Movie Review : รีวิว KIDS ON THE SLOPE มิตรภาพ ความรัก ดนตรี สหายทางลาดและลงเรือพายอย่างไม่ตั้งใจ

Wani91

KIDS ON THE SLOPE ( Sakamichi no Apollon : 坂道のアポロン ) หรือเพลงแรก
รักแรก จูบแรก สร้างมาจากมังงะสุดฮิต เขียนโดยอาจารย์โคดามะ ยูกิ ที่ได้รับความนิยมอย่างสูง ยอดขายถล่มทลาย จนได้รับรางวัลชนะเลิศ Kono Manga gasugoi! เมื่อปี 2009 และรางวัล Shogakukan Manga ครั้งที่ 57 ตอกย้ำความสำเร็จเมื่อถูกสร้างเป็นอนิเมะทีวี ความยาว 12 ตอน ทางช่องฟูจิ เมื่อปี 2012 และในปีนี้ กลับมาอีกครั้งในรูปแบบภาพยนตร์

มักจะมีคน ๆ หนึ่งบนโลกใบนี้ที่… หัวใจเราไม่ยอมลืม

หลังจากการเสียชีวิตของพ่อ นิชิมิ คาโอรุ (จิเน็น ยูริ) หนุ่มเนิร์ดขี้อาย ผู้แบกความหวังของครอบครัว มีเพียงเสียงเปียโนที่จะชโลมจิตใจที่โดดเดี่ยวของเขา ด้วยความจำเป็นจึงย้ายเข้ามาเรียนในโรงเรียนใหม่ ได้พบกับคาวาบุจิ เซ็นทาโร่ (นางาคาวะ ไทชิ) หนุ่มอันธพาลหัวใจบอบบาง แบดบอยขาลุยที่ใคร ๆ ต่างเกรงกลัว แต่ไม่มีใครรู้ว่าเขาคือนักตีกลองมือฉมัง และมุคาเอะ ริตสึโกะ (โคมัตสึ นานะ) สาวน้อยผู้ที่เป็นรักแรกพบ

วันหนึ่งริตสึโกะได้ชวนคาโอรุไปดูเซ็นทาโร่ตีกลองในห้องใต้ดิน นั่นเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้คาโอรุเริ่มสนใจดนตรีแจ๊ส ริตสึโกะจึงเป็นตัวตั้งตัวตีให้ทั้งคาโอรุ และเซ็นทาโร่ได้ร่วมเล่นดนตรีด้วยกัน ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา ทั้งสามคนได้ใช้เวลาร่วมกันไปกับการเล่นดนตรีแจ๊ส จริงอย่างที่เซ็นทาโร่บอก ดนตรีไม่มีภาษาดนตรีใช้ใจฟัง ดนตรีก่อให้เกิดมิตรภาพ ราวกับทุกอย่างจะเป็นเช่นนั้นตลอดไป…

ในวันที่คาโอรุเริ่มแน่ใจแล้วว่าตนมีใจให้กับริตสึโกะ แต่ก็รู้ดีว่าริตสึโกะนั้นมองแต่เซ็นทาโร่ โดยที่เซ็นทาโร่ไม่รู้ตัวและมีใจให้ใครอีกคน ความรักที่ทำได้เพียงเฝ้ามอง ทนไม่ได้ที่จะเห็นคนที่รักเจ็บปวด ทำให้คาโอรุรู้สึกเจ็บปวดและระเบิดออกมากับเซ็นทาโร่ จึงทำให้ได้รู้ความลับของคนที่ดูเหมือนไม่คิดอะไรอย่างเซ็นทาโร่ ความรู้สึกเจ็บปวดที่อยู่ลึกภายในจิตใจของคนทั้งคู่ถูกปลอบประโลมไว้ด้วยคำว่ามิตรภาพ ทว่าความสัมพันธ์นั้นไม่ยืนยาว เมื่ออยู่ ๆ เซ็นทาโร่ได้หายตัวไปอย่างลึกลับ 10 ปีต่อมา คาโอรุ กลายเป็นแพทย์ประจำโรงพยาบาลในเมืองโตเกียว มีเหตุการณ์ที่ทำให้นึกถึงมิตรภาพที่อาจไม่มีวันหวนกลับมา…

ฉากหลังของภาพยนตร์อยู่ในปี 1966 ที่ถูกถ่ายทอดออกมาเป็นภาพได้อย่างสมบูรณ์ไม่ว่าจะเป็นบรรยากาศ เครื่องแต่งกาย โดยเฉพาะความหลงใหลในดนตรีแจ๊ส และยุคสมัยของแผ่นเสียงที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในยุคนั้น หรือแม้แต่เพลง My Favorite Things จากภาพยนตร์เพลงที่เป็นที่พูดถึงจนถึงทุกวันนี้ “มนต์รักเพลงสวรรค์” (The Sound of Music)“ที่ไม่ว่าจะเศร้าขนาดไหน แต่เมื่อนึกถึงสิ่งที่โปรดปราน มันจะทำให้ฉันมีความสุขอีกครั้ง” ก็เป็นอีกหนึ่งตัวเดินเรื่องและทำให้เรื่องจบออกมาได้อย่างสมบูรณ์ แต่เพลงที่ทำให้ยังติดหูผู้เขียนจนถึงตอนนี้กลับเป็นเพลง Moanin’

