ดีที่สุดของโตเกียว, ตลาดปลาสึคิจิ, สถานีโตเกียวและสถานที่ท่องเที่ยวในบริเวณใกล้เคียงอีกมากมายเลย ทั้งนี้ โปรดเช็กข้อมูลอีกครั้งเพื่อการอัปเดตข่าวสารด้วยนะคะ

แหล่งที่มาเรื่องและภาพ : jw-webmagazine



10 อันดับของที่ระลึกสุดฮอตในสถานีโตเกียว ใครที่กำลังหาของฝากดี ๆ อยู่ต้องมาที่นี่เลย

สถานีโตเกียว เป็นสถานีรถไฟขนาดใหญ่กลางกรุงโตเกียว ด้านตะวันตกเป็นที่ตั้งของพระราชวังอิมพีเรียล ส่วนด้านตะวันออกคือ Ginza ที่คนไทยรู้จักกันดีค่ะ สถานีโตเกียวเป็นมากกว่าแค่สถานีรถไฟธรรมดา แต่มันเหมือนกับเป็นเมืองหนึ่งเลยล่ะค่ะ (Station City) นอกจากรางรถไฟ ชานชาลา ก็ยังมีร้านอาหาร ร้านค้า ซูเปอร์มาร์เก็ตและโรงแรมในสถานที่เดียวกันอีกด้วย

แหล่งช็อปปิ้งที่เป็นที่นิยมของสถานีโตเกียวคือ GRANSTA ค่ะ ตั้งอยู่ที่ชั้นใต้ดินของสถานีโตเกียว ชั้น B1 ระหว่างประตูทางออก Yaesu และ Marunouchi Line นักท่องเที่ยวสามารถซื้อขนมของฝากที่หาซื้อที่อื่นไม่ได้ เครื่องสำอาง นิตยสาร ข้าวกล่องรถไฟ (Ekiben) และอาหารอื่น ๆ อีกมากมาย นอกจากนั้นก็ยังมีบริการอื่น ๆ อีก เช่น แผนกต้อนรับ บริการฝากกระเป๋า แลกเงิน หรือเคาน์เตอร์ให้บริการการขอคืนภาษี และในปี 2016 ก็ได้มีการเปิดพื้นที่ช็อปปิ้งใหม่นอกประตูตรวจตั๋ว คือ Gransta Marunouchi ด้วยค่ะ อยู่ใกล้กับบริเวณชั้นใต้ดินของสถานีด้านตึกมารุโนะอุจิ และภายในเวลาหนึ่งปีก็มีร้านค้ามาเปิดถึง 33 ร้านแล้วด้วยค่ะ ถูกใจขาช็อปแบบสุด ๆ

ลองดูข้อมูลและแผนที่สถานีโตเกียวอย่างละเอียดได้ที่นี่: http://www.tokyostationcity.com/en/information/

เอาล่ะค่ะ รู้จักสถานีโตเกียวกันนิดหน่อยแล้วก็ถึงเวลามาดูสิบของที่ระลึกยอดฮิตที่อยากให้เพื่อน ๆ ไม่พลาดเวลามาเยือนสถานีโตเกียวนะคะ

 

อันดับที่ 10 Gummi Shell package only available in Tokyo Station

เป็นขนมคล้าย ๆ เยลลี่เคี้ยวหนึบ เปลือกนอกจะแข็ง ๆ กรุบ ๆ รูปร่างเหมือนขนมเพร็ตเซล โดดเด่นด้วยสีที่เป็นพาสเทลสวยงาม เหมาะเป็นของฝากสำหรับคุณสาว ๆ ที่ชอบขนมหวานมากค่ะ แต่ละกล่องจะมี 6 รส คือ องุ่น โคล่า ลูกแพร์ฝรั่งเศส แอปเปิ้ล โซดาและเกรพฟรุต

ราคา: หนึ่งกล่อง 6 รส 800 เยน

ชื่อร้าน: Hitotsubu kanro

 

อันดับที่ 9 Original Assortment

ชีสเค้กคละรส เป็นชีสเค้กที่ใส่ครีมชีสลงไปแบบเต็มที่ เข้มข้นสะใจคนชอบชีสเค้กเลยล่ะค่ะ แต่ก็ยังคงรสตามต้นตำรับดั้งเดิมไว้นะคะ มีความหวานที่พอดิบพอดี กินกับไวน์หรือน้ำชาเข้ากันเป็นอย่างดี ในหนึ่งกล่องจะมี 6 รสคละกัน และมี Kanjuku Chessecake ที่เป็นรสแบบเฉพาะ มีขายที่สถานีโตเกียวเท่านั้นด้วยค่ะ

ราคา 1,944 เยน

ชื่อร้าน Forma

 

อันดับที่ 8 Panda Journey

เป็นข้าวเกรียบกุ้งแบบญี่ปุ่น (ebi senbei) มีขายเฉพาะที่สถานีโตเกียว เป็นผลิตภัณฑ์ของ Katsura Shindo ซึ่งเป็นบริษัทเก่าแก่ก่อตั้งในปี ค.ศ. 1866 มีหลายรสเลยค่ะ กรอบมาก ๆ ทำเป็นรูปหมีแพนด้าน่ารัก ๆ แล้วก็ยังแปะรูปต่าง ๆ ที่สื่อถึงโตเกียวไว้บนตัวขนมด้วยค่ะ อย่างเช่น หอคอยโตเกียว ประตูคะมินะริมงที่อาซากุสะ ละครคาบุกิ ทำให้ขนมชนิดนี้เป็นของฝากจากโตเกียวที่เหมาะมาก ๆ เลยล่ะค่ะ

