วูฟญี่ปุ่นครั้งแรกก็ติดใจแล้ว EP15 : รุ่งสางของวันใหม่

บทนำ

จะไปเที่ยวต่างประเทศคนเดียวทั้งทีก็อยากลองไปหาประสบการณ์แปลกใหม่ดูบ้าง ครั้งแรกมันต้อง ญี่ปุ่น นี่แหละ! แดนอาทิตย์อุทัย ประเทศที่ขึ้นชื่อเรื่องความเป็นระเบียบ และความคิดสร้างสรรค์ ประเทศที่เป็นจุดหมายของใครหลายๆ คน ไม่ว่าจะมาเรียน มาเที่ยว แต่สำหรับผมมาเป็น Wwoofer!

ปลายเดือนตุลาคม-ต้นพฤศจิกายนปี 2017 จึงเป็นบทเริ่มต้นเรื่องราวของชายหนุ่มผู้แสวงหาคุณค่าของชีวิต พูดให้ดูเวอร์ไปแบบนั้น ถ้าพูดกันบ้านๆ ก็คือลูกจ้างชั่วคราวดีๆ นี่เอง ทำงานแลกที่พัก และข้าวประทังชีวิต มันต้องแบบนี้แหละ ผมเบื่อแล้วกับเมืองหลวง ตึกสูง ขอมาลองใช้ชีวิตแบบชนบทง่ายๆ สบายๆ เรียกได้ว่าเป็น Little forest ฉบับชายหนุ่มเลยก็ว่าได้

ชนบทญี่ปุ่นในการ์ตูนแบบผมได้แต่จินตนาการมันเป็นแบบไหน? ธรรมชาติ วิถีชีวิต การเกษตร แต่พอมาเจอของจริงหลายอย่างกลับไม่เป็นแบบที่เราคิด มันเปลี่ยนมุมมองของผม ผมได้พบแก่นแท้ของญี่ปุ่นจริงๆ แบบที่ไม่เคยคิดว่าจะมี ผ่านบ้านโฮสต์ที่เป็นครูสอนดนตรี ทั้งอร่อย กลมกล่อม ไพเราะ มีรอยยิ้มและน้ำตา

เดินทางไปพร้อมกันกับหมาป่าสีน้ำเงินตัวนี้ และเสียงคลื่นของจังหวัดวากายะมะ-Wakayama มาติดตามและเป็นกำลังใจไปพร้อมๆ กันเลยครับ

Chapter I : ทุกสิ่งใหม่ที่ วากายะมะ

EP1: วูฟโฮสต์เรียกว่าบ้าน สภาพแบบนี้ไม่น่าใช่!!

ที่พักสำหรับครึ่งเดือนของผม ข้างนอกอาจดูไม่ต่างจากบ้านญี่ปุ่นทั่วไป แต่ข้างในนี่สิ แม่เจ้า!!

EP2 : บ้านนอก(เขา) ไร่ข้าวริมทาง(รถไฟ)

โฮสต์ก็พาไปไร่ ไกลแค่ไหนก็ในหุบเขา ที่มีรางรถไฟตัดผ่านน่ะสิ

EP3 : เซอร์ไว (Survive) ไต้ฝุ่นมา!!

ครั้งแรกของการมาเยือนญี่ปุ่น ต้องเรียกว่าถูกที่ ถูกเวลามาก ไต้ฝุ่น ขนาดใหญ่พัดเข้าชายฝั่ง วิ่งสิครับรออะไร

EP4 : โอ้ยชีวิต! หลงทางในหมู่บ้าน

หมู่บ้านแสนสงบ คนไม่เยอะบ้านช่องสะอาดตา ชมนกชมไม้ อ้าว! หลงทาง!! ใครจะช่วยเราได้ คนก็ไม่มี

EP5 : จากพี่ชายกลายเป็น ผู้ปกครอง

วันนี้พิเศษ มีน้องๆ 3 สาวมัธยมสุดจะคาวะอี้ มาพักที่บ้านด้วย พี่ชายแสนดี ต้องไปเป็นผู้ปกครอง ทำยังไงดี?