 

สำหรับเวอร์ชั่นคนแสดงนี้ ได้ จิเน็น ยูริ จากวงบอยแบนด์สุดฮอตฝั่งแดนปลาดิบอย่าง Hey! Say! Jump มารับบทพระเอกเป็นครั้งแรก ในบทของ คาโอรุ หนุ่มร่างเล็กที่ดูเนิร์ดและขี้อายที่มีฝีมือการเล่นเปียโนขั้นเทพ ทำให้จิเน็นต้องฝึกเปียโนกว่า 10 เดือนก่อนถ่ายทำ อีกหนึ่งพระเอกหนุ่มนางาคาวะ ไทชิ ที่หลาย ๆ คนอาจจะคุ้นหน้าคุ้นตากันดี เพราะเพิ่งมาเมืองไทยเพื่อร่วมงานเปิดเทศกาลภาพยนตร์ญี่ปุ่น ประจำปี 2561 เมื่อต้นปีที่ผ่านมา จากเรื่อง ReLIFE ในบทเซ็นทาโร่ หนุ่มผมแดงร่างกายแข็งแรง กำยำ ที่มีทักษะการตีกลอง ระดับเดียวกับที่ทำให้ผู้เขียนนึกถึงเรื่อง Whiplash แน่นอนว่าไทชิต้องไปซุ่มซ้อมการตีกลองนานกว่า 8 เดือน และโคมัตสึ นานะ นักแสดงสาวสุดฮอตจากเรื่อง พรุ่งนี้ผมกับเธอคนเมื่อวาน (Tomorrow I Will Date With Yesterday’s You) ผู้รับบท ริตสึโกะ ที่สดใสเหมือนไอศกรีมในช่วงหน้าร้อน ดูหวาน ละมุน และสดชื่นในเวลาเดียวกัน

อีกทั้งยังได้ผู้เชี่ยวชาญด้านการกำกับภาพยนตร์วัยรุ่น ที่ถนัดเล่าเรื่องความรักแบบขยี้หัวใจ อย่างมิกิ ทากาฮิโระ (Miki Takahiro) การันตีฝีมือได้จาก พรุ่งนี้ผมกับเธอคนเมื่อวาน (Tomorrow I Will Date With Yesterday’s You: 2016) และ หัวใจฉันแอบรักเซนเซย์ (Sensei : 2018) มารับหน้าที่กุมบังเหียน ควบคุมทิศทางการแสดงของนักแสดงหลัก จนทำให้ผู้เขียนเชื่อว่าทั้งสามคนนั้นเป็นเพื่อนสนิทซี้ปึ๊กกันจริง ๆ โดยเฉพาะในฉากที่เล่นดนตรีด้วยกันในงานโรงเรียน แค่มองตาก็รู้ใจ ทำนองที่ร่วมกันบรรเลงจะไปในทิศทางใด จะสอดประสานกันอย่างลงตัวได้อย่างไร เป็นมิตรภาพที่ดำเนินไปด้วยเสียงดนตรี ยังไม่นับฉากที่ดูเหมือนไม่มีอะไร แต่กลับชวนให้ผู้ชมจิ้น จิกจนเบาะกระจุยแน่นอน แอบบอกเลยว่า สาววายและผู้ที่ชื่นชอบวายสไตล์ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง

ตราบใดที่โลกยังหมุน เวลาเปลี่ยน คนเปลี่ยน หลายคนอาจจะเคยได้ยินคำว่าไม่มีอะไรจีรังตลอดไป แต่เชื่อเหลือเกินว่า ทุกอย่างอาจจะถึงจุดเปลี่ยน แต่มิตรภาพจะยังคงอยู่ภาพยนตร์ที่ทำให้หวนนึกเพื่อน รักแรก แด่มิตรภาพที่จะทำให้ทุกคน 18 อีกครั้งและอดไม่ได้ที่จะนึกถึงคำพูดของ John Denver ที่กล่าวว่า “Music does bring people together”

★★★★★

รีวิว Kids on the Slope ความหวานปนเศร้าของดนตรีแจ๊ส

NokCyber

ภาพยนตร์เล่าเรื่องราวของ นิชิมิ คาโอรุ ( จิเน็น ) เด็กหนุ่มเรียนดีผู้ที่ต้องย้ายโรงเรียนจากโยโกสุกะมาอยู่ที่จังหวัดนางาซากิเนื่องจากสาเหตุของทางบ้าน ทำให้เขาได้พบกับ คาวาบุชิ เซ็นทาโร่ (ไทชิ ) ตัวพ่อประจำโรงเรียน ทั้งคู่กลายเป็นเพื่อนรักกันและรวมตัวกันตั้งวงดนตรีแจ๊ส โดยมีเพื่อนสาวคนสวย ริตสึโกะ ( นานะ โคมัตสึ ) คอยเป็นกำลังใจให้และกลายเป็นความรักสามเส้าโดยไม่รู้ตัว