ราคา 3 ถุง 648 เยน / 5 ถุง 1,080 เยน / 10 ถุง 2,160 เยน

ชื่อร้าน Katsura Shindo

 

อันดับที่ 7 Waffle Stick

เป็นวาฟเฟิลแบบแท่งเคลือบช็อกโกแลตค่ะ ด้านนอกกรอบ ด้านในนุ่มชุ่มฉ่ำ สีสันของช็อกโกแลตที่เคลือบบนตัวขนมทำให้ดูน่ากินมาก ๆ

ราคา กล่อง 5 แท่ง 720 เยน / 10 แท่ง 1,388 เยน

ชื่อร้าน R. L. Waffle Cake

 

อันดับที่ 6 Maple Baumkuchen

เค้กต้นไม้แบบเยอรมัน อบให้เนื้อเค้กออกมาเบา ใส่น้ำตาลเมเปิ้ลเต็มที่ ทำให้ได้รสเมเปิ้ลเข้มข้น อร่อยทั่วกันทั้งชิ้น กล่องก็ดีไซน์ได้สวย ดูคลาสสิก ผู้ที่ได้รับของฝากชิ้นนี้ต้องประทับใจอย่างมากเลยล่ะค่ะ

ราคา 2,268 เยน

ชื่อร้าน The Maple Mania

 

อันดับที่ 5 Maple Financier

ขนมฟีนองเซียรสน้ำตาลเมเปิ้ล ด้านนอกมีความกรอบ ส่วนเนื้อในให้สัมผัสที่นุ่มละเอียด ฉ่ำเนย กัดเข้าไปแล้วก็จะได้กลิ่นหอมเมเปิ้ลกรุ่นไปทั่วทั้งปาก นอกจากรสชาติที่หอมอร่อยถูกใจ ตัวแพ็กเกจก็ยังดีไซน์ได้สวย เป็นเอกลักษณ์ น่าซื้อแบบสุด ๆ ไปเลยค่ะ

ราคา กล่อง 6 ชิ้น 1,069 เยน / 12 ชิ้น 2,138 เยน / 20 ชิ้น 3,564 เยน

ชื่อร้าน The Maple Mania

 

อันดับที่ 4 Tokyo Gianduja choco-pie

ช็อกโกพายจากแบรนด์ช็อกโกแลตที่มีชื่อเสียงของเมืองตูริน ประเทศอิตาลี “Caffarel” ซื้อได้เฉพาะใน Gransta หลังเปิดตัวในปี 2015 ก็ไต่อันดับความนิยมได้อย่างรวดเร็ว รสช็อกโกแลตเข้มข้น กลิ่นหอม เนื้อเบา เป็นขนมที่ต้องกินค่ะ!

ราคา กล่อง 4 ชิ้น 648 เยน / 8 ชิ้น 1,080 เยน / 12 ชิ้น 1,620 เยน

ชื่อร้าน Caffarel

 

อันดับที่ 3 10-waffle package only available in Tokyo Station

ขนมวาฟเฟิลคละรสแบบ 10 ชิ้น เป็นขนมวัฟเฟิลนุ่ม ๆ ขนาดเล็กสองชิ้นประกบกัน ไส้เป็นครีมคัสตาร์ดช็อกโกแลตหรือชาเขียว เพิ่งออกแพ็กเกจใหม่ในเดือนพฤศจิกายน ปี 2017 ในกล่องมี 10 รส 5 รสมีขายเฉพาะที่สถานีโตเกียว อีก 5 รสเป็นรสมาตรฐานที่เป็นที่นิยมค่ะ

ราคา 1,300 เยน

ชื่อร้าน R. L. Waffle Cake

 

อันดับที่ 2 Gin-no-Budou’s Chocolate Sandwich “Almond”

คุกกี้ช็อกโกแลตที่มีชั้นของถั่วอัลมอนด์ด้วยที่เปลือกชั้นนอก ทำเป็นสองชิ้นประกบกันเหมือนแซนด์วิช ไส้เป็นช็อกโกแลตนมหรือช็อกโกแลตขาว เนื้อสัมผัสนุ่มเนียน ละลายในปาก เป็นไอเท็มที่ต้องซื้อ!

ราคา กล่อง 8 ชิ้น 712 เยน / 12 ชิ้น 1,080 เยน / 18 ชิ้น 1,620 เยน / 24 ชิ้น 2,160 เยน

ชื่อร้าน Gin-no-Budou

 

อันดับที่ 1 Maple Cookies

ขนมที่ยังครองความเป็นที่หนึ่งได้อีกหนึ่งปีค่ะ ด้วยยอดขายกว่า 6 ล้านชิ้น เป็นคุกกี้กรอบ ๆ ทำเหมือนแซนด์วิช มีสองชิ้นประกบกัน ไส้เป็นช็อกโกแลตครีม กลิ่นหอมและรสชาติของเนยและน้ำตาลเมเปิ้ลจะกระจายไปทั่วทั้งชิ้นขนมที่อบมาใหม่ ๆ ซึ่งสิ่งนี้ไม่ใช่อะไรที่จะคาดหวังได้จากคุกกี้ธรรมดา ๆ แน่ค่ะ มันจึงเป็นขนมชิ้นพิเศษที่อยู่ในใจของทุกคนจริง ๆ

ราคา กล่อง 9 ชิ้น 864 เยน / 18 ชิ้น 1,728 เยน

ชื่อร้าน The Maple Mania

 

เป็นยังไงคะ หมายตาอันดับไหนกันไว้บ้าง? ส่วนขากินอย่างดิฉันนี่ เห็นแล้วอยากลองชิมมันทั้งสิบอย่างเลยค่ะ มันต้องอร่อยมาก ๆ แน่เลยล่ะ