Chapter II : อยู่เป็น

EP6 : เบนโตะของฉันอร่อยที่สุด

การที่เราต้องไปทำงานเองคนเดียวมันก็ดูเหงาๆ และที่สำคัญ ห่อข้าวไปกินเองนะ

EP7 : เจอผีญี่ปุ่น! ต้องทำยังไง

จากที่มองไปรอบๆก็ไม่มีตุ่ม ให้ลงไปซุกตัวหลบ ได้แต่บอกว่า โอยะสุมิ นอนเถอะนะ เราขอ

EP8 : บทเพลง Country Road และกลิ่นกาแฟดริป ในวันฝนตก

กิจกรรมของชาวไร่ชาวนาที่นี่ในวันที่อากาศไม่เป็นใจ มันช่างเป็นศิลปะเสียจริง

EP9 : หลังสู้ฟ้า หน้าสู้ดิน

งานเกี่ยวข้าวเสร็จไปแล้ว แต่กิจกรรมเกี่ยวกับไร่ข้าวยังไม่หมด

EP10 : เด็กขุดมัน

ใกล้เข้าฤดูหนาว หลังการเก็บเกี่ยวข้าว ก็ได้เวลาขุดมันหวาน โอโห!! มันใหญ่มาก!!

EP11 : จากชาวนา มาเป็นคนตกปลา

วันนี้ได้พักหนึ่งวัน โกทูทะเล ไปดูวิธีตกปลาแปซิฟิก

Chapter III : เราไม่เคยพูดซาโยนาระ

EP12 : ออกงานดนตรี

เพราะโฮสต์เป็นนักดนตรี เราเลยได้เป็นลูกมือ ตื่นเต้นทุกครั้งกับการเจอคนเยอะๆ

EP13 : กิจกรรมปลายเทอม ของโรงเรียนมัธยม

ทุกๆปี โรงเรียนมัธยม เด็กๆและครูจะช่วยกันจัดงานเทศกาล โอกาสดีที่เราจะได้รู้ว่าพวกเขาทำอะไรกันบ้าง

EP14 : ต้มยำกุ้ง

สิ่งสำคัญของการเชื่อมสัมพันธ์ก็คงจะต้องเป็นการทำอาหารประจำชาติ ต้มยำกุ้ง (ฉบับญี่ปุ่น)

EP15 : รุ่งสางของวันใหม่

วันสุดท้ายแล้วของการใช้ชีวิตอยู่กับโฮสต์ เรื่องราวถูกถักทอในความทรงจำ พร้อมทั้งความรู้สึกที่เชื่อมโยงเราไว้

แต่การเดินทางของผมยังไม่สิ้นสุด มันต้องมีอีก !!

ไม่อยากจะเชื่อเลย ว่าวันนี้จะเป็นวันสุดท้ายแล้วจริงๆ

ผมใช้ชีวิตอยู่กับโฮสต์มาเกือบครึ่งเดือน

ช่วงเวลาดีๆช่างผ่านไปเร็วเหลือเกิน

“คืนนี้ เอานี่ไปเขียนให้แม่ด้วยนะ”

โฮสต์ส่งสมุดบันทึกเล่มใหญ่ให้ผม

ข้างในเต็มไปด้วยเรื่องราวและความทรงจำดีๆของคนที่มาบ้านนี้

ผมไล่อ่านไปเรื่อยๆ เคยมีคนไทยมาก่อนหน้าผมด้วยนะ

ยิ่งอ่านยิ่งอิน ในหัวก็พลอยจินตนาการตามสิ่งที่เขาเขียน

มันอบอุ่นมากๆ ....หลังจากเขียนบันทึกเสร็จแล้ว

ผมจึงขอตอบแทนโฮสต์ในเรื่องสำคัญ

“ให้ผมนวดให้นะครับ นวดแผนไทย”