 

Kids on the Slope คือหนังรักวัยรุ่นญี่ปุ่นที่บอกเล่าเรื่องราวความรักและมิตรภาพผ่านทางเสียงดนตรี โดยมีฉากหลังเป็นผลพวกจากสงครามโลกครั้งที่ 2 กับเมืองนางาซากิ หนึ่งในเมืองที่ถูกระเบิดปรมาณูถล่ม ต่อในช่วงปี 1966 ที่นี่กลายมาเป็นหนึ่งในจุดตั้งฐานทัพเรือของสหรัฐฯ และเป็นที่มาของการผสมทางสายเลือดของทหารอเมริกันกับสาวชาวญี่ปุ่น ประเด็นแฝงของเรื่อง

ยุคนั้นมีเด็กลูกครึ่งเกิดใหม่เป็นจำนวนมากในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งส่วนใหญ่จะถูกทิ้งให้กลายเป็นเด็กกำพร้า และถูกสังคมรังเกียจ ปัญหาดราม่านี้ถูกเล่าผ่านตัวละคร เซ็นทาโร่ ขณะเดียวกันอีกหนึ่งแง่มุมที่ถูกนำเสนอเป็นประจำก็คือการเป็นคนนอกของเด็กที่ต้องย้ายถิ่นฐานที่อยู่ในญี่ปุ่น จุดนี้เล่าผ่านตัวละคร คาโอรุ กับการเป็นเพื่อนกันของเด็กหนุ่มสองคนที่ต้องการการยอมรับจากสังคม โดยมี ริตสึโกะ เด็กสาวรุ่นเดียวกันเป็นคนคอยสนับสนุน ในแง่มุมของมิตรภาพหนังทำออกมาได้อบอุ่น แม้จะมีความจิ้นวายของตัวละครชายสองคนในเรื่องแฝงอยู่บ้างในหลายๆฉากก็ตาม

 

ขณะที่พาร์ทความรักโรแมนติกที่เกิดขึ้นในเมืองอันเงียบสงบที่มีโรงเรียนบนเนินลาดชัน ร้านขายแผ่นเสียงที่มีห้องซ้อมดนตรีอยู่ใต้ดิน และบาร์เพลงแจ๊สในยุค 60 ต้องบอกว่านำเสนอออกมาได้หวานละมุนกำลังดี คลี่คลายปมรักสามเส้าออกมาได้ลงตัว (จริงๆมีมากกว่าสามเส้า) ถึงจะมีความหล่มเศร้าแบบเพลงแจ๊สบ้าง ทว่าสุดท้ายแล้วก็ยังสร้างความประทับใจให้กับผู้ชมได้

ชื่นชมผู้กำกับที่นำดนตรีแจ๊สมาเป็นโครงหลักของเรื่องได้อย่างแข็งแรง แถมบอกเล่าออกมาแบบเข้าใจได้ง่าย คนที่ไม่รู้เรื่องแจ๊สก็สามารถอินไปกับเสียงเพลงในหนังได้ อีกข้อที่ต้องยกนิ้วให้คือสองนักแสดงนำชาย ไทชิ นาคากาวะ ที่ใช้เวลาฝึกตีกลองกว่า 8 เดือน และ จิเน็น ยูริ ที่ใช้เวลาฝึกเปียโนนานถึง 10 เดือน ก่อนเปิดกล่อง งานนี้จึงไม่ต้องใช้นักแสดงแทน ทำให้ฉากที่ตัวละครเล่นดนตรีดูเหมือนพวกเขาเป็นนักดนตรีจริงๆ ด้านความน่ารักสดใสของ นานะ โคมัตสึ ก็ถือว่าสร้างสีสันให้กับภาพยนตร์อย่างมาก นอกจากนี้ยังช่วยลบภาพจิ้นวายสองตัวละครชายในหนังอีกด้วย

เชื่อว่าเมื่อดูจบแล้ว สิ่งที่ติดหูผู้ชมออกมาจะเป็นเสียงเปียโนอินโทรและเสียงรัวกลองในหนัง ไม่แน่ว่าอาจทำให้บางคนหันมาสนใจดนตรีแนวอันปลั๊กอย่างแจ๊สเพิ่มขึ้นก็ได้ รวมถึงการได้หวนอดีตกลับไปนึกถึง รักแรก หรือ เพื่อน ที่อยู่ในความทรงจำของคุณ

 

Kids on the Slope เข้าฉาย 31 พฤษภาคม นี้ ในโรงภาพยนตร์

 

ผู้กำกับ : Takahiro Miki

 

นักแสดง : Yuri Chinen, Dean Fujioka, Nakagawa Taishi

 

ตัวอย่างหนัง

FOLLOW US ON
FACEBOOK