 

แหล่งที่มาเรื่องและภาพ : livejapan



3 ที่พักสุดฮิปแถวโตเกียวที่เป็นได้มากกว่าโรงแรม เอาใจนักท่องเที่ยวที่ต้องการฟีลแคมปิ้งแบบอินดอร์ อ่านหนังสือ ซาวน่าครบวงจร

อีกไม่นานการแข่งขันโอลิมปิกกรุงโตเกียวและพาราลิมปิกในปี 2020 จะเริ่มขึ้น ทำให้มีผู้เดินทางมาญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ รวมถึงความต้องการในที่พักก็มากขึ้นเช่นกัน นอกจากโรงแรมแล้ว ยังมีตัวเลือกอื่นๆ อีกไหมนะ ลองมาเปลี่ยนบรรยากาศมาพักแบบอินเทอร์เน็ตคาเฟ่หรือโรงแคปซูลที่มีการรีโนเวทได้สวยงามไม่แพ้โรงแรมกันเถอะ

 

1. TSUTAYA BOOK APARTMENT

บรรยากาศผ่อนคลายแบบใหม่ที่มีหนังสือเป็นศูนย์กลาง เปิดให้ใช้บริการทั้ง “อ่านหนังสือ ทำงาน พักผ่อนชิลล์ๆ อาบน้ำ” ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ตั้งอยู่ในทำเลที่เหมาะสำหรับการเดินทาง แค่เดินไม่กี่นาทีจากทางออกของ Shinjuku Station หรือทางออก A5 ของ Shinjuku Sanchome Station สามารถเพลิดเพลินกับการอ่านหนังสือการตูนพร้อมทั้งมีพื้นที่แบบ Relax space ที่ชั้น 5 ที่นี่สามารถกางเต็นท์ผ้าไว้กลางพื้นหญ้าเทียม เหมือนเข้าใกล้ธรรมชาติได้ในเมืองใหญ่แสนวุ่นวาย และยังมี Starbucks และ Family Mart ไว้บริการอีกด้วย

ชั้น 6: ห้องแต่งตัวสำหรับสาวๆ

นอกจากนี้ยังมีล็อกเกอร์ส่วนตัวให้เช่าอีกด้วยเพื่อให้คุณสามารถใช้เป็นแพ็กเกจแบบ 6 ชั่วโมงหรือ 12 ที่จะค้างคืนในร้านหนังสือได้สบายๆ และมีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครัน ได้แก่ ชุดนอนเช่าห้อง อุปกรณ์อาบน้ำ แต่งหน้า

ในการใช้บริการจะต้องใช้บัตร T-Point ของ Tsutaya  และมีพนักงานที่สามารถพูดภาษาอังกฤษคอยอำนวยความสะดวก

 

อัตราค่าบริการ (ไม่รวม TAX)

500 เยน/1 ชั่วโมง

6 ชั่วโมง 2,800 เยน (รวมห้องอาบน้ำ 1 ครั้ง)

12 ชั่วโมง 5,500 เยน  (รวมห้องอาบน้ำ 1 ครั้ง)

ค่าบริการอื่นๆ (เพิ่มจากค่าบริการปกติ)

Lady zone 100 เยน/ครั้ง

ล็อคเกอร์ส่วนตัว 500 เยน / ครั้ง

ชุดลำลอง 1,000 เยน/ชุด

ห้องอาบน้ำ 500 เยน/1 ครั้ง

Free Wifi

ที่อยู่

Shinjuku Minimu-building 4-6F, 3-26-14, Shinjuku, Shinjuku-ku, Tokyo 1600022, Japan

เวลาทำการ: 24 ชั่วโมง

วันปิด: ไม่มี

การเดินทาง

จาก Shinjuku station (East gate) เดินประมาณ 1 นาที

จาก Shinjuku 3 choume station (A5 gate) เดินประมาณ 1 นาที

Official Website : http://tsutaya.tsite.jp/feature/store/tba_shinjuku/

 

2. Nagomi Style Cafe Akiba

คุณจะพบ Nagomi Style Cafe Akiba ใกล้กับสถานี Akihabara และอยู่นอกทางออกหมายเลข 4 ของสถานี Suehirocho Station คาเฟ่แห่งนี้ถูกออกแบบมาให้มีกลิ่นอายเรียวกังของเกียวโตเหมาะสำหรับผู้ที่ไม่มีเวลาเดินทางไปเกียวโต การตกแต่งห้องจะเป็นแบบญี่ปุ่นและเป็นเสื่อทาทามิ

หลังจากผ่านประตูทางเข้าที่ตกแต่งด้วยทางเท้าโรยด้วยหินและร่มญี่ปุ่นสไตล์ดั้งเดิม จะมีพนักงานที่แต่งตัวในชุดกิโมโนแบบดั้งเดิมหรือฮากามะมาคอยต้อนรับ ส่วนคำอธิบาย จะมีทั้งภาษาอังกฤษและภาษาจีน เพราะฉะนั้นไม่ต้องห่วงว่าจะไม่เข้าใจ แต่ถ้าเป็นต่างชาติควรจะนำพาสปอร์ตมาด้วยเพื่อความสะดวก

มีบูธ ห้องส่วนตัว และมีหนังสือการ์ตูนมากมาย (มีแต่ภาษาญี่ปุ่นเท่านั้น) มีหนังสือประมาณ 25,000 เล่ม

อัตราค่าบริการ

- ราคามาตรฐาน (วันธรรมดา): 300 เยนสำหรับ30 นาทีแรกและ 140 เยน / 15 นาทีหลังจากนั้น