ก่อนหน้านี้โฮสต์ทั้งสองคนบ่นให้ฟังบ่อยๆว่ามีอาการเจ็บหลัง

ไปหาหมอหลายครั้งแล้ว คงเพราะยกของหนักนั่นแหละ

การนวดผ่อนคลายน่าจะเป็นผลดีกับกล้ามเนื้อ

ตอนที่อยู่ไทย ผมก็ไปนวดตามร้านบ่อยๆ

แล้วก็จดจำเอาวิธีการนวดมาจากป้าๆ ฮ่าๆ

“อิไตๆ ๆ ๆ “ โฮสต์ร้องออกมาด้วยความเจ็บ

ผมมือหนักไปมั้ยเนี่ย ฮ่าๆ ยังไม่เข้ามือ ขอลองอีกรอบ

“ดีๆ สบายมาก” คราวนี้พอจับจุดได้ก็เริ่มง่าย

กล้ามเนื้อของโฮสต์แข็งเป๊ก สมกับเป็นคนทำงานหนัก ผมจึงค่อยๆบีบและคลึงเบาๆ

“อยากไปประเทศไทยขึ้นมาแล้วสิ” โฮสต์บอกกับผมในขณะที่กำลังเคลิ้มหลับ

ผมว่ามันคุ้มที่จะเอาการนวดไปเผยแพร่ แม้ว่าญี่ปุ่นจะมีเครื่องนวดสุดไฮเทคอยู่แล้ว

แต่คนก็ยังนิยมเข้าร้านนวดมือโดยเฉพาะแบบแผนไทย

ส่วนใหญ่เป็นคนมีฐานะหน่อย เพราะราคาค่อนข้างแพง

วันนี้ผมจึงยกร้านนวดแถววัดโพธิ์มาให้โฮสต์ได้ทดลอง..ของจริงไม่เบามือแบบนี้นะครับ

แทนที่จะสบาย ทรมานชิปหาย ตื่นมานี่ระบมไปหมด ฮ่าๆ

รุ่งสางในวันจากลา กลิ่นหอมมัทฉะก็โชยมา

เป็นทำเนียมรึเปล่านะ สำหรับช่วงเวลาแบบนี้

โฮสต์ชงชามัทฉะให้ผมอย่างตั้งใจในท่านั่งคุกเข่า

ก่อนจะยื่นแก้วให้ผมพร้อมกับโค้ง ก้มหัวลงแตะพื้น

“โอซึคะเระ สะมาเดะชิตะ”

ผมวางแก้วลง แล้วก็ทำเช่นเดียวกัน

“โอซึคะเระสะมะเดส”

ผมเข้าไปกอดโฮสต์คุณแม่ไว้แน่น

“เราไม่พูดซาโยนาระนะ” โฮสต์บอกผมด้วยรอยยิ้ม

“ครับ...เราต้องได้เจอกันอีกแน่นอน” ผมพยักหน้าตอบรับ

“เดี๋ยวแม่ไปเอาขนมมาให้กินกับชา รอแปปนะ”

ชาเขียวอุ่นๆกับขนมนุ่มละมุนลิ้น

ผมพยายามค่อยๆดื่ม ทุกรสชาติสัมผัสกับลิ้น

เรื่องราวมากมายก็ผุดขึ้นมาทำเอาผมน้ำตาซึมไปเลย

“ยังไม่อยากกลับอ่า.....” ผมทำตัวงอแง

หลังจากเก็บของเสร็จแล้ว ผมเดินไปลาเจ้าหมา โระคุ เพื่อนตัวเดียวของผม

เพื่อนรักคลายเหงาตลอดหลายวัน ผมคงคิดถึงเจ้านี่มากแน่ๆ

“ไปกันเถอะ รถไฟจะมาแล้ว”

โฮสต์ทั้งสองคนขับรถมาส่งผมที่สถานี

เราคุยกันว่า ถ้ามาอีกจะให้สอนทำอาหารไทย

แล้วจะพาไปออกงาน ขายต้มยำกุ้งกันให้รวยไปเลย ฮ่าๆ

รถไฟค่อยๆเคลื่อนตัวออกจากสถานีช้าๆ

โฮสต์ทั้งสองคนโบกมือลา แล้วโค้งขอบคุณ

ผมโค้งตัวรับ ยกมือไหว้ โบกมือให้ สายตาก็พลางจ้องมองรอยยิ้ม

จนทั้งสองลับตาไป....

“จะกลับมาเยี่ยมนะครับ ขอบคุณสำหรับทุกอย่าง”

ผมนั่งลงแล้วหยิบแผนที่ขึ้นมาดูพร้อมเช็คเส้นทางใหม่

นี่ไม่ใช่วันสุดท้าย...แต่เป็นวันเริ่มต้น

จากนี้ยังมีสถานที่อีกมากมายที่ผมต้องไป...และมันไกลกว่าเดิม......

ฤดูกาลใหม่กำลังมาเยือน........つづく

FOLLOW US ON
FACEBOOK