- ราคามาตรฐาน (วันหยุดสุดสัปดาห์): 320 เยนสำหรับ 30 นาทีแรกและ 160 เยน / 15 นาทีหลังจากนั้น

- ราคามาตรฐาน (Peak Season): 340 เยนสำหรับ 30 นาทีแรกและ 170 เยน / 15 นาทีหลังจากนั้น

แพคเกจ 6 ชั่วโมง (วันธรรมดา): 1,980 เยน

แพคเกจ 8 ชั่วโมง (วันธรรมดา): 2,400 เยน

แพคเกจ 10 ชั่วโมง (วันธรรมดา): 2,800 เยน

แพคเกจ 12 ชั่วโมง (วันธรรมดา): 3,400 เยน

การเดินทาง:JR สถานีอะกิฮาบาระ จากทางเข้าเมืองไฟฟ้าใช้เวลาเดินประมาณ 7 นาที, จากรถไฟฟ้าใต้ดินโตเกียว สายกินซ่า สถานีมิฮิโระโจ เดิน 30 วินาที

เว็บไซต์:http://nagomi-cafe.com/?page_id=32

http://nagomi-cafe.com/

 

3. ℃ Ebisu

จากทางออกทิศตะวันตกของสถานี Ebisu มุ่งหน้าลงใต้อุโมงค์และเลี้ยวขวาที่ St. Marc Cafe (Choco Cro) คุณจะพบ ℃ Ebisu ที่สามารถพักผ่อนร่างกายที่เหนื่อยล้าของคุณท่ามกลางเมืองใหญ่แสนวุ่นวาย เป็นหนึ่งในโรงแรมแคปซูลที่กำลังมาแรงในญี่ปุ่น ทำการรีโนเวทให้ดูทันสมัยเป็นโรงแรมแคปซูลแบบไฮเอนด์

มีทั้งหมด 8 ชั้น  162 แคปซูล เริ่มต้นเพียง 4,900 เยนกับสถานที่ตกแต่งได้หรูเริ่ดและมีระดับอย่างนี้ถือว่าคุ้มทีเดียว สำหรับผู้ที่ต้องการใช้ห้องซาวน่าเท่านั้นจะมีค่าใช้จ่ายเบื้องต้น 1,000 เยนเป็นเวลา 1 ชั่วโมง และค่าบริการเพิ่มเติม 500 เยนต่อชั่วโมง หลังจากนั้นจะสามารถใช้ผ้าขนหนู ชุดนอน แชมพูและสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ ได้ฟรี

℃ Ebisu

ที่อยู่

1-8-1 Ebisu, Shibuya-ku, Tokyo, 1500013, Japan

เวลาเปิดทำการ

เข้าพักคืน: เช็คอิน 13:00, เช็คเอาท์ 1:00 (วันถัดไป)

การเข้าพักรายวัน: 13:00 - 21:00 น

ห้องซาวน่า: 13:00 - 9:00 (วันถัดไป)

 

แหล่งที่มาเรื่องและภาพ : livejapan



กินหรูใช่ว่าต้องราคาแพง! 7 ร้านอาหารมิชลินสตาร์ในโตเกียวที่ราคาเป็นกันเองสุดๆ!

ราคาเริ่มต้นเพียง 430 เยน (126 บาท) แต่เพื่อนๆ สามารถทานอาหารจากเชฟดังระดับมิชลินสตาร์ในกรุงโตเกียวได้ค่ะ จะมีร้านอะไรกันบ้าง เราไปดูกันเลย!

 

Kagawa Ippuya (ราคาเริ่มต้น 430 เยน)

Kagawa Ippuya เป็นร้านจากจังหวัดคางาวะ หรือจังหวัดที่มีชื่อเสียงเรื่องเส้นอุด้ง ซึ่งสาขาที่โตเกียวนี้ก็สามารถรักษามาตรฐานของเส้นอุด้งและรสชาติที่ดีได้ไม่ต่างจากของต้นตำรับ เพียงเมนูสุดคลาสสิคเช่น Kake Udon (อุด้งในซุปดาชิใส) หรือ Kamatama Udon (อุด้งเสิร์ฟพร้อมไข่ไก่สด) ก็สามารถชนะใจมิชลินสตาร์ได้ จนได้ถูกจัดอยู่ในหมวดหมู่ BIB GOURMANDS หรือ ร้านอาหารที่อร่อยและราคาสมเหตุสมผล (Good Cuisine at a Reasonable Price) นอกจากเมนูอุด้งแล้ว ที่นี่ยังมีของทอด ของทานเล่น และข้าวหน้าต่างๆ ให้เลือกทานด้วยค่ะ

ข้อมูลร้าน 
เวลาทำการ : 11.00 น. – 20.00 น. ปิดทุกวันอาทิตย์ และทุกวันจันทร์แรกของทุกเดือน
ที่อยู่ : Tokyo Royal Plaza 1F, 1-18-11 Uchikanda, Chiyoda-ku, Tokyo

Shinjuku Kappo Nakajima (ราคาเริ่มต้น 800 เยน)

Shinjuku Kappo Nakajima นำเสนอเซตอาหารกลางวันระดับ One Michelin Star ในราคาเพียง 800 เยนเท่านั้นค่ะ ซึ่งปลาซาดีนเป็นอาหารจานหลักของแต่ละเซต สามารถเลือกได้ระหว่าง แบบทอดกรอบ, แบบต้มในซุปโชยุ, แบบซาชิมิหมักงาและขิงสด, หรือแบบหม้อไฟร้อน Yanagawa ที่ใครๆ ก็เห็นพ้องต้องกันว่าเด็ดสุดๆ! โดยทุกตัวเลือกจะเสิร์ฟแบบครบเซต ได้แก่ ข้าวชามใหญ่ ชุดมิโซะ ผักดอง และชาเติมฟรีค่ะ

ข้อมูลร้าน
เวลาทำการ : จันทร์ – เสาร์ 11.30 น. – 14.00 น. / 17.30 น. – 21.30 น. (ปิดทุกวันอังคาร)
ที่อยู่ : Hihara Bldg B1F, 3-32-5 Shinjuku, Shinjuku-ku, Tokyo
เว็บไซต์ร้าน : http://www.shinjyuku-nakajima.com/

Nakiryu (ราคาเริ่มต้น 850 เยน)

Nakiryu เป็นร้านราเมงร้านแห่งที่สองในโตเกียวที่ได้รับตำแหน่ง One Michelin Star มา เมนูขึ้นชื่อของที่นี่คือ Tantanmen หรือราเมงเส้นเหนียวนุ่มในซุปเผ็ดจัดจ้านแบบอ่อนๆ ผสมผสานกับความมันที่ลงตัวจากเมล็ดงา ซึ่งเมื่อใครได้ชิมแล้วก็ต้องติดใจไปตามๆ กัน หากใครทานเผ็ด ก็สามารถเพิ่มระดับความเผ็ดในราคา 50 เยนได้อีกด้วย นอกจากนี้ยังมีเมนูราเมง  ข้าวหน้าต่างๆ และอาหารทานเล่นให้เลือกทานอีกมากมายค่ะ

ข้อมูลร้าน
เวลาทำการ : จันทร์ 11.30 น. – 15.00 น.
ที่อยู่ : SKY Minamiotsuka 1F, 2-34-4 Minamiotsuka, Toshima-ku, Tokyo
เว๋็บไซต์ร้าน : http://www12.plala.or.jp/nakiryu/

Menya Ishin (ราคาเริ่มต้น 850 เยน)

แม้ชิโอะราเมงระดับมิชลินสตาร์ของที่นี่ ราคาจะเริ่มต้นที่ 850 เยน (249 บาท) แต่เพียงอัพราคาอีกนิดหนึ่งเป็น 1,100 เยน (321 บาท) เพื่อนๆ ก็จะได้ทานโชยุราเมง น้ำซุปคล่องคอ พร้อมจัดเต็ม แน่นด้วยเครื่องแบบในรูปด้านบน ประกอบไปด้วยเกี๊ยว เนื้อไก่สไลด์ชิ้นหนา และไข่ยางมะตูม ซึ่งถือเป็นเมนูที่ใครๆ ต่างก็ห้ามพลาดค่ะ!

 

ข้อมูลร้าน
เวลาทำการ : จันทร์ – เสาร์ 11.00 น. - 15.00 น. / 17.00 น. - 22.00 น.
ที่อยู่ : Sun Rion Building 1F, 3-4-1 Kamiosaki, Shinagawa-ku, Tokyo

Anda Gyoza (ราคาเริ่มต้น 972 เยน)

ด้วยการนำเสนอเกี๊ยวซ่าที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากอาหารอาเซียน แตกต่างจากร้านทั่วไป ในราคาย่อมเยา ทำให้ Anda Gyoza ติดหนึ่งในหมวดหมู่ BIB GOURMANDS ไปได้ไม่ยาก โดยมีไส้ให้เลือกหลากหลายได้แก่ ไส้กุ้งผสมผักชีและน้ำกะทิ ที่มีรสชาติคล้ายต้มยำกุ้งบ้านเรา ไส้หมูผัดผงกะหรี่ ไก่ผัดขิงและใบโหระพาปรุงรสด้วยน้ำปลา โดยเซตอาหารของที่นี่เสิร์ฟเกี๊ยว 8 ชิ้น ข้าวปรุงรส ผักดอง และซุปสาหร่าย เซตเดียวสามารถอิ่มท้องได้โดยไม่ต้องสั่งอะไรเพิ่มเลยค่ะ

ข้อมูลร้าน
เวลาทำการ : 11.30 น. – 23.00 น. (ปิดทุกวันอังคาร)
เว็บไซต์ร้าน : http://andagyoza.tumblr.com/

Tonkatsu Masamune (ราคาเริ่มต้น 980 เยน)

ทงคัตสึของที่นี่ไม่ธรรมดา ด้วยวัตถุดิบที่พิถีพิถันในการคัดสรรตั้งแต่เกล็ดขนมปัง กะหล่ำปลี ข้าว น้ำมันที่ใช้ในการทอด รวมถึงเนื้อหมูคัดพิเศษจากแบรนด์ Waton Mochibuta ที่ขึ้นชื่อในการใส่ใจเลี้ยงดู ทำให้ได้เนื้อหมูมีเนื้อแน่น พร้อมกับไขมันที่ละลายในปาก ในราคาเพียง 980 เยน (287 บาท) เซตอาหารกลางวันที่ประกอบไปด้วย ข้าวสวยพูนชาม ซุปมิโซะหมูต้มผักรวม (ทงจิรุ) หมูทอดทงคัตสึกรอบๆ ชิ้นใหญ่ และผักดอง ทั้งหมดนี้พร้อมเสิร์ฟตรงหน้าเพื่อนๆ แล้วค่ะ

ข้อมูลร้าน
เวลาทำการ : เสาร์ 11.30 น. – 15.00 น.
ที่อยู่ : 2-8-19 Akasaka, Minato-ku, Tokyo
เว็บไซต์ร้าน : http://tonkatsu-masamune.com/

Zuisetsu (ราคาเริ่มต้น 1,200 เยน)

https://en.tripadvisor.com.hk/ShowUserReviews-g1066455-d1668088-r126813240-Zuisetsu-Setagaya_Tokyo_Tokyo_Prefecture_Kanto.html

ร้าน Zuisetsu ระดับ One Michelin Star นี้นำเสนออาหารฟิวชัน ผสมผสานระหว่างจีนกวางตุ้งและญี่ปุ่น ซึ่งเซตอาหารกลางวันสุดหรูมีราคาเริ่มต้นเพียง 1,200 เยน (350 บาท) เท่านั้นค่ะ ซึ่งในเซตมีครบตั้งแต่อาหารเรียกน้ำย่อย ติ่มซำหนึ่งอย่าง อาหารจานหลัก บะหมี่ชามเล็ก รวมถึงของหวานด้วยค่ะ แต่หากใครอยากจัดเต็มกว่านี้ ก็สามารถไปลิ้มลองเซตอาหารเย็นกันได้เลย (แต่ราคาอาจจะสูงสักหน่อย)

ข้อมูลร้าน
เวลาทำการ : จันทร์ – พุธ 11.30 น. – 14.00 น. / 18.00 น. – 21.00 น.  ศุกร์ 18.00 น. – 21.00 น.
(สุดสัปดาห์ และวันหยุดราชการ 12.00 น. – 14.00 น. / 18.00 น. – 21.00 น.)
ที่อยู่ :  Dairokuhyuga Bldg 2F, 1-20-13 Umegaoka, Setagaya-ku, Tokyo

แหล่งที่มา: timeout



ตากล้องเจ๋งเวอร์ ถ่ายทอดภาพผ่านเลนส์ เปลี่ยนโตเกียวให้กลายเป็นฉากในหนัง Sci-Fi

ปกติคนส่วนใหญ่มักจะคิดว่าประเทศญี่ปุ่นนั้นมีธรรมชาติที่สวยงาม ไม่ว่าจะเป็นเทศกาลชมดอกซากุระในช่วงหน้าร้อน การแช่น้ำพุร้อนออนเซ็นท่ามกลางป่าไผ่ หรือการชื่นชมภูเขาไฟแสนสวยอย่างฟูจิซัง แต่ใครจะไปคิดว่าจะมีคนถ่ายทอดนิยามใหม่ของประเทศญี่ปุ่นด้วยภาพของตึกรามบ้านช่อง ที่สูงตระหง่านเคียงข้างกับพระจันทร์บนท้องฟ้าในยามค่ำคืน ซึ่งมันแสดงให้เห็นถึงไลฟ์สไตล์การดำเนินชีวิตที่เปลี่ยนไปของคนยุคใหม่ ที่กระจุกรวมตัวกันอยู่ในเมืองใหญ่ ที่ดูเหมือนว่าจะไม่มีวันหลับใหลแม้ในยามค่ำคืน

ต้องขอขอบคุณช่างภาพฝีมือดีอย่าง Tom Blachford ที่ลองเปลี่ยนบรรยากาศยามค่ำคืนกลางกรุง Tokyo ให้กลายเป็นฉากของหนัง Sci Fi ได้อย่างน่าทึ่ง ซึ่งเรารู้มาว่าเขาได้รับแรงบันดาลใจในการถ่ายภาพคอลเลคชั่นนี้มาจาก Nihon Noir แต่ไม่ว่าจะดูยังไง ทั้งแสงสี มุมกล้อง และองค์ประกอบต่างๆ ก็ชวนให้นึกถึงหนังแห่งความทรงจำสองสัญชาติระหว่างอเมริกันและฮ่องกงเรื่อง Blade Runner ล่ะ

จะว่าไปแล้วเราก็ได้ไอเดียการเที่ยวญี่ปุ่นแบบใหม่ขึ้นมาทันที นั่นคือการท่องราตรีไปในกรุงโตเกียวนั่นเอง บินไปเที่ยวครั้งต่อไป สังเกตต้องแบกกล้องไปตระเวนถ่ายภาพของกรุงโตเกียวยามค่ำคืนกับเขาบ้างแล้ว ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวเขาจะว่าเราไม่อินเทรนด์ก็เป็นได้

แหล่งข้อมูลอ้างอิง :

wallpaperdezeenedition



หน้าร้อนนี้ขอแนะนำ 3 ร้านเครื่องดื่มดับกระหายในโตเกียว จะหวาน เปรี้ยว หรือเฮลตี้ก็มีครบ!!

ใครมีแพลนจะไปเที่ยวโตเกียวหน้าร้อนก็อย่าลืมคิดเมนูเครื่องดื่มดับกระหายกันไปพลางๆ ด้วยนะคะ หน้าร้อนที่ญี่ปุ่นใครว่าโหดไม่เท่าไทย แต่ถึงจะโหดกว่าก็หมดห่วง หากได้เครื่องดื่มชื่นใจๆ ติดไม้ติดมือตอนเดินเที่ยว ไม่ว่าจะเดินไปตรอกซอกซอยไหนก็มีแรงผจญภัยกันอีกยาว วันนี้เราจะมาแนะนำร้านเครื่องดื่มดับกระหายในหน้าร้อนที่หาซื้อได้ไม่ยากในโตเกียวให้เพื่อนๆ ได้ไปตามกันค่ะ

 

1. LEMONADE by Lemonica

LEMONADE by Lemonica เป็นร้าน lemonade ชื่อดังจากคานาซาว่าที่ตอนนี้เข้ามาเปิดสาขาในโตเกียวย่านชิโมะคิตะซาว่าอย่างเป็นทางการ ร้านนี้เป็นร้านน้ำมะนาวที่คั้นสดๆ จากลูก ไม่ใช่น้ำมะนาวสำเร็จรูปจากขวดแน่นอนค่ะ จุดเด่นของร้านคือการตบแต่งด้วยสีเหลืองสดใส สะดุดตาสะดุดใจ เหมาะแก่การถ่ายรูปอวดเพื่อนๆ บนโซเชียลในหน้าร้อนนี้ที่สุด

ที่เห็นเป็นร้านน้ำมะนาวแบบนี้ไม่ใช่ว่ามีเพียงแค่หนึ่งเมนูเท่านั้นนะคะ เมนูก็มีให้เลือกอย่างหลากหลาย แถมเรายังสามารถสั่งได้อีกด้วยว่าชอบแบบ Original Recipe , Soda หรือ Frozen ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 320 เยน (95 บาท)

เมนูแนะนำของร้าน

Original Lemonade ขนาดไซส์ R 320 เยน (95 บาท) / L 390 เยน (116บาท) / JUMBO 480 เยน (142 บาท)

Soda Lemonade ขนาดไซส์ R 320 เยน (95  บาท) / L 390 เยน (116 บาท) / JUMBO 480 เยน (142 บาท)

Strawberry Soda Lemonade ขนาดไซส์ L 410 เยน (121 บาท)

Master Cleanse Lemonade ขนาดไซส์ R 450 เยน (133 บาท)

 

ข้อมูลร้าน

เวลาเปิดทำการ : วันธรรมดา 10:30~20:30 วันเสาร์อาทิตย์และวันหยุด 10:30~21:00

วันหยุด : ไม่มี

เบอร์ : 03-6812-9443

ข้อมูลการเดินทาง : ไปโดยโตเกียวเมโทรสถานีหน้าศาลเจ้าเมจิ แล้วเดินมา 3 นาที หรือ นั่งJR ลงสถานีฮาราจูกุ จากนั้นเดินมา 5 นาที

website: http://www.lemonade-by-lemonica.com/

Instagram: @lemonade_by_lemonica

ที่อยู่: https://goo.gl/maps/cSLBX9bPUB52 (ชั้น2)

 

2. MILKLAND HOKKAIDO → TOKYO

ร้านเครื่องดื่มหวานๆ ซึ่งมีนมฮอกไกโดเป็นส่วนประกอบหลัก หน้าร้านตบแต่งด้วยลายวัว

เมนูแนะนำ คือ “Hokkaido Soft Parfait” 

เราสามารถเลือกท็อปปิ้งต่างๆ ให้เจ้าเมนูสุดน่ารักน่าทานของเราได้ค่ะ เพราะจุดเด่นของร้านนี้จริงๆ แล้วอยู่ที่รสชาติของนมฮอกไกโด เมนูซอฟต์พาเฟต์เป็นเมนูที่เข้ากับครีมสดได้เป็นอย่างดี นุ่มละมุนลิ้นตั้งแต่แรกสัมผัส หรือใครไม่ชอบแบบนุ่มแนะนำให้สั่งเป็นโยเกิร์ตแทนครีมสดจะได้พาร์เฟต์รสชาติเปรี้ยวอมหวานสดชื่นอร่อยไม่แพ้กันค่ะ ส่วนท็อปปิ้งก็มีให้เลือกหลากหลาย เช่น มาชเมลโล่ กราโนล่า เยลลี่ เป็นต้น

นอกเหนือจากเมนูเย็นๆ แล้ว ทางร้านยังมีเมนูร้อน เช่น นมช็อกโกแลตร้อน หรือ นมสตรอว์เบอร์รีร้อน เป็นต้น

ข้อมูลร้าน

เปิดเวลา 11:00~20:00 (รับเมนูถึง 19.30 เท่านั้น)

เว็บไซต์ : http://www.milkland-hokkaido.com

แผนที่ : https://goo.gl/maps/uEeevFvoDG62

https://www.moshimoshi-nippon.jp/ja/92086

 

3. Sonna Banana

คาเฟ่กล้วยปั่น ที่มีส่วนผสมหลักเป็นนมสดและกล้วย กล้วยปั่นของร้านนี้ได้รสชาติของกล้วยไปเต็มๆ และที่สำคัญคือไม่ใส่น้ำตาลแม้ว่าจะเป็นน้ำปั่นเนื่องจากกล้วยมีรสชาติหวานในตัวเองอยู่แล้ว ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องปรุงรสชาติอะไรให้มากความ รสชาติทั้งหวาน เย็นและอร่อยชื่นใจแบบนี้มีข้อจำกัดในการทานอยู่เล็กน้อย หลังจากที่ซื้อแล้วควรรีบทานภายใน20 นาที เพราะรสชาติกล้วยแสนอร่อยที่ยังคงอยู่จะยังไม่จางหายหรือแปรเปลี่ยนรสชาติไปภายใน 20 นาทีนี้ หากใครไม่ชอบน้ำปั่นเพียวๆ ก็สามารถสั่งท็อปปิ้งที่ชอบ หรือหากใครติดใจร้านนี้ มาทานบ่อยจนเบื่อเมนูเดิมก็ลองเปลี่ยนเมนูได้เช่นกันค่ะ เห็นว่ามีชาเขียว มันม่วงปั่น และเมนูอื่นๆ ด้วยล่ะ (ลูกค้าที่ไม่สามารถตัดสินใจเลือกทานเพียงเมนูเดียวได้ สามารถสั่งให้ที่ร้านปั่นทั้งสองอย่างรวมกันได้ค่ะ)

ข้อมูลร้าน

เวลาเปิดทำการ : จันทร์-ศุกร์ ช่วงเช้า 8.00-9.15 น. / บ่าย 11.00-17.00 น. / เสาร์-อาทิตย์ 11.00-17.00 น.

แผนที่ร้าน: https://goo.gl/maps/TbQxaiqJLTT2

 

แหล่งที่มาข้อมูล : jalan, icotto, tabelog, tenpo



5 ร้านอุปกรณ์เครื่องเขียนในโตเกียวที่น่าแวะไปเลือกซื้อของมาตกแต่งโต๊ะทำงาน!

Papier Labo

 

Papier Labo เป็นร้านที่มีกระดาษหลากหลายชนิดสำหรับทุกๆ จุดประสงค์การใช้งาน แถมยังมีบริการออกแบบนามบัตร, ออกแบบแสตมป์ตรายาง, และบริการพิมพ์งานต่างๆ ตามที่ลูกค้าต้องการ สินค้าทุกชนิดล้วนแต่เหมาะแก่การซื้อเป็นของขวัญ รวมถึงการตกแต่งโต๊ะทำงานให้มีสีสันมากขึ้น 

ที่ตั้งร้าน: 106, 1-1-1 Jingumae, Shibuya-ku, Tokyo

เวลาทำการ: 11.00 น. – 17.00 น. (ปิดทุกวันจันทร์)

Website: http://papierlabo.com/

 Ginza Itoya

 

อุปกรณ์เครื่องเขียนทุกสิ่งอย่างที่เพื่อนๆ ตามหาจะต้องอยู่ในร้าน Ginza Itoya อย่างแน่นอน เพราะว่าร้านนี้มีถึง 12 ชั้นให้ได้เดินช็อปกันทั้งวัน! ที่นี่มีการจัดวางอย่างเป็นระเบียบ ง่ายแก่การหาสินค้าที่ต้องการ เมื่อเหนื่อยแล้ว ชั้น 12 ของตึกจะมีคาเฟ่ให้นักช็อปได้นั่งพัก จิบเครื่องดื่ม แถมยังมีอาหารสุขภาพที่มีผักไฮโดรโปนิกส์ปลูกกันสดๆ ของร้านให้ทานคลายเหนื่อยอีกด้วยค่ะ

ที่ตั้งร้าน: 2-7-15 Ginza, Chuo-ku, Tokyo

เวลาทำการ: 10.00 น. – 20.00 น. / วันอาทิตย์และวันหยุดราชการเปิดถึง 1 ทุ่ม

ส่วนคาเฟ่เปิดถึง 22.00 น.

Website: http://www.ito-ya.co.jp/

Giovanni Kichijoji

สำหรับใครที่ชอบกลิ่นอายยุโรป หรืออุปกรณ์เครื่องเขียนที่มีดีไซน์ไม่เหมือนใครจะต้องชอบร้าน Giovanni Kichijoji อย่างแน่นอนค่ะ เพราะเจ้าของร้านได้รวมรวมคอลเลคชั่นอุปกรณ์เครื่องเขียนจากยุโรป นำมาวางขายที่นี่ ของบางชิ้นยังเป็น unlimited edition ที่หาซื้อได้ยากอีกด้วย ใครเป็นนักสะสม ห้ามพลาดเลยทีเดียวเชียว

ที่ตั้งร้าน: 4-13-2 Kichijoji-Honcho, Musashino-shi, Tokyo

เวลาทำการ: 11.00 น. – 20.00 น. (ปิดวันอังคาร และวันพุธ)

Website: http://www.giovanni.jp/

Kakimori

คนรักการเขียนมือจะต้องหลงรักร้าน Kakimori แน่ๆ ค่ะ เพราะเนื่องจากมีปากกาและน้ำหมึกปากกามากมายหลายชนิดตั้งวางให้นักเขียนได้เลือกซื้อกัน นอกจากนี้ยังมีบริการสั่งทำสมุด โดยเพื่อนๆ เพียงเลือกแบบปก กระดาษ และองค์ประกอบอื่นๆ พนักงานก็จะลงมือทำให้ทันที โดยใช้เวลาเพียง 10 นาทีค่ะ

ที่ตั้งร้าน: 4-20-12 Kuramae, Taito-ku, Tokyo

เวลาทำการ: อังคาร – ศุกร์ 12.00 น. – 19.00 น. / เสาร์และวันหยุดราชการ 11.00 น. – 19.00 น. (ปิดทุกวันจันทร์)

Website: http://kakimori.com/

Kyukyodo 

ร้าน Kyukyodo เปิดทำการและดูแลกิจการโดยครอบครัวคูมาไก มา 300 กว่าปีแล้วค่ะ ซึ่งแต่เดิมร้านสาขาแรกตั้งอยู่ที่เมืองเกียวโต แม้จะย้ายมาอยู่โตเกียวแล้ว ร้านก็ยังคงมีกลิ่นอายญี่ปุ่นสมัยดั้งเดิมอยู่เหมือนเดิมตั้งแต่ทางเข้าร้านที่ดูขลัง จนไปถึงอุปกรณ์เครื่องเขียนแบบญี่ปุ่น ซึ่งเหมาะแก่การนำไปเป็นของฝากมากๆค่ะ

 

ที่ตั้งร้าน: 5-7-4 Ginza, Chuo-ku, Tokyo

เวลาทำการ: จันทร์ – เสาร์ 10.00 น. – 19.00 น. / วันอาทิตย์และวันหยุดราชการ 11.00 น. – 19.00 น.

Website: http://www.kyukyodo.co.jp/

 

แหล่งที่มาและภาพประกอบเพิ่มเติม :timeout